แสงเทียนแห่งศาสตร์พระราชางานของพ่อยังไม่เสร็จ

  • Sunday, October 15, 2017 - 00:00


    ศาสตร์พระราชา สานต่อที่พ่อทำ

    การขับเคลื่อน-สานต่อ ศาสตร์พระราชา ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 ในเรื่องต่างๆ เช่น เศรษฐกิจพอเพียง-ทฤษฎีการพัฒนาฟื้นฟูป่าไม้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ-แนวคิดและทฤษฎีการใช้หญ้าแฝกให้มีประสิทธิภาพสูงสุดตามลักษณะและสภาพภูมิประเทศที่แตกต่างกัน หรือเรื่องของหลักทฤษฎีใหม่ที่เป็นเรื่องของหลักการในการบริหารการจัดการที่ดินและน้ำ เพื่อการเกษตรในที่ดินขนาดเล็กให้เกิดประโยชน์สูงสุด เป็นต้น ศาสตร์ต่างๆ เหล่านี้ หลังจากนี้จะเป็นอย่างไรเพื่อให้ศาสตร์พระราชา-หลักคำสอนต่างๆ ยังคงอยู่ต่อไป โดยมีการนำไปปฏิบัติ-สานต่ออย่างต่อเนื่อง

    มีความเห็น-ข้อเสนอในเรื่องนี้จากคนที่ศึกษา-ลงมือปฏิบัติตามหลักคำสอนของในหลวงรัชกาลที่ 9 อย่างจริงจัง จนประสบความสำเร็จและคนรู้จักกันดี วิวัฒน์ ศัลยกำธร กรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา-ประธานสถาบันเศรษฐกิจพอเพียง-ประธานมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ-อดีตสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ หรือที่ทุกคนเรียกกันว่า อาจารย์ยักษ์ อดีตผู้อำนวยการกองประเมินผลและข้อมูลพระราชดำริ สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) แต่ต่อมาได้ลาออกจากราชการไปทำเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงจนประสบความสำเร็จ และปัจจุบันทำศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง จังหวัดชลบุรี เพื่อเป็นศูนย์อบรมให้ความรู้ในเรื่องการนำศาสตร์พระราชามาใช้ในภาคเกษตรกรรม ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

    วิวัฒน์-อาจารย์ยักษ์ ย้ำว่า คนไทยทุกคนต้องร่วมใจกันสานต่อศาสตร์พระราชาอย่างต่อเนื่องจริงจัง ไม่ใช่แค่ให้รัฐบาลหรือหน่วยราชการทำเพียงฝ่ายเดียว เพื่อให้สิ่งที่พระองค์ท่านเคยตรัสไว้ว่า “งานของเรายังไม่เสร็จ” ได้มีการสืบสานและติดตามอย่างต่อเนื่อง

    ...สำหรับ ศาสตร์พระราชา ในการสื่อความหมายแบบง่ายๆ ให้ประชาชนเข้าใจก็คือ สิ่งที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้ทรงสอน ทั้งการสอนด้วยวาจา การสอนด้วยการเขียนออกมาเป็นหนังสือ และที่สำคัญ สอนด้วยการทำให้ดู ที่มีตัวอย่างมากมายนับหมื่นอย่างที่อยู่ในโครงการพระราชดำริต่างๆ ร่วม 4,000 กว่าโครงการ และศูนย์ศึกษาการพัฒนาอีก 6 แห่งทั่วประเทศ

    สิ่งเหล่านี้คือศาสตร์ เช่น น้ำที่อยู่บนฟ้า จะทำอย่างไรให้ก่อตัวเป็นเมฆก้อนโตเพื่อดึงน้ำให้ตกลงมาให้พอเพียงสำหรับการทำนาปลูกข้าวให้มนุษย์ได้กิน ความพอเพียง อยู่ในทุกมิติ แล้วก็ถูกพัฒนาไปเป็นทฤษฎีว่าด้วยการทำเมฆให้อ้วน ทฤษฎีว่าด้วยการโจมตีเมฆให้ตกเป็นฝน ตกมาแล้วก็เป็นทฤษฎีว่าด้วยการเก็บน้ำไว้บนเขา จากนั้นก็มีทฤษฎีว่าด้วยการกระจายน้ำไปยังแหล่งน้ำขนาดกลาง ทฤษฎีว่าด้วยการกระจายน้ำไปยังแหล่งน้ำไร่นาขนาดเล็กของทุกบ้าน หรือหลุมขนมครก

    สิ่งเหล่านี้เป็นทฤษฎี ไม่ใช่แค่ปรัชญาอย่างเดียว แต่เป็นศาสตร์ เป็นความรู้ที่ได้มีการพิสูจน์แล้วจนพบหลักเกณฑ์ พอเป็นหลักการแล้วจึงเรียกว่า ศาสตร์ ที่มีทั้งเทคนิค วิธีปฏิบัติ การบริหาร

    ทั้งหมดที่พระองค์ท่านทรงทำให้ดูคือศาสตร์ ที่ทรงทำให้ดูจนเป็นองค์ความรู้ที่ผ่านการปฏิบัติจนพบหลักเกณฑ์ที่แน่นอน ถ้าคนที่ตั้งใจศึกษาก็จะพบว่ามีศาสตร์อยู่มากมาย จนมีทฤษฎีอยู่จำนวนมากเกือบ 40 ทฤษฎี และทรงทำมาตลอดเกือบ 60-70ปี ที่ช่วงหลังก็ยังทรงมีผลงานออกมาเป็นระยะ

    ..ปีนี้ถือว่าเป็นกระแสของสังคมไทย ทิศทางของโลก ที่ยึดแนวทางของความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจแล้ววัดด้วยเงินทอง วัตถุนิยม หรือการเติบโตทางจีดีพี หวังว่าจะเป็นประเทศเจริญแล้ว ก้าวหน้าอย่างมาก วันนี้เห็นแล้วว่าเป็นจริงได้ยากและไม่ใช่สิ่งที่เราอยากจะเป็น ที่ผ่านมาชาวบ้านไม่ได้อยากเป็น

    เราไม่ได้อยากเป็นประเทศที่ก้าวหน้าอย่างมาก เพราะหากเป็นประเทศก้าวหน้าอย่างมาก เราก็จะถอยหลังเข้าคลองอย่างน่ากลัว จะก้าวข้ามประเทศรายได้ปานกลางไปสู่ประเทศร่ำรวย ก็คิดว่าหลายคนก็ไม่ได้เห็นด้วย และประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศพื้นฐานจริงๆ ก็ไม่ได้อยากเป็นประเทศก้าวหน้าอย่างมาก คนไทยส่วนใหญ่เกือบทั้งหมดชอบวิถีชีวิตเรียบง่าย อยู่กับธรรมชาติ แต่ว่าไปโดนปลุกเร้าจากนานาชาติ นักการเมือง สื่อมวลชน เซลส์ เลยทำให้คนอยากรวยกันทั้งประเทศ เมื่อก่อนหากไปสำรวจ คนเขาก็ไม่ได้อยากเป็นประเทศรวย แต่ตอนนี้ไปสำรวจ คนเขาอยากรวยกันเป็นส่วนใหญ่

    กระแสนี้ถึงตอนนี้คนเริ่มรู้แล้วว่าถูกหลอก ตั้งแต่แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 1-11 ผ่านมา 55 ปี กำลังเข้าแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 12 ตอนนี้คนไทยเริ่มรู้แล้วว่าการถูกหลอกให้วิ่งไปหาเงิน สุดท้ายไม่ได้เงินกลับมา ได้แต่หนี้สิน เสียที่ดิน เสียความเป็นไทไป และยังเจอปัญหาเรื่องเสียสุขภาพ เพราะหากคนเรามีสุขภาพไม่ดีแม้มีเงินมากก็ไม่มีความหมาย ตอนนี้คนอายุ 30 กว่าป่วยเป็นมะเร็งกันแล้ว คนเป็นมะเร็งกันเต็มบ้านเต็มเมือง มันก็ป่วยการที่จะเป็นประเทศร่ำรวย

    ที่สำคัญ ตอนนี้คนตกงานกันทั้งบ้านทั้งเมือง และตกงานกันทั้งโลก อดอยากกันทั้งโลก ก็แบบว่า ทฤษฎีที่ให้คนมุ่งหาเงินมันผิดอย่างชัดเจน ทุกคนรู้แล้วว่ามันผิด ผิดอย่างรุนแรง คนก็เริ่มรู้กันทั้งโลกแล้วว่าทิศทางการพัฒนาประเทศตอนนี้ก็มุ่งไปที่การพัฒนาประเทศแบบให้เติบโตอย่างยั่งยืนมากกว่าจะเน้นที่ความร่ำรวย วันนี้ระหว่างความร่ำรวยกับความยั่งยืน คนเลือกเอาความยั่งยืนก่อน ผู้รู้จะเลือกเอาความยั่งยืนก่อน เก็บเอาวัฒนธรรมดีๆ น้ำและดินที่สมบูรณ์ อากาศบริสุทธิ์ให้ลูกหลาน ไม่ใช่มุ่งแต่เอาความเติบโตทางเศรษฐกิจ ทั่วโลกจึงประกาศดัชนีมวลรวมความสุข ที่สิ่งสำคัญคือ จะไปสู่เป้าหมายนี้ได้ต้องพึ่งหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาล 9 ซึ่งเขาก็ประกาศชัดไปทั่วโลก สมาชิกยูเอ็นประกาศไปในทางเดียวกัน หลายประเทศเริ่มเอาจริงเอาจัง ประกาศจะเดินตามรอยทางคำสอนของพระมหากษัตริย์ของเรา ทั้งที่ไทยเราจัดว่าเป็นประเทศเล็กนิดเดียว แต่มันยิ่งใหญ่สำหรับสิ่งที่พระองค์ท่านได้ทรงสอน ได้ทรงทำ ได้ทรงพูดและเขียน ทั้งที่พระองค์ท่านทรงเป็นพระมหากษัตริย์ แต่ทรงทำงานบนท้องไร่ท้องนา ป่าเขา ท่านทรงไปนั่ง ไปเดิน ไปดูความทุกข์เข็ญของชาวบ้าน ที่
    ไหนที่ทุกข์เข็ญ แห้งแล้ง มีการรบกัน ประชาชนเดือดร้อน ก็ทรงไป แม้จะเป็นพื้นที่ชายแดน พื้นที่สู้รบ เช่น เขาค้อ ก็ทรงไปตลอด ทุกพื้นที่ซึ่งมีการยิงกัน เข่นฆ่ากัน ท่านก็เสด็จฯ หมด เพื่อให้คนอย่ารบกัน แต่ให้มาช่วยกันพัฒนาประเทศดีกว่า สงครามที่ต้องทำก็คือ สงครามกับความอดอยากยากจน ไม่ใช่สงครามฆ่ากันจากเรื่องความเชื่อ ลัทธิ และที่สำคัญ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นปรัชญาพัฒนามนุษย์ที่ดีที่สุดในโลก ประสบความสำเร็จที่สุดในโลก Human Development เป็นการพัฒนามนุษย์ให้อยู่ร่วมกันอย่างสามัคคี อย่างที่พระองค์ท่านตรัส สามัคคีคือพลัง

    อาจารย์ยักษ์ กล่าวอีกว่า ผมก็คิดว่าสถานการณ์นี้เป็นโอกาสที่ดี สนามหลวง ผมก็ไม่คิด ไม่คาดฝัน ที่เวลาเป็นปี สนามหลวงเคยใช้เป็นเวทีด่ากัน ประชาชนฝ่ายที่ไม่ได้เป็นรัฐบาล ตั้งเวทีที่สนามหลวง ด่ารัฐบาลกันทั้งวันทั้งคืน เป็นแบบนั้นในอดีต แต่ว่าปีนี้ทั้งปีเป็นปีที่คนมาสามัคคีกัน คนเดินทางมาจากทั่วประเทศ มาเข้าคิวกัน มานั่งรอกัน ตากแดดตากฝน เพื่อจะเข้าไปกราบพระบรมศพ คนอีกกลุ่มหนึ่งก็ไปหาน้ำหาอาหารมาบริการ ทำให้สนามหลวงกลายเป็นสนามแห่งความรัก จากเดิมที่เคยเป็นสนามแห่งความโกรธแค้น เตรียมฆ่ากัน ด่ากัน แข่งขันกัน สู้กันทางการเมือง แต่ตอนนี้เป็นสนามแห่งความรัก

    ..มันมหัศจรรย์ ที่ผ่านมาตลอดทั้งปีไม่มีกิจกรรมอะไรที่ทำให้คนโกรธกันเลย คนทุกกลุ่มต่างไปช่วยกันตั้งโต๊ะ โรงทาน ปรุงอาหาร เอาน้ำ เครื่องดื่ม เสื้อกันฝน ร่มไปแจกกัน เป็นสนามแห่งความรัก สนามแห่งความเมตตาและความสามัคคี ทั้งหมดเกิดขึ้นได้จริงๆ เป็นความมหัศจรรย์ของความดีจากสิ่งที่พระองค์ท่านทรงทำไว้ 70 ปี

    ผมก็เชื่อว่าคนไทยฉลาด จะรักษาสิ่งดีๆ เหล่านี้ไว้ สนามแห่งความรักทำให้มันกระจายไปทั่วทั้งแผ่นดิน และจะดังไปทั่วโลกเอง เพราะตอนนี้ทั่วโลกก็ประกาศแล้วว่าจะเดินตาม แล้วคนไทยเองเดินตามหรือไม่ คนไทยฟังพระองค์ท่านมากกว่าคนทั้งโลก ก็ต้องเดินตามท่าน บางคนก็ยังมีข้อสงสัยอยู่ ทั้งที่พระองค์ท่านทรงทำไว้ขนาดนี้ ซึ่งหากคนไทยไม่เดินตามก็เป็นเรื่องน่าเศร้าสำหรับคนคนนั้น

    Thailand 4.0 กับหลักเศรษฐกิจพอเพียง

    - รัฐบาลพยายามจะขับเคลื่อนนโยบายไทยแลนด์ 4.0 มองว่าแนวทางนี้จะขัดหรือไปได้กับแนวทางหลักคำสอน เช่น เศรษฐกิจพอเพียงหรือไม่?

    แน่นอนอยู่แล้ว ที่ผ่านมาพลเอกประยุทธ์ นายกฯ ได้พูดและตั้งงบประมาณไว้ 8,000 ล้านบาท เพื่อให้ไปขับเคลื่อนทำเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงให้เกิดให้ได้ แต่ว่าผ่านไป 3 ปีแล้ว พบว่า เงินไม่ได้มีการนำไปใช้เลย เพราะไม่มีหน่วยงานไหนทำเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพราะเขาไม่เข้าใจ ถึงตอนนี้ที่ตั้งงบไว้ 8,000 ล้านบาท ใช้ไปไม่กี่ล้านบาทเอง ผ่านไป 3 ปี งบประมาณต่อเนื่อง

    ตัวนายกฯ เขาก็เอาจริง สั่งตั้งกรรมการทำเรื่องนี้โดยให้กระทรวงมหาดไทยเป็นแม่งาน แต่คนทำงานไม่มีใครทำ ไม่มีใครเอาจริง จะไป 4.0 ที่เป็นเรื่องของรองนายกฯ เศรษฐกิจ แต่พวกข้าราชการกลับไปเอาจริงเอาจังมากกว่า แต่กลับเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ข้าราชการกลับไม่เอา ไม่มีใครทำ

    สาเหตุเกิดจาก เพราะเขาคงมองว่าเรื่องนี้เป็นกระแสรอง คือ กระแสแห่งความโลภ ชวนให้ใครมารวยใครก็มา แต่ชวนให้คนมาพอ ให้พอแล้ว ให้พอเพียง ไม่มีใครอยากมา ชวนให้มาขยัน ไม่มีใครเอา ก็เป็นเรื่องธรรมดา

    ถามต่อเนื่องว่า ที่บอกมีการตั้งงบไว้ แต่ไม่มีความคืบหน้าการทำโครงการ เบิกงบ เป็นเพราะเหตุใด ทำไมไม่มีการทำ วิวัฒน์ กล่าวว่า ก็มีการขับเคลื่อนอยู่ แต่ว่าโครงการที่แต่ละจังหวัดเสนอไปไม่ได้รับการอนุมัติ ตอนนี้กระทรวงมหาดไทยเพิ่งจะทำแค่เอาผู้นำที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงมาอบรม คือมันช้ามาก จะ 2 ปีแล้ว แต่เพิ่งจะมาให้ผมไปอบรมให้ มันก็เลยเกิดไม่ได้ ก็ไม่รู้ว่ามันไปติดขัดเรื่องอะไร ก็เป็นระบบราชการที่มันก็ช้ามาก เพราะไม่มีใครไปติดตาม ไปคอยจี้ นายกฯ สั่งแล้วก็จบ ไม่มีใครเอาจริง คนใน ครม.ก็ไม่เห็นมีใครไปติดตามให้ ไม่มีใครไปคอยเป็นมือเป็นไม้ให้นายกฯ เลย นายกฯ ก็สั่งทุกวัน สั่งแล้วก็ปวดหัว ผมไปร่วมนั่งประชุมด้วย ผมเห็นท่านสั่งแล้วก็นั่งพิงเก้าอี้

    ที่จริงนายกรัฐมนตรีสั่งให้มีการทำเรื่องนี้มาตั้งแต่ยังเป็น ผบ.ทบ. ท่านสั่งให้ทหารไปอบรมที่ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง จังหวัดชลบุรี แล้วก็ให้ไปตั้งศูนย์เรียนรู้แบบมาบเอื้องประมาณ 100 แห่งในค่ายทหารทั่วประเทศ โดยก็ให้มีการนำทหารในค่ายไปฝึกเพื่อให้เกิดสิ่งนี้นอกค่ายทหารอีก ก็มีการสั่งทหารทุกกองทัพทั้งสี่ภาค รวมถึงหน่วยบัญชาการทหารสงครามพิเศษ ไปอบรมที่มาบเอื้อง 5 วัน ตามหลักสูตร เช่น ให้เรียนรู้การบริหารแบบบ้านๆ ทำอย่างไร ไม่ใช่บริหารแบบคนรวย แบบราชการ หรือการไปดูวิธีการฝึกว่าทำอย่างไร ฝึกแล้วได้ผล คนมาฝึกเสร็จแล้วกลับไปบ้าน มีการเปลี่ยนแปลงตัวเอง รวมถึงให้ดูวิธีปฏิบัติ นายกฯ สั่งให้ทหารทำแบบนี้ตั้งแต่ยังเป็น ผบ.ทบ.ยังไม่ยึดอำนาจ

    ...และพอนายกฯ ยึดอำนาจเมื่อ 2557 ก็ตั้งงบประมาณขึ้นมาเป็นการเฉพาะ เป็นงบขับเคลื่อนทำเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง 8,000 ล้านบาท ภายใต้หลัก 6 ยุทธศาสตร์ ก็มีทำแผนขึ้นมา โดยมีฝ่ายต่างๆ มีส่วนร่วมตามแผน เช่น ทหาร กระทรวงมหาดไทย สถาบันการศึกษา แต่พบว่าไม่มีใครไปยื่นเรื่องทำโครงการเพื่อของบประมาณเลย สถาบันการศึกษามีงบด้านนี้หลายล้าน แต่ไม่มีแม้แต่หน่วยงานเดียวทำเรื่องของบเลย แสดงว่าประสิทธิภาพในการบริหารโครงการขับเคลื่อนมันแย่มาก นี่คือราชการไทย

    เราก็เลยคิดว่า ถ้างานของพระองค์ท่านจะขับเคลื่อนได้มันต้องภาคประชาชน เพราะก็เห็นแล้วว่า แม้นายกฯ จะสั่งอะไรในที่ประชุม แต่ก็ไม่มีใครทำอะไร พวกผู้ว่าฯ ก็ไม่ค่อยรู้เรื่องรู้ราว ไม่สนใจกันด้วยซ้ำว่ามีโครงการนี้

    กลับไปถามย้ำอีกรอบว่า นโยบายของรัฐบาลที่ชูเรื่องขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ไทยแลนด์ 4.0 กับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปด้วยกันได้ไหม วิวัฒน์-อดีต สปช.-อดีต สปท. มองว่าปรับจริงๆ ก็ได้ มันต้องปรับ คือ ทุนนิยมอย่าสุดโต่ง ก็ทำได้ อย่างสังคมนิยมก็มีข้อดี คือ หลักทุนนิยมเสรี สังคมนิยมและหลักเศรษฐกิจพอเพียงมันมีส่วนต่าง มีเป้าหมายต่างกัน อย่างทุนนิยมก็เน้นกำไรสูงสุด แต่ทั้งทุนนิยม สังคมนิยม ก็ต้องมีชุมชน มีสังคม สังคมนิยมก็ต้องมีที่อยู่อาศัย ต้องกินต้องใช้เหมือนกัน ต้องการอากาศบริสุทธิ์ สภาพแวดล้อมที่ดี ก็เช่นเดียวกันกับเศรษฐกิจพอเพียง ก็เหมือนกัน ไม่ได้ขัดแย้งกันทั้งหมด แต่เป้าหมายสุดท้ายมันต่างกันเท่านั้นเอง

    เป้าหมายของเศรษฐกิจพอเพียงต้องการทำให้คนรู้จักพอ และอย่าทิ้งให้คนอดอยากยากจน ก้าวหน้าได้ แต่อย่าไปทำให้ใครเดือดร้อน ก็พัฒนาให้ก้าวหน้าได้ แต่ต้องรู้จักพอ ต้องมีพับลิกสปิริต ต้องมีจิตวิญญาณเพื่อผู้อื่นบ้าง สังคมไทย ต้องรู้จักพอเรื่องกินเรื่องใช้ได้แล้ว ของเหลือกินเหลือใช้ก็ต้องแบ่งกันกินกันใช้ สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่พ่อท่านทำ อยากเดินตามรอยพ่อก็ต้องทำ ไม่ใช่ไปมัวแต่ตามรอยฝรั่ง

    ไทยแลนด์ 4.0 ทำเรื่องดีๆ ได้ตั้งหลายเรื่อง 4.0 ไม่ใช่เรื่องทำให้รวยอย่างเดียว แต่ต้องสร้างสรรค์ เช่น เศรษฐกิจดิจิตอลแบบสร้างสรรค์ เศรษฐกิจสีเขียว มิติของ 4.0 ไม่ใช่ว่าจะเลวทั้งหมด แต่เป้าหมายมันอาจจะผิด ก็ปรับเป้าหมายกันหน่อยก็จะเป็นเรื่องดี เช่น ทำเรื่องอาหารการกินให้สมบูรณ์ ทำให้ดินสมบูรณ์ ป่าสมบูรณ์ ไม่อย่างนั้นจะไปเอาอากาศบริสุทธิ์ที่ไหน เรื่องง่ายๆ แค่นี้เองไม่ต้องไปคิดมาก

    ถามถึงว่าทิศทางนโยบายรัฐบาลพยายามเน้นการดึงต่างชาติเข้ามาลงทุน แล้วก็มีการออกนโยบายเพื่อส่งเสริมการลงทุนด้วยมาตรการพิเศษต่างๆ เช่น เรื่องภาษี วิวัฒน์ วิพากษ์หลังได้ยินคำถามนี้ว่าน้ำหนักคือจะไปทางหาเงิน จะให้คนขนเงินเข้ามาลงทุนในบ้านเรา ของเราน้ำหนักมันไปทางนั้นมากไป ทั้งที่ก็เคยเตือนแล้วเตือนอีก ตั้งแต่ตอนที่เคยมีคนบอกว่า ไทยจะเป็นเสือ ตั้งแต่ช่วงปี 2525 ท่านก็ทรงเตือนว่า การเป็นเสือไม่สำคัญ สำคัญที่ว่าเราต้องพออยู่พอกิน เราควรเป็นประเทศผู้นำโลกเรื่องความพอเพียง ไม่ใช่ไปเดินตามเขา ก็มีคนเห็นด้วยมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ทุกรัฐบาลก็ยังเป็นแบบนี้

    คือ รัฐบาลเขาก็คงไม่ได้เห็นด้วยกับคุณสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ หรือสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมต.สำนักนายกรัฐมนตรีทั้งหมด ก็เห็นมีทหารหลายคน มีรองนายกฯ ก็ไม่ค่อยเห็นด้วย เท่าที่ผมเห็น แต่เขาก็ไม่อยากขัดกัน

    ..อย่างผมไปนั่งประชุมอยู่ด้วย ผมก็เห็นรองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคงก็ไม่เห็นด้วยเลย บอกว่าเอารวย มันไม่สำคัญเท่ากับความมั่นคงของประชาชน ความมั่นคงของประเทศ เพราะหากประชาชนอยู่ในถิ่นเกิดตัวเองไม่ได้ แห้งแล้งไม่มีจะกิน ต้องอพยพหนีออกจากบ้านเกิด ทิ้งครอบครัว ต้องเข้ามาแสวงโชคในเมือง แบบนี้ มันคือความมั่นคงของครอบครัว มันอยู่ไม่รอด แล้วประเทศจะไปได้อย่างไร หากพูดกันแต่เรื่องหาเงินหาทองกัน แต่มันต้องทำให้ประเทศชาติ ต้องทำให้ชุมชน ครอบครัว ต้องมีความมั่นคงต่างหาก เพราะหากไม่มั่นคงก็พังพินาศเลย มันก็เป็นความล้มเหลวของระบบเศรษฐกิจ

    วิวัฒน์ ให้ข้อเสนอแนะว่า การขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจ หากจะทำโดยไม่ขัดกับหลักเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงมากจนเกินไป เรื่องนี้ก็เคยพูด และบอกไปแล้วว่า สิ่งที่ท่านทรงทำไว้ให้ดูเป็นตัวอย่าง ทำไมไม่ทำ เช่น เรื่องการจัดการน้ำ ที่ทำแล้ว ทำให้ประชาชนปลดหนี้ได้ ชีวิตมีความสุขได้จริง ท่านทรงทำให้ดูแล้ว แต่ก็กลับไม่รู้เรื่องกัน ก็งงๆ อยู่เหมือนกันว่าทำไมหูตาบอดขนาดนั้น

    เมื่อถามว่าพระบรมราโชวาท พระราชดำรัสที่สำคัญ ที่คิดว่าคนไทยสามารถนำไปใช้ในการใช้ชีวิต ในการทำงาน ดำเนินชีวิตหลักๆ มีอะไรบ้าง วิวัฒน์ ตอบว่า ผมเชื่อในเรื่อง ความเพียร ที่ท่านทรงสอนพวกเรา ที่เคยตามเสด็จพระองค์ท่าน ว่า ทำไปเถอะ ทำไปเรื่อยๆ ความพอเพียงที่ท่านว่า ตอนแรกคนอาจไม่เชื่อ ก็ทำไป อาจสัก 10 ปี 20 ปี 30 ปี แต่วันหนึ่งเมื่อเศรษฐกิจล่มลง เมื่อเขาทุกข์เข็ญ สิ่งนี้จะเป็นที่พึ่งให้เขาได้

    - ในฐานะเป็นกรรมการปฏิรูปการศึกษา คิดว่าแนวทางต่างๆ ของศาสตร์พระราชาจะสามารถนำไปขับเคลื่อน สานต่อในกรรมการปฏิรูปได้หรือไม่?

    ปรัชญาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ได้ถูกระบุไว้เป็นเป้าหมายสำคัญของการปฏิรูปการศึกษา ซึ่งที่จริงไม่ใช่แค่กับการปฏิรูปการศึกษาเท่านั้น แต่ทุกมิติ ปรัชญาและแนวทางของท่าน ระบุไว้หลายส่วน เช่น ในรัฐธรรมนูญ ตั้งแต่มาตราแรกของหมวดปฏิรูป ที่ยึดหลักปรัชญาของความพอเพียงเป็นเรื่องใหญ่ในการปฏิรูปทุกมิติ

    ในส่วนของการปฏิรูปการศึกษาต้องยึดหลักศาสตร์พระราชาเป็นหลัก อย่างสถาบันการศึกษาเองก็มีบางแห่ง เช่น สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ทางอธิการบดีก็มีการนัดหารือกันแล้วว่า จะให้มีการตั้งสถาบันในลักษณะวิทยาลัยขึ้นมา เหมือนกับให้เป็นหนึ่งคณะขึ้นมาเลย ให้มีการสอน ทำวิจัย ค้นคว้า เพื่อสืบทอดศาสตร์พระราชาต่อไปให้ได้ เท่าที่ทราบมีประมาณ 45 มหาวิทยาลัยเขาจะทำแล้ว รวมถึงมหาวิทยาลัยราชภัฏ 38 แห่ง เขาก็จะทำเช่นกัน ทำแบบจริงจังด้วย ในลักษณะการขับเคลื่อนศาสตร์พระราชาส่งสู่ท้องถิ่น เพื่อให้รักษาความเป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่น และช่วยพัฒนาท้องถิ่นโดยใช้ศาสตร์พระราชาขับเคลื่อน มีการเขียนไว้ในกฎหมายการจัดตั้งมหาวิทยาลัยราชภัฏชัดเจน

    ส่วนในแผนยุทธศาสตร์ชาติที่จะจัดทำขึ้นก็มีอยู่เช่นกัน เท่าที่ทราบเขาบอกจะยึดแนวทางของในหลวงรัชกาลที่ 9 ในยุทธศาสตร์ชาติแต่ละมิติ เพียงแต่การใช้คำอาจใช้หลายแบบ แต่ก็มีเรื่องพวกเศรษฐกิจพอเพียง การสานต่อศาสตร์พระราชา การสานต่อแนวพระราชดำริ.
    ....

    สืบสานศาสตร์พระราชา ผ่านกลไก 3-5-7

    เรื่องการสืบสาน-สานต่อ ศาสตร์พระราชา เคยมีการศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจัง สมัยที่ยังมีสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) โดยที่ประชุม สปท.ได้เห็นชอบให้มีการตั้ง คณะกรรมการขับเคลื่อนสืบสานศาสตร์พระราชา สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ โดยมี ปานเทพ กล้าณรงค์ราญ อดีตประธาน ป.ป.ช.เป็นประธาน ที่ได้ศึกษาเรื่องศาสตร์พระราชาและการสานต่อ จนมีการจัดทำรายงานอย่างเป็นทางการเรื่อง การขับเคลื่อนสืบสานศาสตร์พระราชาเพื่อการปฏิรูปประเทศ ที่ต่อมา สปท.ลงมติเห็นชอบและส่งต่อให้รัฐบาลไปศึกษาและดำเนินการ

    คณะกรรมการชุดดังกล่าว วิวัฒน์ ศัลยกำธร ในฐานะอดีตสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ก็เข้าไปมีส่วนสำคัญในฐานะรองประธานคณะกรรมการชุดดังกล่าว จนได้ข้อสรุปออกมาเป็นรายงานข้างต้น

    วิวัฒน์ ย้ำว่า การสานต่อศาสตร์พระราชาควรยึดหลักปฏิบัติคือ 3-7-5 แยกเป็นส่วนแรก เห็นว่าการขับเคลื่อนสืบสานงานของพระองค์ท่านต้องทำใน 3 ระดับ ระดับสำคัญสุดคือระดับชุมชนและท้องถิ่น ต้องเอาจริงกับการจัดตั้งโครงข่ายประสานงานระดับท้องถิ่นให้ได้ เช่น ให้มีผู้นำขับเคลื่อนระดับท้องถิ่นแห่งละ 9-12 คน

    2.ระดับจังหวัด ตอนนี้ก็เริ่มทำกันแล้ว มหาดไทยตอนนี้ทำแล้ว จริงๆ ก็เริ่มมาสองปีแล้ว แต่เพิ่งจะมาเห็นผลตอนนี้ เราก็ไปอบรมให้จังหวัดละ 12 คนที่จะมีคนจากฝ่ายต่างๆ เช่น กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรฯ ตัวแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่ข้าราชการก็ได้ผลสัก 60 เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือก็มีหนีเรียนกัน ไม่ค่อยเอาจริงเอาจังกัน ก็ส่งมาอบรมที่บ้านเอื้อง 3 วัน

    3.ระดับชาติ ก็มีหลายคณะอยู่แล้ว มีอยู่ทุกกระทรวง เพียงแต่จะบูรณาการกันอย่างไร ก็อยู่ที่ว่าจะให้มีการบูรณาการอันอย่างไร แล้วใครจะเป็นคนทำ ก็เห็นว่าสำนักนายกฯ ควรเป็นแม่งาน จัดให้มีทีมงานมาบูรณาการกัน มาขับเคลื่อน

    วิวัฒน์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับ 7 ที่บอกก็คือ การต้องดึงความร่วมมือจาก 7 ภาคส่วนให้มาร่วม ไม่ใช่ให้ภาคราชการทำอย่างเดียวแบบที่ทำอยู่ตอนนี้ มันไม่ถูกต้อง ไปไม่รอด หากทำเฉพาะราชการอย่างเดียวต้องไปดึงภาคส่วนเข้ามาร่วมอย่างน้อยให้ได้ 7 ฝ่าย คือภาควิชาการ-ศาสนา-ภาคประชาชน-ภาคเอกชน-สื่อมวลชน-ประชาสังคม โดยก็เช่นดึงคนที่ทำงานในมูลนิธิต่างๆ ที่ทำเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงก็ดึงมา แต่ต้องเอาคนที่รู้จริงมา

    ส่วน 5 ก็คือ เรื่องการปฏิบัติ ที่ 3 ระดับ 7 ภาคส่วน ต้องทำ 5 เรื่องด้วยกัน

    1.ต้องมีระบบประสานงานกันให้ได้ ประสานคน ประสานเป้าหมาย อุดมการณ์ให้ไปด้วยกันให้ได้ เช่น ความพอเพียงคืออะไร ต้องเอาให้ชัด ต้องหลอมความคิดให้ชัด มีการฝึกอบรมอย่างจริงจัง สรุปคือประสานงาน ประสานคน ประสานเป้าหมาย ประสานอุดมการณ์ ว่าจะพอเพียงกันอย่างไร ไม่ใช่ต่างคนต่างพอเพียงตามทัศนะของตัวเอง ถ้าแบบนี้ไปไม่รอด ถ้าเป้าหมายมันคนละเป้าหมายกันก็ไปด้วยกันไม่ได้

    2.ต้องบูรณาการแผน งบประมาณ และยุทธศาสตร์ เรื่องพวกนี้ทุกหน่วยโดยเฉพาะราชการมีอยู่แล้ว แต่ไม่เคยบูรณาการกันเลย 10 หน่วยก็ลงไปประชุมชาวบ้านกันสิบครั้ง ชาวบ้านก็มึน หลักการไม่เหมือนกันเลย

    3.ต้องมีระบบติดตาม ไม่ใช่ทำแล้วก็ทิ้ง แบบนั้นก็ไม่เกิดประโยชน์ ถ้าไม่มีการติดตาม ประเมินผล การให้กำลังใจ การให้ความช่วยเหลือ เมื่อคนทำแล้วเขาติดขัดด้านเทคนิค เช่น หากติดขัดงบประมาณ ก็ต้องตามไปให้การสนับสนุน ไม่ใช่โยนทิ้งปล่อยไปเลย การติดตามช่วยเหลือเป็นเรื่องใหญ่มาก เพราะบางชุมชนเขาเก่งแข็งแรงก็ไปได้ด้วยตัวเอง แต่บางชุมชน บางคนไปไม่รอด ก็ต้องไปติดตามช่วยเหลือ

    4.เมื่อเขาทำแล้วเกิดความรู้ นวัตกรรมใหม่ๆ ก็ต้องมีการจัดการนำสิ่งที่ชาวบ้านค้นพบเอามาบริหารจัดการองค์ความรู้ ต้องนำมาพัฒนาต่อ อย่าปล่อยให้มันหายไปเฉยๆ

    5.ต้องนำมาเผยแพร่ สื่อสารกัน เพราะคนที่ทำงาน เมื่อได้แลกเปลี่ยนกันก็จะได้ประสบการณ์ความรู้มากขึ้น แล้วก็สื่อสารไปสู่สังคมทุกกลุ่ม ทั้ง 5 กลไกนี้มีความจำเป็น ต้องทำให้ครบ ต้องประสานงานกัน ตามยุทธศาสตร์ 3-5-7 คือ 3 ระดับ-5 กลไก-7 ภาคส่วน

    เมื่อถามว่าเป็นห่วงหรือไม่ที่คนรุ่นใหม่ คนที่จะเติบโตขึ้นมาในอนาคต เขาจะลืมเลือน ไม่เข้าใจสิ่งเหล่านี้ พวกศาสตร์พระราชา แล้วจะทำอย่างไรให้เขาเข้าใจรับรู้ได้ วิวัฒน์ ให้ความเห็นว่า ถ้าเราสามารถสร้างกลไก 3-5-7 ที่เสนอไป การที่จะมีกลไกสื่อสารต่อไปก็คือประชาชนจำนวนมากที่ต้องลุกขึ้นทำ ถ้าประชาชนลุกขึ้นทำกันจำนวนมาก เหมือนกับวัดที่ประชาชนทุกคนต้องเอาลูกไปบวช ต้องสร้างวัด ช่วยกันทำบุญ ทำแบบนั้นที่เป็นกิจกรรมที่ทำด้วยศรัทธา มันจะอยู่ได้เป็นพันๆ ปี

    แต่ถ้าประชาชนไม่สนใจเลย แล้วภาครัฐก็ไม่สนับสนุนจริง ทำกันแค่พอเป็นพิธี แล้วภาคการศึกษาก็ทำหลักสูตรให้เด็กท่องแล้วจบ ไม่มีการปฏิบัติจริง ถ้าทำกันอยู่แบบที่ทำกันทุกวันนี้ ไม่เกินร้อยปีจบ แต่ถ้าเอาจริง ลงลึก ให้เป็นวิถีชีวิต อย่างที่คนนำลูกไปบวช มีการศึกษาจริงจัง ให้เรียนปริยัติธรรม มีการนำคำสอนของพระพุทธเจ้ามาเรียนกันอย่างจริงจัง แล้วไปปฏิบัติกันจนเห็นผล มันก็จะอยู่นาน ไม่ต่างอะไรกับศาสนา เป็นปรัชญาอย่าง สัตยาเคราะห์ ของคานธี ก็มีสถาบันสัตยาเคราะห์ ก็ทำให้สัตยาเคราะห์อยู่ยาวเป็นร้อยๆ ปี

    ..หากปล่อยแบบนี้ ให้รัฐบาลทำฝ่ายเดียวแบบนี้ ทำกันแบบที่ทำกันอยู่ทุกวันนี้ ไม่ถึงร้อยปีหรอก เดี๋ยวก็เงียบ ก็ทำกันตามคำสั่งพอเป็นพิธี มันไม่ได้เข้าไปในจิตวิญญาณ เรียกว่าไม่ได้ระเบิดจากข้างในอย่างที่พระองค์ท่านเคยรับสั่ง คือไม่เข้าใจและเข้าไม่ถึงเรื่องความพอเพียง หากเข้าใจและปฏิบัติด้วยจะยิ่งกว่ามีเงินเป็นแสนล้าน เพราะความพอเพียงเป็นทรัพย์ยิ่งกว่าทรัพย์แสนล้าน ยากที่คนธรรมดาจะเข้าใจ แต่คนเข้าถึงได้

    ถามย้ำไปว่าถึงขนาดมีค่ามากกว่าเงินเป็นแสนล้านเลยหรือ วิวัฒน์ ฟังคำถามแล้วอธิบายว่า คือขณะที่คนเราเริ่มจากศูนย์ พอจบการศึกษา พ่อแม่ก็เริ่มปล่อย คนก็เริ่มทำงาน หาเงิน เริ่มซื้อบ้าน จากนั้นก็เริ่มอยากมีบ้านชายทะเล พอมีชายทะเลก็อยากมีบนภูเขา จากนั้นก็อยากมีบ้านอยู่ต่างประเทศ หรือรถยนต์ มีรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ออกมาก็คอยไปซื้อ ตะเกียกตะกายหากู้เงินไปซื้อมาเรื่อยๆ ทั้งชีวิต แต่วันไหนถ้าพอจะหายเหนื่อยทันที การพอต้องมีให้เหลือกินเหลือใช้ก่อนแล้วถึงค่อยพอ ไม่ใช่ยังโง่อยู่เลยแล้วยังขี้เกียจ แล้วบอกว่าพอแล้ว แบบนี้เขาเรียกขี้เกียจ แต่ถ้ารู้จักพอเมื่อไหร่ มันจะมีความสุข ชีวิตจะมีความสะดวกสบายทันที

    บางคนนอนบ้านไม้ไผ่ บอกมีแค่นี้พอแล้ว ไม่ได้อยากนอนบ้านตึก เพราะอยู่แล้วเย็นสบาย บางคนก็เอาดินมาปั้นเป็นบ้าน อยู่บ้านดิน แล้วใช้ชีวิตแบบสบายๆ ทำงานวันละหนึ่ง-สองชั่วโมงก็พอกินแล้ว ที่เหลือก็เที่ยวเล่น เอาเวลาไปช่วยเหลือคนโน้นคนนี้ เป็นชีวิตที่มีคุณค่ามาก คุณว่าชีวิตแบบนี้มันดีกว่าหรือไม่ พระพุทธเจ้าไม่มีอะไรเลย มีแค่บาตรใบเดียว แล้วทำไมยิ่งใหญ่ขนาดนั้นได้ ก็เพราะท่านพอแล้ว มีบาตรใบเดียว บ้านก็ไม่มี อาศัยนอนโคลนไม้

    หากคนเรารู้จักการพอได้เร็ว ก็มีความสุขเร็ว ก็จะไม่มีทุกข์ สิ่งเหล่านี้ต้องเรียนรู้ ไม่ใช่เรียนเศรษฐศาสตร์จนจบปริญญาเอก ได้ดอกเตอร์ แต่ก็ไม่รู้จักพอ ขนาดมีเงิน 10 ล้านยังเศร้าอยู่เลย กลัวจะอดตาย บางคนมีร้อยล้านบอกยังไม่ได้ ต้องมีเพิ่มอีกสัก 900 ล้านบาท บอกว่าเพราะเดี๋ยวเงินจะเฟ้อ ต้องตะเกียกตะกายหาต่อ ทั้งที่อายุก็ปาเข้าไป 70 ปีแล้ว ยังตะเกียกตะกายไม่รู้จักพอ ไปลงทุนต่างๆ อย่างไม่รู้จักพอ แล้วก็ไปก่อหนี้ก่อสิน ไปเที่ยวกว้านซื้อที่ดิน บางแห่งมีชาวบ้านเขาอยู่ก็ไปไล่ที่ หากไม่ย้ายออกไปก็ให้ตำรวจไปจับ ก็สร้างเวร สร้างกรรม สร้างทุกข์ ทั้งที่หากเมื่อไหร่รู้จักพอ ชีวิตจะแฮปปี้มาก

    - ศาสตร์แห่งพระราชา หากมีการนำไปใช้ ศึกษา เรียนรู้ ปฏิบัติอย่างจริงจัง จะทำให้สังคมมีความยั่งยืน?

    สังคมยั่งยืน ชัดเจน เพียงแต่อยู่ที่ว่าจะมีการลงมือทำกันจริงหรือไม่ ถ้าไม่ทำตามก็ไม่มีทางยั่งยืน เขาก็รู้กันทั้งโลก แต่คนจะเข้าถึงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ การที่คนจะเข้าใจเรื่องพวกนี้ บางคนฟังแค่ให้ผ่านหูไป แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะเข้าใจกันได้ทุกคน

    ถามต่อไปว่า หลัง 26 ตุลาคม ศาสตร์พระราชาก็จะยังคงอยู่ในใจคนไทยทั้งชาติตลอดไป วิวัฒน์ กล่าวย้ำว่า ผมก็ยังมีความเชื่อมั่น เพราะดูจากภาพที่ปรากฏที่ท้องบริเวณสนามหลวง ที่ได้เห็นภาพแห่งความรัก ความเอื้อเฟื้อ ความสามัคคีกัน ท่านเคยตรัสเรื่องสามัคคีคือพลัง ช่วยค้ำจุนแผ่นดินไทย

    “ท่านก็เคยทรงฝากไว้ว่า "งานเรายังไม่เสร็จ” ผมเชื่อว่าคนไทยเองก็รับทราบ และรู้สึกว่าต้องช่วยกันสานงานของพ่อให้ได้ เพราะพ่อเคยทรงสั่งไว้ว่า งานเรายังไม่เสร็จ อันนี้พูดแบบประสาชาวบ้าน ดังนั้น ลูกๆ ทุกคนที่รักพ่อจริงก็ช่วยกันสืบสานงานพ่อ อย่าปล่อยให้คำสอน คำพูดนั้นหายไปในอากาศ”.

    ……

  • เปลว สีเงิน

    ไม่อยากให้สับสน ประเด็นการซ่อม หรือการลงโทษทหาร เป็นเรื่องขี้ปะติ๋ว ธรรมดามาก... วงการทหารทั่วโลก ล้วนมีการซ่อมกันทั้งนั้น และที่เหมือนๆ กันคือ กติกาที่ว่า "ห้ามแตะตัว"! ฉะนั้นถ้าจะพูดถึงประเด็นนี้ ไม่ต้องโลกสวย กรรมการสิทธิมนุษยชนไม่เกี่ยว ไม่ต้องดึงมาจุ้นจ้าน การซ่อมจะสลบหรือเปล่าไม่รู้....ไม่ถึงตายแน่ ส่วนการ "ซ้อม" จะเป็นอีกเรื่อง
  • บทบรรณาธิการ

    จนถึงช่วงเย็นของวันพฤหัสบดีที่ 23 พ.ย.ที่ผ่านมา รายชื่อคณะรัฐมนตรีประยุทธ์ 5 ยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการออกมา หลังพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ได้นำรายชื่อรัฐมนตรีที่มีการปรับเปลี่ยนขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายไปแล้ว
  • เอ็กซ์-ไซท์

    ชวนชาวพุทธทั่วโลกร่วมด้วย รัฐบาลเตรียมจัดสวดมนต์ข้ามปีถวายเป็นพระราชกุศล เสริมสิริมงคลทั่วไทย ทั้งวัดในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดทั่วประเทศ 23,577 แห่ง รวมทั้งวัดไทยในต่างประเทศอีก 120 วัดและสวดมนต์ข้ามปีอาเซียน
    ตูนหยุดพักวิ่ง 2 วันรักษาอาการบาดเจ็บ แต่ก็ยังไปมอบทุนการศึกษาให้โรงเรียนเขตบางสะพาน ขณะที่หลายฝ่ายจัดกิจกรรมรับบริจาคสมทบทุน
    เสี่ยรับเหมาก่อสร้างเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย ระแวงพริตตี้เมียสาวตีตัวออกห่างจนทะเลาะกันรุนแรง บันดาลโทสะคว้าไม้หน้าสามตีแล้วแทงคอซ้ำ ก่อนโทร.แจ้งแม่ผู้ตายไปจัดการศพ
  • x-cite inside

    ได้รับทั้งเสียงปรบมือและยอดบริจาคท่วมท้นสำหรับโครงการ “ก้าวคนละก้าวเพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ” จากเบตงสู่แม่สาย ของ พี่ตูน-อาทิวราห์ คงมาลัย ศิลปินวงบอดี้สแลม กับภารกิจเพื่อสังคมที่ได้รับคำชื่นชมอย่างมากมาย ซึ่งภาพที่เกิดขึ้นไม่ใช่ไอดอลของวัยรุ่นที่สลัดไมค์ร้องเพลงมาเป็นทำงานจิตอาสา
    ณ ตอนนี้เข้าไปท่องโลกออนไลน์ จะมีรายการแชร์และส่งต่อ ขอความช่วยเหลือพี่น้องผองไทย!! ช่วยกันโหวตให้ "มารีญา พูลเลิศลาภ" ตัวแทนสาวไทยในการประกวดนางงามจักรวาลปี 2017
    ในยุคนี้ความเชื่อว่าเด็กจะเก่งต้องมุ่งเน้นแต่เรียนอย่างเดียวอาจตกยุคไปแล้ว เพราะงานวิจัยต่างๆ จากทั่วโลกพบว่า หากพวกเขาได้ทำกิจกรรมทางกายด้วยการออกมาเล่น (Active Play) หรือออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 60 นาที จะทำให้พัฒนาการด้านสมองดีกว่าเด็กที่จดจ่อมุ่งแต่นั่งเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว