ผบ.สส.พม่าชี้แจงทูตสหรัฐ

  • Friday, October 13, 2017 - 00:00


    พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผบ.สส.พม่า แฟ้มภาพ AFP

    พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผบ.สส.เมียนมา ชี้แจงกับเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำเมียนมา ยืนกรานมุสลิมโรฮีนจาไม่ใช่คนเมียนมาแต่ดั้งเดิม แต่เป็นเบงกาลีที่เจ้าอาณานิคมอังกฤษพาเข้ามาตั้งรกราก พร้อมโต้ตัวเลขผู้อพยพใส่สีตีไข่เกินจริง

    พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของเมียนมา ให้การต้อนรับสกอต มาร์เซียล เอกอัครราชทูตสหรัฐ ที่เข้าพบกรุงเนปยีดอเมื่อวันพุธที่ 11 ตุลาคม 2560 เพื่อหารือและแสดงความกังวลต่อสถานการณ์ในรัฐยะไข่ที่ทำให้มีผู้ลี้ภัยมากกว่า 500,000 คน พร้อมกับเสนอให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม

    นายทหารที่ทรงอิทธิพลที่สุดในเมียนมาผู้นี้ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กของเขาหลังจากนั้น ชี้แจงด้วยท่าทีเช่นเดิมว่า ปฏิบัติการทางทหารของเมียนมา เพื่อตอบโต้ที่กองกำลังติดอาวุธอาร์ซาโจมตีที่ตั้งของหน่วยความมั่นคงเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม นั้นสมควรแก่เหตุ และจำนวนผู้อพยพออกจากรัฐยะไข่เข้าบังกลาเทศนั้นเป็นการปั้นแต่งตัวเลขเกินจริง และเป็นการโฆษณาชวนเชื่อและยุยงอยู่หลังฉากโดยใช้สื่อเป็นเครื่องมือ

    เขาใช้คำเรียกขานชาวมุสลิมโรฮีนจาด้วยคำเชิงดูถูกว่า "เบงกาลี" โดยบอกว่า เมียนมาไม่ได้พาพวกเบงกาลีเหล่านี้เข้ามาอยู่ในเมียนมา แต่เป็นชาติเจ้าอาณานิคมอังกฤษที่พาเข้ามาจากบังกลาเทศ พวกนี้ไม่อาจอ้างการสืบเชื้อสายอย่างถูกกฎหมายบนผืนแผ่นดินเมียนมาได้

    "พวกเขาไม่ได้เป็นคนพื้นเมืองที่นี่ เอกสารบันทึกในยุคอาณานิคมพิสูจน์ว่าพวกเขาไม่ได้ถูกเรียกว่าโรฮีนจาด้วยซ้ำ แต่ถูกเรียกว่าเบงกาลี" เขาอ้างถึงบันทึกประวัติศาสตร์ที่ยังเป็นข้อโต้แย้ง โดยบอกว่า พวกเบงกาลีเหล่านี้เพียงหนีกลับคืนมาตุภูมิของเขาเขา "จริงๆ แล้วถิ่นดั้งเดิมของเบงกาลีคือเบงกอล"

    รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า ถึงแม้ว่าจำนวนการอพยพย้ายถิ่นจะเพิ่มขึ้นในสมัยที่อังกฤษเป็นเจ้าอาณานิคม แต่นักประวัติศาสตร์หลายคนกล่าวว่า มีบันทึกการตั้งถิ่นฐานของชุมชนชาวมุสลิมในรัฐยะไข่มาตั้งแต่ก่อนที่เมียนมาจะตกเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ

    เมื่อวันพุธ สำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ได้เปิดเผยรายงานผลการสอบสวนที่ได้จากการสอบถามชาวโรฮีนจาที่อพยพจากรัฐยะไข่ และให้ข้อสรุปว่า ปฏิบัติการกวาดล้างของกองทัพเมียนมาเป็นการทำอย่างเป็นระบบที่ผ่านการจัดการและประสานความร่วมมือ โดยมีเจตนาไม่เพียงผลักไสประชากรกลุ่มนี้ออกจากเมียนมาเท่านั้น แต่ยังจงใจป้องกันไม่ให้โรฮีนจากลับคืนถิ่น ด้วยการวางเพลิงเผาบ้านเรือนและไร่นา

    คำบอกเล่าของชาวโรฮีนจาต่อคณะสอบสวนของยูเอ็นกล่าวถึงความโหดร้ายของทหาร ซึ่งมักมีม็อบชาวพุทธยะไข่ผสมโรงด้วย ที่เข่นฆ่า ทารุฯ และข่มขืนเด็กโรฮีนจา

    ในคำชี้แจงที่เผยแพร่ทางเฟซบุ๊ก ผบ.สส.เมียนมาไม่ได้กล่าวคำกล่าวหาในรายงานฉบับนี้ แต่ได้บรรยายถึงความโหดร้ายของพวกกองกำลังติดอาวุธเบงกาลีว่า ได้ฆ่าชาวฮินดู 90 คนและชาวโรฮีนจาที่มีความเกี่ยวโยงกับรัฐบาล 30 คน

    อีกด้านหนึ่ง ทางการบังกลาเทศได้ประกาศห้ามมูลนิธิอิสลาม 3 แห่งเข้าไปทำงานในค่ายผู้ลี้ภัยโรฮีนจาที่เมืองคอกซ์บาซาร์เนื่องจากวิตกว่าชาวมุสลิมโรฮีนจาอพยพเหล่านี้จะถูกชี้นำให้มีความคิดรุนแรง มูลนิธิเหล่านี้ได้แก่ มุสลิมเอดและอิสลามิกรีลีฟ ซึ่งมีที่ตั้งในต่างประเทศ และมูลนิธิอัลลามาฟัซลุลเลาะห์ที่อยู่ในบังกลาเทศ.

  • เปลว สีเงิน

    ๒๑ ตุลาคม วนมาอีกรอบ ถึงวันเกิดที ก็มานั่งนับอายุกันที หนังสือพิมพ์ก็เหมือนคน ไทยโพสต์ผ่านมาได้ ๒๑ ปี ขึ้นปีที่ ๒๒ ไม่ช้าไม่นาน ถ้าเป็นคนก็กำลังจะจบมหาวิทยาลัย ใกล้ได้เวลาย่างเท้าเข้าสู่ตลาดแรงงาน อายุมากขึ้น มาพร้อมกับจำนวนครั้งการเต้นของหัวใจที่ลดลงเรื่อยๆ
  • บทบรรณาธิการ

    เห็นภาพประชาชนคนไทย หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ร่วมมือร่วมใจกันทำกิจกรรมเนื่องในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ไม่ว่าจะเจอสภาพอากาศแปรปรวนขนาดไหน ตั้งแต่ฝนตก น้ำท่วม แดดร้อน ก็ไม่มีปัญหาการกระทบกระทั่ง สร้างบรรยากาศที่ไม่พึงประสงค์ให้เกิดขึ้น
  • เอ็กซ์-ไซท์

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา ร.ต.อ.ศักดิ์ชาย กิตติอุดมพันธ์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ได้รับแจ้งเกิดเหตุฆาตกรรม ที่บ้านเลขที่ 57 หมู่ 2 บ้านโคกยาง ตำบลก้านเหลือง อำเภอนางรอง
    นายอำเภอท่าแซะ ชุมพร สั่งการเร่งจับหมีโดยเร็วหลังชาวบ้านผวาหนัก เจ้าหน้าที่อนุรักษ์สัตว์ป่าวางกรงเหล็กกับดักขนาดใหญ่พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิด คาดไม่เกิน 5 วันรู้ผล
    ตำรวจเตือนนำภาพพระเมรุมาศมาพิมพ์บนเสื้อจำ หน่ายเป็นการมิบังควร ผิดกาลเทศะ วอนประชาชนไม่ซื้อมาสวมใส่ประดับร่างกาย
  • x-cite inside

    บรรยากาศแห่งความทรงจำ ความรู้สึก และหัวใจที่สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของเหล่าพสกนิกรไทยที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นับเป็นปรากฏการณ์ที่ยิ่งใหญ่ ก่อให้เกิดการหลอมรวมใจของคนไทยในการ “ทำดีตามรอยพ่อ” เพื่อแปรเปลี่ยนความโศกเศร้า ความอาลัยรัก ให้เป็นพลังในการสานต่อพระราชปณิธานในพระองค์ท่าน
    นางพัชราภรณ์ อินทรียงค์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่ารัฐบาลได้ทำบัตรเชิญสำหรับผู้เข้าร่วมงานทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในวันที่ 26 ต.ค.นี้ โดยจัดพิมพ์จำนวน 5,000 ใบ
    เวียนมาบรรจบครบวาระ 1 ปี ในวันที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จสวรรคต แต่พระองค์ยังทรงสถิตอยู่ในหัวใจของประชาชนชาวไทยทุกดวง