เลี่ยงไปอ่านนิยายกำลังภายในไปพลางๆ

  • Friday, November 10, 2017 - 00:00


    ฮื่อมม์ม์ม์....คงต้องยอมรับว่า ออกจะมึนซ์ซ์ซ์ๆ งงง์ง์ง์ๆ อยู่พอสมควรเหมือนกัน สำหรับ คำถาม 6 ข้อ ของท่านนายกฯ บิ๊กตู่ ที่งัดออกมาถามใครต่อใครในช่วงหน้าข้าว-หน้าเหล้า คือโดยอารมณ์มันออกจะคล้ายๆ กับ บทกลอน ที่ท่านได้เคยรจนาออกมาเป็นลิ่มๆ นั่นแหละ ในแง่รูปแบบ เนื้อหา อาจไม่ถึงกับต้องถือสา หาความ อะไรกันมากมาย แต่ถ้าว่ากันในแง่ ฉันทลักษณ์ มันออกจะกระทบ กระแทก ไร้กรอบ ไร้แนว หนักไปทาง กลอนประตู กันเห็นๆ...
    -----------------------------------------------
    ถ้าดูจากตลอดช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา...คงปฏิเสธไม่ได้ว่า โดยลีลาเพลงกระบี่ของท่านนายกฯ บิ๊กตู่ นั้น ท่านไม่ได้ออกไปแนว สงบ-สยบความเคลื่อนไหว ซักเท่าใดนัก ไม่จัดอยู่ในประเภท กระบี่อยู่ที่ใจ-ไม่มีใจก็ไม่มีกระบี่ อะไรทำนองนั้น คือยังไม่ถึงกับสามารถหลอมรวมตัวตนของตนกับกระบี่ ให้ถึงจุด สูงสุดคืนสู่สามัญ ได้แบบเต็มสูบ เต็มด้าม ซึ่งไม่ได้ถือเป็นเรื่องแปลก เพราะการที่ท่านโตมาจากวงการทหาร แถมเป็นทหารที่ใกล้รั้ว ใกล้วัง ซะอีกต่างหาก ขอบเขตความรับรู้ต่างๆ มันเลยอาจจะจำกัดอยู่บ้าง ต่างไปจากพวกทหารที่เคยไปรบลาว รบเวียดนาม ต้องกินๆ นอนๆ อยู่ในป่าระหว่างต้องสู้กับกองทัพคอมมิวนิสต์ หรือประเภททหารบ้านนอก อย่าง ป๋าเปรม เป็นต้น...
    ---------------------------------------------------
    แม้จะมีโอกาสขยายทัศนะ ขยายความคิด ระหว่างเรียน วปอ. ก็เถอะ แต่ วปอ. นั้น...ก็พอเป็นที่รู้ๆ กันอยู่ว่า นอกจากจะเป็นสถานที่ เห่ากระดานดำ ของพวก นักทฤษฎี แล้ว ก็แทบไม่ต่างอะไรไปจาก สมาคมศิษย์เก่า ที่เอาไว้สร้างเส้นสาย โยงใย อะไรต่อมิอะไรกันไปตามเรื่อง การได้สัมผัสกับ ภาคปฏิบัติ กันจริงๆ ไม่ว่าในแง่การเมือง เศรษฐกิจ สังคม จิตวิทยา มวลชน ฯลฯ มันจึงอาจไม่ครบถ้วน สมบูรณ์ ไปซะทั้งหมด เพลงกระบี่มันเลยอาจสูงสุดในแง่ของวิชากระบี่ แต่ก็อาจไม่เลยจุดไปถึงขั้น คืนสู่สามัญ ชนิดสามารถคว้ากิ่งไม้ คว้าตะเกียบ หรือคว้าอะไรต่อมิอะไรก็สามารถนำมาใช้เป็นกระบี่ได้ สามารถใช้ความสงบสยบความเคลื่อนไหว ใช้ความไร้กระบวนท่าต่อต้านกระบวนท่า ได้แบบประเภท กระบี่อยู่ที่ใจ-ไม่มีใจก็ไม่มีกระบี่ อะไรทำนองนั้น...
    ------------------------------------------------
    โดยลักษณะอาการเลยดูจะออกไปทาง อี้จับซา มือกระบี่ 13 กระบวนท่าสังหาร ในนิยายกำลังภายในเรื่อง ซาเสียวเอี้ย หรือเรื่อง ดาบปราบเทวดา ของปรมาจารย์ โกวเล้ง อะไรทำนองนั้นซะมากกว่า คือมีเพลงกระบี่ที่รวดเร็ว รุนแรง เฉียบขาด เฉียบคม พลิกแพลงชนิดสุดหยั่งคาด สามารถสังหารคู่ต่อสู้ได้ตั้งแต่กระบวนท่าที่หนึ่ง ไปจนกระบวนท่าอื่นๆ ขึ้นไปตามลำดับ จนแทบไม่ต้องเคยใช้เพลงกระบี่ถึงกระบวนท่าที่ 13 เอาเลยก็ว่าได้ เพราะแค่ไม่กี่กระบวนท่า บรรดาปรปักษ์ทั้งหลาย ต่างก็เด๊ดสะมอเร่ อิน เดอะ เท่งทึง ไปตามๆ กัน...
    ------------------------------------------------------
    โดยเฉพาะเมื่อต้องเจอกับบรรดาชาวยุทธ์ ประเภท นักการเมือง ทั้งหลาย ที่ยังไม่ทันชักกระบี่ ก็อาจตายไปก่อนแล้ว!!! เพราะส่วนใหญ่...มีแค่เคล็ดวิชา หัวหกก้นขวิด-หัวทิ่มหัวตำ ติดตัวอยู่อยู่แค่ไม่กี่กระบวนท่า เมื่อเจอเข้ากับเพลงกระบี่ของ อี้จับซา ตลอดช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ก็เลยออกอาการแบบเดียวกับ ลิ่วล้อในหนังจีน ทั้งหลาย คือตายกันไปเป็นแผงๆ ส่งผลให้ อี้จับซา กลายสภาพเป็น ทีแอ๋เต้ยอิดเกี่ยม คือเป็นมือกระบี่ระดับ เหนือฟ้า-ใต้แผ่นดิน มีแต่เราเป็นหนึ่ง อะไรประมาณนั้น...
    -----------------------------------------------------------
    แต่ก็อย่างว่า... คู่ต่อสู้ที่แท้จริง ของบรรดาชาวยุทธ์ทั้งหลาย ไม่ว่าตั้งแต่ระดับ ตงฟางปุ๊กป้าย หรือระดับ บูรพาไม่แพ้ ไปจนถึงระดับแพ้แล้ว แพ้อีก เอาเข้าจริงๆแล้ว...มันคงไม่ใช่ชาวยุทธ์รายหนึ่ง รายใด แต่เป็น ตัวของตัวเอง นั่นแหละเป็นสำคัญ และจะด้วยแรงกดดันแบบไหน อย่างไร ก็มิอาจทราบได้ จึงทำให้ อี้จับซา อย่าง บิ๊กตู่ ต้องเผยกระบวนท่าที่ 10 ที่ 11 ที่ 12 ออกมาเรื่อยๆ เปล่งประกายกระบี่แบบฉูดฉาด เฉียบคม แผ่ไปทั่วแวดวงยุทธจักรอย่างชนิดไม่ขาดสาย ยิ่งใกล้เข้าสู่หน้าข้าว หน้าเหล้า ใกล้จะถึงจุดสุดท้ายปลายทางของ โรดแมป เต็มที กระบวนท่าที่ 13 จึงเริ่มปรากฏขึ้นมารางๆ...
    --------------------------------------------------------------
    ก็เอาเถอะ...ใครจะตอบคำถาม 6 ข้อของนายกรัฐมนตรีออกมาในรูปไหน อย่างไร คงต้องว่ากันไปตามรสนิยมของใครก็ของมัน แต่สำหรับ โกวล้วง ญาติห่างๆของ โกวเล้ง ที่นั่งอ่านนิยายกำลังภายในมาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย คงอดมิได้ที่จะเกิดความห่วงใย กังวล อุบัติขึ้นมาในความรู้สึกเพิ่มไปตามลำดับ เพราะถ้าหมดกระบวนท่าที่ 13 ไปแล้ว อะไรต่อมิอะไรมันยังไม่เป็นไปตามที่ปรารถนาและต้องการ กระบวนท่าที่ 14 ของ อี้จับซา นั้น ออกจะเป็นอะไรที่น่าหวาดเสียว น่าหดหู่เอามากๆ เลยคงต้องขออนุญาตฝากความปรารถนาดีเอาไว้ ณ ที่นี้ ว่า กระบี่อยู่ที่ใจ-ไม่มีใจก็ไม่มีกระบี่ ด้วยเหตุเพราะสูงสุดยอดของบรรดาเพลงยุทธ์ทั้งหลาย สุดท้าย...ย่อมต้องหาทาง คืนสู่สามัญ ให้จงได้นั่นแล...
    ------------------------------------------------------
    ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Lao-tse... He who conquers others is strong; he who conquers himself is mighty.- ผู้พิชิตผู้อื่นคือผู้เก่งกล้า ผู้พิชิตตนเองคือผู้เกรียงไกร...
    ------------------------------------------------------

  • เปลว สีเงิน

    "คดีครูจอมทรัพย์"..........! หลังคำพิพากษาศาลฎีกา "ยกคำร้อง" เมื่อ ๑๗ พ.ย.๖๐ ปรากฏการณ์ทางสังคมที่ตามมา คือ "ดรามาหน้าจอ" หายเงียบ ไม่เพียงหน้าจอ ตามเพจ ตามออนไลน์ ก็หายไปจาก fb ด้วยเหมือนกัน สะท้อนความน่าห่วงที่หลบซ่อนอยู่อย่างหนึ่ง คือ โลกมาถึงวันนี้แล้ว
  • บทบรรณาธิการ

    สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ผลประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐประจำปีงบประมาณ 2560 โดย ป.ป.ช.ได้กำหนดกรอบการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสออกเป็น 5 ดัชนี
  • เอ็กซ์-ไซท์

    ขณะไปตรวจรถชนกันคนขับวัย71อ้างตาไม่ดีดาบตำรวจนำกำลังไปตรวจสอบคดีรถชนกันในตัวเมืองชัยภูมิ เฒ่าวัย 71 ซิ่งกระบะฝ่าสัญญาณไฟพุ่งชนเต็มแรงแล้วลากร่างไปไกลสุดที่จะยื้อชีวิต
    ตูนซึ้งใจกราบคุณตาขาขาดวัย 90 ปีที่เจียดเบี้ยยังชีพคนพิการสมทบก้าวคนละก้าว ด้านเชษฐ์สไมล์บัฟฟาโลออกวิ่งในเมืองชลหาทุนให้อีกกว่า 5 แสนบาท
    เครื่องเล่นโมบายปลาหมึกยักษ์ในงานนมัส การพระสมุทรเจดีย์โค่นลงมาทั้งยวง ทำเอาผู้ใหญ่ เด็กที่ขึ้นไปนั่งบาดเจ็บไปตามๆ รมต.ออมสินรีบไปตรวจสอบ พบไม่ได้ขออนุญาต
  • x-cite inside

    ได้รับทั้งเสียงปรบมือและยอดบริจาคท่วมท้นสำหรับโครงการ “ก้าวคนละก้าวเพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ” จากเบตงสู่แม่สาย ของ พี่ตูน-อาทิวราห์ คงมาลัย ศิลปินวงบอดี้สแลม กับภารกิจเพื่อสังคมที่ได้รับคำชื่นชมอย่างมากมาย ซึ่งภาพที่เกิดขึ้นไม่ใช่ไอดอลของวัยรุ่นที่สลัดไมค์ร้องเพลงมาเป็นทำงานจิตอาสา
    ณ ตอนนี้เข้าไปท่องโลกออนไลน์ จะมีรายการแชร์และส่งต่อ ขอความช่วยเหลือพี่น้องผองไทย!! ช่วยกันโหวตให้ "มารีญา พูลเลิศลาภ" ตัวแทนสาวไทยในการประกวดนางงามจักรวาลปี 2017
    ในยุคนี้ความเชื่อว่าเด็กจะเก่งต้องมุ่งเน้นแต่เรียนอย่างเดียวอาจตกยุคไปแล้ว เพราะงานวิจัยต่างๆ จากทั่วโลกพบว่า หากพวกเขาได้ทำกิจกรรมทางกายด้วยการออกมาเล่น (Active Play) หรือออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 60 นาที จะทำให้พัฒนาการด้านสมองดีกว่าเด็กที่จดจ่อมุ่งแต่นั่งเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว