ผลักดัน "แผนน้ำชุมชน" แก้วิกฤติลุ่มน้ำ

  • Sunday, November 12, 2017 - 00:00


    ลุ่มน้ำบางปะกง สายน้ำแห่งชีวิต ที่เผชิญการคุกคามจากนโยบายของรัฐ เครดิตภาพ 10 FOTOS

    "ลุ่มน้ำบางปะกง มีระบบนิเวศน้ำกร่อยที่ใหญ่ที่สุดในไทย ต้นน้ำมาจากผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ และป่ารอยต่อ 5 จังหวัดภาคตะวันออก สายน้ำไหลมารวมกันสู่แม่น้ำฝั่งตะวันออกของอ่าวไทยรูปตัว ก แม่น้ำยาว 400 กิโลเมตร มี 8 ลุ่มน้ำสาขา มีพื้นที่ชุ่มน้ำสำคัญ ป่าชายน้ำที่อยู่อาศัยของสัตว์น้อยใหญ่ มีปลามากถึง 405 ชนิด เท่ากับ 45% ของปลาในลุ่มน้ำโขง ปากแม่น้ำเป็นแหล่งนาเกลือทะเลคุณภาพดี แต่ได้มีการตัดถนนสาย 304 และ 331 โครงสร้างกีดขวางทางน้ำ เปลี่ยนพื้นที่ป่ารอยต่อเป็นที่ทำกิน 4 ล้านไร่ น้ำเค็มรุกจากปากแม่น้ำขึ้นไปกว่า 200 กิโลเมตร เวลานี้คนในชุมชนต้นน้ำและท้ายน้ำตั้งสภาลุ่มน้ำบางปะกงเรียกร้องการจัดการลุ่มน้ำใหม่แบบมีส่วนร่วมและผลักดันแม่น้ำบางปะกงเป็นแรมซาร์ไซต์พื้นที่ชุ่มน้ำที่สำคัญระดับชาติ" กัญจน์ ทัตติยกุล ผู้ประสานงานภาคีบางปะกง เผยสถานการณ์ปัญหาที่รุมเร้าแม่น้ำบางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา

    ในประเด็นโครงการพัฒนาชายฝั่งทะเลตะวันออก(อีสเทิร์นซีบอร์ด) ตามนโยบายรัฐ ก็สะท้อนความล้มเหลวในการจัดการทรัพยากรน้ำ กัญจน์ชี้ว่า ลุ่มน้ำบางปะกงเป็นลุ่มน้ำแรกๆ ที่ถูกผันไปป้อนอุตสาหกรรมภาคตะวันออก 100 ล้าน ลบ.ม.ต่อปี ทำให้ปริมาณน้ำลดลง ผลพวงจากโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ยังเปลี่ยนพื้นที่เกษตรกรรมชั้นดีเพื่อประกอบกิจการอุตสาหกรรมลามไปจนถึง จ.ปราจีนบุรี มีมลพิษตกค้างในระบบนิเวศ ปัญหาเริ่มรุนแรงขึ้นทุกขณะ เห็นว่าการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมเป็นทางรอด ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ อีกทั้งควรส่งเสริมประมง เกษตรกรรมและท่องเที่ยวที่ยั่งยืนในพื้นที่ ส่วนการวางผังเมืองต้องมีประสิทธิภาพกว่าที่เป็นอยู่

    ยังมีหลายลุ่มน้ำของประเทศไทยที่กำลังได้รับผลกระทบจากนโยบายรัฐแสนสาหัส ซึ่งตัวแทนเครือข่ายชุมชนลุ่มน้ำของแต่ละลุ่มน้ำนำเสนอผ่านเวทีเสวนา "บทบาทองค์กรประชาชนและภาคประชาสังคมในการจัดการทรัพยากรลุ่มน้ำ เพื่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน" ณ อาคารเฉลิมราชกุมารี 60 พรรษา เมื่อวันก่อน เพื่อแลกเปลี่ยนบทเรียนและมอบข้อเสนอต่อตัวแทนคณะปฏิรูปประเทศด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม


    การประมงอย่างยั่งยืนของชุมชน ไม่ทำลายทรัพยากร

    นายสายัณห์ ข้ามหนึ่ง ตัวแทนสภาประชาชนลุ่มน้ำอิง จ.พะเยา จ.เชียงราย เผยว่า ชุมชนในพื้นที่ลุ่มน้ำอิงได้รับผลกระทบจากนโยบายส่งเสริมการปลูกพืชเศรษฐกิจ มีการขยายสวนกล้วย ปลูกกล้วยเชิงพาณิชย์กว่า 2,700 ไร่ ซึ่งต้องใช้น้ำปริมาณมาก และเป็นเกษตรนอกฤดู รัฐต้องทบทวนนโยบายนี้ รวมถึงฟื้นฟูป่าต้นน้ำ ผลักดันแนวคิดจัดการน้ำโดยชุมชน มีการกำหนดนโยบายสาธารณะในการจัดการลุ่มน้ำขนาดเล็กอย่างยั่งยืน และเป็นองค์รวมของระบบนิเวศลุ่มน้ำ ทั้งดิน น้ำ ป่า นอกจากนี้ มีการจัดแบ่งพื้นที่โซนนิ่งให้เหมาะสมกับการใช้ประโยชน์ที่ดิน ซึ่งจะช่วยป้องกันน้ำท่วมลุ่มน้ำอิงตอนกลางได้ด้วย

    "เหตุที่ลุ่มน้ำอิงตอนล่างไม่เจอปัญหาน้ำท่วม เพราะจากการศึกษาพบมีพื้นที่ป่าชุ่มน้ำ 17 แห่ง รวมกว่า 8,590 ไร่ ชาวบ้านตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแลรักษา ใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน ได้หาอยู่หากินและเป็นแก้มลิงธรรมชาติ รัฐและชุมชมต้องสร้างความร่วมมือรักษาไว้ไม่ให้พื้นที่ลดลง ขณะนี้กำลังผลักดันให้เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำลุ่มน้ำอิงเพื่อมีการคุ้มครองตามกฎหมาย" นายสายัณห์บอก

    ขณะที่ผู้แทนหน่วยงานท้องถิ่นของลุ่มน้ำอิง ซึ่งไม่อยากตกขบวนเรื่องการจัดการทรัพยากรลุ่มน้ำ นางสาวโสภา วงศ์ใหญ่ ปลัดเทศบาลตำบลสันมะค่า จ.เชียงราย กล่าวว่า ต.สันมะค่า มีแม่น้ำอิงไหลผ่าน 14 กิโลเมตร ตั้งอยู่แม่น้ำอิงตอนต้นและตอนกลาง เผชิญภาวะน้ำแล้งเมื่อ 10 ปีก่อน ไม่เพียงพอทำการเกษตร เป็นจุดเริ่มพูดคุยการจัดสรรน้ำเพื่อการเกษตร และมีนโยบายจัดการดิน น้ำ ป่า แบบองค์รวม โดยทำงานในพื้นที่พร้อมกับชุมชน

    "เราเป็นเทศบาลแรกในลุ่มน้ำอิงที่ตั้งคณะกรรมการยกร่างเทศบัญญัติการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จัดประชุม จากนั้นทำประชาคมสร้างความรู้ ความเข้าใจ ลงหมู่บ้าน 8 แห่ง ร่างดังกล่าวจะเข้าสู่สภาเทศบาลเพื่อพิจารณาวันที่ 24 พ.ย.นี้ คาดว่าจะผ่านทุกวาระ ก่อนนำไปสู่การดำเนินงานตามบทบาทหน้าที่แต่ละส่วน" ปลัดเทศบาลหญิงมั่นใจเป็นแนวทางจัดการน้ำที่ยั่งยืน


    หาญณรงค์ เยาวเลิศ แสดงทัศนะแต่ละลุ่มน้ำให้ทำแผนจัดการน้ำ ฐานข้อมูลการใช้น้ำ

    ลุ่มน้ำห้วยเสนง จ.สุรินทร์ แม้ไม่ใช่ลุ่มน้ำใหญ่ มีความยาว 75 กิโลเมตร แต่ก็พบปัญหาหลายอย่างไม่ควรนิ่งนอนใจ

    นายนิรุตณ์ บัวพา จากโครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูลุ่มน้ำห้วยเสนง เผยสถานการณ์ของลุ่มน้ำว่า พื้นที่ป่าชุมชนและพื้นที่ปลูกข้าวลดลง เพราะนโยบายรัฐส่งเสริมให้ปลูกพืชพลังงาน อย่างอ้อย มันสำปะหลัง และยางพารา ส่งผลให้จำนวนพื้นที่ปลูกอ้อยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จาก 7 หมื่นไร่เป็น 2 แสนไร่ ในพื้นที่จะมีการขยายโรงงานผลิตพลังงานชีวมวลอีก 10 แห่ง รวมถึงยื่นขอกำลังการผลิตเพิ่ม

    "ที่น่าวิตกพื้นที่ตอนกลางและปลายลุ่มน้ำห้วยเสนงมีการปรับเปลี่ยนผังเมืองสีเขียวเป็นสีม่วง ให้สร้างพื้นที่อุตสาหกรรมได้ เดิมบริเวณนี้เตรียมทำข้อบัญญัติ อบต.เรื่องการจัดการลุ่มน้ำเสนง เมื่อเจอผังเมืองประกาศทับ ทำให้อำนาจสั่นคลอน ลุ่มน้ำเสนงต่างจากลุ่มน้ำในภาคเหนือ ต้นน้ำมาจากป่าชุมชน 8 พื้นที่ รวมกว่า 9,000 ไร่ ถือเป็นพื้นที่ซับน้ำและปุ๋ยตามธรรมชาติ แต่กลับถูกคุกคามจากการเปลี่ยนระบบการผลิต ขณะนี้ชาวบ้านกำลังคิดวางแผนจัดการน้ำ ออกแบบผังเมืองที่มีเรื่องฐานทรัพยากร เพราะเป็นความมั่นคงของชุมชน และยังเห็นว่าข้อบัญญัติตำบลเป็นหลักประกันที่เป็นรูปธรรม" นายนิรุตณ์กล่าว

    ประสบการณ์จากลุ่มน้ำแม่วงก์ต่อสู้เพื่อแก้ปัญหาทรัพยากรน้ำมีหลายประเด็นที่น่าสนใจ


    กัญจน์ ทัตติยกุล ผู้ประสานงานภาคีบางปะกง

    อาจารย์ณรงค์ แรงกสิกร เครือข่ายแม่วงก์ จ.นครสวรรค์ บอกว่า ลุ่มน้ำแม่วงก์เป็นต้นกำเนิดลุ่มน้ำสะแกกรัง ต้นน้ำมาจากเขากะทู้พื้นที่ 4.5 หมื่นไร่ ทำให้มีน้ำไหลตลอดปี คนในชุมชนช่วยดูแลรักษา ขุดสระน้ำ 614 ลูก ทำหลุมขนมครกกระจายทั่วพื้นที่ป่าช่วยเก็บกักน้ำไม่ให้ไหลมาตอนล่าง รวมถึงชุมชนมีการใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำทำประปาภูเขา นอกจากนี้ ยังใช้น้ำทำเกษตรผลิตอาหารปลอดสารพิษให้คนแม่วงก์ ชุมชนดูแลจนทรัพยากรกลับมาอุดมสมบูรณ์ แต่ขณะนี้หน่วยงานรัฐจะเปลี่ยนพื้นที่เขากะทู้ให้เป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าฯ ชาวบ้านไม่มั่นใจว่าจะสามารถทำกิจกรรมดูแลอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ได้เหมือนเดิมหรือไม่ อย่างไรก็ตาม เห็นว่าการจัดการทรัพยากรลุ่มน้ำต้องทำงานร่วมกันระหว่างรัฐและชุมชนถึงจะยั่งยืน

    สะเอียบโมเดล แก้เขาหัวโล้น แก้น้ำท่วม เป็นบทเรียนของลุ่มน้ำยม แม่สะเอียบ จ.แพร่ นายสมเกียรติ เชื่อนเชียงสา สมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิต ตัวแทนเครือข่ายลุ่มน้ำยม บอกว่า ชาวสะเอียดต่อสู้ค้านโครงการเขื่อนแก่งเสือเต้นมาทุกยุคทุกสมัยที่มีการปลุกผีแก่งเสือเต้น เพราะจะทำลายป่าสักทองที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดผืนสุดท้าย พื้นที่กว่า 4 หมื่นไร่ ถ้าไม่มีป่า น้ำจะมาเร็วและแรง ยิ่งถ้ารักษาป่าแม่ยมพื้นที่ 2.4 แสนไร่ได้ จะซับน้ำมหาศาล นำมาสู่การพัฒนาสะเอียบโมเดล กำหนดการใช้พื้นที่ให้สอดคล้องระบบนิเวศ พื้นที่ป่าต้นน้ำต้องปลอดข้าวโพดเพื่อลดสารเคมี ส่วนป่าอนุรักษ์ให้ร่วมกันปกป้องไม่ให้เป็นป่าหัวโล้น ย้ำว่าการจัดการน้ำ ละเลยการรักษาป่าไม่ได้

    "ปัจจุบันภาครัฐนำสะเอียบโมเดลแผนจัดการน้ำชุมชนไปเสนอให้หมู่บ้านต่างๆ ทำแผนของตนเองขึ้นมา ก่อนรวมเป็นแผนจัดการน้ำจังหวัด มหาวิทยาลัยนเรศวรศึกษาแล้วพบว่าเป็นทางออกจัดการลุ่มน้ำยม ขณะเดียวกันให้ประสานเครือข่ายลุ่มน้ำสาขา 77 แห่งขุดหลุมขนมครก ทำทางเบี่ยงน้ำจะแบ่งเบาเมื่อน้ำมามาก" นายสมเกียรติ ระบุ

    ในความเห็นของนายหาญณรงค์ เยาวเลิศ มูลนิธิเพื่อการบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการ กล่าวในเวทีเสวนาครั้งนี้ว่า แผนจัดการลุ่มน้ำที่ส่วนกลางเขียนขึ้น โดยใช้โครงการเป็นตัวตั้งไม่ได้สำรวจพื้นที่จริงหรือพูดคุยกับชุมชนจึงไม่ช่วยแก้ไขปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้ง และบรรเทาความเสื่อมโทรมของทรัพยากร เห็นได้ชัดจากโครงการขุดลอกคลองงบเป็นสิบล้าน นอกจากไม่ช่วยแก้น้ำท่วม ยังทำลายป่าริมแม่น้ำเสียหายหมด มีการร้องเรียนเข้ามา ฉะนั้น จึงเสนอให้แต่ละท้องถิ่นทำแผนจัดการน้ำของตนเอง โดยยกระดับการจัดทำฐานข้อมูลที่เกี่ยวกับพื้นที่ของลุ่มน้ำสาขา ลักษณะพื้นที่เกษตรกรรมในชุมชน เพื่อนำไปสู่การคำนวณปริมาณน้ำที่ใช้ต่อปี เชื่อมโยงให้เป็นยุทธศาสตร์ เป็นการจัดการในเชิงรุกของชุมชนเพื่อบริหารลุ่มน้ำย่อย ซึ่งแต่ละท้องถิ่นทำได้เลย หัวใจสำคัญในการจัดการน้ำจะต้องนำไปสู่การจัดทรัพยากรด้านอื่นๆ ด้วย

    นายหาญณรงค์กล่าวต่อว่า ส่วนร่างกฎหมายน้ำเริ่มถกเถียงมาตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคมจนย่างเข้าเดือนพฤศจิกายนก็ยังไม่พิจารณาไม่ครบ 100 มาตรา มีกำหนดให้แล้วเสร็จภายในธันวาคมนี้ เมื่อกฎหมายน้ำคลอดออกมา แต่ละลุ่มน้ำต้องทำแผนของตัวเอง


    โสภา วงศ์ใหญ่ ปลัดเทศบาลตำบลสันมะค่า ร่วมแลกเปลี่ยนการจัดการน้ำอิง

    "ถ้าไม่ทำเลยจะเป็นลูกไล่ ตามไม่ทัน ในแผนจัดการน้ำต้องรวมแผนจัดการน้ำท่วมน้ำแล้ง กรณีลุ่มน้ำอิง ตำบลที่ต้องเป็นพื้นที่รับน้ำเหมือนผักไห่ บางบาล เสนา ของ จ.พระนครศรีอยุธยา ต้องปรับเปลี่ยนการผลิต เก็บเกี่ยวให้เร็วขึ้น ขณะที่รัฐบาลหากเอาน้ำเข้าต้องกำหนดค่าชดเชยชัดเจนเพื่อให้ชุมชนสบายใจ อีกสาระสำคัญของร่างกฎหมายน้ำ คือ การจัดสรรน้ำ แบ่งเป็น 3 ประเภท ประเด็นปลูกกล้วย 2,000 กว่าไร่ เป็นการใช้น้ำประเภท 3 การใช้ปริมาณมาก เกิดผลกระทบวงกว้าง ต้องผ่านความเห็นชอบคณะกรรมการลุ่มน้ำ มีมาตรการจ่ายค่าน้ำควบคุม" หาญณรงค์ย้ำ

    และกล่าวในท้ายแผนและยุทธศาสตร์ต่างๆ จะนำไปสู่ความพร้อมในการจัดการทรัพยากร ถ้าข้อมูลครบมีชัยไปกว่าครึ่ง ทั้งชุมชนและท้องถิ่นต้องปรับตัวไม่ให้เสียเปรียบ ตลอดจนฝากถึงตัวแทนเครือข่ายชุมชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกรณีไม่เห็นด้วยกับโครงการพัฒนาของรัฐหรือโครงการที่ส่งผลกระทบต่อการจัดการทรัพยากรน้ำจะต้องมีระบบทักท้วงและแสดงความคิดเห็นอย่างเป็นทางการ โดยผ่านมติของท้องถิ่นเพื่อทำให้การทักท้วงมีน้ำหนักที่สุด.

  • เปลว สีเงิน

    "คดีครูจอมทรัพย์"..........! หลังคำพิพากษาศาลฎีกา "ยกคำร้อง" เมื่อ ๑๗ พ.ย.๖๐ ปรากฏการณ์ทางสังคมที่ตามมา คือ "ดรามาหน้าจอ" หายเงียบ ไม่เพียงหน้าจอ ตามเพจ ตามออนไลน์ ก็หายไปจาก fb ด้วยเหมือนกัน สะท้อนความน่าห่วงที่หลบซ่อนอยู่อย่างหนึ่ง คือ โลกมาถึงวันนี้แล้ว
  • บทบรรณาธิการ

    สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ผลประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐประจำปีงบประมาณ 2560 โดย ป.ป.ช.ได้กำหนดกรอบการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสออกเป็น 5 ดัชนี
  • เอ็กซ์-ไซท์

    ขณะไปตรวจรถชนกันคนขับวัย71อ้างตาไม่ดีดาบตำรวจนำกำลังไปตรวจสอบคดีรถชนกันในตัวเมืองชัยภูมิ เฒ่าวัย 71 ซิ่งกระบะฝ่าสัญญาณไฟพุ่งชนเต็มแรงแล้วลากร่างไปไกลสุดที่จะยื้อชีวิต
    ตูนซึ้งใจกราบคุณตาขาขาดวัย 90 ปีที่เจียดเบี้ยยังชีพคนพิการสมทบก้าวคนละก้าว ด้านเชษฐ์สไมล์บัฟฟาโลออกวิ่งในเมืองชลหาทุนให้อีกกว่า 5 แสนบาท
    เครื่องเล่นโมบายปลาหมึกยักษ์ในงานนมัส การพระสมุทรเจดีย์โค่นลงมาทั้งยวง ทำเอาผู้ใหญ่ เด็กที่ขึ้นไปนั่งบาดเจ็บไปตามๆ รมต.ออมสินรีบไปตรวจสอบ พบไม่ได้ขออนุญาต
  • x-cite inside

    ได้รับทั้งเสียงปรบมือและยอดบริจาคท่วมท้นสำหรับโครงการ “ก้าวคนละก้าวเพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ” จากเบตงสู่แม่สาย ของ พี่ตูน-อาทิวราห์ คงมาลัย ศิลปินวงบอดี้สแลม กับภารกิจเพื่อสังคมที่ได้รับคำชื่นชมอย่างมากมาย ซึ่งภาพที่เกิดขึ้นไม่ใช่ไอดอลของวัยรุ่นที่สลัดไมค์ร้องเพลงมาเป็นทำงานจิตอาสา
    ณ ตอนนี้เข้าไปท่องโลกออนไลน์ จะมีรายการแชร์และส่งต่อ ขอความช่วยเหลือพี่น้องผองไทย!! ช่วยกันโหวตให้ "มารีญา พูลเลิศลาภ" ตัวแทนสาวไทยในการประกวดนางงามจักรวาลปี 2017
    ในยุคนี้ความเชื่อว่าเด็กจะเก่งต้องมุ่งเน้นแต่เรียนอย่างเดียวอาจตกยุคไปแล้ว เพราะงานวิจัยต่างๆ จากทั่วโลกพบว่า หากพวกเขาได้ทำกิจกรรมทางกายด้วยการออกมาเล่น (Active Play) หรือออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 60 นาที จะทำให้พัฒนาการด้านสมองดีกว่าเด็กที่จดจ่อมุ่งแต่นั่งเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว