ข้าหลวงสิทธิฯUNชี้ ทัพพม่า'กวาดล้าง' สกัดโรฮีนจาคืนถิ่น

  • Thursday, October 12, 2017 - 00:00


    ภาพถ่ายเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2560 เผยสภาพหมู่บ้านที่ถูกเผาวอดใกล้เมืองหม่องดอในรัฐยะไข่ ภาพ AFP

    ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนยูเอ็นระบุ กองกำลังความมั่นคงของเมียนมาปฏิบัติการกวาดล้างชาวโรฮีนจาอย่างเป็นระบบ วางเพลิงเผาบ้านเรือนไร่นาและหมู่บ้าน เพื่อกำจัดชนกลุ่มน้อยมุสลิมโรฮีนจาออกจากเมียนมาอย่างถาวร

    รายงานผลการสอบสวนของสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งองค์การสหประชาชาติฉบับล่าสุด เผยแพร่เมื่อวันพุธที่ 11 ตุลาคม 2560 เป็นผลสรุปจากการสอบถามชาวโรฮีนจาหลายร้อยคนรวม 65 ครั้ง โดยมีทั้งการสัมภาษณ์แบบรายคนและแบบกลุ่มที่มีขนาดมากสุด 40 ราย ชาวโรฮีนจาเหล่านี้อพยพออกจากรัฐยะไข่ทางภาคเหนือของเมียนมามาถึงบังกลาเทศระหว่างวันที่ 14-24 กันยายน

    สำนักงานของเซอิด ราอัด อัลฮุสเซน ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนฯ ซึ่งเคยวิจารณ์ปฏิบัติการของรัฐบาลเมียนมาว่าตรงกับตัวอย่างตามตำราของการล้างเผ่าพันธุ์ ได้กล่าวในรายงานฉบับนี้ว่า "ปฏิบัติการกวาดล้าง" ของกองกำลังความมั่นคงเมียนมาในรัฐยะไข่นั้น แท้ที่จริงแล้วเกิดขึ้นก่อนวันที่ 25 สิงหาคม และเป็นไปได้ว่าเกิดตั้งแต่ต้นเดือนนั้น ซึ่งขัดแย้งกับคำกล่าวอ้างของรัฐบาลเมียนมาที่ว่าปฏิบัติการกวาดล้างเป็นการตอบโต้ที่กลุ่มติดอาวุธโรฮีนจาโจมตีที่ตั้งของหน่วยความมั่นคงเมียนมาในวันที่ 25 สิงหาคม

    "ข้อมูลที่น่าเชื่อถือบ่งชี้ว่า กองกำลังความมั่นคงของเมียนมาจงใจทำลายทรัพย์สินของชาวโรฮีนจา วางเพลิงที่อยู่อาศัยและหมู่บ้านทั้งหมู่บ้านในรัฐยะไข่ และไม่ใช่เพียงการขับไล่ประชากรกลุ่มนี้เท่านั้น แต่ยังเพื่อป้องกันชาวโรฮีนจาที่หนีไปไม่ให้กลับคืนบ้านเรือนของพวกเขา" รายงานฉบับนี้กล่าว

    รายงานบรรยายว่า กองกำลังความมั่นคงของเมียนมา ซึ่งมักจะมีกลุ่มม็อบชาวพุทธยะไข่ติดอาวุธเข้าร่วมอยู่บ่อยครั้ง ได้ทำลายล้างบ้านเรือน, ไร่นา, อาหาร, พืชผล และปศุสัตว์ เพื่อทำให้การกลับมาใช้ชีวิตปรกติของชาวโรฮีนจาเป็นเรื่องที่ "เกือบเป็นไปไม่ได้"

    นอกจากนี้ ยังเชื่อด้วยว่า กองกำลังความมั่นคงเมียนมาได้วางกับระเบิดไว้ตามแนวชายแดน เพื่อป้องกันไม่ให้โรฮีนจากลับเข้าเมียนมา ทั้งยังมีสิ่งบ่งชี้ด้วยว่าความรุนแรงยังดำเนินอยู่

    ปากคำของโรฮีนจาเกือบทั้งหมดบ่งชี้ว่ากองกำลังความมั่นคงเมียนมายิงใส่ชาวบ้านโรฮีนจาอย่างไม่เลือกหน้า บางรายบอกว่าคนแก่และเด็กถูกเผาทั้งเป็นในบ้าน เด็กอายุแค่ 5-7 ปีโดน "ชายในชุดเครื่องแบบทหาร" ข่มขืนหรือรุมโทรมต่อหน้าญาติๆ.

  • เปลว สีเงิน

    ๑๐๗ ปีที่ผ่านมา........... เมื่อวันที่ ๒๓ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๕๓ "พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว" รัชกาลที่ ๕ เสด็จสวรรคต! พระองค์ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงประชาชาวไทย ได้รับการถวายพระราชสมัญญาว่า "สมเด็จพระปิยมหาราช"
  • บทบรรณาธิการ

    จากการซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศที่ผ่านมา พบว่ายังมีการปฏิบัติที่ไม่เหมาะสม แม้แต่สื่อมวลชนบางสำนักที่ทำหน้าที่นำเสนอข้อมูลและให้ความรู้กับประชาชนมาโดยตลอดเรื่องแนวทางการปฏิบัติยังละเมิดข้อตกลงที่ตกลงกันไว้ หลังถ่ายทอดสดผ่านโทรศัพท์มือถือ หรือไลฟ์สดขณะซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ
  • เอ็กซ์-ไซท์

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา ร.ต.อ.ศักดิ์ชาย กิตติอุดมพันธ์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ได้รับแจ้งเกิดเหตุฆาตกรรม ที่บ้านเลขที่ 57 หมู่ 2 บ้านโคกยาง ตำบลก้านเหลือง อำเภอนางรอง
    นายอำเภอท่าแซะ ชุมพร สั่งการเร่งจับหมีโดยเร็วหลังชาวบ้านผวาหนัก เจ้าหน้าที่อนุรักษ์สัตว์ป่าวางกรงเหล็กกับดักขนาดใหญ่พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิด คาดไม่เกิน 5 วันรู้ผล
    ตำรวจเตือนนำภาพพระเมรุมาศมาพิมพ์บนเสื้อจำ หน่ายเป็นการมิบังควร ผิดกาลเทศะ วอนประชาชนไม่ซื้อมาสวมใส่ประดับร่างกาย
  • x-cite inside

    บรรยากาศแห่งความทรงจำ ความรู้สึก และหัวใจที่สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของเหล่าพสกนิกรไทยที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นับเป็นปรากฏการณ์ที่ยิ่งใหญ่ ก่อให้เกิดการหลอมรวมใจของคนไทยในการ “ทำดีตามรอยพ่อ” เพื่อแปรเปลี่ยนความโศกเศร้า ความอาลัยรัก ให้เป็นพลังในการสานต่อพระราชปณิธานในพระองค์ท่าน
    นางพัชราภรณ์ อินทรียงค์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่ารัฐบาลได้ทำบัตรเชิญสำหรับผู้เข้าร่วมงานทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในวันที่ 26 ต.ค.นี้ โดยจัดพิมพ์จำนวน 5,000 ใบ
    เวียนมาบรรจบครบวาระ 1 ปี ในวันที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จสวรรคต แต่พระองค์ยังทรงสถิตอยู่ในหัวใจของประชาชนชาวไทยทุกดวง