ภาวะผู้นำกับการเปลี่ยนแปลง

  • Friday, November 10, 2017 - 00:00


    คิดกันอย่างไรครับ... กับ ๖ คำถาม จากนายกฯ ลุงตู่

    อ่านให้ละเอียดแล้วจะรู้ว่า....

    มีเรื่องให้ประชาชนอย่างเราๆ ต้องคิดกันเยอะจริงๆ

    ภาพรวมของคำถาม เหมือนจะให้เลือกระหว่างของ "เก่า" กับ "ใหม่"

    มีการอธิบายถึงความแตกต่างระหว่างเก่ากับใหม่

    และให้ข้อมูลเล็กน้อยว่า เก่าเคยทำอะไร ใหม่ทำอะไรไปบ้าง

    ฉะนั้นวันนี้อย่าเพิ่งไปไกล ถึงประเด็นที่ว่า คสช.ปูทางสืบทอดอำนาจหรือเปล่า

    เอาแค่เบื้องต้น.....

    ประชาชนในฐานะเจ้าของอำนาจ จะตอบคำถาม ๖ ข้อนี้อย่างไร

    จะด่ายับ หรือเชียร์ลั่น....

    ก็เอาตามสะดวก

    แต่ขอให้รู้เอาไว้ว่า หลังจากผ่านพ้นรัฐบาล คสช.ไปแล้ว การเมืองจะดี จะเลวนั้น อย่าได้เอ่ยปากโทษใครเชียว

    เพราะอำนาจเริ่มต้นจากประชาชน!

    ประชาชนเจ้าของอำนาจ

    การจะแจกจ่ายอำนาจให้ใคร ประชาชนก็ต้องร่วมรับผิดชอบด้วย

    หากอำนาจนั้นถูกนักการเมืองนำไปใช้เพื่อหาประโยชน์ให้ตัวเองและพวกพ้อง ประชาชนซึ่งเป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง ก็ต้องเป็นผู้แก้ปัญหา

    จะรับผิดชอบอย่างไร?

    ร่วมกันกระชากออกมาจากตำแหน่งทางการเมือง ไม่ให้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการใช้อำนาจอีก นั่นคือความรับผิดชอบสูงสุด ที่ประชาชนพึงกระทำได้

    แล้วจะตอบคำถาม ๖ ข้อนี้อย่างไร?

    เห็นนักการเมืองเขาเรียงคิวตอบคำถามแล้ว...

    ก็ไม่มีอะไรผิดคาด

    เพราะคำตอบมันมีอยู่แค่นั้น

    จะให้พอใจได้อย่างไร ในเมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ถามเหมือนหลอกด่านักการเมืองไปในตัว

    ที่จริงก่อนที่จะตอบคำถาม ๖ ข้อ ประชาชนควรจะถามตัวเองก่อนว่า...

    ที่ผ่านมาเห็นอะไรบ้าง?

    เห็นนักการเมืองเต็มไปด้วยคุณภาพ

    นักการเมืองทำงานเพื่อชาติ ประชาชน อย่างแท้จริง

    ไม่มีนักการเมืองโกงบ้านกินเมือง

    เราเห็นสิ่งเหล่านี้จากการเมืองไทยหรือไม่?

    ผมเคยพูดถึงหลายครั้งเป็นเรื่องน่าแปลก ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติได้รับความนิยมอย่างสูง ทั้งๆ ที่เข้าสู่อำนาจด้วยการทำรัฐประหาร

    ไม่ใช่การเลือกตั้ง

    ทำไมประชาชนถึงศรัทธา คสช. เป็นเรื่องที่พรรคการเมืองต้องหาคำตอบ

    หาได้เมื่อไหร่ เมื่อนั้นแหละครับการเมืองไทยจะดีขึ้น

    เป็นหน้าที่ ที่พรรคการเมืองต้องสร้างศรัทธาให้เกิด หากทำไม่ได้ ความขัดแย้งไม่มีทางจบ

    แต่ขอให้จำเอาไว้ว่า...เพราะการเมืองเลว ประชาชนถึงศรัทธาคณะรัฐประหาร

    ถ้ารักประชาธิปไตยจริง ต้องลดความเลวให้เหลือน้อยที่สุด ไม่สร้างเงื่อนไขให้ประชาชนเอาด้วยกับการรัฐประหาร

    นั่นคือสิ่งที่พรรคการเมืองต้องทำให้ได้

    ครับ...จนถึงป่านนี้จะมีกี่พรรคการเมืองที่คิดได้ เพราะเห็นออกมาตอบโต้พ่นน้ำลาย เอ็งชั่วข้าเลวกันเป็นทิวแถว

    จะบอกอะไรให้...ถ้าคิดไม่ได้ ก็คงต้องเดินตามเกม คสช.ร่ำไป เพราะเขาอยู่มา ๓-๔ ปี เขาเดินตามแผนที่วางไว้

    ไม่มีประเด็นไหนมาว่ากันหน้างานหรอกครับ!

    ๖ คำถาม ดูเหมือนโฉ่งฉ่าง!

    แต่ลองกลับไปอ่านอีกทีครับ มันตรงไปตรงมาแบบล้ำลึกจนนักการเมืองถึงกับสำลัก เพราะเอาความรู้สึกที่เกิดขึ้นจริงมาอธิบายกันล้วนๆ

    การพูดเรื่องพรรคเก่า พรรคใหม่ นักการเมืองหน้าเก่า หน้าใหม่ เพื่อให้เกิดการวิจารณ์เชิงเปรียบเทียบ

    มันคือการกระตุ้นให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมืองมากขึ้น

    ถ้าจะเอาแบบขนมจีนน้ำยา คลุกเคล้าอร่อยเหาะ เรียกว่าทุกอย่างเข้ากันพอดี ก็เอาโพสต์เฟซบุ๊กของลูกสาวคนเล็กของนายทักษิณ มาอธิบายเรื่องนี้ได้เลย

    "วันนี้มานั่งประชุมห้องเดิมพ่อ มาเปิดหนังสือประวัติพ่อดูเล่น ในฐานะของลูก ก็อดคิดไม่ได้ ว่าคนเราคงไม่มีใครดี ๑๐๐% แต่ช่วงที่พ่อเป็นนายกฯ พ่อก็ได้ทำอะไรเพื่อประเทศไว้เยอะมากจริงๆ

    พ่อออกไป ๑๑ ปีแล้ว เด็กรุ่นหลังๆ คงจะได้ยินอะไรมาต่างๆ นานา เสียดายไม่ได้โตทันช่วงที่ผู้ชายที่รักประเทศชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ด้วยหัวใจและจิตวิญาณ เสียสละเวลาของตัวเอง และครอบครัว ไปทุ่มเทให้ประเทศที่เค้ารัก เอามันสมองที่มี คิดแต่จะให้ประเทศก้าวไปข้างหน้า

    วันนี้คนเป็นลูก คิดแต่ขอให้พ่อแข็งแรง และมีความสุข ไม่ว่าพ่อจะอยู่ที่ไหนก็ตาม ไม่หวังอะไร หวังแค่ยังได้ยินเสียงทุกครั้งที่อยากได้ยิน หวังแค่อยากกอดก็ได้กอด แค่นี้จริงๆ"

    ประชาชนก็ต้องถามตัวเองว่า เห็นอะไรในยุคที่ทักษิณเอาอำนาจของประชาชนไปใช้

    เด็กรุ่นหลังที่โตไม่ทัน ติ๊กผิด สุจริตโดยบกพร่อง จะเสียดายหรือไม่ ที่ไม่ได้เห็นการทุจริตเชิงนโยบาย เต็มไปด้วยผลประโยชน์ทับซ้อนกับตาตัวเอง

    ชายผู้รักสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่รอบกายเต็มไปด้วยแก๊งหมิ่นสถาบัน

    นั่นคือสิ่งที่ พรรคการเมืองเก่า นักการเมืองเก่า ทำเอาไว้

    แล้วพรรคการเมืองใหม่ นักการเมืองใหม่ คือใคร?

    วันนี้ยังยากที่จะตอบ

    ในความเป็นจริง นักการเมืองหน้าใหม่ เกิดยาก

    แต่พรรคการเมืองใหม่เกิดง่าย

    การรวมกลุ่มการเมืองหน้าเดิมภายใต้ชื่อพรรคการเมืองใหม่...ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด

    ฉะนั้นสิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องการสื่อ ไม่ใช่นักการเมืองหน้าใหม่ หรือพรรคการเมืองใหม่ แต่คือโฉมหน้าการเมืองใหม่ ที่ประชาชนต้องการว่า ควรจะเป็นเช่นไร

    ประชาชนจึงต้องคิดตาม!

    เพราะผู้ที่จะสร้างการเมืองใหม่ขึ้นมาได้ ไม่ใช่ คสช.

    แต่เป็นประชาชนนั่นเอง

    การที่ พล.อ.ประยุทธ์ตั้งคำถาม เชิงบอกกล่าวว่า คสช.เองก็มีสิทธิ์ที่จะสนับสนุนพรรคการเมือง แม้จะแปลความได้ว่า....

    เป็นการปูทางเพื่ออยู่ในอำนาจอีกวาระหลังการเลือกตั้ง

    กลับกัน คสช.เชื่อว่ามันเป็นหนทางให้เกิดการเมืองใหม่ ซึ่งจะมองว่านี่คือการดิ้นรนเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงก็ว่าได้

    แต่การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นได้จริงหรือ?

    ภาวะผู้นำเป็นสิ่งสำคัญ!

    ปี ๒๕๐๐ จอมพล ป.พิบูลสงคราม ชนะการเลือกตั้งอย่างไม่บริสุทธิ์ ด้วยการโกง ใช้ไพ่ไฟ ส่งอันธพาลออกก่อกวน

    ประชาชนจึงลุกฮือเพื่อขับไล่!

    ขณะนั้น จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นรัฐมนตรีกลาโหม

    จอมพล ป. แต่งตั้งให้จอมพลสฤษดิ์ เป็นผู้บัญชาการ ๓ เหล่าทัพ เพื่อคอยควบคุมสถานการณ์

    แต่จอมพลสฤษดิ์สั่งการไม่ให้ทหารทำอันตรายประชาชนที่เดินขบวนชุมนุมประท้วง

    แถมยังอาสาเป็นผู้นำประชาชนเข้าพบจอมพล ป. ที่ทำเนียบฯ

    จอมพลสฤษดิ์จึงกลายเป็นขวัญใจของประชาชนทันที

    และเมื่อเห็นว่าจอมพล ป. หมดความชอบธรรมที่จะบริหารประเทศ จอมพลสฤษดิ์จึงประกาศลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

    และกล่าวบอกประชาชนทางวิทยุยานเกราะว่า

    “พบกันใหม่เมื่อชาติต้องการ”

    ไม่ใช่มายกยอปอปั้นคนที่ได้ชื่อว่าเป็นจอมเผด็จการในภายหลัง

    เพราะหลัง พบกันอีกครั้งเมื่อชาติต้องการ จอมพลสฤษดิ์มีทั้งสิ่งที่ดี และเลว ฝากเอาไว้กับแผ่นดินมากมาย

    แต่ต้องการสะท้อนให้เห็นถึงภาวะผู้นำในสถานการณ์ที่ควรแสดงออกมา

    สิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แสดงออกผ่าน ๖ คำถามในวันนี้ คือการจุดพลุ สร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในวงกว้าง ที่รัฐบาลจากการเลือกตั้งไม่เคยคิดจะทำ

    เพราะนักการเมืองคิดอีกแบบ นั่นคืออยู่เฉยๆ ไม่ต้องพูดเสียดีกว่า จะได้ไม่เปลืองตัว โดยเฉพาะในช่วงขาลง

    ครับ...สิ่งที่จอมเผด็จการเบ็ดเสร็จอย่างจอมพลสฤษดิ์ฝากเอาไว้ให้คนรุ่นหลัง มีแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

    การท่องเที่ยวไทยซึ่งทำรายได้หลักให้กับประเทศในวันนี้ ได้รับการวางรากฐานจาก จอมพลสฤษดิ์ ที่มีนโยบายพัฒนาประเทศไทยให้มีภาพลักษณ์ในการท่องเที่ยวเหมือนบราซิลและอาร์เจนตินา

    มีแผนการพัฒนาเมืองพัทยาให้เป็นเมืองพักผ่อนตากอากาศเหมือนบัวโนสไอเรส ของอาร์เจนตินา

    พัฒนากรุงเทพฯ ให้เหมือนกรุงรีโอเดจาเนโร ของบราซิล

    แล้วรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง รัฐบาลไหนมีผลงานระดับที่เรียกได้ว่า เป็นการวางรากฐานให้กับประเทศในระยะยาวบ้าง

    ฉะนั้น ๖ คำถามตอบไม่ยาก ที่ยากกว่านั้นคือ....

    ใครคือคนที่ประชาชนควรมอบอำนาจให้.

    ผักกาดหอม

  • เปลว สีเงิน

    "คดีครูจอมทรัพย์"..........! หลังคำพิพากษาศาลฎีกา "ยกคำร้อง" เมื่อ ๑๗ พ.ย.๖๐ ปรากฏการณ์ทางสังคมที่ตามมา คือ "ดรามาหน้าจอ" หายเงียบ ไม่เพียงหน้าจอ ตามเพจ ตามออนไลน์ ก็หายไปจาก fb ด้วยเหมือนกัน สะท้อนความน่าห่วงที่หลบซ่อนอยู่อย่างหนึ่ง คือ โลกมาถึงวันนี้แล้ว
  • บทบรรณาธิการ

    สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ผลประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐประจำปีงบประมาณ 2560 โดย ป.ป.ช.ได้กำหนดกรอบการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสออกเป็น 5 ดัชนี
  • เอ็กซ์-ไซท์

    ขณะไปตรวจรถชนกันคนขับวัย71อ้างตาไม่ดีดาบตำรวจนำกำลังไปตรวจสอบคดีรถชนกันในตัวเมืองชัยภูมิ เฒ่าวัย 71 ซิ่งกระบะฝ่าสัญญาณไฟพุ่งชนเต็มแรงแล้วลากร่างไปไกลสุดที่จะยื้อชีวิต
    ตูนซึ้งใจกราบคุณตาขาขาดวัย 90 ปีที่เจียดเบี้ยยังชีพคนพิการสมทบก้าวคนละก้าว ด้านเชษฐ์สไมล์บัฟฟาโลออกวิ่งในเมืองชลหาทุนให้อีกกว่า 5 แสนบาท
    เครื่องเล่นโมบายปลาหมึกยักษ์ในงานนมัส การพระสมุทรเจดีย์โค่นลงมาทั้งยวง ทำเอาผู้ใหญ่ เด็กที่ขึ้นไปนั่งบาดเจ็บไปตามๆ รมต.ออมสินรีบไปตรวจสอบ พบไม่ได้ขออนุญาต
  • x-cite inside

    ได้รับทั้งเสียงปรบมือและยอดบริจาคท่วมท้นสำหรับโครงการ “ก้าวคนละก้าวเพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ” จากเบตงสู่แม่สาย ของ พี่ตูน-อาทิวราห์ คงมาลัย ศิลปินวงบอดี้สแลม กับภารกิจเพื่อสังคมที่ได้รับคำชื่นชมอย่างมากมาย ซึ่งภาพที่เกิดขึ้นไม่ใช่ไอดอลของวัยรุ่นที่สลัดไมค์ร้องเพลงมาเป็นทำงานจิตอาสา
    ณ ตอนนี้เข้าไปท่องโลกออนไลน์ จะมีรายการแชร์และส่งต่อ ขอความช่วยเหลือพี่น้องผองไทย!! ช่วยกันโหวตให้ "มารีญา พูลเลิศลาภ" ตัวแทนสาวไทยในการประกวดนางงามจักรวาลปี 2017
    ในยุคนี้ความเชื่อว่าเด็กจะเก่งต้องมุ่งเน้นแต่เรียนอย่างเดียวอาจตกยุคไปแล้ว เพราะงานวิจัยต่างๆ จากทั่วโลกพบว่า หากพวกเขาได้ทำกิจกรรมทางกายด้วยการออกมาเล่น (Active Play) หรือออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 60 นาที จะทำให้พัฒนาการด้านสมองดีกว่าเด็กที่จดจ่อมุ่งแต่นั่งเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว