บ่นๆ เพ้อๆ ไปตามเรื่อง

  • Thursday, November 9, 2017 - 00:00


    ไม่ว่าจะปลดล็อก-ไม่ปลดล็อก...แต่คงต้องยอมรับว่า ช่วงระหว่างนี้ บรรดา ชาวยุทธ์ ทั้งหลาย เริ่มจะพกดาบ สะพายกระบี่ กันตามสมควร ข่าวคราวความเคลื่อนไหวในการตั้งพรรคการเมืองใหม่ๆ การเกาะกลุ่มรวมตัวของพรรคการเมืองเก่าๆ ตลอดไปจนผู้ที่ไม่มีพรรค แต่พร้อมจะโดดขึ้นลุยไถ สร้างบทบาททางการเมืองในเรื่องต่างๆ ออกจะคึกคักโครมครามยิ่งขึ้นเรื่อยๆ...
    -----------------------------------------------
    แต่ไม่ว่าจะเป็นประเภทที่ออกทางพรรคเทพ พรรคมาร ออกไปทางกึ่งธรรมะ-กึ่งอธรรม ไปจนถึงระดับกระบี่เดียวดายที่ท่องเที่ยวพเนจรในยุทธจักรไปเรื่อยๆ ตามลำพัง คงปฏิเสธไม่ได้ว่า...ยังหาใครที่โดดเด่น เป็นชิ้น เป็นอัน เป็นผู้ที่สามารถให้คำตอบถึงอนาคตทางการเมือง ในช่วงอีกไม่กี่เดือน ไม่กี่ปีข้างหน้า ได้แบบถนัดชัดเจนซักเท่าไหร่ อาจด้วยเหตุเพราะฉากสถานการณ์การเมืองในอนาคต มันออกจะซับซ้อน ซ่อนเงื่อน เพื่อนทรยศ อย่างเป็นพิเศษ คือถูกผูกปมซ้อนกันไป ซ้อนกันมา พันกันไป พันกันมา ปานประดุจหนวดแขกพันกับฝอยขัดหม้อ อะไรทำนองนั้น โอกาสที่จะแก้ปมแต่ละปม อาจสับสน ยุ่งยากพอๆ กับลิงแก้แห เอาเลยถึงขั้นนั้น...
    -------------------------------------------------
    แค่พรรคการเมืองเดิมๆ...ที่มีสิทธิ์กวาดเก้าอี้ ส.ส.ระดับเป็นร้อยๆ ขึ้นไป แต่โอกาสที่จะให้คำตอบถึงการเข้าสู่อำนาจรัฐ และใช้อำนาจรัฐ ได้ตามจุดประสงค์ จุดมุ่งหมายของตัวเอง ได้อย่างเป็นจริง เป็นจัง ส่วนใหญ่ก็ออกไปทาง “ใบ้แ-ก” ด้วยกันทั้งสิ้น ไม่สามารถมองภาพล่วงหน้า กำหนดฉาก กำหนดซิเนริโอ ออกมาได้ชัดๆ ว่าจะเอา ส.ส.ในมือไม่กี่ร้อยต่อกี่ร้อยไปรวมตัว ไปผสมกับใคร มันถึงจะสามารถบริหาร จัดการบ้านเมือง ตามวัตถุประสงค์ ตามจุดมุ่งหมายที่ตัวเองต้องการ หรือที่ตัวเองกำหนดไว้เป็นนโยบายได้...
    --------------------------------------------------
    พูดง่ายๆ ว่า...แค่ต้องไปเจอกับวุฒิสมาชิกประมาณ 250 ราย ยืนตระหง่านอยู่ในสภาฯ เจอกับข้อกำหนด พ.ร.บ.ยุทธศาสตร์ชาติ สอดไส้ ค้ำคอ ไปโดยตลอด แค่นี้...หนีไม่พ้นต้องยอมรับสภาพความเป็น ไม้ประดับ อย่างมิอาจปฏิเสธ แต่ถึงจะเป็นไม้ประดับชูช่อ บานสลอน อยู่ข้างๆ กระถาง ทหาร ก็ตามที โดยสีสัน บรรยากาศ ของ ระบอบประชาธิปไตยแบบจัดสรรปันส่วนผสม ซึ่งกำลังดำเนินไปในอนาคตข้างหน้า มันอาจผิดแผก แตกต่าง ไปจาก ระบอบประชาธิปไตยครึ่งใบ เมื่อยุคอดีต หรือในยุค ป๋าเปรม มากบ้าง น้อยบ้าง ไปตามสภาพ...
    -------------------------------------------------------
    เพราะอย่างน้อย...ระหว่าง ป๋าเปรม กับ บิ๊กตู่ นั้น ก็เป็นคนละเรื่อง คนละเบอร์ ยิ่งถ้าหากมี ป๋าป้อม หรือ ป๋าป๊อก ตามติดเข้ามาด้วย ยิ่งเอาไปเปรียบเทียบ อุปมา-อุปไมย แทบไม่ได้ ยิ่งไปกว่านั้น...ฉากสถานการณ์ภายนอก หรือฉากสถานการณ์โลก มันได้เปลี่ยนไปแบบพลิกหน้ามือเป็นหลังตีน หรือพลิกหลังตีนเป็นหน้ามือ ก็แล้วแต่จะว่ากันไป ความเป็นประชาธิปไตย-ไม่เป็นประชาธิปไตย มันชักไม่ได้มีความสำคัญเท่ากับความเป็น ดีพสเตท ว่าจะ ดีพ ออกมาในรูปไหน ดีพไปในทางดี-ไม่ดี สุดคอหลอยย์ย์ย์ หรือไม่สุดคอหลอยย์ย์ย์ อันนั้นนั่นแหละ...อาจสำคัญซะยิ่งกว่า!!!
    --------------------------------------------------------
    ปมปัญหา หรือปมปริศนา ของฉากสถานการณ์การเมืองในอนาคตข้างหน้า มันจึงอาจไม่ได้เกี่ยวข้องกับ ขนาด หรือ ปริมาณ อะไรมากมายซักเท่าไหร่ แต่ขึ้นอยู่กับบรรดาชาวยุทธ์ในแต่ละสำนัก ไม่ว่าพรรคเทพ พรรคมาร ไปจนถึงระดับกระบี่เดียวดาย จะสามารถ ขบปมปัญหา เหล่านี้ ให้แตกได้มาก-น้อยเพียงใด สามารถวิเคราะห์ฉากสถานการณ์ กำหนดซิเนริโอในแต่ละรูป แต่ละแบบ ออกมาได้ชัดเจนขนาดไหน และว่าไปแล้ว...สิ่งเหล่านี้มันออกจะเป็นอะไรที่ ยากซ์ซ์ซ์ ยิ่งกว่าการปรับตัวให้เข้ากับ พ.ร.บ.พรรคการเมือง ไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า...
    -------------------------------------------------------
    ด้วยเหตุนี้...ใครที่เริ่มหันไปคว้าดาบ สะพายกระบี่ คงต้องพยายามหันมาคิดหน้า-คิดหลัง เอาไว้ประมาณ 3-4 ตลบเป็นอย่างน้อย ว่าการอาศัย เคล็ดวิชา เดิมๆ ไม่ว่าวิชาพื้นฐานของบู๊ตึง เสียวลิ้ม คงท้ง ฮั้วซัว ฯลฯ ไปๆ มาๆมันอาจจะ เชยซ์ซ์ซ์ ไปแล้วก็ไม่แน่!!! เผลอๆ...อาจต้องหันมาใช้เคล็ดวิชาแบบ ไร้กระบวนท่า ถึงพอจะสยบกระบวนท่าแต่ละกระบวนท่าในแวดวงยุทธจักรได้บ้าง ก็เอาเป็นว่า...ด้วยเหตุเพราะลมหนาวเริ่มโชยเข้ามา พร้อมๆ กับลมฝนที่ยังไม่สร่างซาหายไป เลยคงต้องขออนุญาตบ่นๆ เพ้อๆ ไปตามเรื่อง ตามราว ขออย่าได้ถือสา หาความ ถือซะว่าเป็นอาการสะบัดร้อน สะบัดหนาว อันเนื่องมาจาก รอยต่อของฤดูกาล เลยทำให้ ท่านขุนน้อย ต้องพึมๆ พัมๆ ฮึมๆ ฮัมๆ ออกมาในแนวนี้...
    ------------------------------------------------------
    ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Alfred Korzbski... There are two ways to slide easily through life; to belive everything or to doubt everything. Both ways save us from thinking.- มีอยู่สองวิธีที่จะช่วยให้เราไหลลื่นไปตามครรลองชีวิตโดยง่ายดาย คือเชื่อทุกเรื่อง หรือไม่ก็สงสัยในทุกเรื่อง เพราะทั้งสองวิธีนี้ช่วยให้เราไม่ต้องเสียเวลาคิดมากมายซักเท่าไหร่...
    -------------------------------------------------------

  • เปลว สีเงิน

    ไม่อยากให้สับสน ประเด็นการซ่อม หรือการลงโทษทหาร เป็นเรื่องขี้ปะติ๋ว ธรรมดามาก... วงการทหารทั่วโลก ล้วนมีการซ่อมกันทั้งนั้น และที่เหมือนๆ กันคือ กติกาที่ว่า "ห้ามแตะตัว"! ฉะนั้นถ้าจะพูดถึงประเด็นนี้ ไม่ต้องโลกสวย กรรมการสิทธิมนุษยชนไม่เกี่ยว ไม่ต้องดึงมาจุ้นจ้าน การซ่อมจะสลบหรือเปล่าไม่รู้....ไม่ถึงตายแน่ ส่วนการ "ซ้อม" จะเป็นอีกเรื่อง
  • บทบรรณาธิการ

    จนถึงช่วงเย็นของวันพฤหัสบดีที่ 23 พ.ย.ที่ผ่านมา รายชื่อคณะรัฐมนตรีประยุทธ์ 5 ยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการออกมา หลังพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ได้นำรายชื่อรัฐมนตรีที่มีการปรับเปลี่ยนขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายไปแล้ว
  • เอ็กซ์-ไซท์

    ชวนชาวพุทธทั่วโลกร่วมด้วย รัฐบาลเตรียมจัดสวดมนต์ข้ามปีถวายเป็นพระราชกุศล เสริมสิริมงคลทั่วไทย ทั้งวัดในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดทั่วประเทศ 23,577 แห่ง รวมทั้งวัดไทยในต่างประเทศอีก 120 วัดและสวดมนต์ข้ามปีอาเซียน
    ตูนหยุดพักวิ่ง 2 วันรักษาอาการบาดเจ็บ แต่ก็ยังไปมอบทุนการศึกษาให้โรงเรียนเขตบางสะพาน ขณะที่หลายฝ่ายจัดกิจกรรมรับบริจาคสมทบทุน
    เสี่ยรับเหมาก่อสร้างเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย ระแวงพริตตี้เมียสาวตีตัวออกห่างจนทะเลาะกันรุนแรง บันดาลโทสะคว้าไม้หน้าสามตีแล้วแทงคอซ้ำ ก่อนโทร.แจ้งแม่ผู้ตายไปจัดการศพ
  • x-cite inside

    ได้รับทั้งเสียงปรบมือและยอดบริจาคท่วมท้นสำหรับโครงการ “ก้าวคนละก้าวเพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ” จากเบตงสู่แม่สาย ของ พี่ตูน-อาทิวราห์ คงมาลัย ศิลปินวงบอดี้สแลม กับภารกิจเพื่อสังคมที่ได้รับคำชื่นชมอย่างมากมาย ซึ่งภาพที่เกิดขึ้นไม่ใช่ไอดอลของวัยรุ่นที่สลัดไมค์ร้องเพลงมาเป็นทำงานจิตอาสา
    ณ ตอนนี้เข้าไปท่องโลกออนไลน์ จะมีรายการแชร์และส่งต่อ ขอความช่วยเหลือพี่น้องผองไทย!! ช่วยกันโหวตให้ "มารีญา พูลเลิศลาภ" ตัวแทนสาวไทยในการประกวดนางงามจักรวาลปี 2017
    ในยุคนี้ความเชื่อว่าเด็กจะเก่งต้องมุ่งเน้นแต่เรียนอย่างเดียวอาจตกยุคไปแล้ว เพราะงานวิจัยต่างๆ จากทั่วโลกพบว่า หากพวกเขาได้ทำกิจกรรมทางกายด้วยการออกมาเล่น (Active Play) หรือออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 60 นาที จะทำให้พัฒนาการด้านสมองดีกว่าเด็กที่จดจ่อมุ่งแต่นั่งเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว