'กษัตริย์-รัฐ-ราษฎร์' บนนามไทย

  • Thursday, October 12, 2017 - 00:00


    "สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร" รัชกาลที่ ๑๐

    วานนี้ (๑๑ ต.ค.๖๐)

    มีพระราชกระแสทรงขอบใจประชาชน ที่ร่วมบำเพ็ญประโยชน์เป็นจิตอาสา และช่วยเหลืองานพระบรมศพ

    "พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร" ความว่า...

    ขอบใจท่านทั้งหลายเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้พร้อมกันมาถวายสักการะพระบรมศพ อย่างพร้อมเพรียงด้วยความจงรักภักดี ด้วยน้ำใจบริสุทธิ์งดงาม อีกทั้งพร้อมใจกันบำเพ็ญประโยชน์เป็นจิตอาสา และช่วยเหลืองานพระบรมศพ และงานด้านต่างๆ อย่างเต็มกำลังและความสามารถ เป็นการทำดีด้วยหัวใจ เพื่อสนองพระมหากรุณาธิคุณ ต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

    บัดนี้การถวายพระเพลิงพระบรมศพ จะเป็นไปด้วยความสมบูรณ์เรียบร้อย และสมพระเกียรติ เชื่อว่าการทำความดีด้วยความบริสุทธิ์ใจ ด้วยความทุ่มเทเสียสละ ด้วยความสมัครสมานสามัคคี ของประชาชนชาวไทยในครั้งนี้ หากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้ทรงทราบด้วยพระญาณวิถีใดๆ ก็ตาม จะทรงชื่นชมโสมนัสเป็นอย่างยิ่ง

    จึงขอขอบใจทุกๆ ท่าน ด้วยความซาบซึ้งใจอย่างที่สุดจากหัวใจ ด้วยความจริงใจอย่างแท้จริง

    พระปรมาภิไธย วปร.

    ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๐

    ------------------------------------------------------

    ครับ..........

    "ขอบน้ำจรดขอบฟ้า" มองเห็นได้ ทางตา

    และจับต้องความมีอยู่นั้นได้ ทางใจ

    ฉันใด

    ความผูกพันระหว่าง "พระเจ้าแผ่นดิน" กับประชาชนผู้เป็นพสกนิกร

    ก็ ฉันนั้น

    ด้วยความเป็นพสกนิกรด้วยกัน ผมรู้...ผมเข้าใจ แต่ยากอธิบายให้เข้าถึงความรู้สึกนั้นได้จริงๆ

    ทรงเอ่ยพระโอษฐ์ "ขอบใจ" ประชาชนผู้มาถวายสักการะพระบรมศพ

    และทรงขอบใจ ผู้บำเพ็ญประโยชน์เป็นจิตอาสา ช่วยเหลืองานพระบรมศพ

    มิเพียง "ขอบใจ" เท่านั้น ยังทรงใช้คำว่า

    "...........อย่างที่สุดจากหัวใจ ด้วยความจริงใจอย่างแท้จริง"

    เช่นนี้แล้ว...........

    ประชาชนผู้เป็นข้ารองพระบาทในพระบรมราชจักรีวงศ์ ก็มิรู้จะกล่าวประการใด

    ได้แต่พลุ่งพล่านในหัวอก สำนึกแน่วในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่เปรียบมิได้

    คนไทยนั้น เป็นคนธรรมดาก็จริง

    แต่ในหัวใจ มี "สำนึกจิต" ต่อพ่อหลวง เต้นทุกขณะ!

    พรุ่งนี้ ก็...๑๓ ตุลาคม ครบ ๑ ปี

    วันที่ลูกๆ ไม่มีพ่อที่ทรงทำทุกอย่างเพื่อให้ลูกอยู่กันเป็นสุขอีกแล้ว

    น้อยนิดเหลือเกิน...........

    กับที่ลูกๆ ทำหน้าที่เป็นจิตอาสา และกับที่ลูกๆ มาเพื่อ "ให้พ่อเห็น"

    ซึ่งต่อแต่นี้ ๒๖ ตุลาเป็นต้นไป

    ไม่มีพ่ออยู่ ให้ลูกๆ ได้เห็น อีกต่อไปแล้ว!

    "งานพ่อ"............

    โลกใบนี้ถ้าหยุดหมุน เป็นเครื่องหมาย "ถวายสักการะพ่อ" ได้ ก็คงหยุด

    แต่เมื่อวาน "คณะทูตานุทูต" จาก ๖๕ ประเทศ ๑๗๐ ท่าน ถือเป็น "ตัวแทนโลก"

    กระทรวงวัฒนธรรมนำเยี่ยมชมการจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ ราชรถและพระยานมาศ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

    ประเทศไทยนั้น...........

    ด้วยพระบรมราชจักรีวงศ์ ด้วยพระบารมี "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ"

    "ทรงคุณประเสริฐ" เชิดชาติ ชูประชาชน จนไทยในสายตา-ทัศนะชาวโลก Amazing ตลอดกาล

    เมื่อวานเช่นกัน คุณ yadarat Springer แชร์โพสต์ของ TAP-magazine มาให้อ่าน

    ผมอยากให้ทุกท่านได้อ่าน จะได้สิ้นสงสัย ว่าทำไม Thai ต้องคู่กับคำว่า Amazing?

    เพื่อ "สมบูรณ์ความ" ขออนุญาตนำทั้งหมดมาถ่ายทอดต่อ ดังนี้

    เมื่อชาวจีนและครอบครัวหลงเข้าไปในฝูงชนที่แห่แหนมาเคารพพระบรมศพ...เรื่องซึ้งๆ ก็บังเกิด

    ......บันทึกของคนจีนที่ไม่อาจเข้าใจความรู้สึกสูญเสียของคนไทย แต่ก็รับรู้ได้ว่า "คนไทยรักในหลวง" รัชกาลที่ ๙ มากมายขนาดไหน...

    -------------------------------------------

    เมื่อวันก่อน แอดมินได้เข้าไปอ่านบทความหนึ่ง ที่แชร์โดยเพื่อนชาวจีนผ่านวีแชต กล่าวถึงความรู้สึกของชาวจีนซึ่งได้มีโอกาสได้เข้าไปอยู่ท่ามกลางกลุ่มคน ที่กำลังต่อแถวบริเวณ "พระบรมมหาราชวัง"

    เห็นว่าน่าสนใจมาก จึงอยากนำมาแบ่งปัน นี่เป็นสรุปบันทึกเรื่องราวของชาวจีนท่านนั้น

    เมื่อคืนวันที่ ๔ ตุลาคม หรือวันไหว้พระจันทร์ ที่ผ่านมา......

    ๔ ตุลาคม ๒๕๖๐ คืนเทศกาลไหว้พระจันทร์ คืนที่ครอบครัวชาวจีนอยู่กันพร้อมหน้า คืนแห่งความสุขของชาวจีนทั่วประเทศ

    แต่ที่ประเทศไทย กลับมีผู้คนจำนวนมากยืนต่อแถวท่ามกลางสายฝน รอเข้าไปกราบพระบรมศพอย่างใจจดใจจ่อ

    เพราะนี่อาจเป็นครั้งสุดท้ายในชีวิต ที่พวกเขาจะได้ใกล้ชิดพ่อหลวง

    บ่ายวันนั้น เดิมทีฉันและครอบครัว ตั้งใจจะไปล่องเรือ ชมจันทร์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา แต่น่าเสียดายที่ฝนตกไม่หยุด ไม่เพียงแต่จะมองไม่เห็นพระจันทร์ เรือก็ยังไม่มีอีกด้วย

    จึงทำได้แต่เพียงเดินหาของกินตามตลาดแถวนั้น

    พอตกดึก ฝนก็เริ่มหยุด ก็ตัดสินใจเดินทางกลับที่พัก แต่ก็ไม่สามารถกลับได้...

    นั่นเพราะบนถนนทางกลับคลาคล่ำไปด้วยผู้คนมากมาย...กล่าวคือ เมื่อฉันและครอบครัวเดินออกมาจากซอย ได้เห็นประชาชนจำนวนมากสวมใส่ชุดดำยืนต่อแถวกันยาวเหยียด รอคอยเพื่อเข้าเคารพพระมหากษัตริย์ของพวกเขา

    ทราบมาว่า...ตั้งแต่ที่ทางสำนักพระราชวังเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าไปกราบพระบรมศพ เมื่อเดือน ต.ค.ปีที่แล้ว ตลอด ๑ ปีที่ผ่านมา

    ประชาชนชาวไทยทั่วทุกสารทิศ ต่างมุ่งเดินทางมายังพระบรมมหาราชวัง เข้าแถวรอเข้าไปกราบพระบรมศพนานหลายชั่วโมง เพื่อถวายความอาลัยต่อท่านเป็นครั้งสุดท้าย

    แน่นอนว่า ฉันเองในฐานะคนจีนที่ทำงานอยู่ในไทย ตลอดช่วง ๑ ปีมานี้ ได้ติดตามข่าวเรื่องในหลวง ร.๙ มาโดยตลอด เคยได้แต่รับรู้ผ่านทางตัวหนังสือ

    บอกตามตรง มันแลดูห่างไกลจากตัวของฉันซึ่งเป็นคนจีนคนหนึ่งที่มาอยู่ในไทยมาก

    แต่ในวันนี้เอง พอฉันได้มาเห็นกับตา ฉันก็เริ่มได้เข้าใจมากขึ้น...

    จังหวะที่ฉันและครอบครัวกำลังหลงทางอยู่ในฝูงชน ไม่คาดคิดเลย..ว่าฉันจะได้รับความช่วยเหลือต่างๆ มากมาย

    มีคุณป้าช่วยนำฉันและคนในบ้านไปหาอาสาสมัคร แล้วอาสาสมัครยังช่วยพาครอบครัวของเราไปต่อแถวขึ้นรถ

    มิหนำซ้ำ ยังจัดหาน้ำและอาหารมาให้ฉันและครอบครัวอีก ความช่วยเหลืออย่างดีเช่นนี้ ทำให้ฉันรู้สึกซาบซึ้งใจอย่างมากเลย

    ที่สำคัญ ฉันได้เห็นอาสาสมัครมากมาย มาจากทุกเพศทุกวัย ทุกชนชั้นอาชีพ มาช่วยเหลืออำนวยความสะดวกอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

    มีพี่ๆ วินมอเตอร์ไซค์และรถยนต์จำนวนมากมาให้บริการฟรีโดยไม่คิดค่าบริการ

    ฉันได้เห็นชาวไทยมากมายแห่มาเข้าแถวรอโดยไม่กลัวสายฝนที่โปรยปรายลงมา ทำให้ฉันอดรู้สึกสงสัยไม่ได้ว่า ทำไมคนไทยถึงยอมทำทุกอย่างเพื่อคนคนหนึ่งได้มากขนาดนี้?

    …เป็นเพราะความเลื่อมใสศรัทธาแค่นั้นหรือ?

    ไม่ใช่แค่นั้นหรอก...จากที่เคยได้ยินเรื่องราวมา ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ท่านทรงอยู่เคียงข้างประชาชนมาตลอดเวลาที่ทรงครองราชย์ จนเปรียบเสมือนกับสัญลักษณ์ของประเทศ

    วันพระบรมราชสมภพของพระองค์ก็ยังเป็นวันสำคัญของชาติ ทรงทำให้ชาวไทยรวมเป็นหนึ่ง ชาวไทยทุกคนจึงมารวมตัวกันที่นี่ เพื่อแสดงความเคารพต่อพระองค์

    อาจเรียกได้ว่า นี่เป็นผลจากสิ่งที่พระองค์ทำเพื่อประเทศไทยมาตลอด ฉันซึ่งเป็นชาวจีนก็อดรู้สึกอิจฉาไม่ได้ ที่ชาวไทยมีผู้นำที่ยอมเสียสละเพื่อปวงชนได้มากมายถึงขนาดนี้...

    ฉันเองในฐานะคนจีน ฉันอาจจะไม่ได้โศกเศร้าเสียใจเท่าคนไทย ไม่เข้าใจความรักของคนไทยต่อในหลวง ร.๙ อาจเป็นเพราะจากประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาของจีนที่ฉันเคยร่ำเรียนมา ได้สอนไว้ว่า

    ไอดอลเป็นเพียงแค่ภาพลวงตา ความเลื่อมใสศรัทธาทั้งหมด เป็นแค่สิ่งที่ถูกวางแผนมา หรือเป็นแค่การอุปโลกน์ขึ้นมาก็เท่านั้น...

    แต่ในคืนนี้ หลังจากที่ฉันได้พบเจอกับเหตุการณ์ดังกล่าว ฉันอดที่จะรู้สึกอิจฉาไม่ได้

    อิจฉาที่ประเทศไทยมีคนแบบนี้ มีเรื่องราวแบบนี้เกิดขึ้น ทำให้ผู้คนมารวมตัวกันได้มากมายขนาดนี้

    พวกเขาอุทิศตนอย่างจริงใจ รอคอยอยู่ในค่ำคืนอันยาวนานอย่างเงียบๆ รำลึกถึงคนคนหนึ่ง ซึ่งเป็นดั่งแสงสว่างในใจของปวงชนชาวไทย

    ลองคิดดูสิ จะมีสิ่งไหน ที่ทำให้คนเรายอมทำให้คนแปลกหน้าคนหนึ่งที่ทั้งชีวิตเรายังไม่เคยเจอได้ถึงขนาดนี้?

    หรือครั้งสุดท้าย...ที่มีคนแปลกหน้ามาทำเรื่องดีๆ ให้เรา มันนานแค่ไหนแล้ว?

    สุดท้าย ฉันอยากบอกว่า...ชาวจีนที่อาศัยอยู่ในไทย ต่างทราบดีถึงความรักที่คนไทยมีต่อพ่อหลวง เพียงแค่ไม่พูดออกมาเท่านั้น

    แม้พวกเขาจะไม่ได้รู้สึกเท่ากับคนไทย แต่สีหน้าและความเศร้าโศกของชาวไทยตลอด ๑ ปีที่ผ่านมา ก็ทำให้พวกเขาประจักษ์แล้วว่า

    ...คนไทยรักในหลวงรัชกาลที่ ๙ มากมายเกินพรรณนาขนาดไหน

    ที่มาข้อมูล:เรียบเรียงจากบทความ wechat official account taiguo.com

    ครับ....อ่านแล้ว "คิดกันยังไง"?

    ตะโกนออกมาดังๆ ให้เรา "คนไทยด้วยกัน" ได้ยินบ้างก็ได้.

  • เปลว สีเงิน

    เศรษฐกิจมันเป็นเรื่องใกล้ตัว หลอกกันไม่ได้ ล้วงกระเป๋าไปแล้วไม่เจอเงิน มันก็คือไม่เจอ เวลานี้ใครมาบอกว่าเศรษฐกิจดี คนจนจะหมดไปแล้ว สำหรับประชาชนระดับรากหญ้า เชื่อก็บ้า! ไม่มีปัญญาไปชิมไข่เจียวร้าน เจ๊ไฝ หรอกครับ เศรษฐกิจ ปากท้อง ไม่ใช่เรื่องของตัวเลขอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับความรู้สึกด้วย และเมื่อสองอย่างนี้มาผสมกัน มันก็เหมือนระเบิด
  • บทบรรณาธิการ

    ปรากฏการณ์พบอาวุธสงครามล็อตใหญ่ ที่อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา นำไปสู่การเดินเข้ามามอบตัวเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจของนายวัฒนา ทรัพย์วิเชียร เมื่อวันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยนายวัฒนาถูกควบคุมตัวตาม มาตรา 44 เนื่องจากต้องสงสัยมีอาวุธสงครามไว้ในครอบครอง โดยเชื่อมโยงกับซีรีส์นัมเบอร์ของอาวุธล็อตใหญ่นี้มีความเชื่อมโยงกับอาวุธสงครามที่ตรวจจับได้เมื่อปี 2557
  • เอ็กซ์-ไซท์

    กรมการขนส่งทาง บกดีเดย์ต้นปี 61 ยกมาตรฐานสอบใบขับ ขี่ทุกด้าน เตรียมออก กฎกระทรวงห้าม 5 โรคสำคัญ อายุ 70 ปีขึ้นไปจับตรวจสาย ตา-สุขภาพทุก 3 ปี
    ว.วชิรเมธีชื่นชมก้าวคนละก้าวทำเพื่อสังคม ประชาชนยังคงร่วมบริจาคสมทบโครงการก้าวคนละก้าวจนยอดผ่าน 723 ล้านบาทแล้วแม้ตูนจะหยุดพักเพราะป่วย ก่อนออกมาวิ่งต่อวันอังคารมุ่งหน้าสู่นครสวรรค์ ว.วชิรเมธีแสดงความชื่นชมนักร้องหนุ่มสั่นสะเทือนโครงสร้างพื้นฐานในจิตใจคนไทยทั้งประเทศ
    ไฟไหม้ตึกแถวเก่าแก่ย่านแพร่งนราซึ่งก่อสร้างตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เสียหาย 13 คูหา ยังไม่ รู้สาเหตุ รอสำนักงานทรัพย์สินฯ ประเมินความสูญเสีย
  • x-cite inside

    ในจำนวนร่าง พ.ร.บ.ที่ภาคประชาชนมีส่วนในการร่างและผลักดัน จนเกิดผลเป็นรูปธรรมต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้มีอยู่ไม่กี่ฉบับ และหนึ่งในนั้นก็คือ ‘พระราชบัญญัติสภาองค์กรชุมชน พ.ศ.2551’ ที่ส่งผลให้เกิดการจัดตั้ง ‘สภาองค์กรชุมชนตำบล’ ขึ้นมาแล้วไม่ต่ำกว่า 6,000 ตำบลทั่วประเทศ
    ปฏิบัติการทวงคืนพื้นที่สาธารณะป่าห้วยเม็กของชาวบ้านตำบลบ้านดง อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น เมื่อไม่กี่เดือนมานี้ กลายเป็นข่าวโด่งดังไปทั่วประเทศ เมื่อชาวบ้านกลุ่มเล็กๆ สามารถต่อสู้เพื่อทวงคืนผืนป่าจากบริษัทเครื่องดื่มผสมเคเฟอีนที่มีอำนาจเงินตราและมีทุนมหาศาล เหมือนดังไม้ซีกที่งัดไม้ซุงได้สำเร็จ...
    นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมดีๆ ที่เกิดขึ้นในโรงภาพยนต์เอสพลานาด ซีนีเพล็กซ์ รัชดาภิเษก โดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับภาคีเครือข่ายนำกลุ่มนักเรียน นักศึกษา ครู อาจารย์ ผู้ปกครอง กว่า 100 คน จัดกิจกรรมสร้างการเรียนรู้ผ่านการชมภาพยนตร์เรื่อง “ของขวัญ” ผลงานการสร้างสรรค์ของ 4 ผู้กำกับแถวหน้า "ปรัชญา ปิ่นแก้ว, นนทรีย์ นิมิบุตร, ก้องเกียรติ โขมศิริ, ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล"