"สผ." สะท้อนระบบราชการอันผุพัง

  • Saturday, November 4, 2017 - 00:00


    มีกรณีที่น่าสนใจในประเด็นปมปัญหาประชาชนในพื้นที่ที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กำลังดำเนินการนำพาประเทศเข้าสู่ยุค 4.0 ซึ่งตั้งเป้าพัฒนาประเทศเพื่อความอยู่ดีกินดีของประชาชน แต่มีภาพสะท้อนที่ฉายชัดว่าจะไม่สามารถไปถึงดังที่รัฐบาลขายฝันไว้ หากไม่เร่งรัดปรับปรุง เปลี่ยนแปลงระบบราชการของประเทศ ซึ่งกำลังกลายเป็นองคาพยพที่สร้างปัญหาฉุดรั้งการขับเคลื่อนประเทศ

    อย่างไรก็ตาม การทำหน้าที่ของระบบราชการที่ฉายภาพของระบบอันผุพัง ที่สวนทาง ย้อนแย้งกับนโยบายของรัฐบาลที่จะสร้างประเทศนี้ให้เติบโต โดยเฉพาะการทำงานกลไกรัฐในระบบเช้าชามเย็นชาม และเป็นส่วนสำคัญหรือต้นตอในการสร้างปัญหาให้กับประเทศเสียเอง ภายใต้การละเลยหน้าที่รับผิดชอบ และละเลยการทำหน้าที่เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับประชาชน ไม่ได้ทำหน้าที่ในการยึดโยงกับประชาชนอย่างมีนัยสำคัญ

    ทั้งขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน และการทำหน้าที่ปกปิดข้อมูลข่าวสาร สารสำคัญ ที่มีผลกระทบโดยตรงต่อประชาชน ไม่นับการทำหน้าที่เหมือนบันไดขั้นหนึ่ง เพื่อทอดให้ทุนหรือกลุ่มผู้มีผลประโยชน์ใช้เป็นบันไดในการสร้างความชอบธรรม การแสวงหาผลประโยชน์ในนามของโครงการพัฒนาต่างๆ ที่ชาวบ้านในพื้นที่มิได้มีส่วนร่วม หรือดำเนินการต่อต้าน

    แต่กลับกลายเป็นว่า แทนที่จะทำหน้าที่เป็นที่พึ่งให้ประชาชนได้วางใจ กลับกลายเป็นระบบราชการของประเทศไทยทำทุกสิ่งที่สวนทางกับการสร้างมาตรฐานในการดูแลปกป้องชีวิตชาวบ้าน หรือรักษาผลประโยชน์ของประเทศ ปกป้องวิถีชีวิตของประชาชน กลายเป็นทำหน้าที่เอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มที่เข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ หรือหมกเม็ด ปกปิดข้อมูล ไร้ความโปร่งใส หรือไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลได้ ทั้งๆ ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการกำหนดอนาคตชีวิตของพวกเขา

    โดยเฉพาะกรณีล่าสุดที่เกิดขึ้นกับชาวบ้านกลุ่มเล็กๆ ในพื้นที่ จ.สกลนคร กลุ่มชาวบ้านรักษ์น้ำอูน ที่ลุกขึ้นมาต่อสู้คัดง้างกับทุนของบริษัทน้ำตาลรายใหญ่ เพื่อปกป้องทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ และรักษาวิถีชีวิต ทรัพยากรธรรมชาติของพวกเขาให้ดำรงอยู่ไว้ให้ลูกหลานอย่างยั่งยืน

    กลุ่มชาวบ้านกลุ่มนี้ลุกขึ้นต่อสู้คัดค้านโครงการโรงงานผลิตน้ำตาลทราย พ่วงโรงไฟฟ้าชีวมวลขนาด 48-114 เมกะวัตต์ ที่ตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกัน น่าสนใจว่า พวกเขาเป็นกลุ่มชาวบ้านเล็กๆ ที่รวมตัวกันในพื้นที่ พวกเขาใช้ทุกช่องทางตามกระบวนการกฎหมายในการต่อสู้ เพื่อชี้ให้เห็นความไม่ชอบมาพากลของโครงการของทุนน้ำตาลรายใหญ่ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง

    แต่กลับกลายเป็นเรื่องมินำพาของหน่วยงานรัฐที่มีหน้าที่รับผิดชอบอย่าง สผ. หรือสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีหน้าที่ประเมินผลกระทบ พิจารณา ปกป้องคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ สิทธิของประชาชนเป็นที่ตั้ง และเป็นปราการด่านหน้าที่จะชี้ขาดโครงการให้นับหนึ่งเริ่มต้นได้

    แต่หน่วยงานรัฐดังกล่าวกลับทำทุกอย่างสวนทาง และเปิดบันไดสำคัญในการทอดให้นายทุนเดินเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ ท่ามกลางการคัดค้าน ความไม่ชอบมาพากล การทำผิดกฎหมาย อย่างมีข้อบ่งชี้ และมีข้อมูลที่ชี้ชัด ทั้งการนำเสนอของข้อมูลจากนักวิชาการในพื้นที่ และหน่วยงานประชาสังคมในจังหวัดสกลนครอย่างหลากหลาย แต่ข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เป็นกลางเหล่านั้น กลับไม่ได้การตอบรับหรือใส่ใจ โดยเฉพาะการให้ความเห็นชอบต่อรายงานวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมโครงการผลิตน้ำตาลทราย หรือรายงานอีไอเอ ของบริษัท ไทยรุ่งเรืองอุตสาหกรรม จำกัด เมื่อวันนี้ 1 พฤศจิการยน 2560 ที่ผ่านมา ท่ามกลางข้อกังขา ข้อโต้แย้งของการมีมติเห็นชอบรายงานอีไอเอในครั้งนี้ที่ไม่เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย

    รวมทั้งประเด็นสำคัญอย่างการละเว้นข้อโต้แย้งในสารสำคัญของกลุ่มรักษ์น้ำอูน คือไม่พิจารณาเอกสารสำคัญ นั่นคือคำขอประกอบกิจการโรงงาน (ร.ง.3) ที่เป็นเงื่อนไขตามมติ ครม.กำหนดให้ดำเนินการก่อสร้างภายใน 5 ปี (31 ธันวาคม 2559) และแจ้งเริ่มประกอบกิจการโรงงานภายในปี พ.ศ.2561 (31 ธันวาคม 2561) ซึ่งคณะกรรมการผู้ชำนาญการเองได้มีความเห็นในเรื่องรายละเอียดโครงการ โดยระบุว่าให้บริษัทแสดง ร.ง.3 ที่ถูกต้องครบถ้วนตามกฎหมายมาแสดงตามที่ระบุในรายงานการประชุม คชก.เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2560 แม้บริษัทจะอ้างว่าได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวแล้วในวันที่ 22 ธันวาคม 2559 โดยกลุ่มรักษ์น้ำอูนมีข้อมูลชี้ชัดว่า ร.ง.3 ดังกล่าวไม่ถูกต้องครบถ้วนตามกฎหมาย เพราะไม่ได้มีการลงบันทึกรับในระบบสารบัญของอุตสาหกรรมจังหวัดสกลนคร

    นี่คือภาพสะท้อนของการไร้ความรับผิดชอบของหน่วยงานรัฐอย่าง สผ. ซึ่งกำลังเป็นต้นตอของปัญหาให้กับประชาชนชาวบ้านคนเล็กคนน้อยทั่วประเทศ ที่กำลังลุกขึ้นมาปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ แผ่นดินเกิดของพวกเขาอย่างมีศักดิ์ศรี คงถึงเวลาแล้วที่ สผ. ตัวแทนของระบบราชการอันผุพังของประเทศต้องทบทวนตัวเอง ก่อนที่จะกลายเป็นหน่วยงานอาชญากรของรัฐเต็มรูปแบบ ที่ถือดาบในนามของการใช้อำนาจหน้าที่อย่างไม่ถูกต้องชอบธรรม เข่นฆ่าประชาชน ชาวบ้าน ที่ลุกขึ้นมาปกป้องทรัพยากรธรรมชาติตามสิทธิ์อันพึงมีของพวกเขา อย่างหลับหูหลับตาและไร้ความรับผิดชอบ?.

  • เปลว สีเงิน

    "คดีครูจอมทรัพย์"..........! หลังคำพิพากษาศาลฎีกา "ยกคำร้อง" เมื่อ ๑๗ พ.ย.๖๐ ปรากฏการณ์ทางสังคมที่ตามมา คือ "ดรามาหน้าจอ" หายเงียบ ไม่เพียงหน้าจอ ตามเพจ ตามออนไลน์ ก็หายไปจาก fb ด้วยเหมือนกัน สะท้อนความน่าห่วงที่หลบซ่อนอยู่อย่างหนึ่ง คือ โลกมาถึงวันนี้แล้ว
  • บทบรรณาธิการ

    สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ผลประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐประจำปีงบประมาณ 2560 โดย ป.ป.ช.ได้กำหนดกรอบการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสออกเป็น 5 ดัชนี
  • เอ็กซ์-ไซท์

    ขณะไปตรวจรถชนกันคนขับวัย71อ้างตาไม่ดีดาบตำรวจนำกำลังไปตรวจสอบคดีรถชนกันในตัวเมืองชัยภูมิ เฒ่าวัย 71 ซิ่งกระบะฝ่าสัญญาณไฟพุ่งชนเต็มแรงแล้วลากร่างไปไกลสุดที่จะยื้อชีวิต
    ตูนซึ้งใจกราบคุณตาขาขาดวัย 90 ปีที่เจียดเบี้ยยังชีพคนพิการสมทบก้าวคนละก้าว ด้านเชษฐ์สไมล์บัฟฟาโลออกวิ่งในเมืองชลหาทุนให้อีกกว่า 5 แสนบาท
    เครื่องเล่นโมบายปลาหมึกยักษ์ในงานนมัส การพระสมุทรเจดีย์โค่นลงมาทั้งยวง ทำเอาผู้ใหญ่ เด็กที่ขึ้นไปนั่งบาดเจ็บไปตามๆ รมต.ออมสินรีบไปตรวจสอบ พบไม่ได้ขออนุญาต
  • x-cite inside

    ได้รับทั้งเสียงปรบมือและยอดบริจาคท่วมท้นสำหรับโครงการ “ก้าวคนละก้าวเพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ” จากเบตงสู่แม่สาย ของ พี่ตูน-อาทิวราห์ คงมาลัย ศิลปินวงบอดี้สแลม กับภารกิจเพื่อสังคมที่ได้รับคำชื่นชมอย่างมากมาย ซึ่งภาพที่เกิดขึ้นไม่ใช่ไอดอลของวัยรุ่นที่สลัดไมค์ร้องเพลงมาเป็นทำงานจิตอาสา
    ณ ตอนนี้เข้าไปท่องโลกออนไลน์ จะมีรายการแชร์และส่งต่อ ขอความช่วยเหลือพี่น้องผองไทย!! ช่วยกันโหวตให้ "มารีญา พูลเลิศลาภ" ตัวแทนสาวไทยในการประกวดนางงามจักรวาลปี 2017
    ในยุคนี้ความเชื่อว่าเด็กจะเก่งต้องมุ่งเน้นแต่เรียนอย่างเดียวอาจตกยุคไปแล้ว เพราะงานวิจัยต่างๆ จากทั่วโลกพบว่า หากพวกเขาได้ทำกิจกรรมทางกายด้วยการออกมาเล่น (Active Play) หรือออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 60 นาที จะทำให้พัฒนาการด้านสมองดีกว่าเด็กที่จดจ่อมุ่งแต่นั่งเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว