ผลิตสื่อดิจิทัลปลอดภัย ป้องกันเด็กไทยถูกละเมิด

  • Saturday, November 4, 2017 - 00:00


    “การใช้ดิจิตอลของเยาวชนไทย” เป็นเรื่องที่สังคมต้องให้ความตระหนักและหันกลับมาฉุกคิด เพราะปัจจุบันเด็กบ้านเราสามารถเข้าถึงสื่อออนไลน์และเรียนรู้การใช้งานได้รวดเร็วกว่าวัยอื่นๆ นั่นจึงทำให้เกิดปัญหามากมาย เพราะจากข้อมูลของสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่า ร้อยละ 80 ของเด็กและเยาวชนไทยเจอภัยคุกคาม ล่อลวง และการกลั่นแกล้งที่โรงเรียนซึ่งเกิดจากโลกอินเทอร์เน็ตเป็นอันดับต้นๆ ของเอเชีย ขณะที่ข้อมูลจากวงเสวนาวิชาการเกี่ยวกับเด็กและเยาวชน พบว่า เด็กถูกละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงการคิดค่าบริการจำนวนสูงจากการเล่นเกมโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์

    รองลงมาจากผลสำรวจของสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิต ในปี 2556 พบว่า มี เด็กติดเกมจำนวน 2.7 ล้าน จากจำนวนเด็ก 18 ล้านคน ที่กล่าวมาเป็นผลพวงจากการใช้สื่อดิจิตอลของเด็กยุคใหม่โดยขาดความรู้ความเข้าใจ และไม่มีหน่วยงานภาครัฐ เข้ามาควบคุมสื่อออนไลน์ ในงานเสวนา “โครงการ NBTC Public Forum ครั้งที่ 3/2560” เรื่อง “สื่อดิจิตอลกับเด็กและเยาวชนไทย” ที่จัดโดย กสทช.ร่วมกับคณะอนุกรรมการส่งเสริมและปกป้องเด็กและเยาวชนจากการใช้สื่อออนไลน์ฯ โดยมีแนวทางแก้ปัญหาเรื่องนี้จากผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชนมาบอกกัน

    เริ่มกันที่ ธาม เชื้อสถาปนศิริ นักวิชาการด้านสื่อ สะท้อนภาพการใช้สื่อของเด็กไทยที่เข้าถึงและเรียนรู้การใช้โซเชียลได้เร็วกว่าวัยผู้ใหญ่ แต่ปัจจุบันยังไม่มีควบคุมจากหน่วยงานภาครัฐอย่างจริงจัง จึงทำให้เกิดผลเสียทั้งจากการถูกคุกคามทางเพศ อาทิ การถ่ายคลิปขณะมีเพศสัมพันธ์ส่งต่อในโลกออนไลน์ไว้สำหรับแบล็กเมล์, การใช้เฟซบุ๊กหรือไลน์ลอกการบ้าน, การใช้สื่อออนไลน์รับชมเรื่องลามกอนาจาร ที่กระตุ้นการเพศสัมพันธ์เร็วขึ้น, กระทั่งการใช้สื่อออนไลน์เพื่ออยากมีตัวตนในสังคมจากยอดไลค์ในเฟซบุ๊ก

    “ปัจจุบันเด็กไทยเข้าถึงสื่อออนไลน์เร็วและมากเกินไป เช่น การใช้แท็บเล็ตในเด็กเล็กๆ นั่นจึงส่งผลให้เด็กเข้าสู่โลกโซเชียลได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน แต่ทว่าปราศจากการควบคุมโดยภาครัฐ จึงส่งผลให้เกิดปัญหาการใช้งาน เห็นได้จากการที่เด็กอัดคลิปตบกันแชร์ในโลกออนไลน์ และนำมาซึ่งการอับอาย ไม่กล้าเข้าสังคม กระทั่งการที่เด็กเล็กใช้สื่อออนไลน์ดูภาพลามกอนาจาร ก็กระตุ้นการเพศสัมพันธ์เร็วขึ้น ซึ่งยังไม่รวมปัญหาการแยกตัว การขาดทักษะการเข้าสังคม ในมุมมองส่วนตัวมองว่า การออกกฎหมายที่ป้องกันเด็กและเยาวชนจากโลกออนไลน์โดยเฉพาะเป็นสิ่งสำคัญ และกฎหมายนี้ต้องควบคุมไปยังผู้ประกอบการคอมพิวเตอร์ทั้งร้านเกมออนไลน์ กระทั่งผู้ผลิตเกม และผู้ประการที่ขายมือถือ ให้หันมารับผิดชอบร่วมกันในแง่ของการผลักดันการใช้สื่อที่ปลอดภัยให้กับเด็กด้วย”

    ขณะที่ ดร.ศรีดา ตันทะอธิพานิช ตัวแทนเครือข่ายสิทธิเด็กแห่งประเทศไทย สะท้อนปัญหาการใช้สื่อโซเชียลของคนยุคนี้ อาทิ การแชร์ภาพเด็กยากไร้ในเฟซบุ๊ก เพื่อช่วยกันบริจาคทุนทรัพย์ ซึ่งในการส่งต่อข้อมูลการช่วยเหลือเหล่านี้อาจทำให้เกิดการแสวงหาผลประโยชน์ในเด็ก ก็ถือเป็นการที่เด็กถูกคุกคามอย่างหนึ่ง โดยเฉพาะเยาวชนที่ทุพพลภาพพิการอวัยวะต่างๆ เพราะทำให้เกิดความอับอายไม่กล้าเข้าสังคม

    “จริงๆ แล้วการแชร์ข้อความช่วยเหลือในโลกออนไลน์ไม่ได้แปลว่าจะช่วยเด็กได้ทุกเคสเสมอไป เพราะอาจทำให้เด็กที่พิการอาจยิ่งไม่กล้าเข้าสังคมและใช้ชีวิตแบบไม่มีความสุข เพราะกลัวคนล้อในรูปร่างหรือปมด้อยของตัวเอง กระทั่งการแชร์คลิปฟ้องด้วยภาพ อย่างการที่คุณครูทำโทษโดยให้เด็กเอารองเท้าไว้บนศีรษะ สิ่งเหล่านี้บางครั้งนอกจากจะไม่ได้ช่วยปกป้องเด็กแล้ว ยังทำให้เด็กเกิดความหดหู่และขาดความมั่นใจได้ สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่คนในสังคมและผู้เกี่ยวข้องทุกส่วนควรหันมาให้ความใส่ใจ”

    ดร.ศรีดา กล่าวเสริมว่า ถ้าเป็นไปได้ กฎหมายดูแลปกป้องสิทธิเด็กและเยาวชนในประเทศไทยควรมีการร่วมมือกันในระดับสากล เช่น สหรัฐอเมริกา ที่มีระบบการเตือนผู้ที่ล่วงละเมิดทางเพศในเด็กเล็กขณะเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเดินทางเข้าประเทศ หรือแม้แต่ไปเล่นเกมคอมพิวเตอร์ในร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ เรื่องเหล่านี้จะช่วยสกรีนกลุ่มผู้ใหญ่ที่ชอบล่วงละเมิดทางเพศเด็กเล็กๆ ได้

    ไล่ถัดมาเป็น พีชนา เลิศฤทธิ์เดชา ตัวแทนเยาวชนไทยที่เข้าร่วมการประชุม “THE 2016 UN ECOSOC YOUTH FORUM” ที่บอกชัดเจนว่าเห็นด้วยกับแนวคิดของ ดร.ศรีดา เกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศในเด็ก ที่ทุกฝ่ายต้องให้ความสำคัญไม่แพ้ปัญหาเยาวชนถูกได้รับผลกระทบ จากโลกโซเชียลอื่นๆ โดยเฉพาะการให้ความรู้เรื่องเพศศึกษาที่มาในสื่อออนไลน์กับเยาวชนในโรงเรียน หรือแม้แต่การจ่ายเงินบนโลกออนไลน์ มีช่องทางไหนบ้าง เพื่อป้องกันการถูกหลอกโอนเงินจากผู้ไม่หวังดีในสื่อโซเชียล

    “การสอนเรื่องการเรื่องเพศที่เกิดขึ้นบนโลกออนไลน์ในโรงเรียนเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ทั้งนี้เพื่อป้องกันเด็กถูกคุกคามทางเพศ ไม่ว่าจะเป็นถูกล่อลวงให้โชว์ลามกอนาจาร กระทั่งการถูกล่วงละเมิดทางวาจา เช่น การที่เด็กเล่นเฟซบุ๊กกับคนที่ไม่รู้จัก และมีการส่งข้อความมาทักในทำนองถามเรื่องขนาดของชุดชั้นในที่สวมใส่ ซึ่งส่อแววลามกอนาจาร กระทั่งการให้ความรู้เกี่ยวกับรูปแบบการจ่ายเงินในโลกออนไลน์ ที่ปัจจุบันไม่ได้มีการจ่ายเงินสดเท่านั้น แต่ยังมีระบบเดบิตและเครดิต สิ่งเหล่านี้คืออะไร และมีข้อจำกัดอย่างไร ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กโอนเงินจำนวนมากๆ ให้กับกลุ่มมิจฉาชีพที่แฝงตัวเป็นเพื่อนในโลกไซเบอร์ เช่น การถูกหลอกให้โอนเงินจากการเล่นเกมออนไลน์ คือทำให้เด็กควรรู้จักหาทางหนีทีไล่ ส่วนคำถามที่ว่าแล้วเด็กจะเชื่อในการเตือนเหล่านี้ไหม ถ้าหากเราทำให้เข้าใจง่าย เข้าถึงได้ง่าย เด็กจะเรียนรู้สิ่งเหล่านี้ได้ง่ายขึ้น หรือ แม้แต่การเพิ่มทางเลือกในการทำให้เด็กห่างไกลจากหน้าจอมือถือหรือแท็บเล็ต อย่างการมีพิพิธภัณฑ์เรียนรู้ต่างๆ ที่เปิดให้เข้าชมฟรี โดยให้มีจำนวนมากขึ้น ก็เป็นแนวทางป้องกันเด็กจากการถูกคุกทางทางอินเทอร์เน็ตได้ทางหนึ่ง เพราะเด็กจะมีกิจกรรมทำโดยไม่ต้องเล่นมือถือตลอดเวลา”

    ทว่าการที่เด็กถูกผู้ปกครองบ่นในเรื่องซ้ำๆ อาทิ การถูกผู้ปกครองพูดเตือนเรื่องการเก็บรองเท้าให้เข้าที่ หรือการพับผ้าให้เรียบร้อย จนกระทั่งเด็กมองไม่เห็นภาพว่า เรื่องที่ได้ยินเป็นประจำคือสิ่งสำคัญในชีวิต เพราะเมื่อเด็กถูกบ่นซ้ำๆ จะทำให้เกิดภาวะดื้อและติดเกมในที่สุด นอกจากนี้ยังจำเป็นต้องแยกระหว่างเด็กที่ป่วย ติดการหมกมุ่นอยู่กับโซเชียลดังกล่าว และเด็กเล่นเกมปกติ เพื่อส่งเสริมการใช้สื่อออนไลน์อย่างรู้เท่าทัน มุมมองจาก พญ.วิมลรัตน์ วันเพ็ญ สถาบันสุขภาพจิตและวัยรุ่นราชนครินทร์

    “การที่พ่อแม่ดุด่าหรือบ่นซ้ำๆ เกี่ยวกับการใช้ชีวิตประจำวัน นั่นจะทำให้เด็กเริ่มดื้อและเบื่อกับสิ่งที่คุณแม่เตือน และหันไปพึ่งเกมในที่สุด และยิ่งใช้เวลาในการเล่นมากเท่าไร ก็ยิ่งทำให้เด็กติดเกมมากขึ้นเท่านั้น นอกจากนี้ก็ต้องมีการแบ่งระดับของเด็กที่ติดเกม เช่น หากว่าลูกๆ ยังมีความรับผิดชอบในการเรียนที่ดี หรือเกรดไม่ตก ไม่โกหก ไม่ขโมยเงิน ขณะเดียวกันก็รับผิดชอบงานบ้านได้เป็นอย่างดี หรือเล่นเกมแล้วเกรดอยู่ระดับที่ผ่านเกณฑ์การศึกษา ตรงนี้ควรมีแบ่งเลเวลในการที่จะระบุว่าเด็กคนนั้นติดเกมหรือไม่ แต่ทั้งนี้การทำให้เด็กได้เคลื่อนไหวร่างกาย เช่น การออกกำลังหลังเลิกเรียน หรือไปเรียนพิเศษต่างๆ ซ้อมดนตรี ตรงนี้อาจต้องเร่งส่งเสริม หรือใช้ความเป็นชุมชนที่เข้มแข็งเข้ามาช่วยไม่ให้เด็กติดมือถือค่ะ”

    ด้าน ท่านอธิบดี วิทัศน์ เตชะบุญ กรมกิจการเด็กและเยาวชน บอกเพียงสั้นๆ ว่า “สำหรับการดำเนินงานของกรมจะมีการจัดตั้ง “ศูนย์ประสานงาน” ขึ้น เพื่อส่งเสริมการปกป้องเด็กและเยาวชนในการใช้สื่อออนไลน์ในสังคม ภายใต้ 5 ยุทธศาสตร์หลัก อาทิ 1.พัฒนากลไกลเครือข่ายเพื่อติดตามผลการดำเนินงานของศูนย์ 2.จัดระบบปกป้องเด็กที่ได้รับผลกระทบจากโลกออนไลน์และช่วยเหลือคุ้มครอง 3.สร้างองค์ความรู้และรวบรวมงานวิจัยที่เกี่ยวกับการรู้เท่าทันการใช้สื่อ เพื่อเผยแพร่ไปยังเด็กและเยาวชน 4.สร้างความตระหนักสาธารณะไปยังผู้ปกครองเกี่ยวกับการเล่นโซเชียลของเด็ก 5.ส่งเสริมข้อมูลไปยังศูนย์เด็กเล็กเกี่ยวกับข้อควรระวังในการใช้แท็บเล็ตในเด็กอนุบาล เพื่อเสริมสร้างความฉลาดในการนำเทคโนโลยีไปใช้ ทั้งนี้จะเริ่มดำเนินการขับเคลื่อนตั้งแต่วันที่ 9 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป”

    มาที่มุมมองของ รศ.คณาธิป ทองระวีวงศ์ สถาบันกฎหมายสื่อดิจิทัล มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต กล่าวว่า “โดยสรุปแล้วกฎหมายเกี่ยวกับการควบคุมสื่อออนไลน์ในบ้านเรายังไม่ควบคุมเฉพาะเรื่อง ซึ่งมันควบคุมอย่างกว้างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพฤติกรรมโชว์ยั่วยุทางเพศที่ไม่เหมาะสมในโลกออนไลน์ ซึ่งเด็กยังสามารถเข้าไปดูได้ หรือบางเกมที่อันตรายก็ยังไม่มีการควบคุมการนำเข้า กระทั่งการควบคุมเรื่องการที่เด็กถูกกลั่นแกล้งในโลกออนไลน์จนทำให้เสียชีวิตจากการฆ่าตัว เช่น การที่ถูกเพื่อนหรือคนใกล้ชิดส่งข้อความทำร้ายจิตใจเด็ก เช่น “โลกนี้จะน่าอยู่มากถ้าไม่มีคุณ” หรือ “ทำไมอ้วนจังเลย” ซึ่งคำพูดเหล่านี้ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นคำหยาบหรืออนาจาร แต่ทว่าก็สามารถทำร้ายเด็กได้ ดังนั้นจึงควรมีกฎหมายที่ตัดสินเฉพาะเรื่องนี้โดยเฉพาะ เพราะทุกวันนี้เราใช้กฎหมายหมิ่นประมาทมาตัดสินเพียงอย่างเดียว ดังนั้นใน พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กและเยาชนปี 2546 ต้องมีปรับปรุงแก้ไขเกี่ยวกับการเพิ่มการระบุสถานะตัวตนของเด็กให้ครอบคลุม เพราะปัจจุบันเด็กวัย 3 ขวบถูกนำข้อมูลส่วนตัว หรือถูกขโมยอัตลักษณ์ไปใช้ในทางที่ไม่ถูกต้องครับ”

    ปิดท้ายกันที่ รศ.นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ ศูนย์วิจัยเพื่อสร้างความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก ให้มุมมองเกี่ยวกับการควบคุมการใช้สื่อออนไลน์ให้ปลอดภัยในเด็กเล็ก ที่จำเป็นต้องมาจากความร่วมมือของทั้งผู้ปกครองและผู้ประกอบธุรกิจออนไลน์ ว่า “อันที่จริงแล้วเด็กอายุ 2 ขวบที่ใช้แท็บเล็ตนั้น เขาจะใช้อย่างรู้ไม่เท่าทันสื่อ เพราะเด็กอายุขนาดนั้นยังอ่านหนังสือไม่ออก ดังนั้นผู้ปกครองเองก็ควรมีส่วนร่วม เป็นต้นว่า อย่าให้ลูกอายุต่ำกว่า 2 ขวบเล่นอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ทุกชนิด ส่วนในกรณีของเด็กที่อายุ 2-5 ขวบ หากจะเล่นมือถือ หรือเปิดนิทานให้เด็กดูในแท็บเล็ต พ่อแม่ต้องเคยเล่าเรื่องประกอบไปด้วย เพื่อส่งเสริมปฏิสัมพันธ์การพูดคุย ระหว่างพ่อแม่ลูก ในส่วนของผู้ประกอบธุรกิจเกมออนไลน์เอง หากนำนักพัฒนาและวิเคราะห์เกมเข้ามามีส่วนผลิต ก็ถือว่าเป็นการมุ่งตรงต่อกลุ่มลูกค้าเด็ก ตรงนี้ถือว่าคุณผิดตั้งแต่แรกแล้ว ที่สำคัญควรมีการแยกการใช้งานอินเทอร์เน็ตของเด็กและผู้ใหญ่ออกจากกัน เพื่อให้ตรงกับวัยของแต่ละคน จึงสรุปได้ว่าความปลอดภัยในการใช้สื่อออนไลน์ในเด็กและเยาวชนไทยเป็นหน้าที่ของทุกคนครับ”.

    LEAVE A REPLY

    0 Comments

  • เปลว สีเงิน

    ไม่อยากให้สับสน ประเด็นการซ่อม หรือการลงโทษทหาร เป็นเรื่องขี้ปะติ๋ว ธรรมดามาก... วงการทหารทั่วโลก ล้วนมีการซ่อมกันทั้งนั้น และที่เหมือนๆ กันคือ กติกาที่ว่า "ห้ามแตะตัว"! ฉะนั้นถ้าจะพูดถึงประเด็นนี้ ไม่ต้องโลกสวย กรรมการสิทธิมนุษยชนไม่เกี่ยว ไม่ต้องดึงมาจุ้นจ้าน การซ่อมจะสลบหรือเปล่าไม่รู้....ไม่ถึงตายแน่ ส่วนการ "ซ้อม" จะเป็นอีกเรื่อง
  • บทบรรณาธิการ

    จนถึงช่วงเย็นของวันพฤหัสบดีที่ 23 พ.ย.ที่ผ่านมา รายชื่อคณะรัฐมนตรีประยุทธ์ 5 ยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการออกมา หลังพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ได้นำรายชื่อรัฐมนตรีที่มีการปรับเปลี่ยนขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายไปแล้ว
  • เอ็กซ์-ไซท์

    ชวนชาวพุทธทั่วโลกร่วมด้วย รัฐบาลเตรียมจัดสวดมนต์ข้ามปีถวายเป็นพระราชกุศล เสริมสิริมงคลทั่วไทย ทั้งวัดในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดทั่วประเทศ 23,577 แห่ง รวมทั้งวัดไทยในต่างประเทศอีก 120 วัดและสวดมนต์ข้ามปีอาเซียน
    ตูนหยุดพักวิ่ง 2 วันรักษาอาการบาดเจ็บ แต่ก็ยังไปมอบทุนการศึกษาให้โรงเรียนเขตบางสะพาน ขณะที่หลายฝ่ายจัดกิจกรรมรับบริจาคสมทบทุน
    เสี่ยรับเหมาก่อสร้างเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย ระแวงพริตตี้เมียสาวตีตัวออกห่างจนทะเลาะกันรุนแรง บันดาลโทสะคว้าไม้หน้าสามตีแล้วแทงคอซ้ำ ก่อนโทร.แจ้งแม่ผู้ตายไปจัดการศพ
  • x-cite inside

    ได้รับทั้งเสียงปรบมือและยอดบริจาคท่วมท้นสำหรับโครงการ “ก้าวคนละก้าวเพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ” จากเบตงสู่แม่สาย ของ พี่ตูน-อาทิวราห์ คงมาลัย ศิลปินวงบอดี้สแลม กับภารกิจเพื่อสังคมที่ได้รับคำชื่นชมอย่างมากมาย ซึ่งภาพที่เกิดขึ้นไม่ใช่ไอดอลของวัยรุ่นที่สลัดไมค์ร้องเพลงมาเป็นทำงานจิตอาสา
    ณ ตอนนี้เข้าไปท่องโลกออนไลน์ จะมีรายการแชร์และส่งต่อ ขอความช่วยเหลือพี่น้องผองไทย!! ช่วยกันโหวตให้ "มารีญา พูลเลิศลาภ" ตัวแทนสาวไทยในการประกวดนางงามจักรวาลปี 2017
    ในยุคนี้ความเชื่อว่าเด็กจะเก่งต้องมุ่งเน้นแต่เรียนอย่างเดียวอาจตกยุคไปแล้ว เพราะงานวิจัยต่างๆ จากทั่วโลกพบว่า หากพวกเขาได้ทำกิจกรรมทางกายด้วยการออกมาเล่น (Active Play) หรือออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 60 นาที จะทำให้พัฒนาการด้านสมองดีกว่าเด็กที่จดจ่อมุ่งแต่นั่งเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว