น้ำลายน่ากลัวกว่าน้ำท่วม

  • Tuesday, October 31, 2017 - 00:00


    ภาคเหนือ อีสาน กลาง ผ่านพ้นหน้าฝนไปแล้ว ตอนนี้ก็เตรียมรับลมหนาว

    ส่วนภาคใต้เวลานี้เข้าหน้าฝนเต็มตัว กรมอุตุนิยมวิทยาออกมาเตือนว่าปีนี้อาจจะสาหัสกว่าหลายปีที่ผ่านมา

    คำเตือนจึงสำคัญ ฉะนั้นในระยะนี้ทั้งคนเตือน คนที่ถูกเตือน ต้องตรวจสอบข้อมูลกันเป็นพิเศษ เพราะเรื่องฝนฟ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ป้องกันบรรเทาได้

    ช่วงเดือนที่ผ่านมาน้ำท่วมที่ราบลุ่มภาคกลางในหลายพื้นที่

    เป็นความทุกข์ชาวบ้านที่ไม่ได้รับการแก้ไขเสียที

    แต่ที่ทุกข์กว่านั้น มีพวกฉวยโอกาสสร้างข่าวช่วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ว่าน้ำจะท่วมเท่ามหาอุทกภัยปี ๒๕๕๔

    ปล่อยข่าวในโลกโซเชียล ใช้รูปเก่า ข้อมูลเท็จมาสร้างความสับสน ให้ประชาชนแตกตื่น

    แล้วโจมตีรัฐบาลว่าไม่ดูแลประชาชน

    ปฏิเสธไม่ได้หรอกครับว่า พื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมนั้น ประชาชนเต็มไปด้วยความทุกข์ การช่วยเหลือดูแลก็ทำได้ระดับหนึ่ง และไม่ยั่งยืนหากไม่มีการแก้ไขอย่างเป็นระบบ

    แต่พวกเท้าไม่พายเอาตีนราน้ำ คนพวกนี้นอกจากไม่ช่วยหาทางออกแล้ว

    ยังซ้ำเติมปัญหาอีก!

    ก็กลุ่มคนรักทักษิณบูชายิ่งลักษณ์นั่นแหละครับ อารมณ์ค้างมาตั้งแต่ยุทธการเอาอยู่ของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ เมื่อปี ๒๕๕๔

    พวกนี้ยังเจ็บแค้นเรื่องที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ถูกตำหนิที่ปล่อยให้มวลน้ำมหาศาลท่วมภาคกลางและ กทม.ถึง ๓ เดือนเต็ม แบบที่ชาวบ้านเต็มกลืน

    แล้วพยายามบอกว่ารัฐบาลนี้ก็ไร้ความสามารถในการบริหารจัดการน้ำเช่นกัน

    เข้าทำนองข้าชั่วเอ็งต้องเลวด้วย!

    การปั่นกระแสให้เกลียดชังรัฐบาลช่วงที่ประเทศมีงานพระราชพิธี สุดท้ายพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ไม่มีน้ำท่วมแบบปี ๒๕๕๔ อย่างที่คนกลุ่มนี้ต้องการให้เกิด

    เวลานี้เรื่องที่น่ากลัวกว่าน้ำท่วมคือ การเมืองเก่าๆ ยังคงใช้วิธีเก่าๆ เพื่อทำลายกัน ยังคงอยู่ และพร้อมที่จะนำมาใช้ตลอดเวลา

    วานนี้ (๓๐ ตุลาคม) อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงข่าวตำหนิรัฐบาลเป็นการใหญ่

    "อยู่มา ๓-๔ ปีน่าจะมีประสบการณ์ องค์ความรู้เรื่องการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและเข้าใจถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน รวมถึงรัฐบาลนี้มีอำนาจเบ็ดเสร็จ มีมาตรา ๔๔ ในการแก้ไขปัญหา แต่กลับไม่สามารถแก้ไขปัญหาอะไรได้เลย"

    ก็น่าประหลาด เพราะพรรคการเมืองนี้ต่อต้าน ม.๔๔ เร่งให้ยกเลิกโดยเร็ว แต่เมื่อเห็นว่ามีประโยชน์ในการโจมตีรัฐบาลได้ ก็หยิบยกขึ้นมาเป็นข้ออ้าง

    ม.๔๔ มาแก้ปัญหาน้ำท่วมไม่ได้หรอกครับ เพราะการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบมันต้องระดมความคิด และวิธีการ ซึ่งเป็นงานใหญ่

    จะตำหนิรัฐบาลก็เอาให้ถูกเรื่อง เพราะรัฐบาล คสช.เองก็มีข้อควรตำหนิ เนื่องจาก ๓ ปีล่วงมาแล้วไม่มีความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาน้ำเลย

    หน้าฝนทีก็พูดกันที พอฝนหมดก็เลิกพูด การแก้ไขปัญหาจึงยากที่จะเกิด

    แต่ก็นั่นแหละ...ที่น่ากลัวกว่าน้ำท่วมคือน้ำลายพวกที่สร้างความฉิบหายมาก่อน วันนี้ยังไม่รู้สึกรู้สา ตั้งหน้าตั้งตาหาประโยชน์ทางการเมืองจากความทุกข์ของประชาชน.

  • เปลว สีเงิน

    "คดีครูจอมทรัพย์"..........! หลังคำพิพากษาศาลฎีกา "ยกคำร้อง" เมื่อ ๑๗ พ.ย.๖๐ ปรากฏการณ์ทางสังคมที่ตามมา คือ "ดรามาหน้าจอ" หายเงียบ ไม่เพียงหน้าจอ ตามเพจ ตามออนไลน์ ก็หายไปจาก fb ด้วยเหมือนกัน สะท้อนความน่าห่วงที่หลบซ่อนอยู่อย่างหนึ่ง คือ โลกมาถึงวันนี้แล้ว
  • บทบรรณาธิการ

    สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ผลประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐประจำปีงบประมาณ 2560 โดย ป.ป.ช.ได้กำหนดกรอบการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสออกเป็น 5 ดัชนี
  • เอ็กซ์-ไซท์

    ขณะไปตรวจรถชนกันคนขับวัย71อ้างตาไม่ดีดาบตำรวจนำกำลังไปตรวจสอบคดีรถชนกันในตัวเมืองชัยภูมิ เฒ่าวัย 71 ซิ่งกระบะฝ่าสัญญาณไฟพุ่งชนเต็มแรงแล้วลากร่างไปไกลสุดที่จะยื้อชีวิต
    ตูนซึ้งใจกราบคุณตาขาขาดวัย 90 ปีที่เจียดเบี้ยยังชีพคนพิการสมทบก้าวคนละก้าว ด้านเชษฐ์สไมล์บัฟฟาโลออกวิ่งในเมืองชลหาทุนให้อีกกว่า 5 แสนบาท
    เครื่องเล่นโมบายปลาหมึกยักษ์ในงานนมัส การพระสมุทรเจดีย์โค่นลงมาทั้งยวง ทำเอาผู้ใหญ่ เด็กที่ขึ้นไปนั่งบาดเจ็บไปตามๆ รมต.ออมสินรีบไปตรวจสอบ พบไม่ได้ขออนุญาต
  • x-cite inside

    ได้รับทั้งเสียงปรบมือและยอดบริจาคท่วมท้นสำหรับโครงการ “ก้าวคนละก้าวเพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ” จากเบตงสู่แม่สาย ของ พี่ตูน-อาทิวราห์ คงมาลัย ศิลปินวงบอดี้สแลม กับภารกิจเพื่อสังคมที่ได้รับคำชื่นชมอย่างมากมาย ซึ่งภาพที่เกิดขึ้นไม่ใช่ไอดอลของวัยรุ่นที่สลัดไมค์ร้องเพลงมาเป็นทำงานจิตอาสา
    ณ ตอนนี้เข้าไปท่องโลกออนไลน์ จะมีรายการแชร์และส่งต่อ ขอความช่วยเหลือพี่น้องผองไทย!! ช่วยกันโหวตให้ "มารีญา พูลเลิศลาภ" ตัวแทนสาวไทยในการประกวดนางงามจักรวาลปี 2017
    ในยุคนี้ความเชื่อว่าเด็กจะเก่งต้องมุ่งเน้นแต่เรียนอย่างเดียวอาจตกยุคไปแล้ว เพราะงานวิจัยต่างๆ จากทั่วโลกพบว่า หากพวกเขาได้ทำกิจกรรมทางกายด้วยการออกมาเล่น (Active Play) หรือออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 60 นาที จะทำให้พัฒนาการด้านสมองดีกว่าเด็กที่จดจ่อมุ่งแต่นั่งเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว