4 ผู้กำกับเดินตามรอยพ่อ ร่วมถ่ายทอดโปรเจ็กต์"ของขวัญ"

  • Friday, October 13, 2017 - 00:00


    ในห้วงที่คนไทยทั้งประเทศยังอยู่ในช่วงของความโศกเศร้าเพราะการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ซึ่งครบรอบ 1 ปีในวันที่ 13 ต.ค.นี้ ในฐานะลูกของพ่อ 4 ผู้กำกับมากความสามารถ อุ๋ย-นนทรีย์ นิมิบุตร, ปรัชญา ปิ่นแก้ว, ก้องเกียรติ โขมศิริ และชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล จึงได้รวมตัวสร้างชิ้นงานเพื่อส่งต่อสิ่งที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้ทรงสร้างแรงบันดาลใจไว้ให้กับคนไทยทุกคนผ่านสื่อภาพยนตร์ กับ 4 ภาพยนตร์สั้นในโปรเจ็กต์ของขวัญ

    อุ๋ย-นนทรีย์ นิมิบุตร โปรดิวเซอร์ภาพยนตร์ของขวัญ ได้เผยถึงที่มาที่ไปของโปรเจ็กต์นี้ว่า “โปรเจ็กต์เรื่องของขวัญนี้ คือ ได้รับแรงบันดาลใจจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 มาโดยตลอด ทั้งจากพระราชกรณียกิจและพระราชดำรัสของพระองค์ท่าน และพวกเราคนทำหนังเองก็จะมีส่วนหนึ่งที่ได้รับแรงบันดาลใจจากพระองค์ท่านเหมือนกัน ในการที่เราจะทำงานอย่างหนักเพื่อทำสิ่งที่ดีที่สุดไว้ให้กับคนดู เรื่องนี้ก็เช่นเดียวกัน เราทุกคนพยายามทำงานกันอย่างเต็มที่เพื่อจะส่งต่อแรงบันดาลใจ ส่งต่อสิ่งที่พระองค์ท่านทรงทำไว้ให้กับคนไทยทุกคนผ่านสื่อภาพยนตร์ที่เราถนัดครับ

    มันคือการน้อมนำคำสอนของพระองค์ท่านมาเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ และเอามาเป็นแรงบันดาลใจในการดำเนินชีวิตของทุกๆ คน เราก็นำเอาคอนเซ็ปต์นี้มาแบ่งเป็น 4 เรื่อง จากความร่วมมือของ 4 ผู้กำกับ ก็จะมีผม (อุ๋ย นนทรีย์), คุณปรัชญา ปิ่นแก้ว, คุณโขม ก้องเกียรติ และคุณมะเดี่ยว ชูเกียรติ ซึ่งทุกคนก็มีความเต็มใจและพร้อมที่จะทำภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นอย่างมาก และได้สหมงคลฟิล์มฯ และคุณสมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ เป็นโปรดิวเซอร์ใหญ่ในการสนับสนุนพวกเราให้ทำหนังเรื่องนี้ขึ้นมา ร่วมด้วยโรงภาพยนตร์คุณภาพจากทั่วไทยที่จะพร้อมใจกันส่งต่อของขวัญชิ้นนี้ให้ถึงหัวใจคนดูทั้งประเทศ

    เป็นหนังสั้น 4 เรื่องที่แบ่งคอนเซ็ปต์แต่ละภาคเพื่อส่งต่อให้ถึงคนดูทั้งประเทศ ซึ่งพอเริ่มต้นโปรเจ็กต์นี้ทุกคนก็เห็นด้วยกับคอนเซ็ปต์ของการทำงาน แล้วก็มานั่งประชุมกันว่าจะแบ่งงานกันอย่างไร ใครถนัดจะทำในส่วนไหน อย่างไร ซึ่งก็ค่อนข้างจะชัดเจนในส่วนของผู้กำกับ 4 คนนี้ คุณมะเดี่ยวเป็นคนเหนือก็จะรับงานทางภาคเหนือไป คุณโขมจะถนัดงานทางภาคใต้ พี่ปรัชเป็นคนอีสานอยู่แล้ว ก็จะรับในฝั่งอีสานไป สุดท้ายผมก็ได้ทำงานในส่วนของภาคกลางไป

    ในโปรเจ็กต์ของผมใช้ชื่อว่า ดอกไม้ในกองขยะ ผมพยายามจะหาสัญลักษณ์หรือตัวแทนของคนที่อยู่ในกรุงเทพฯ หรืออยู่ในภาคกลาง พยายามหาว่า โดยอาชีพไหน โดยคนประเภทไหน โดยอายุขนาดไหนที่จะสะท้อนภาพความเป็นไปของสังคมนี้ แล้วเราก็จะพูดถึงสิ่งที่มันเกิดขึ้นจริงๆ ในสังคมนี้ที่มันเคยเกิดในกรณีต่างๆ นานา ที่มันเคยเป็นประเด็นในสังคมที่เราเห็นกันอยู่ทุกวัน ก็พยายามหยิบจับเอาเรื่องราวเหล่านั้นมาประกอบกัน เพื่อจะให้เห็นว่า จริงๆ แล้วในภาพของสังคมโดยรวมของกรุงเทพฯ ของภาคกลางเราเนี่ยมีหน้าตาเป็นอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่มันดีหรือเลวร้ายที่มันเกิดในสภาพความเป็นอยู่ของพวกเราในปัจจุบัน เราจะแก้ไขมันไปด้วยอะไร

    ความรู้สึกที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโปรเจ็กต์นี้ ตั้งแต่การเขียนบท ลงรายละเอียด การช่วยกันคิดช่วยกันวางดีเทล การรีเสิร์ชต่างๆ จนกระทั่งถึงตอนถ่ายทำ ผมรู้สึกว่าผมมีความอบอุ่นประหลาดอย่างบอกไม่ถูก แรงบันดาลใจในการทำเรื่องนี้มันเต็มร้อยเต็มเปี่ยมจริงๆ ทุกนาทีที่เราทำงาน เรารู้สึกว่าพยายามที่สุดที่จะไม่พลาดอะไร ผมรู้สึกว่าสิ่งที่น่าสนใจมากๆ ของหนังเรื่องนี้คือ การสะท้อนภาพที่เป็นมาเป็นไปของสังคมในปัจจุบันนี้ ซึ่งเราพยายามที่จะสะท้อนให้ภาพนี้มันชัดเจนที่สุด ผมอยากให้คนดูหนังเรื่องนี้แล้วมันสามารถจะกระตุ้นความรู้สึกบางอย่าง หรือให้ฉุกคิดในเรื่องบางเรื่อง หรือทำให้สิ่งที่พวกเขาหาทางออกไม่ได้ ให้มันผ่านพ้นไปได้

    คนไทยได้รับของขวัญที่ดีที่สุดที่เต็มไปด้วยความรักและความดีงาม ที่สร้างแรงบันดาลใจ สร้างพลังชีวิตในทุกๆ ด้าน ในทุกๆ วันมากว่า 70 ปีไม่เคยขาดจากพ่อที่พวกเรารักที่สุด วันนี้ผมอยากให้หนังสั้น 4 เรื่องนี้เป็นตัวแทนในการส่งต่อของขวัญให้คนที่รักพ่อ เพื่อเป็นพลังและแรงขับเคลื่อนในการมีชีวิตอยู่ของพวกเรากันต่อไป” อุ๋ย นนทรีย์ กล่าวปิดท้าย

    ในส่วนของ ปรัชญา ปิ่นแก้ว รับผิดชอบในโปรเจ็กต์ที่ชื่อว่า The Letter “ผมรู้สึกว่าเป็นใครก็รู้สึกอยากจะมีส่วนร่วมกับโปรเจ็กต์ของขวัญนี้ เราในฐานะผู้กำกับ และสหมงคลฟิล์มฯ อยากจะทำในโอกาสพิเศษนี้ การที่เรามีส่วนในการกำกับนี้แทบจะไม่ต้องถามเลย ผมว่ามันเป็นหน้าที่และเป็นโอกาสที่ดีที่อยากจะเล่าหรือบอกอะไร จริงๆ ผมก็เคยทำงานลักษณะนี้มาอยู่หลายเรื่องเหมือนกัน แต่ว่าโปรเจ็กต์นี้มันมีความแตกต่างจากที่เคยทำมา

    คือ เราจะคุ้นเคยกับภาพยนตร์ที่พูดถึงงานที่พระองค์ได้ทรงจัดตั้งและทำให้เกิดขึ้นมาเยอะมาก ผมว่าคนไทยทุกคนรู้ซึ้งดี เราก็เลยต้องทำยังไงให้พูดถึงในมุมอื่นที่เราจะไม่ค่อยเห็นในภาพยนตร์เหล่านี้ เพราะฉะนั้นโปรเจ็กต์เริ่มต้นคือ เราจะมองไปข้างหน้า ซึ่งอาจจะได้จากที่พระองค์ท่านทรงสอนหรือว่างานที่พระองค์ท่านทำไว้เนี่ย ซึ่งก็เปรียบเสมือนของขวัญล้ำค่าที่สามารถส่งต่อให้กันเพื่อเป็นแรงบันดาลใจในการเดินต่อไปข้างหน้า

    ผมใช้เวลาอยู่นานในการหาเรื่องที่จะมาเล่า ผมอยากจะเล่าเรื่องผ่านเด็กอีสานคนหนึ่งที่เขามีความรู้สึกและเข้าใจว่าเขาทำไปเพราะอะไร และพอถึงวันที่พระองค์ท่านไม่อยู่ เด็กคนนั้นเขาจะทำอะไร ผมเล่าเรื่องของเด็กคนหนึ่งที่อยากจะเขียนจดหมายถึงพระองค์ท่าน จากจดหมายฉบับนั้นก็จะบ่งบอกถึงความรู้สึกที่เขาอยากจะแสดงความรู้สึกบางอย่างต่อพระองค์ท่าน มันทำให้เกิดเรื่องเกิดราว ออกเป็นแนวผจญภัยเล็กๆ ในมุมของเด็ก เด็กอาจมองเป็นเรื่องเล็กสำหรับเขา แต่ในสายตาผู้ใหญ่มันเป็นเรื่องใหญ่เหมือนกัน ตรงนี้มันทำให้หนังมันน่าจะมีความน่าสนใจที่เราเป็นผู้ใหญ่มองไปก็อาจจะเกิดความรู้สึกว่าน่าเป็นห่วงในเรื่องของเด็ก แต่ว่าสิ่งที่เด็กทำไปมันก็เป็นเรื่องเล็กๆ ตามที่เด็กเขามอง

    หนังผมจะเป็นการผจญภัยใสๆ เหมือนดูหนังดิสนีย์ แต่ว่าสิ่งที่เด็กได้รับหรือว่าความรู้สึกที่ได้รับในตอนท้ายนี่มันต้องยิ่งใหญ่ให้สมกับเรื่องราวที่เราพูดถึงพระองค์ท่าน โปรเจ็กต์นี้ผมว่าน่าสนใจที่เราจะได้ดูว่ามุมมองของผู้กำกับทั้งสี่คนนี้จะเล่าเรื่องออกมายังไง และที่สำคัญที่สุดคือโปรเจ็กต์นี้จะสร้างความแตกต่างจากหนังลักษณะนี้ที่เราเคยคุ้นตากันยังไงบ้าง ผมว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งพิเศษอย่างหนึ่ง ก็เป็นการส่งท้ายหลังจากที่เรามีพระราชพิธีสำคัญสำหรับพระองค์ท่านเสร็จสิ้นแล้ว ภาพยนตร์เรื่องนี้น่าจะเป็นรอยต่อที่ดีครับ

    สัจจะธรณี กำกับโดย ก้องเกียรติ โขมศิริ ซึ่งเจ้าตัวได้เผยถึงแรงบันดาลใจของเรื่องนี้ “ตั้งแต่คุยกับพี่อุ๋ย นนทรีย์ ที่เป็นโปรดิวเซอร์เรื่องนี้ด้วย เราก็ไม่อยากทำเรื่องที่มันเศร้าอย่างเดียว อยากจะทำโปรเจ็กต์ที่มันเป็นเรื่องของการก้าวไปข้างหน้า การมอบของขวัญ การส่งต่อความดี การอยู่กับสิ่งที่เป็นอยู่อย่างเข้าใจถ่องแท้ และเดินทางไปข้างหน้าอย่างมั่นใจด้วยองค์ความรู้ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เคยมอบไว้ให้ผืนแผ่นดินนี้ เราก็นำความรู้เหล่านั้นมาพูดถึงในแง่ของการทำหนังว่าเราจะเล่าเรื่องของพระองค์ยังไงดีโดยที่ไม่ใช่แค่การตอกย้ำความสูญเสีย แต่มันคือการก้าวไปข้างหน้าและการบอกต่อ อันนี้ในฐานะคนทำหนังแล้วเราเชื่อว่ามันเป็นภารกิจที่จำเป็น

    ผมได้ในส่วนของภาคใต้ ก็อาจจะเป็นเพราะผมเคยทำหนังที่เกี่ยวกับคนใต้ เรื่องราวก็จะพูดถึงว่า ไม่ว่าเราจะเป็นใคร เราจะเดินทางหาตัวตนที่แท้จริงของเราเจอหรือไม่ บางทีมันไม่สำคัญเท่าเราเข้าใจหรือเปล่าว่าทั้งหมดมันคือการสมมติขึ้นทั้งนั้น แต่ดินต่างหากที่ไม่เคยโกหกใคร ในหลวงจึงพัฒนาดิน คอนเซ็ปต์หลักๆ ก็มาจากพระนามของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่แปลว่า ‘พลังของแผ่นดิน’ เราก็เลยรู้สึกว่าการเล่นเรื่องดินเนี่ยน่าจะเป็นการพูดถึงสิ่งที่มีอยู่และไปข้างหน้าอย่างมั่นคงมากกว่า การไปข้างหน้ามันอาจไม่ได้พูดถึงเชิงเทคโนโลยีอย่างเดียว แต่ถ้าเราเข้าใจมันอย่างถ่องแท้แล้วเราก็จะไปข้างหน้าได้จริงๆ

    โปรเจ็กต์ของขวัญเรื่องสุดท้าย เมฆฝนบนป่าเหนือ กำกับโดย ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล แรงบันดาลใจในการทำโปรเจ็กต์นี้มะเดี่ยวกล่าวว่า “เวลาเรานึกถึงพระองค์ท่าน เราก็จะนึกถึงโครงการต่างๆ นึกถึงความชุ่มฉ่ำอุดมสมบูรณ์ในทุกๆ ที่ที่ท่านเสด็จฯ ถึง แล้วก็ทำให้พื้นที่ตรงนั้นอยู่ได้ แล้วก็นึกถึงชีวิต แล้วพอเรานึกถึงเมฆฝนก็เชื่อมโยงกับบางสิ่งบางอย่างของวัยรุ่น อย่างอุดมการณ์ แรงความฝัน แรงศรัทธาอะไรบางอย่าง บางทีเขาก็จะมีแรงวิ่งตามความฝัน วิ่งตามเมฆฝนพวกนี้ในชีวิตของเขา ก็เอาประเด็นนี้มารวมกันจนเป็นเรื่องนี้ขึ้นมา

    พอได้รับโจทย์มาก็แทบจะไม่คิดอะไรเลย คือตอบรับทันที เราทำเรื่องนี้ด้วยใจจริงๆ เขียนเป็นบทมาเท่าหนังใหญ่เลย คือทำแบบไม่ได้คิดเลยว่า จะฉายยังไง คืออยากทำด้วยใจอยู่แล้ว แล้วพอได้ทำ ได้ไปรีเสิร์ชก็เข้าใจแก่นที่เราทำมากขึ้น ในสิ่งที่ท่านเคยสอนเราในฐานะที่เป็นพ่อของคนทั้งแผ่นดิน เราเข้าใจมากขึ้น เห็นหลายๆ อย่าง ท่านทรงทำเอาไว้เยอะมาก แล้วสิ่งที่ท่านทำไม่ได้สูญหายไปไหน ก็ยังอยู่ในใจของเราทุกคน แล้วถ้าเราทำตามสิ่งที่ท่านสอนเอาไว้ ประเทศของเรา โลกของเรามันจะดีขึ้น ถ้าเราไม่ย่อท้อไปก่อน มันก็เป็นแรงบันดาลใจให้เราส่งต่อ

    ส่วนเสน่ห์ของทั้งโปรเจ็กต์ของขวัญนี้ก็คือ ผู้กำกับแต่ละคนก็จะตีความและนำเสนอสิ่งที่เป็นมรดกตกทอดจากคำสอน จากสิ่งที่ท่านได้กระทำ และบันดาลใจเรายังไง จุดนี้น่าสนใจ ซึ่งในโปรเจ็กต์นี้เราก็มาร่วมกันระลึกถึง เห็นแง่มุมที่พระองค์ท่านได้ทรงวางเอาไว้ เห็นแง่มุมที่เราจะปฏิบัติและเดินตาม และก็เป็นเหมือนของขวัญที่พวกเราตั้งใจทำและส่งมอบให้กับคนดู นอกจากความบันเทิงก็คงจะได้รับความทรงจำดีๆ กลับไปด้วย และในโปรเจ็กต์ของขวัญนี้มอบให้คนไทยดูฟรี ตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป ที่โรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ" มะเดี่ยวกล่าวปิดท้าย.

  • เปลว สีเงิน

    ๒๑ ตุลาคม วนมาอีกรอบ ถึงวันเกิดที ก็มานั่งนับอายุกันที หนังสือพิมพ์ก็เหมือนคน ไทยโพสต์ผ่านมาได้ ๒๑ ปี ขึ้นปีที่ ๒๒ ไม่ช้าไม่นาน ถ้าเป็นคนก็กำลังจะจบมหาวิทยาลัย ใกล้ได้เวลาย่างเท้าเข้าสู่ตลาดแรงงาน อายุมากขึ้น มาพร้อมกับจำนวนครั้งการเต้นของหัวใจที่ลดลงเรื่อยๆ
  • บทบรรณาธิการ

    เห็นภาพประชาชนคนไทย หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ร่วมมือร่วมใจกันทำกิจกรรมเนื่องในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ไม่ว่าจะเจอสภาพอากาศแปรปรวนขนาดไหน ตั้งแต่ฝนตก น้ำท่วม แดดร้อน ก็ไม่มีปัญหาการกระทบกระทั่ง สร้างบรรยากาศที่ไม่พึงประสงค์ให้เกิดขึ้น
  • เอ็กซ์-ไซท์

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา ร.ต.อ.ศักดิ์ชาย กิตติอุดมพันธ์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ได้รับแจ้งเกิดเหตุฆาตกรรม ที่บ้านเลขที่ 57 หมู่ 2 บ้านโคกยาง ตำบลก้านเหลือง อำเภอนางรอง
    นายอำเภอท่าแซะ ชุมพร สั่งการเร่งจับหมีโดยเร็วหลังชาวบ้านผวาหนัก เจ้าหน้าที่อนุรักษ์สัตว์ป่าวางกรงเหล็กกับดักขนาดใหญ่พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิด คาดไม่เกิน 5 วันรู้ผล
    ตำรวจเตือนนำภาพพระเมรุมาศมาพิมพ์บนเสื้อจำ หน่ายเป็นการมิบังควร ผิดกาลเทศะ วอนประชาชนไม่ซื้อมาสวมใส่ประดับร่างกาย
  • x-cite inside

    บรรยากาศแห่งความทรงจำ ความรู้สึก และหัวใจที่สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของเหล่าพสกนิกรไทยที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นับเป็นปรากฏการณ์ที่ยิ่งใหญ่ ก่อให้เกิดการหลอมรวมใจของคนไทยในการ “ทำดีตามรอยพ่อ” เพื่อแปรเปลี่ยนความโศกเศร้า ความอาลัยรัก ให้เป็นพลังในการสานต่อพระราชปณิธานในพระองค์ท่าน
    นางพัชราภรณ์ อินทรียงค์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่ารัฐบาลได้ทำบัตรเชิญสำหรับผู้เข้าร่วมงานทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในวันที่ 26 ต.ค.นี้ โดยจัดพิมพ์จำนวน 5,000 ใบ
    เวียนมาบรรจบครบวาระ 1 ปี ในวันที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จสวรรคต แต่พระองค์ยังทรงสถิตอยู่ในหัวใจของประชาชนชาวไทยทุกดวง