6 คำถาม นายกฯ กับนัยที่ซ่อนอยู่

  • Friday, November 10, 2017 - 00:00


    ในวันศุกร์ที่ 10 พ.ย.นี้ หลายฝ่ายในสังคม โดยเฉพาะแวดวงการเมือง คงเฝ้าติดตามรายการศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะออกรายการทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ เป็นประจำทุกวันศุกร์

    ซึ่งช่วงที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่ารายการเรตติ้งไม่ค่อยดีเหมือนช่วงแรกๆ ที่ คสช.ทำรัฐประหาร แต่ในวันศุกร์ที่ 10 พ.ย. หลายคนคงเฝ้าติดตามกันว่า พลเอกประยุทธ์จะพูดเกี่ยวกับเรื่อง 6 คำถามทางการเมือง ที่ถามความเห็นประชาชน ที่ออกมาเปิดเผยไว้เมื่อ 8 พ.ย.ที่ผ่านมา จนสร้างกระแสเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากมาย หลังมีคนในรัฐบาลบอกว่า นายกรัฐมนตรีจะพูดเรื่องนี้อีกครั้งในรายการดังกล่าว ที่ก็ต้องดูว่าพลเอกประยุทธ์จะขยายความจากที่เปิดเผยในครั้งแรกอย่างไร โดยเฉพาะจะมีการพูดถึงที่มาที่ไป วัตถุประสงค์ ในการตั้งคำถามดังกล่าวกับประชาชนหรือไม่

    รีวิวซ้ำอีกรอบ ให้เห็นกันชัดๆ กับ 6 คำถามดังกล่าว ว่ามีรายละเอียดเนื้อหาอย่างไร เริ่มที่คำถามข้อที่ 1 คือ จำเป็นต้องมีพรรคการเมืองใหม่ๆ ขึ้นมาหรือไม่ในวันนี้ การมีพรรคการเมืองเดิม นักการเมืองหน้าเดิมๆ มีรัฐบาลจะทำให้ประเทศชาติเกิดการปฏิรูปและทำงานต่อเนื่องตามยุทธศาสตร์หรือไม่?

    คำถามข้อที่ 2 การที่ คสช.จะสนับสนุนพรรคการเมืองใด หรือจะสนับสนุนใคร เป็นสิทธิ์หรือไม่ เพราะนายกฯ ไม่ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งด้วยอยู่แล้ว

    ส่วนคำถามข้อที่ 3 ถามว่า สิ่งที่ คสช. และรัฐบาลนี้ ดำเนินการในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ประชาชนมองเห็นอนาคตที่ดีของประเทศชาติบ้างหรือไม่ และในข้อ 3 ดังกล่าว มีคำถามย่อย คือ - เห็นด้วยกับรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาที่หมักหมมมาเป็นเวลานานด้วยการรื้อใหม่ ทำใหม่, การวางแผนงานอย่างเป็นขั้นเป็นตอนเป็นระยะสั้น-กลาง-ยาว อาทิ การแก้ไขปัญหา IUU, ICAO ฯลฯ หรือไม่?

    - เห็นด้วยกับการมียุทธศาสตร์ชาติ และแผนปฏิรูปประเทศ เพื่อให้การเมืองไทยในอนาคตมีประสิทธิภาพ มีธรรมาภิบาล เกิดความต่อเนื่องในการพัฒนาประเทศหรือไม่?

    ตามด้วยคำถามข้อที่ 4 ที่ถามว่า การเอาแนวทางจัดตั้งรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งในอดีต มาเปรียบเทียบกับการจัดตั้งรัฐบาลในวันนี้ เป็นสิ่งที่ถูกต้องทั้งหมดหรือไม่? เพราะสถานการณ์บ้านเมืองก่อนที่ คสช. และรัฐบาลนี้จะเข้ามา ได้พบเห็นแต่ความขัดแย้งความรุนแรง การแบ่งแยกประชาชนเป็นกลุ่มๆ เพื่อมาสนับสนุนทางการเมืองใช่หรือไม่?

    ส่วนคำถามข้อที่ 5 ได้ถามว่า รัฐบาลและการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งแบบประชาธิปไตยที่ผ่านมาของไทย ได้แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพ มีธรรมาภิบาล และมีการพัฒนาประเทศที่มีความต่อเนื่องชัดเจนเพียงพอหรือไม่?

    และปิดท้ายด้วย คำถามข้อที่ 6 ข้อสังเกตเพื่อพิจารณา เหตุใดพรรคการเมือง นักการเมือง จึงออกมาเคลื่อนไหว ด้อยค่า คสช. รัฐบาล นายกรัฐมนตรี บิดเบือนข้อเท็จจริงในการทำงาน ในช่วงนี้อย่างมากผิดปกติ?

    หลังพลเอกประยุทธ์แถลงเรื่องคำถามดังกล่าวออกมาอย่างเป็นทางการ ก็มีปฏิกิริยาจากฝ่ายต่างๆ ออกมามากมาย แต่โทนหลักอันหนึ่งที่จับกระแสได้ก็คือ มองว่าพลเอกประยุทธ์ หัวหน้า คสช. ต้องการโยนหินถามทาง เหมือนกับต้องการวัดกระแสประชาชนว่า เห็นด้วยหรือไม่หาก คสช.จะมีการสนับสนุนการจัดตั้งพรรคการเมืองในช่วงยามที่กำลังเข้าสู่การปลดล็อกการเมือง และการเตรียมพร้อมสู่โรดแมปการเลือกตั้ง ผนวกกับอาจต้องการวัดกระแสประชาชนว่า รับรู้และเข้าใจถึงผลงานของรัฐบาล คสช.ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาอย่างไร อันเป็นการถอดความจากนัยที่ปรากฏในหกคำถามข้างต้น ขณะเดียวกัน บางส่วนก็มองว่า หัวหน้า คสช.ต้องการสร้างประเด็นใหม่ทางการเมือง เพื่อหวังผลหลายอย่าง คือนอกจากหวังผลเรื่องทดสอบปฏิกิริยาจากประชาชน นักการเมือง พรรคการเมือง เรื่องการตั้งพรรคการเมืองแล้ว ก็ยังต้องการเปลี่ยนความสนใจประชาชนจากบางเรื่องที่รัฐบาล คสช.ต้องการให้โมเมนตัมของข่าวสารเปลี่ยนไปตามที่ต้องการ เช่น เบี่ยงประเด็นความสนใจเรื่องกระแสนิยมรัฐบาลตกลง หรือเรื่องการปรับคณะรัฐมนตรี ในอารมณ์ความเห็นที่ประชาชนมองว่า ควรเปลี่ยนตัว รมต.ทีมเศรษฐกิจหลายตำแหน่ง และลดจำนวนโควตารัฐมนตรีที่เป็นอดีตทหารลง

    แต่ไม่ว่าพลเอกประยุทธ์จะหวังผลอย่างไรในการโยน 6 คำถามดังกล่าวออกมา ซึ่งเป็นการตั้งคำถามกับประชาชนด้วยวิธีการเช่นนี้เป็นครั้งที่ 2 หลังเคยทำมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อตอนเดือน พ.ค.ปีนี้ ซึ่งตอนช่วงแรกๆ สังคมก็สนใจติดตาม แต่ผ่านไปไม่กี่วัน ก็ไม่มีอะไรให้ติดตามพูดถึง ถึงตอนนี้ก็ผ่านมาประมาณหกเดือน พลเอกประยุทธ์ก็กลับมาใช้วิธีการดังกล่าวอีก ที่คาดว่าสุดท้ายก็คงเหมือนกับครั้งแรก คือพอผ่านไปไม่กี่วัน เรื่องก็ซาไปเอง

    แต่สิ่งที่หลายคนสนใจก็คือ ทางหัวหน้า คสช.ต้องการอะไรจากการตั้ง 6 คำถามดังกล่าว โดยเฉพาะกับข้อสงสัยที่ว่า สุดท้ายแล้ว คสช.จะต่อท่ออำนาจ ผ่านพรรคการเมือง ทั้งแบบเปิดเผยหรือพรรคนอมินีอย่างที่หลายฝ่ายจับตาหรือไม่?.

  • เปลว สีเงิน

    "คดีครูจอมทรัพย์"..........! หลังคำพิพากษาศาลฎีกา "ยกคำร้อง" เมื่อ ๑๗ พ.ย.๖๐ ปรากฏการณ์ทางสังคมที่ตามมา คือ "ดรามาหน้าจอ" หายเงียบ ไม่เพียงหน้าจอ ตามเพจ ตามออนไลน์ ก็หายไปจาก fb ด้วยเหมือนกัน สะท้อนความน่าห่วงที่หลบซ่อนอยู่อย่างหนึ่ง คือ โลกมาถึงวันนี้แล้ว
  • บทบรรณาธิการ

    สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ผลประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐประจำปีงบประมาณ 2560 โดย ป.ป.ช.ได้กำหนดกรอบการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสออกเป็น 5 ดัชนี
  • เอ็กซ์-ไซท์

    ขณะไปตรวจรถชนกันคนขับวัย71อ้างตาไม่ดีดาบตำรวจนำกำลังไปตรวจสอบคดีรถชนกันในตัวเมืองชัยภูมิ เฒ่าวัย 71 ซิ่งกระบะฝ่าสัญญาณไฟพุ่งชนเต็มแรงแล้วลากร่างไปไกลสุดที่จะยื้อชีวิต
    ตูนซึ้งใจกราบคุณตาขาขาดวัย 90 ปีที่เจียดเบี้ยยังชีพคนพิการสมทบก้าวคนละก้าว ด้านเชษฐ์สไมล์บัฟฟาโลออกวิ่งในเมืองชลหาทุนให้อีกกว่า 5 แสนบาท
    เครื่องเล่นโมบายปลาหมึกยักษ์ในงานนมัส การพระสมุทรเจดีย์โค่นลงมาทั้งยวง ทำเอาผู้ใหญ่ เด็กที่ขึ้นไปนั่งบาดเจ็บไปตามๆ รมต.ออมสินรีบไปตรวจสอบ พบไม่ได้ขออนุญาต
  • x-cite inside

    ได้รับทั้งเสียงปรบมือและยอดบริจาคท่วมท้นสำหรับโครงการ “ก้าวคนละก้าวเพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ” จากเบตงสู่แม่สาย ของ พี่ตูน-อาทิวราห์ คงมาลัย ศิลปินวงบอดี้สแลม กับภารกิจเพื่อสังคมที่ได้รับคำชื่นชมอย่างมากมาย ซึ่งภาพที่เกิดขึ้นไม่ใช่ไอดอลของวัยรุ่นที่สลัดไมค์ร้องเพลงมาเป็นทำงานจิตอาสา
    ณ ตอนนี้เข้าไปท่องโลกออนไลน์ จะมีรายการแชร์และส่งต่อ ขอความช่วยเหลือพี่น้องผองไทย!! ช่วยกันโหวตให้ "มารีญา พูลเลิศลาภ" ตัวแทนสาวไทยในการประกวดนางงามจักรวาลปี 2017
    ในยุคนี้ความเชื่อว่าเด็กจะเก่งต้องมุ่งเน้นแต่เรียนอย่างเดียวอาจตกยุคไปแล้ว เพราะงานวิจัยต่างๆ จากทั่วโลกพบว่า หากพวกเขาได้ทำกิจกรรมทางกายด้วยการออกมาเล่น (Active Play) หรือออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 60 นาที จะทำให้พัฒนาการด้านสมองดีกว่าเด็กที่จดจ่อมุ่งแต่นั่งเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว