ปลดธงแดงพ้นวิกฤติ รักษามาตรฐานให้คงที

  • Monday, October 16, 2017 - 00:00


    วันที่ 7 ตุลาคม 2560 เว็บไซต์ www.icao.int เว็บไซต์ ขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลมาตรฐานความปลอดภัยทางด้านการบินระดับโลก ได้ทำการปลดธงแดงหน้าชื่อประเทศไทยออกแล้ว ซึ่ง นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม ระบุว่า การปลดธงแดงได้สำเร็จครั้งนี้ ICAO ได้ชื่นชมว่าประเทศไทยสามารถปลดธงแดงได้รวดเร็ว ใช้เวลาเพียง 2 ปี 4 เดือนเท่านั้น เพราะถ้าดูสถิติการแก้ปัญหาเรื่องนี้ ประเทศที่แก้ไขเร็วที่สุดใช้เวลา 2 ปี 10 เดือน ขณะเดียวกัน ICAO ยังมีแผนสนับสนุนให้ไทยเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) การฝึกอบรมบุคลากรด้านการบินในภูมิภาค และมีแผนดึงผู้ตรวจสอบของไทยร่วมเป็นบุคลากรในทีมของ ICAO เพื่อตรวจสอบประเทศอื่นๆ ด้วย

    อย่างไรก็ตาม จากการสอบถามไปยังผู้บริหารสายการบินต่างๆ ทั้งสายการบินที่ให้บริการเต็มรูปแบบ (ฟูลเซอร์วิส) และสายการบินต้นทุนต่ำ (โลว์คอสต์) ต่างมีท่าทีแสดงความยินดี พร้อมกับมีแผนเปิดเส้นทางบินใหม่ในต่างประเทศมากมาย รวมทั้งรักษาฐานการบินในประเทศ ซึ่งจะทำให้หลังจากนี้อุตสาหกรรมการบินของไทยจะกลับมาคึกคัก และมีศักยภาพสามารถแข่งขันกับสายการบินต่างประเทศได้มากขึ้น สำหรับสายการบินที่ทำการบินระหว่างประเทศก็พร้อมเตรียมแผนเปิดเส้นทางบินใหม่หลังปลดธงแดง

    ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พึงพอใจในผลการดำเนินงาน ซึ่งการปลดธงแดงแสดงความเชื่อมั่นของ ICAO และได้ฝากโจทย์สำคัญไว้ทำอย่างไรในการรักษาคุณภาพและวางแผนแก้ไขข้อบกพร่องที่เหลือในส่วนที่ไม่ใช่ข้อบกพร่องที่มีนัยสำคัญ เพื่อให้ไทยได้อยู่เหนือมาตรฐานสากล (Global Average) ที่วันนี้ไทยยังไปไม่ถึง รวมถึงเรื่องบุคลากรต้องมีการเพิ่มกำลังพลให้เพียงพอและการฝึกอบรมบุคลากรที่ ICAO ย้ำไว้มาก และสิ่งที่ต้องดำเนินการต่อกับ FAA และหน่วยงานความปลอดภัยการบินยุโรป (European Aviation Safety Agency : EASA) ซึ่งมั่นใจคิดว่าเมื่อปลดธงแดงได้แล้วการดำเนินงานต่อไปกับทั้ง 2 องค์กรคงไม่ใช่เรื่องยาก

    เช่นเดียวกับ นายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการกรมการบินพลเรือน (กพท.) กล่าวว่า ถือเป็นข่าวดีสำหรับประเทศไทย ต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่ กพท. สายการบิน และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคน ที่ร่วมมือกันแก้ไขปัญหาข้อบกพร่องต่างๆ ทำให้ประเทศไทยหลุดพ้นจากวิกฤติด้านการบินไปได้ และทำให้ประเทศต่างๆ กลับมาให้การยอมรับในมาตรฐานความปลอดภัยด้านการบินของไทยอีกครั้ง ทำให้นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่เดินทางทางอากาศมีความมั่นใจที่จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทยมากขึ้น ขณะที่สายการบินต่างๆ ทั่วโลกก็จะเปิดจุดบินใหม่ๆ และขยายเส้นทางการบินเข้ามาที่ไทยเพิ่มขึ้นด้วย

    และที่สำคัญสายการบินที่จดทะเบียนในไทย และได้รับใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศ (AOC) จาก กพท.แล้ว จะสามารถเปิดเส้นทางบินไปยังจุดหมายปลายทางใหม่ๆ ได้ตามปกติ โดยเฉพาะในตลาดญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ยกเว้นประเทศสหรัฐอเมริกา ที่สายการบินของไทยยังไม่สามารถเข้าไปเปิดเส้นทางบินได้ เนื่องจากปัจจุบันสำนักงานบริหารการบินแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา (FAA) ยังลดอันดับให้ไทยมีมาตรฐานความปลอดภัยด้านการบินอยู่ที่ระดับที่ต่ำกว่ามาตรฐาน (Category2) ดังนั้นจึงต้องรอให้ FAA ประกาศเพิ่มระดับมาตรฐานความปลอดภัยด้านการบินอยู่ในระดับปกติ (Category1) ก่อน จึงจะสามารถทำการบินเข้าสหรัฐอเมริกาได้

    "แม้ว่าไทยจะได้รับการปลดธงแดงแล้ว แต่ กพท.ต้องเร่งดำเนินการออก AOC ให้กับสายการบินที่ทำการบินระหว่างประเทศที่เหลืออีก 10 สายการบินให้แล้วเสร็จภายในปีนี้ พร้อมต้องรักษามาตรฐานความปลอดภัยทางด้านการบินไว้แบบนี้ตลอดไป เพราะ ICAO สามารถเข้ามาติดตาม และตรวจสอบไทยได้ทุกเวลา หากพบข้อบกพร่องก็จะถูกปักธงแดงหน้าชื่อประเทศไทยอีก ซึ่งจะส่งผลให้สายการบินต่างๆ กลับมาถูกจำกัดสิทธิ์ ทั้งการเพิ่มเที่ยวบิน เปิดเส้นทางบินใหม่ๆ และการห้ามบินเข้าประเทศเหมือนเดิม" นายจุฬากล่าว

    ดังนั้น เมื่อมีข่าวดีเช่นนี้ทำให้หลายสายการบินที่ได้รับ AOC แล้วต่างประกาศแผนขยายเส้นทางการบินกันเป็นจำนวนมาก อาทิ เรืออากาศเอกกนก ทองเผือก รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายงานบริหารกฎหมาย บมจ.การบินไทย กล่าวว่า ในขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับเส้นทางการบินระหว่างประเทศ โดยจะพิจารณากลับมาเปิดจุดบินเข้าสหรัฐอเมริกาอีกครั้ง ทั้งในจุดบินที่การบินไทยเคยทำการบิน และไม่เคยทำการบิน แม้ว่าขณะนี้ FAA ยังสั่งห้ามสายการบินของไทยทำการบินเข้าสหรัฐ แต่การบินไทยยังทำการขายในเส้นทางเข้าสหรัฐ ผ่านการทำการบินรหัสร่วม (โค้ดแชร์) ผ่านสายการบินพันธมิตร

    ด้าน นายนัดดา บุรณศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ ได้กล่าวถึงกรณี ICAO ประกาศปลดธงแดงประเทศไทยว่า เป็นเรื่องที่น่ายินดีและเป็นโอกาสดีของอุตสาหกรรมการบินของไทย รวมทั้งสายการบินสัญชาติไทยที่จะสามารถขยายเส้นทางบิน หรือจุดบินใหม่ๆ ไปยังต่างประเทศได้เพิ่มเติม โดยเฉพาะตลาดญี่ปุ่นและเกาหลี ซึ่งหลังจากปลดธงแดงแล้วแอร์เอเชีย เอ็กซ์มีแผนที่จะเจรจากับทั้งสองประเทศ เพื่อขอเปิดเส้นทางบินเพิ่มเติม

    นายโชคชัย ปัญญายงค์ ประธานกรรมการ บริษัท สายการบินนกสกู๊ต จำกัด รักษาการในตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า ถือเป็นเรื่องที่ดีที่ ICAO ถอดรายชื่อประเทศไทยออกจากรายชื่อประเทศที่มีความเสี่ยงต่อภัยด้านการบินถือเป็นนิมิตหมายอันดีของอุตสาหกรรมการบินและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยในภาพรวม ซึ่งจะส่งผลให้นักท่องเที่ยวและผู้โดยสารที่จะเดินทางมาประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

    ซึ่งสายการบินนกสกู๊ตจะมีการรับมอบเครื่องบินรุ่นโบอิ้ง 777-200 ลำที่ 4 ของสายการบินในเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งจะทำให้สายการบินสามารถเพิ่มความถี่เที่ยวบินในเส้นทางเทียนจิน ชิงเต่า และเสิ่นหยาง รวมถึงการเปิดเส้นทางบินใหม่ไปยังซีอาน (XIY) ประเทศจีน นอกจากนี้ในไตรมาสที่ 1 ของปี 2561 จะมีการรับมอบเครื่องบินรุ่นโบอิ้ง 777-200 เพิ่มเติมอีกอย่างน้อย 1 ลำ รวมถึงการเปิดเส้นทางบินใหม่ไปยังโตเกียวและโซล ซึ่งอยู่ในระหว่างการพิจารณาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    หันมาดูทางด้านกลุ่มนักวิชาการอย่างศูนย์วิจัยกสิกรไทย เห็นว่าหลังจากปลดธงแดงหน้าชื่อประเทศไทยแล้ว สถานการณ์การบินของไทยในไตรมาสสุดท้ายของปี 2560 จะเติบโตอย่างคึกคักขึ้น จากเดิมที่ได้ทวีบทบาทอย่างน่าจับตามองในระยะที่ผ่านมา และผลดังกล่าวจะต่อเนื่องไปยังปี 2561 ให้ธุรกิจการบินของไทยเติบโตอย่างเต็มศักยภาพ โดย คาดว่าธุรกิจสายการบินของไทยในปี 2560 จะมีรายได้ประมาณ 278,900 ล้านบาท และน่าจะแตะ 294,500 ล้านบาท ในปี 2561 มากกว่ากรณีที่ ICAO ยังคงติดธงแดง คิดเป็นมูลค่า 1,300 และ 8,400 ล้านบาท ตามลำดับ

    นอกจากนี้ ผลจากการที่ ICAO ปลดธงแดง ยังจะเป็นการเรียกความเชื่อมั่นให้กลับมาสู่ธุรกิจสายการบินของไทย และเป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญให้กับนโยบายของภาครัฐซึ่งวางแผนให้อุตสาหกรรมการบินเป็นฟันเฟืองหลักในการผลักดันโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ EEC ให้สามารถเกิดขึ้นได้ผ่านโครงการเมืองการบิน หรืออู่ตะเภา Aerotropolis อีกด้วย

    สำหรับเมืองการบินนั้นเป็นยุทธศาสตร์ที่รัฐบาลคาดหวังให้เป็นกลไกหลักในการพัฒนา EEC และวางไว้ให้เป็นพื้นที่เศรษฐกิจเพื่อดึงดูดการลงทุนอุตสาหกรรมที่ใช้ เทคโนโลยีและนวัตกรรมระดับสูง เพื่อยกระดับขีดความสามารถของประเทศ หลังจากที่ไทยต้องเผชิญโจทย์การชะลอตัวของเศรษฐกิจในระยะที่ผ่านมา ดังนั้น อู่ตะเภา Aerotropolis จะเป็นการใช้จุดเด่นจากการเชื่อมโยงของท่าอากาศยานอู่ตะเภาดึงดูดการลงทุน ที่จะก่อให้เกิดเมืองศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ

    นอกจากจะนำมาซึ่งจำนวนเที่ยวบิน นักท่องเที่ยว และสินค้าที่ขนส่งทางอากาศ ที่นำไปสู่การพัฒนาเชิงพาณิชย์แล้ว ยังจะดึงดูดเม็ดเงินการลงทุนขนาดใหญ่จากต่างประเทศในอุตสาหกรรมที่หวัง พึ่งพาท่าอากาศยานในการเชื่อมโยงไปยังซัพพลายเออร์และตลาดสำคัญต่างๆ ทั่วโลกได้

    โดยสรุปการปลดธงแดงหน้าชื่อประเทศไทยนั้น ไม่เพียงแต่จะส่งผลบวกต่อธุรกิจสายการบินเท่านั้น แต่ยังจะเป็นส่วนสำคัญต่อภาคอุตสาหกรรมการบินโดยรวมของไทย ซึ่งนับเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างเมืองการบินที่จะใช้เป็นแกนหลักเพื่อดึงดูดการลงทุนและนวัตกรรมจากต่างชาติ อันจะปฏิรูปภาคการผลิตไทยไปสู่ยุคดิจิทัลเทคโนโลยี นำมาซึ่งผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน และมีมูลค่าอีกมหาศาลที่ยากจะประเมินได้

    ดังนั้น การปลดธงแดงถือเป็นข่าวดีสำหรับประเทศไทยและอุตสาหกรรมการบินในบ้านเรา ก็เป็นบทเรียนครั้งยิ่งใหญ่ที่จะทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหันมาใส่ใจเรื่องการออกใบอนุญาตการบิน ที่ได้มาแบบสะดวก แบบง่ายๆ จนนำไปสู่การไม่มีมาตรฐาน และนำมาซึ่งการตรวจสอบจาก ICAO จนในที่สุดได้ปักธงแดงหน้าชื่อประเทศไทย ทำให้ต้องหาทางแก้ไขปัญหามาเป็นระยะเวลากว่า 2 ปี จนเกิดความเสียโอกาสของสายการบินของไทยมูลค่ากว่า 11,300 ล้านบาท ถือเป็นบทเรียนครั้งยิ่งใหญ่ ก็ได้แต่หวังว่าไม่ไม่เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยอีก.

    LEAVE A REPLY

    0 Comments

  • เปลว สีเงิน

    ไม่อยากให้สับสน ประเด็นการซ่อม หรือการลงโทษทหาร เป็นเรื่องขี้ปะติ๋ว ธรรมดามาก... วงการทหารทั่วโลก ล้วนมีการซ่อมกันทั้งนั้น และที่เหมือนๆ กันคือ กติกาที่ว่า "ห้ามแตะตัว"! ฉะนั้นถ้าจะพูดถึงประเด็นนี้ ไม่ต้องโลกสวย กรรมการสิทธิมนุษยชนไม่เกี่ยว ไม่ต้องดึงมาจุ้นจ้าน การซ่อมจะสลบหรือเปล่าไม่รู้....ไม่ถึงตายแน่ ส่วนการ "ซ้อม" จะเป็นอีกเรื่อง
  • บทบรรณาธิการ

    จนถึงช่วงเย็นของวันพฤหัสบดีที่ 23 พ.ย.ที่ผ่านมา รายชื่อคณะรัฐมนตรีประยุทธ์ 5 ยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการออกมา หลังพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ได้นำรายชื่อรัฐมนตรีที่มีการปรับเปลี่ยนขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายไปแล้ว
  • เอ็กซ์-ไซท์

    ชวนชาวพุทธทั่วโลกร่วมด้วย รัฐบาลเตรียมจัดสวดมนต์ข้ามปีถวายเป็นพระราชกุศล เสริมสิริมงคลทั่วไทย ทั้งวัดในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดทั่วประเทศ 23,577 แห่ง รวมทั้งวัดไทยในต่างประเทศอีก 120 วัดและสวดมนต์ข้ามปีอาเซียน
    ตูนหยุดพักวิ่ง 2 วันรักษาอาการบาดเจ็บ แต่ก็ยังไปมอบทุนการศึกษาให้โรงเรียนเขตบางสะพาน ขณะที่หลายฝ่ายจัดกิจกรรมรับบริจาคสมทบทุน
    เสี่ยรับเหมาก่อสร้างเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย ระแวงพริตตี้เมียสาวตีตัวออกห่างจนทะเลาะกันรุนแรง บันดาลโทสะคว้าไม้หน้าสามตีแล้วแทงคอซ้ำ ก่อนโทร.แจ้งแม่ผู้ตายไปจัดการศพ
  • x-cite inside

    ได้รับทั้งเสียงปรบมือและยอดบริจาคท่วมท้นสำหรับโครงการ “ก้าวคนละก้าวเพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ” จากเบตงสู่แม่สาย ของ พี่ตูน-อาทิวราห์ คงมาลัย ศิลปินวงบอดี้สแลม กับภารกิจเพื่อสังคมที่ได้รับคำชื่นชมอย่างมากมาย ซึ่งภาพที่เกิดขึ้นไม่ใช่ไอดอลของวัยรุ่นที่สลัดไมค์ร้องเพลงมาเป็นทำงานจิตอาสา
    ณ ตอนนี้เข้าไปท่องโลกออนไลน์ จะมีรายการแชร์และส่งต่อ ขอความช่วยเหลือพี่น้องผองไทย!! ช่วยกันโหวตให้ "มารีญา พูลเลิศลาภ" ตัวแทนสาวไทยในการประกวดนางงามจักรวาลปี 2017
    ในยุคนี้ความเชื่อว่าเด็กจะเก่งต้องมุ่งเน้นแต่เรียนอย่างเดียวอาจตกยุคไปแล้ว เพราะงานวิจัยต่างๆ จากทั่วโลกพบว่า หากพวกเขาได้ทำกิจกรรมทางกายด้วยการออกมาเล่น (Active Play) หรือออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 60 นาที จะทำให้พัฒนาการด้านสมองดีกว่าเด็กที่จดจ่อมุ่งแต่นั่งเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว