"ทักษิณ" งานเข้า! ปัดพัลวันหมิ่นสถาบัน

  • Wednesday, October 11, 2017 - 10:02

    ถึงกับอยู่นิ่งไม่ไหว ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่นับแต่ถูกยึดอำนาจไปเมื่อ 19 ก.ย.49 และกลายเป็นคนพลัดถิ่นทิ้งบ้านเมืองไปนานนับสิบปี พร้อมกับพ่วงคดีทุจริตซื้อขายที่ดินรัชดาฯ ที่มีโทษจำคุกติดตัวไปด้วย แถมอีกหลายคดีที่ถูกจำหน่ายคดีชั่วคราว

    เนื่องจากไม่มีตัวจำเลยมาแสดงในชั้นศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

    มาถึงวันนี้กำลังจะเจอดี ถูกรื้อฟื้นคดีโดยไม่จำเป็นต้องมีเจ้าตัวมาปรากฏตัวต่อศาล เมื่อ วงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ พูดเอาไว้ชัด

    "เบื้องต้นอัยการสำนักงานคดีพิเศษก็มีการเตรียมการศึกษาในข้อเท็จจริง และเสนอตั้งคณะทำงานคดีขึ้นมาเพื่อพิจารณาศึกษาสำนวนทั้งในส่วนของข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายทั้งหมด คดีของนายทักษิณนั้นเป็นเรื่องที่มีอยู่เดิมอยู่แล้ว แต่มีความเกี่ยวพันในหลายเรื่อง และคณะทำงานที่เคยพิจารณาสำนวนอยู่เดิมก็มีการโยกย้ายหรือเกษียณอายุราชการไปแล้ว เราจึงต้องนำเอาข้อมูลมาศึกษาใหม่ทั้งหมดตามขั้นตอน หลังจากนั้นเราก็รวบรวมสำนวนข้อเท็จจริงข้อกฎหมายทั้งหมดส่งอัยการสูงสุดพิจารณาสั่งการต่อไป"

    ถัดมาอีกไม่กี่วัน กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ได้แจ้งดำเนินคดี ทักษิณ ชินวัตร ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550

    ขณะเดียวกัน เจอมือป่วนเชื่อมโยงให้พาดพิงถึงสถาบัน ร้อนถึงเจ้าตัวต้องชี้แจงผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัวทันที

    "ผมได้ทราบข่าวเรื่องข้อความจาบจ้วงสถาบันเบื้องสูง โดยมีการกล่าวอ้างถึงชื่อผม ด้วยความไม่สบายใจเป็นอย่างยิ่ง ขอยืนยันว่าไม่เคยรู้จักบุคคลดังกล่าว และไม่เคยแม้แต่จะคิดที่จะล่วงเกินสถาบันฯ เลยแม้แต่น้อย ผมขอประณามในวิธีการดังกล่าว และยืนยันจะเอาเรื่องจนถึงที่สุด ในการที่นำชื่อผมเข้าไปเกี่ยวข้อง ผมขอประกาศให้ทราบไว้ ณ ที่นี้ว่าไม่ว่าใครที่ผมจะรู้จักหรือไม่ก็ตาม หากมีการแอบอ้างหรือพาดพิงถึงตัวผม โดยมีการก้าวล่วงสถาบันเบื้องสูงอีก ผมจะให้ฝ่ายกฎหมายดำเนินคดีกับทุกคน”

    ไม่เท่านั้น ทักษิณ ยังมอบอำนาจให้ พล.ต.อ.วิรุฬห์ พื้นแสน สมาชิกพรรคเพื่อไทย และทีมทนายความเดินทางไปยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่ออัยการสูงสุด เพื่อทบทวนคำสั่งการสั่งฟ้องข้อหาหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ศูนย์ราชการฯ ในวันที่ 12 ต.ค.นี้

    เจอประเด็นการเมืองถาโถมเข้าใส่อย่างต่อเนื่อง ทักษิณ ชินวัตร หลังจากเก็บตัวอยู่นาน ที่สำคัญแต่ละเรื่องล้วนใหญ่โตชนิดคอขาดบาดตาย โดยเฉพาะเรื่องสถาบันที่เชื่อมโยงมาถึงตัวเอง ใครเป็นทักษิณก็จำต้องออกมาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา หลังมรสุมรุมกระหน่ำไม่หยุดหย่อน ที่สุดต้องออกโรงส่งข้อความมาด้วยตัวเอง พร้อมกับใช้บริการทางกฎหมายเอาผิดต่อผู้ไม่หวังดีอย่างถึงที่สุด

    แม้หลายคนจะมองไปอีกทางจากแมสเสจล่าสุด ตามที่ส่งสัญญาณออกมาดังๆ ทั้งที่ก่อนหน้านี้เพิ่งส่งเสียงดังๆ เช่นกัน แต่เป็นในบริบทโจมตีกระบวนการยุติธรรมอย่างดุเดือด หยิบยกปรัชญา มงแต็สกีเยอร์มาอ้างจนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ และอาจจะดูย้อนแย้งกันพอสมควร ทักษิณมักกล่าวอ้างอยู่เสมอกระบวนการยุติธรรมสองมาตรฐาน ไม่ให้ความเป็นธรรม เลือกปฏิบัติ แต่สุดท้ายพอเริ่มไร้ที่พึ่งก็วกกลับมาที่กระบวนการยุติธรรม ใช้ช่องทางกฎหมายจัดการกับพวกที่กล่าวหาทำให้ตัวเองเสียหาย

    ลำพังคดีค้างเก่าที่เตรียมถูกรื้อฟื้นจ่อคิวทั้ง 1.คดีทุจริตปล่อยกู้ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอ็กซิมแบงก์) ให้รัฐบาลเมียนมา วงเงิน 4,000 ล้านบาท 2.คดีทุจริตโครงการออกสลากพิเศษเลขท้าย 2 และ 3 ตัว (หวยบนดิน) 3.คดีทุจริตแปลงสัมปทานมือถือ-ดาวเทียมเป็นภาษีสรรพสามิต 4.คดีทุจริตกรณีธนาคารกรุงไทยปล่อยกู้ให้บริษัทกฤษดามหานคร

    หากมีการรื้อฟื้นคดี คดีถึงที่สิ้นสุดคงได้เจอโทษทางอาญาเพิ่มเติม เงื่อนไขตามรัฐธรรมนูญใหม่ก็ไม่ได้เป็นบวกต่อตัวเอง แต่ทั้งหลายทั้งปวงเป็นเรื่องการเมืองที่พอเคลียร์ข้อครหาทางการเมืองได้ แต่เมื่อเจอประเด็นอ่อนไหวจึงอยู่เฉยไม่ได้ ขอกางปีกปกป้องตัวเอง เคลียร์ภาพลบๆ ไม่ให้พังไปมากกว่านี้.

  • เปลว สีเงิน

    ๒๑ ตุลาคม วนมาอีกรอบ ถึงวันเกิดที ก็มานั่งนับอายุกันที หนังสือพิมพ์ก็เหมือนคน ไทยโพสต์ผ่านมาได้ ๒๑ ปี ขึ้นปีที่ ๒๒ ไม่ช้าไม่นาน ถ้าเป็นคนก็กำลังจะจบมหาวิทยาลัย ใกล้ได้เวลาย่างเท้าเข้าสู่ตลาดแรงงาน อายุมากขึ้น มาพร้อมกับจำนวนครั้งการเต้นของหัวใจที่ลดลงเรื่อยๆ
  • บทบรรณาธิการ

    เห็นภาพประชาชนคนไทย หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ร่วมมือร่วมใจกันทำกิจกรรมเนื่องในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ไม่ว่าจะเจอสภาพอากาศแปรปรวนขนาดไหน ตั้งแต่ฝนตก น้ำท่วม แดดร้อน ก็ไม่มีปัญหาการกระทบกระทั่ง สร้างบรรยากาศที่ไม่พึงประสงค์ให้เกิดขึ้น
  • เอ็กซ์-ไซท์

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา ร.ต.อ.ศักดิ์ชาย กิตติอุดมพันธ์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ได้รับแจ้งเกิดเหตุฆาตกรรม ที่บ้านเลขที่ 57 หมู่ 2 บ้านโคกยาง ตำบลก้านเหลือง อำเภอนางรอง
    นายอำเภอท่าแซะ ชุมพร สั่งการเร่งจับหมีโดยเร็วหลังชาวบ้านผวาหนัก เจ้าหน้าที่อนุรักษ์สัตว์ป่าวางกรงเหล็กกับดักขนาดใหญ่พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิด คาดไม่เกิน 5 วันรู้ผล
    ตำรวจเตือนนำภาพพระเมรุมาศมาพิมพ์บนเสื้อจำ หน่ายเป็นการมิบังควร ผิดกาลเทศะ วอนประชาชนไม่ซื้อมาสวมใส่ประดับร่างกาย
  • x-cite inside

    บรรยากาศแห่งความทรงจำ ความรู้สึก และหัวใจที่สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของเหล่าพสกนิกรไทยที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นับเป็นปรากฏการณ์ที่ยิ่งใหญ่ ก่อให้เกิดการหลอมรวมใจของคนไทยในการ “ทำดีตามรอยพ่อ” เพื่อแปรเปลี่ยนความโศกเศร้า ความอาลัยรัก ให้เป็นพลังในการสานต่อพระราชปณิธานในพระองค์ท่าน
    นางพัชราภรณ์ อินทรียงค์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่ารัฐบาลได้ทำบัตรเชิญสำหรับผู้เข้าร่วมงานทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในวันที่ 26 ต.ค.นี้ โดยจัดพิมพ์จำนวน 5,000 ใบ
    เวียนมาบรรจบครบวาระ 1 ปี ในวันที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จสวรรคต แต่พระองค์ยังทรงสถิตอยู่ในหัวใจของประชาชนชาวไทยทุกดวง