อุตุฯปัดพายุ3ลูกฝน-น้ำป่าถล่มหนัก

  • Friday, October 13, 2017 - 00:00

    กรมอุตุฯ โต้ข่าวลือเตือนภัยพายุจ่อเข้าไทย 3 ลูกซ้อน วอนอย่าตื่นตระหนกจากข้อมูลตามสื่อออนไลน์ ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมหลายพื้นที่ทั่วไทยได้รับผลกระทบหนัก ที่ อ.หางดง จ.เชียงใหม่ อ่วม น้ำท่วมหนักรอบ 15 ปี ชาวบ้านขนของหนีน้ำป่ากลางดึก มวลน้ำจากพิจิตรและเพชรบูรณ์ไหลบ่าสมทบในแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้ระดับน้ำสูงขึ้นเข้าท่วม จ.นครสวรรค์ แม่น้ำชีล้นทะลักเป็นวงกว้างหลายพื้นที่ในภาคอีสาน ขอนแก่น-มหาสารคาม-กาฬสินธุ์ น้ำท่วมหนักแน่ หลังเตรียมระบายน้ำในเขื่อนอุบลรัตน์เพิ่มเป็นวันละ 45 ล้าน ลบ.ม. 19 ต.ค.นี้ รับมือภาวะน้ำหนุน

    เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม สำนักพยากรณ์อากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา ชี้แจงข่าวเรื่อง เตือนภัย พายุจ่อเข้าไทย 3 ลูกซ้อน โดยระบุว่า ตามที่นักวิชาการและสื่อบางรายได้มีการนำแบบจำลองสภาพอากาศจากคอมพิวเตอร์มาคาดการณ์การเกิดพายุหมุนเขตร้อนล่วงหน้าในช่วง 1-2 สัปดาห์นี้ โดยระบุว่าจะมีพายุเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย 3 ลูก และมีผลกระทบทำให้เกิดฝนตกหนักและเกิดน้ำท่วมเพิ่มเติม จากปัจจุบัน กรมอุตุนิยมวิทยาซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบในการติดตามและแจ้งเตือนภัย มีข้อแนะนำแก่ประชาชนและชี้แจงดังนี้ คือ

    1.การทำงานติดตามและพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา มีการนำผลการตรวจอากาศที่เกิดขึ้นจริง และการใช้ข้อมูลดาวเทียมในการวิเคราะห์สภาพอากาศ และยังได้มีการใช้แบบจำลองสภาพอากาศจากคอมพิวเตอร์ของประเทศไทย และจากศูนย์พยากรณ์อากาศชั้นนำจากประเทศต่างๆ มาสังเคราะห์และเปรียบเทียบเพื่อให้ได้ข้อมูลถูกต้องที่สุด เนื่องจากแบบจำลองสภาพอากาศจากคอมพิวเตอร์จะมีความคลาดเคลื่อนและถูกต้องน้อยลงเมื่อระยะเวลาพยากรณ์นานขึ้นเรื่อยๆ

    2.จากการวิเคราะห์สภาพอากาศปัจจุบัน (วันที่ 12 ตุลาคม 2560) พบว่าในช่วงวันที่ 12-14 ตุลาคม 2560 บริเวณทะเลอันดามันและอ่าวเบงกอลไม่มีพายุก่อตัวขึ้น เป็นเพียงหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมทางด้านประเทศเมียนมา และไม่ส่งผลกระทบต่อลักษณะอากาศภาคใต้ของประเทศไทย ซึ่งภาคใต้จะได้รับอิทธิพลจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ประจำฤดูเท่านั้น บริเวณภาคกลาง ภาคตะวันออก กรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีร่องมรสุมพาดผ่าน ทำให้มีฝนตกต่อเนื่องในระยะนี้ อาจส่งผลทำให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มที่มีน้ำท่วมขังอยู่แล้ว

    ในช่วงวันที่ 15-17 ตุลาคม 2560 จากวิเคราะห์ข้อมูลล่าสุด คาดว่าจะมีพายุหมุนเขตร้อนเคลื่อนผ่านทะเลจีนใต้เข้ามาบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน แต่เนื่องจากความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาบริเวณประเทศเวียดนามในช่วงดังกล่าว ทำให้พายุนี้จะอ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็ว และไม่ส่งผลกระทบกับประเทศไทยโดยตรง

    สำหรับในระยะนี้ บริเวณประเทศไทยยังมีร่องมรสุมพาดผ่าน ประกอบมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและภาคใต้มีกำลังแรงขึ้น ซึ่งจะส่งผลทำให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักเกิดขึ้นได้หลายพื้นที่

    หลังจากวันที่ 17 ตุลาคม 2560 การวิเคราะห์ผลจากแบบจำลองสภาพอากาศ (ข้อมูลแบบจำลองวันที่ 12 ตุลาคม 2560) พบว่ายังมีโอกาสที่จะมีพายุก่อตัวขึ้นบริเวณทะเลจีนใต้ แต่เนื่องจากข้อมูลจากแบบจำลองจะมีความถูกต้องน้อยลงมากเมื่อระยะเวลาพยากรณ์นานขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นจึงไม่มีศูนย์พยากรณ์ใดที่สามารถยืนยันข้อมูลว่ามีความถูกต้องเพียงใด แต่จะเป็นสัญญาณให้นักอุตุนิยมวิทยาเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด

    กรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานต่างๆ ได้มีการประชุม วิเคราะห์ข้อมูล และติดตามสถานการณ์ร่วมกันอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นจึงขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลการพยากรณ์อากาศและการแจ้งเตือนภัยจากหน่วยราชการเท่านั้น ในการประกาศแจ้งเตือนจะมีรายละเอียด วันและเวลาที่แน่นอน และขออย่าได้ตื่นตระหนกจากข้อมูลที่ไม่ได้มาจากผู้ทำงานรับผิดชอบโดยตรง หรือการส่งต่อกันตามสื่อออนไลน์ต่างๆ และสามารถสอบถามข้อมูลได้ที่สายด่วน 1182 และหมายเลขโทรศัพท์ 0-2399-4012-3 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

    ขณะเดียวกัน กรมทางหลวง (ทล.) รายงานสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ โดยทางหลวงบางเส้นมีน้ำท่วมสูง เป็นเหตุให้ไม่สามารถใช้สัญจรได้ ประกอบด้วยพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ ตาก ปราจีนบุรี และขอนแก่น จำนวนทั้งสิ้น 5 สายทาง จำนวนรวม 6 แห่ง การจราจรสามารถผ่านได้ 5 แห่ง ผ่านไม่ได้ 1 แห่ง คือทางหลวง 108 ตอนเชียงใหม่-ปากทางท่าลี่ พื้นที่ อ.หางดง ระดับน้ำด้านซ้ายทางลดเหลือ 30 ซม. รถเล็กยังไม่สามารถผ่านได้ สามารถใช้เส้นทางเลี่ยงทางหลวงชนบท หมายเลข 3035

    ในส่วนของทางหลวงชนบท (ทช.) สรุปรายงานสถานการณ์อุทกภัย สถานะปัจจุบัน ทช.ประสบอุทกภัย 21 จังหวัด ได้รับผลกระทบ 40 สายทาง 41 แห่ง ผ่านได้ 34 สายทาง (35 แห่ง) ผ่านไม่ได้ 6 สายทาง (6 แห่ง) น้ำท่วมสูง 5 สายทาง (5 แห่ง) ถนนขาด 1 สายทาง 1 แห่ง อยู่ระหว่างดำเนินการ ข้อมูลสะสมตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.-11 ต.ค. ทช.ประสบอุทกภัย 44 จังหวัดได้รับผลกระทบ 297 สายทางเข้าสู่ภาวะปกติ 257 สายทางคงเหลือที่ได้รับผลกระทบ 40 สายทาง ทั้งนี้ได้ดำเนินการติดตั้งป้ายเตือนประชาชนในการสัญจรด้วยความระมัดระวังแล้ว

    ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ต่างจังหวัด ได้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ อ.หางดง จ.เชียงใหม่ ทำให้น้ำป่าหลากลงลำน้ำแม่ตาช้างเข้าท่วมบ้านเรือน แหล่งท่องเที่ยว โดยเฉพาะที่อยู่ติดกับริมน้ำ นักท่องเที่ยวชาวจีนกว่า 40 คน ติดอยู่ในรีสอร์ต ต.บ้านปง เจ้าหน้าที่กู้ภัยช่วยเหลือออกมาได้อย่างปลอดภัย ส่วนทางหลวงสาย 108 หน้ากาดฝรั่ง ถนนสายหลักน้ำสูงเกือบ 1 เมตร บางช่วงไหลเชี่ยวจนรถไม่สามารถผ่านได้ บ้านเรือนหลายร้อยหลังเร่งขนย้ายสิ่งของ เพราะน้ำสูงขึ้นเรื่อยๆ

    ต่อมาผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับทหารมณฑลทหารบกที่ 33 เร่งช่วยเหลือชาวบ้านห้วยส้มป่อย อ.หางดง กว่า 50 ชีวิตที่ติดเกาะ เพราะสะพานคอนกรีตเส้นทางเข้า-ออกหมู่บ้านถูกน้ำป่าซัดขาด เบื้องต้นสั่งให้ทางหลวงชนบทสร้างสะพานเบลีย์ให้ชาวบ้านใช้ชั่วคราว และนำถุงยังชีพแจกจ่ายบรรเทาความเดือดร้อน

    ที่ จ.พะเยา บ้านเรือนกว่า 300 หลัง ต.บ้านต๊ำ อ.เมืองพะเยา ถูกน้ำป่าและน้ำจากอ่างเก็บน้ำฝายทุ่งกองทะลักเข้าท่วม ระดับน้ำสูงกว่า 1 เมตร ทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคพะเยาต้องงดจ่ายไฟฟ้านานกว่าครึ่งชั่วโมง เพื่อป้องกันความปลอดภัยเนื่องจากน้ำมาเร็วและไหลเชี่ยว

    ที่ จ.พิษณุโลก ฝนที่ตกหนักสะสมทำให้ดินยุบตัวกว้าง 4 เมตร ลึกกว่า 3 เมตร ในพื้นที่หมู่ 15 บ้านวังกุ่ม ต.บางระกำ อ.บางระกำ และมีแนวโน้มดินยุบตัวเพิ่ม โดยเฉพาะถนนสายบางระกำ-ลานกระบือ ช่วงกิโลเมตรที่ 5-6

    ที่ จ.ร้อยเอ็ด สภาพบ้านเรือนในหมู่บ้านดินดำ หมู่ 9 ต.ดินดำ อ.จังหาร ขณะนี้ประสบปัญหาน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร บางจุดลึกกว่า 2 เมตร เนื่องจากแม่น้ำชีล้นตลิ่งอย่างรวดเร็ว ช่วงมีการระบายน้ำจากเขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น และเขื่อนลำปาง จ.กาฬสินธุ์ ส่งผลให้บ้านเรือนถูกน้ำท่วม 92 หลังคาเรือน รวมทั้งโรงเรียน ศูนย์พัฒนาเด็กบ้านดินดำ และวัดบ้านดินดำ นาข้าวจมน้ำนับพันไร่

    จ.ส.อ.มนตรี ผ่านสำแดง รองนายกเทศมนตรีตำบลดินดำ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้น้ำได้ท่วมขังมาตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาและกำลังจะลดลง แต่มาถูกน้ำท่วมรอบสองและสูงกว่าเดิม หลังจากฝนตกหนักมาหลายวันและเขื่อนทางเหนือระบายน้ำ เบื้องต้นน้ำท่วมรอบแรก นาข้าวเน่าเสียหายแล้ว 3,000 ไร่ เหลือนาข้าวอีก 1,000 ไร่ ท้ายหมู่บ้านก็ถูกน้ำท่วมในครั้งนี้ทั้งหมดแล้ว ชาวบ้านต้องย้ายไปที่ตลาดสดเทศบาลตำบลจังหารชั่วคราว และต้องการถุงยังชีพมาช่วยเหลือ

    ที่ จ.มหาสารคาม วัดป่าอศิรวาสเกาะเกิ้ง หรือวัดเกาะเกิ้ง ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันซีนแห่งใหม่ของจังหวัด ถูกแม่น้ำชีเอ่อท่วมเช่นกัน และเขื่อนอุบลรัตน์ได้เพิ่มการระบายน้ำ ส่งผลให้น้ำขึ้นสูงเหลือแค่ 50 เซนติเมตรจะถึงบริเวณกลางสะพาน ซึ่งเป็นจุดสูงสุดที่ทางวัดใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติศาสนากิจของสงฆ์

    ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ว่าที่ ร.ต.สมทรง สรรโกศลกุล นายกเทศมนตรีนครพระนครศรีอยุธยา อำนวยการทำงานของเจ้าหน้าที่นำเครื่องจักรกลทำแนวคันดินบริเวณจุดเสี่ยงของเกาะเมืองกรุงเก่า เพื่อป้องกันแม่น้ำเจ้าพระยาเอ่อท่วมถนนอู่ทอง เนื่องจากขณะนี้ระดับน้ำใกล้ถึงแนวตลิ่ง พร้อมกันนี้ยังได้ตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ไว้บริเวณประตูน้ำสระมณฑลหากน้ำไหลเข้าท่วม เพื่อป้องกันพื้นที่สำคัญ เพราะมีทั้งชุมชน ตลาด ท่ารถโดยสาร สถานที่ราชการ โรงเรียน และโบราณสถานหลายแห่ง

    ที่ จ.ขอนแก่น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำในเขื่อนอุบลรัตน์ ล่าสุดเช้าวันนี้มีระดับน้ำอยู่ที่ 2,670 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็นร้อยละ 109.83 ของความจุอ่าง โดยมีระดับน้ำไหลลงในความจุอ่างวันละ 35 ล้าน ลบ.ม. โดยที่ในขณะนี้เขื่อนอุบลรัตน์ได้มีการประกาศเพิ่มการระบายน้ำเป็น 45 ล้าน ลบ.ม. โดยมีการกำหนดแผนการระบายน้ำ เริ่มจากวันที่ 13-14 ต.ค.ที่จะปล่อยในอัตรา 37 ล้าน ลบ.ม. วันที่ 15-16 ต.ค.ปล่อยน้ำในอัตรา 40 ล้าน ลบ.ม. วันที่ 17-18 ต.ค. ทำการปล่อยน้ำวันละ 43 ล้าน ลบ.ม. และวันที่ 19 ต.ค. ทำการปล่อยน้ำในอัตรา 45 ล้าน ลบ.ม.

    นายอภิชัย จำปานิล ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า การระบายน้ำจากเขื่อนอุบลรัตน์ดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อแม่น้ำพองและลำน้ำชีที่จะมีปริมาณน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น จึงได้มีการประสานงานไปยังเขื่อนระบายน้ำมหาสารคาม ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม เปิดบานประตูระบายน้ำเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับปริมาณน้ำที่จะเพิ่มขึ้นตลอดเส้นทางของน้ำ

    “เมื่อมีการเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนอุบลรัตน์ ก็จะส่งผลให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำพองและแม่น้ำชีมีปริมาณเพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้พื้นที่อำเภอและจังหวัดตามเส้นทางของน้ำ ตั้งแต่ขอนแก่นผ่านไปยังมหาสารคาม, กาฬสินธุ์, ร้อยเอ็ด, ยโสธร และอุบลราชธานี จะมีระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น และไหลเอ่อเข้าท่วมพื้นที่บ้านเรือนประชาชนที่อยู่ติดกับแม่น้ำ รวมทั้งพื้นที่ทางการเกษตร ดังนั้นเพื่อเป็นการรองรับการระบายน้ำตามเส้นทางน้ำดังกล่าวตามห้วงเวลาที่กำหนด ที่ประชุมร่วมจึงมีมติว่าทำการเปิดประตูระบายน้ำขึ้นอีก 25 เซนติเมตร เพื่อพร่องน้ำที่ระบายจากเขื่อนอุบลรัตน์”.

    LEAVE A REPLY

    0 Comments

  • เปลว สีเงิน

    การไปไหน-มาไหน ที่เรียก "พักผ่อนยาวๆ" นึกว่าจะดี เอาเข้าจริง....... มันไม่ดีเลย เพราะทำให้ "สันหลังยาว" ซึ่งเหตุมันเกิดขึ้นแล้วกับตัวผม
  • บทบรรณาธิการ

    ในที่สุดคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการเสียชีวิตของนักเตรียมทหารภัคพงศ์ ตัญกาญจน์ หรือน้องเมย ที่มีพลอากาศเอกชวรัตน์ มารุ่งเรือง รองเสนาธิการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย เป็นประธาน ก็ได้สรุปผลการสอบสวน จากการให้ข้อมูลของบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์ ก่อนหน้าที่นักเรียนเตรียมทหารคนดังกล่าว ไล่เรียงลำดับเหตุการณ์ให้กับสาธารณชนได้รับทราบไปแล้ว โดยเป็นไปตามขั้นตอนการสรุปข้อมูลของส่วนราชการ ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาทางทหารที่รับผิดชอบดูแลนักเรียนเตรียมทหารที่เสียชีวิต
  • เอ็กซ์-ไซท์

    ผ่านมาค่อนทาง เหลืออีก 4 จังหวัดตูนจะวิ่งครบ 2,191 กม.พิชิตเป้าหมายที่แม่สาย หลายฝ่ายลุ้นยอดบริจาคอาจถึงพันล้าน ขณะที่วันพฤหัสฯ นักร้องหัวใจแกร่งยังย่ำไม่หยุด โดยมีนักกีฬาพาราลิมปิกเข้าร่วมท่ามกลางประชาชนออกมาให้กำลังใจแน่นเหมือนเคย ลำปางทำกระทงธนบัตร ส่วนขอนแก่นระดมกว่า 3 หมื่นวิ่ง-เดินหาทุนสมทบ
    นครบาลโชว์ผลงานจับ 2 คนร้ายเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ พร้อมยาบ้า 5.3 ล้านเม็ด ไอซ์ 120 กก. รับมาจากกลุ่มว้าแดงจำหน่ายใน กทม.และปริมณฑล ผบ.ตร.เผยในช่วง 3 อาทิตย์ที่ผ่านมายึดยาบ้าได้ถึง 26 ล้านเม็ด มูลค่ากว่า 4 พันล้าน อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานจับกุมตัวการใหญ่
    ‘ฐิติราช’ สั่งกองปราบฯ-ปอท.เล่นงานพระตุ๊ดเณรแต๋ว ดวดเหล้าบ่อนเบียนศาสนา
  • x-cite inside

    ทั้งแปลกและน่ารักจนไม่อยากกิน กระทั่งเอื้อมมือไปแตะเพราะกลัวพัง สำหรับ “บ้านขนมปังขิง” รับเทศกาลคริสต์มาส ที่ตกแต่งด้วยแอคเซสเซอรี่ทานได้ อาทิ ซานตาคลอส ต้นคริสต์มาส ทำด้วยไข่ขาวและน้ำตาลไอซิ่ง
    แม้รัฐบาลจะออกประกาศคุมเข้มร้านเหล้ารอบมหาวิทยาลัย เพื่อลดปัญหาการมอมเมาเยาวชนและอาชญากรรมต่างๆ เพื่อหวังให้นักศึกษาได้ใช้เวลาเรียนและทำกิจกรรมสร้างสรรค์อย่างเต็มที่ และที่ผ่านมารัฐบาลได้พยายามแก้ปัญหาอย่างจริงจัง แต่ก็ยังมีผู้ประกอบการบางส่วนยังเปิดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่โซนนิงอย่างไม่เกรงกลัวใคร
    ปัญหาสำคัญประการหนึ่งสำหรับผู้เรียน นั่นคือ ครอบครัวมีรายได้น้อย ค่าใช้จ่ายไม่เพียงพอในการซื้ออุปกรณ์ประกอบการเรียน ทำให้เป็นอุปสรรคที่ทำให้เยาวชนผู้มีใจรักศิลปะหลายคนไม่สามารถแสดงศักยภาพในการสร้างสรรค์งานศิลปะได้อย่างเต็มที่ และบางคนหมดโอกาสที่จะสำเร็จการศึกษา เพราะครอบครัวแบกรับภาระไม่ไหว