เพื่อไทยตีกินบี้'คสช.'เลิกม.44

  • Thursday, October 12, 2017 - 00:00


    ผบ.ทบ.ยันปลดล็อกพรรคการเมืองหลังพระราชพิธี ลั่นทุกอย่างเป็นไปตามกรอบ แต่เพื่อไทยทนไม่ไหว เหน็บประกาศเลือกตั้งหุ้นพุ่งพรวด สะท้อนประชาธิปไตยกินได้ รุกคืบให้ คสช.เลิก ม.44 อ้างทับซ้อนอำนาจอธิปไตยตามมาตรา 3 ของรัฐธรรมนูญ กระทบกระเทือนอำนาจ พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นประมุขทรงใช้อำนาจนั้นทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล

    พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม ถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เตรียมปลดล็อก พรรคการเมืองหลังเดือนตุลาคมนี้ว่า จะมีกระบวนการและขั้นตอน เมื่อกฎหมายพรรคการเมืองผ่านแล้ว จะมี 2 กลุ่มที่เกี่ยวข้อง คือกลุ่มพรรคการเมืองที่จดทะเบียนแล้วจะมีกรอบเวลาในการดำเนินการ กับพรรคการเมืองที่จะจดทะเบียนใหม่ก็มีกรอบเวลาในการดำเนินการเช่นกัน ซึ่งหลังพระราชพิธีสำคัญจะมีการพูดคุยกันว่าจะปลดล็อกอะไรอย่างไร

    ด้าน พล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) กล่าวว่า ทางทหารจะปฏิบัติงานในกรอบหน้าที่สนับสนุนรัฐบาล แต่ขั้นตอนการเลือกตั้งนั้น ตนมองว่าตอนนี้ยังมีเวลาอีกมาก ซึ่งต้องรอดูขั้นตอนที่รัฐบาลกำหนดขึ้นมาก่อน อย่าเพิ่งใจร้อน ขอให้รอกฎหมายลูกเสร็จเรียบร้อยก่อน ตอนนี้ยังมีเวลา เพราะกฎหมายลูกเพิ่งออกมา 2 ฉบับ แต่ยังมีกฎหมายลูกในส่วนอื่นๆ ค้างอยู่อีก ส่วนรายละเอียดต่างๆ ทางนายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงไปหมดแล้ว

    เมื่อถามว่า หลังเดือน ต.ค.ไปแล้วทางเหล่าทัพจะช่วยดูแลสถานการณ์อย่างไร เพราะจะมีการปลดล็อกให้พรรคการเมืองสามารถทำกิจกรรมทางพรรคการเมืองได้ ผบ.ทสส.ตอบว่า ทางทหารทำงานตามหน้าที่ปกติ ทั้งนี้เข้าใจว่าเมื่อปลดล็อกแล้วพรรคการเมืองก็คงอยู่ในกติกา เราสามารถพูดคุยกันได้ แต่เรื่องขั้นตอนรายละเอียดต้องรอผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งทางรัฐบาลและคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

    ด้านนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีระบุประมาณเดือน พ.ย.61 จะมีการเลือกตั้งว่า นายกฯ นับตามกรอบเวลาในรัฐธรรมนูญ ซึ่งได้มีการพูดคุยกันแล้ว และ กรธ.ก็ยืนยันตั้งแต่วันแรกแล้วว่าร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งเสร็จทันตามกรอบเวลา เพราะหากไม่เสร็จ กรธ.จะต้องพ้นสภาพกันไปหมด ดังนั้นไม่รู้สึกกังวล หรือถือเป็นการกดดัน กรอบเวลาดังกล่าวรวมเวลาปรับแก้ของ สนช.แล้วด้วย

    ไม่มีอะไรเป็นความลับ

    "นายกฯ นับตามวันที่เสร็จ คือวันที่ต้องไม่เกิน 240 วันอยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าท่านจะมาเร่งทำให้เสร็จก่อน เรื่องระยะเวลาตามรัฐธรรมนูญได้คุยกันแล้ว ถึงได้เข้าใจตรงกันว่าร่างอะไร ไปถึงไหน และนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ก็บอกว่าเลือกตั้งได้ช่วงไหน ทุกคนก็ไปอ่านได้ตามรัฐธรรมนูญ ไม่ได้เป็นความลับอะไร แต่ที่เรากังวลว่าจะเกิดนั่นเกิดนี่ขึ้น มันก็ได้ทุกเรื่อง ที่กลัวว่ากฎหมายจะโดนคว่ำ ก็เหมือนกับกลัวว่าจะเดินทางไปแต่งงาน กลัวรถคว่ำ" นายมีชัยกล่าว

    ส่วนกรณีที่ กกต.กังวลว่าระยะเวลา 150 วันจะจัดการเลือกตั้งไม่ทัน หากนับรวมวันประกาศผลการเลือกตั้งด้วย นายมีชัยแจงว่า หาก กกต.นับรวมถึงวันประกาศผลการเลือกตั้ง ก็แปลว่าทันทีที่กฎหมายมีผลบังคับใช้ กกต.จะต้องเริ่มทำงานทันที และจะต้องเลือกส.ว.ให้เสร็จก่อนเลือกตั้ง ส.ส. 15 วัน จึงเป็นที่มาที่ กรธ.ต้องทำกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งส.ว.ก่อน และเมื่อทำกฎหมาย ส.ว.เสร็จ ก็ทำกฎหมายลูก ส.ส.ได้ง่าย สำหรับกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่ากรรมการสรรหา กกต.มีการกำหนดคุณสมบัติสูงนั้น นายมีชัยกล่าวว่า เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ กำหนดมานานแล้ว และทุกฝ่ายก็เห็นตั้งแต่ตอนทำประชามติแล้ว

    พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา รักษาการเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง กล่าวว่า กกต.และสำนักงาน กกต.ได้เตรียมความพร้อมในการจัดการเลือกตั้งไว้ตลอด รวมถึงการร่างระเบียบและประกาศเพื่อรองรับกับกฎหมาย ดังนั้นไม่ว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นเมื่อใด กกต.ก็มีความพร้อม และเพื่อเป็นการป้องกันการตีความหรือมีปัญหาทางข้อกฎหมายเกี่ยวกับเงื่อนเวลา 150 วัน จะรวมประกาศรับรองผลการเลือกตั้งด้วยหรือไม่นั้น เบื้องต้นทาง กกต.จะพยายามดำเนินการจัดการเลือกตั้ง และประกาศผลการเลือกตั้งให้อยู่ภายในกรอบ 150 วันสำหรับการเลือกตั้งครั้งหน้า

    นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ให้สัมภาษณ์ว่า เท่ากับกระบวนการเปลี่ยนผ่านประเทศจะเป็นไปตามโรดแมปที่กำหนดไว้อย่างแน่นอน ส่วนกระบวนการจัดทำร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ สนช.ยืนยันว่าจะดำเนินการให้เสร็จภายในเดือน มิ.ย.2561 แน่นอน โดยจะเป็นการทำร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญให้เสร็จทั้ง 10 ฉบับ ไม่ใช่เพียงแค่ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการเลือกตั้งจำนวน 4 ฉบับเท่านั้น เพื่อให้สอดคล้องกับระยะเวลาที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ

    เพื่อไทยตีรวน

    เมื่อถามถึงกรณีที่มีบางฝ่ายตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการขาดคุณสมบัติของกรรมการสรรหาคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) บางราย นายสุรชัยกล่าวว่า กระบวนการสรรหา กกต.ในเวลานี้อยู่ในระหว่างการเปิดรับสมัครตามที่คณะกรรมการสรรหาฯ ได้กำหนดเอาไว้ ที่อาจมีกรรมการสรรหา กกต.บางคนมีคุณสมบัติไม่ครบนั้น เรื่องดังกล่าวไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบโดยตรงของสนช. เนื่องจากที่มาของคณะกรรมการสรรหามาจาก 2ทาง 1.กรรมการสรรหาที่มาโดยตำแหน่ง เช่น ประธานสนช. ประธานศาลฎีกา ประธานศาลปกครอง เป็นต้น 2.กรรมการสรรหาที่มาจากการคัดเลือกขององค์กรอิสระ ซึ่งในส่วนหลังนี้ต้องเป็นหน้าที่ขององค์กรอิสระในการต้องหาบุคคลที่มีคุณสมบัติตรงตามรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว ไม่ใช่หน้าที่ของ สนช.ในการเข้าไปตรวจสอบแต่อย่างใด

    นายสามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า นายกฯ ประกาศมาวันเดียวตลาดหุ้นก็ดีดตัวขึ้นสูงเป็นประวัติการณ์ การกำหนดวันเลือกตั้งชี้ให้เห็นว่าประเทศกำลังก้าวเข้าสู่ประชาธิปไตย ทำให้นักลงทุนเห็นความชัดเจนว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร ผู้บริโภคก็มีความเชื่อมั่น ทำให้เศรษฐกิจขับเคลื่อน ต่างกัน ถ้าทุกอย่างยังไม่ชัดเจน ทุกคนก็ไม่กล้าที่จะทำอะไร ที่พูดกันว่าประชาธิปไตยกินได้มันเป็นอย่างนี้

    เขากล่าวว่า ในส่วนของพรรคการเมือง คงต้องรอฝ่ายความมั่นคงว่าจะปลดล็อกให้ทำกิจกรรมได้เมื่อไหร่ หากปลดล็อกแล้วเราต้องทำทุกอย่างตามเงื่อนไขที่กฎหมายลูกว่าด้วยพรรคการเมืองกำหนดไว้ ไม่ต้องห่วงว่าฝ่ายการเมืองจะทำให้เกิดความวุ่นวาย เพราะแค่ทำตามเงื่อนไขที่วางไว้ เวลาก็แทบไม่พอแล้ว ตอนนี้เราเพียงรอให้เป่านกหวีดให้ดำเนินการ

    นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ อดีต ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย ขอให้นายกฯ รักษาคำพูด ไม่บิดพลิ้ว เพราะหากไม่เป็นไปตามที่ได้ประกาศไว้ ความเชื่อมั่นในอนาคตคงจะไม่เหลืออีกต่อไป

    นายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีตรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ยังมีอำนาจนอกระบบตาม ม.44 ทับซ้อนอำนาจอธิปไตยตามมาตรา 3 ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญ จึงกระทบกับความเชื่อมั่นของต่างประเทศที่ให้ความสำคัญกับประชาธิปไตย ถ้ายังคงอำนาจนอกระบบอยู่ไทย อาจเป็นประเทศที่แปลกที่จัดการเลือกตั้งทั่วไปให้บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตย แต่ยังมีมาตรา 44กำกับอยู่ เห็นว่ามาตรา 3 ของรัฐธรรมนูญมีความสำคัญยิ่ง เพราะมีบทบัญญัติที่เกี่ยวกับการใช้อำนาจอธิปไตยของพระมหากษัตริย์บัญญัติไว้ ดังนี้ อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นประมุขทรงใช้อำนาจนั้นทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาลตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ดังนั้น จึงไม่ควรมีอำนาจใดมาทับซ้อน อันจะทำให้ประเทศขาดความเชื่อมั่น หากดำเนินการแก้ไขได้โดยเร็ว ความเชื่อมั่นก็จะกลับคืนมาเป็นทวีคูณ

    เขากล่าวว่า เกิดผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมที่ไม่เป็นไปตามหลักนิติธรรมนั้น ปัจจุบันมีประเด็นที่สังคมยังคลางแคลงว่ามีการใช้กฎหมายในลักษณะเลือกปฏิบัติ และใช้กฎหมายให้มีผลย้อนหลังไปเป็นโทษแก่บุคคล แม้จะมีการชี้แจงจากรัฐบาลว่ากฎหมายวิธีพิจารณาคดีสามารถย้อนหลังได้ ไม่เสียความเป็นธรรม แต่ตนเห็นว่าเป็นการให้ความเห็นที่ไม่สมเหตุสมผล เพราะการใช้กฎหมายวิธีพิจารณาคดีที่สามารถไปรื้อฟื้นคดีย้อนหลังได้ ผลลัพธ์ย่อมเป็นโทษแก่บุคคลย้อนหลัง ถึงอย่างไรเป้าหมายหรือผลลัพธ์สุดท้ายก็เป็นโทษแก่บุคคลย้อนหลัง ซึ่งขัดกับหลักนิติธรรมอย่างแน่นอน

    กปปส.ย้ำปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง

    นายถาวร เสนเนียม อดีต ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะแกนนำกลุ่ม กปปส. กล่าวว่า นักการเมืองคงดีใจที่จะเดินหน้าเข้าสู่การเลือกตั้ง แต่สำหรับมวลมหาประชาชนและ กปปส.แล้ว การเลือกตั้งจะเร็วหรือช้า ไม่มีผลใดๆ กับเรา แต่อยากให้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ทำการปฏิรูปประเทศตามที่เคยได้ประกาศไว้ว่าจะปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง ซึ่งเหลือเวลาอีก 1 ปี ก็ควรจะปฏิรูปให้ได้ 3 เรื่องใน 5 เรื่องที่เป็นข้อเสนอของมวลมหาประชาชน คือ 1.การทำพรรคการเมืองให้เป็นของประชาชนโดยแท้จริง 2.การปฏิรูปตำรวจ 3.การปฏิรูปการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน

    “การที่ พล.อ.ประยุทธ์ประกาศว่าจะมีการเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายน 2561 ผมถือว่าเป็นเรื่องปกติ แต่หากเลือกตั้งไปโดยที่ยังไม่มีการปฏิรูปให้เสร็จก่อนเลือกตั้ง ก็คาดการณ์ได้ว่าการเมืองจะกลับเข้าสู่วงจรอุบาทว์ ทุกอย่างจะกลับมาเหมือนเดิม ในเวลา 1 ปี ถ้าตั้งใจจริงสามารถทำทันได้ มิเช่นนั้นแล้วการรัฐประหารครั้งนี้ก็จะเสียของ สูญเปล่า เหมือนครั้งที่ผ่านมา เสียโอกาสประเทศ” นายถาวรกล่าว

    นายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา โฆษกพรรคชาติพัฒนา กล่าวว่า พรรคขอขอบคุณนายกฯ ที่ให้ความชัดเจนเกี่ยวกับการเลือกตั้ง แสดงให้เห็นถึงความจริงใจของรัฐบาล ที่จะให้มีการเลือกตั้งตามโรดแมปที่วางไว้ ถือว่าเป็นสัญญาณที่ชัดเจน และเป็นสิ่งที่ดีมากสำหรับประเทศชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับบรรยากาศการลงทุนและเศรษฐกิจ รวมถึงความเป็นประชาธิปไตยและความเป็นสากลของประเทศ ทั้งจะสร้างความสงบเรียบร้อยภายใน และยังเป็นภาพลักษณ์ที่ดีต่อนักลงทุน นักท่องเที่ยว

    "พรรคชาติพัฒนาขอให้ทุกพรรคการเมืองให้ความร่วมมือซึ่งกันและกัน และร่วมมือกับรัฐบาลในการสร้างบรรยากาศของความปรองดอง ความเข้าใจของสถานการณ์ต่างๆ เพื่อปูทางไปสู่ความเรียบร้อยของการเลือกตั้ง" โฆษกพรรคชาติพัฒนากล่าว

    นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน (คปต.) กล่าวว่า ไม่ได้ให้ความเชื่อถือพล.อ.ประยุทธ์ ว่าจะเลือกตั้งปลายปี 61 เนื่องจากขณะนี้ไม่มีหลักประกันใดๆ ที่แน่ชัดว่ารัฐบาลและ คสช.จะดำเนินการตามที่ประกาศ เนื่องจากเมื่อถึงเวลาที่กำหนด ก็จะมีข้ออ้างจากเหตุผลเรื่องความสงบเรียบร้อยจากแนวทางการปฏิรูปหลายด้าน รวมทั้งการสร้างความปรองดองของคนในชาติที่ขัดแย้งยาวนานหลายปี ซึ่งตนไม่เชื่อว่าจะมีจริง.

  • เปลว สีเงิน

    ๑๐๗ ปีที่ผ่านมา........... เมื่อวันที่ ๒๓ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๕๓ "พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว" รัชกาลที่ ๕ เสด็จสวรรคต! พระองค์ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงประชาชาวไทย ได้รับการถวายพระราชสมัญญาว่า "สมเด็จพระปิยมหาราช"
  • บทบรรณาธิการ

    จากการซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศที่ผ่านมา พบว่ายังมีการปฏิบัติที่ไม่เหมาะสม แม้แต่สื่อมวลชนบางสำนักที่ทำหน้าที่นำเสนอข้อมูลและให้ความรู้กับประชาชนมาโดยตลอดเรื่องแนวทางการปฏิบัติยังละเมิดข้อตกลงที่ตกลงกันไว้ หลังถ่ายทอดสดผ่านโทรศัพท์มือถือ หรือไลฟ์สดขณะซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ
  • เอ็กซ์-ไซท์

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา ร.ต.อ.ศักดิ์ชาย กิตติอุดมพันธ์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ได้รับแจ้งเกิดเหตุฆาตกรรม ที่บ้านเลขที่ 57 หมู่ 2 บ้านโคกยาง ตำบลก้านเหลือง อำเภอนางรอง
    นายอำเภอท่าแซะ ชุมพร สั่งการเร่งจับหมีโดยเร็วหลังชาวบ้านผวาหนัก เจ้าหน้าที่อนุรักษ์สัตว์ป่าวางกรงเหล็กกับดักขนาดใหญ่พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิด คาดไม่เกิน 5 วันรู้ผล
    ตำรวจเตือนนำภาพพระเมรุมาศมาพิมพ์บนเสื้อจำ หน่ายเป็นการมิบังควร ผิดกาลเทศะ วอนประชาชนไม่ซื้อมาสวมใส่ประดับร่างกาย
  • x-cite inside

    บรรยากาศแห่งความทรงจำ ความรู้สึก และหัวใจที่สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของเหล่าพสกนิกรไทยที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นับเป็นปรากฏการณ์ที่ยิ่งใหญ่ ก่อให้เกิดการหลอมรวมใจของคนไทยในการ “ทำดีตามรอยพ่อ” เพื่อแปรเปลี่ยนความโศกเศร้า ความอาลัยรัก ให้เป็นพลังในการสานต่อพระราชปณิธานในพระองค์ท่าน
    นางพัชราภรณ์ อินทรียงค์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่ารัฐบาลได้ทำบัตรเชิญสำหรับผู้เข้าร่วมงานทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในวันที่ 26 ต.ค.นี้ โดยจัดพิมพ์จำนวน 5,000 ใบ
    เวียนมาบรรจบครบวาระ 1 ปี ในวันที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จสวรรคต แต่พระองค์ยังทรงสถิตอยู่ในหัวใจของประชาชนชาวไทยทุกดวง