ถึงเวลาพิสูจน์แก้ปัญหาปากท้อง

  • Wednesday, October 11, 2017 - 00:00


    เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2560 มีการสัมมนาวิชาการที่น่าสนใจ ซึ่งจัดโดยสถาบันสัญญาธรรมศักดิ์เพื่อประชาธิปไตย ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ในหัวข้อ “คนจนในบริบทที่เปลี่ยนไปในสังคมปัจจุบัน” โดยมีนายธีรยุทธ บุญมี นักวิชาการอิสระ เป็นผู้กล่าวเปิดสัมมนา ซึ่งถือเป็นครั้งที่ 2 ในรอบปีนี้ที่นายธีรยุทธได้วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

    โดยเมื่อต้นเดือนมีนาคม นายธีรยุทธได้วิเคราะห์ทิศทางอนาคตการเมืองภายใต้การบริหารของรัฐบาล คสช. ซึ่งครานั้นนายธีรยุทธได้สร้างวาทกรรมว่าด้วย “ยุทธ์เรือโยง ป้อมเรือพ่วง” รวมทั้ง “ตู่ต้นเตี้ย หรือ ตู่เตี้ยลง” มาแล้ว ซึ่งเน้นวิเคราะห์ไปในเรื่องการปฏิรูปประเทศและการกำหนดยุทธศาสตร์ชาติเป็นด้านหลัก รวมถึงการแตะถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำซ้ำซ้อน และปัญหาอุปถัมภ์แบบหนี้บุญคุณให้หมู่คนจน และอุปถัมภ์อภิสิทธิ์แบบพอเป็นกระษัย
    แต่ล่าสุดแม้นายธีรยุทธจะแค่กล่าวเปิดสัมมนาเพียงไม่ถึง 10 นาที แต่ก็พุ่งเป้าไปที่เรื่องของคนจนอย่างชัดแจ้ง โดยระบุว่า “กระบวนทัศน์ของรัฐบาลชุดนี้ไม่สนใจปัญหาคนจนเท่าที่ควร พล.อ.ประยุทธ์ยังขาดการบูรณาการเพื่อการมองเห็นและเข้าใจปัญหาจากปัจจัยปัญหารอบด้าน อาทิ ปัญหาเศรษฐกิจ ความขัดแย้งเชิงอำนาจ แม้ท่านจะพูดถึงคนจน แต่ยังไม่ได้เข้าถึงแต่อย่างใด ขณะที่ปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น เช่นเดียวกับการเมืองของไทยภายใต้การนำของ คสช.ที่ได้ถอยห่างจากการเคารพอำนาจประชาชน รวมทั้งความตั้งใจที่จะกระจายอำนาจ อันเป็นแนวความคิดทางการเมืองของประเทศไทยในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา”

    เชื่อว่าเมื่อคนในรัฐบาล หรือแม้แต่ พล.อ.ประยุทธ์เมื่อรับรู้ถึงการวิพากษ์วิจารณ์ของนายธีรยุทธ หรือในวงสัมมนาดังกล่าวอาจไม่ส่งผลกระทบใดๆ คงมีเพียงอารมณ์หงุดหงิดเล็กๆ น้อยๆ ก็ตามที แต่ก็อาจถึงขั้นโต้กลับ เหมือนเมื่อวันศุกร์ที่ 22 ก.ย.ที่ พล.อ.ประยุทธ์ออกมายืนยันในรายการ “ศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ว่าราคาสินค้าเกษตรหลายหมวดปรับตัวดีขึ้น มีผู้ยื่นจดทะเบียนตั้งห้างหุ้นส่วนบริษัทใหม่เพิ่มขึ้น รวมถึงการอ้างไปถึงข้อมูลข่าวสารจากต่างประเทศที่ยกประเทศไทยดีขึ้นอย่างนั้นอย่างนี้

    และเชื่อว่าในกรณีล่าสุดรัฐบาล คสช.ก็ต้องอ้างถึงการเดินทางไปเยือนสหรัฐอเมริกาที่เอกชนสหรัฐต้องการมาลงทุนในไทยอย่างมาก หรือแม้แต่การอ้างไปถึงการปรับประมาณการตัวเลขจีดีพีของหน่วยงานต่างๆ ให้เพิ่มขึ้นจากเดิม ไม่ว่าจะเป็นธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กระทรวงการคลัง หรือแม้แต่ภาคเอกชน รวมทั้งอาจหยิบยกเรื่องโครงการประชารัฐสวัสดิการในการแจกบัตรสวัสดิการกว่า 11 ล้านคน ว่าไม่ได้เพิกเฉย หรือปล่อยคนจนไปตามยถากรรม
    แต่ในความเป็นจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ นอกเหนือจากคนจนที่ถูกตีตรากว่า 11 ล้านคนแล้ว ประเทศไทยยังมีคนชั้นกลางค่อนไปทางล่างอีกนับสิบล้านคนที่อาจจะมากกว่าผู้ตีตราด้วยซ้ำไป ซึ่งคนเหล่านี้ไม่ได้รับอานิสงส์จากบัตรคนจนแต่ประการใด รวมทั้งยังไม่มีมาตรการของรัฐบาลใดๆ ออกมาช่วยเหลือเกื้อกูลคนเหล่านี้สักเท่าใดเลย ซ้ำร้ายต้องมาเผชิญกับภาวะค่าครองชีพที่ถีบตัวสูงขึ้น และปัญหาปากท้องต่างๆ และดูเหมือนทีมเศรษฐกิจที่นำโดยนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีที่ พล.อ.ประยุทธ์วาดหวังไว้ว่าจะเป็นเจ้าชายขี่ม้าขาวในการกอบกู้หน้าทีมเศรษฐกิจรัฐบาลทหารเมื่อแรกยึดอำนาจรัฐประหารนั้นก็พูดได้เต็มปากว่าไม่ได้ทำอะไรๆ ให้ดีขึ้นมาแต่ประการใด ดูได้จากผลสำรวจโพลความคิดเห็นประชาชน ไม่ว่าจะเป็นสำนักใดในการบริหารงานของรัฐบาล คสช.ตั้งแต่ปีที่ 1 จนถึงปีที่ 3 ที่เรื่องการแก้ปัญหาเศรษฐกิจและการแก้ปัญหาปากท้องของรัฐบาลจะติดอันดับแรกของสิ่งที่ผู้ตอบแบบสอบถามมักระบุว่าเป็นผลงานยอดแย่ และหวังว่ารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์จะเข้ามาแก้ปัญหานี้อย่างจริงจังเป็นสิ่งต้นๆ เสมอ

    การวิพากษ์วิจารณ์ของนายธีรยุทธจึงเรียกว่าเป็นการตอกย้ำ และชี้ให้เห็นถึงจุดอ่อนด้อยของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ตั้งแต่รัฐประหารเมื่อเดือน พ.ค.2557 จนมาถึงปัจจุบัน แม้ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์จะประกาศปฏิทินเลือกตั้งแบบชัดเจนเป็นครั้งแรกว่าจะเกิดขึ้นในราวเดือนพฤศจิกายน 2561 ก็ตามที ซึ่งจะทำให้เหลือเวลาบริหารประเทศกว่า 1 ปี ก็หวังว่าการแก้ปัญหาเศรษฐกิจและปากท้องจะเป็นภาระและยุทธศาสตร์หลักในช่วงเวลาที่เหลือ เพราะไม่เช่นนั้นก็อาจซ้ำคณะรัฐประหารที่ผ่านๆ มาว่าเป็นเพียงการกระชับอำนาจและยึดครองเก้าอี้บริหารประเทศเท่านั้น.

  • เปลว สีเงิน

    โหมโรงกันข้ามทวีปเลยทีเดียว European Union in Thailand หรือ อียูประจำประเทศไทย เผยแพร่ข่าวสาร ไปเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า.... คณะรัฐมนตรีต่างประเทศสหภาพยุโรป (อียู) ตกลงที่จะปรับความสัมพันธ์ด้านการเมืองกับประเทศไทย รวมไปถึงด้านสิทธิมนุษยชน เสรีภาพขั้นพื้นฐาน และแผนการดำเนินงานสู่ประชาธิปไตย มีรายละเอียดทั้งหมด ๑๔ ข้อ ยาวหน่อยแต่ก็ลองอ่านดู เพราะแต่ละข้อมีความสัมพันธ์กัน
  • บทบรรณาธิการ

    การออกมายืนยันถึง 2 ครั้ง 2 คราของร้อยโทหญิงสุณิสา ทิวากรดำรง หรือนามสกุลเดิม เลิศภควัต อดีตรองโฆษกพรรคเพื่อไทย ที่จะเข้าพบพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ บก.ปอท.
  • เอ็กซ์-ไซท์

    เจ้าหนี้สายโหดบุกเผาบ้านลูกหนี้แถมไลฟ์สดโชว์ หารู้ไม่กลายเป็นหลักฐานดำเนินคดี
    ตูน บอดี้สแลม กลับมาวิ่งระดมทุนช่วย 11 รพ. อีกครั้งหลังป่วยเป็นไข้ สตาร์ทจากชัยนาทเข้าสู่นครสวรรค์ท่ามกลางการต้อนรับอบอุ่น ขณะที่่คน บันเทิงร่วมแรงร่วมใจหารายได้สมทบ
    ทลายแก๊งยาเสพ ติดข้ามชาติ ทั้งอเมริกันและออส เตรเลีย พบก่อคดีอุ้มฆ่าอดีตสมาชิก เฮลล์แองเจิลเพราะขัดแย้งธุรกิจมืด
  • x-cite inside

    ในจำนวนร่าง พ.ร.บ.ที่ภาคประชาชนมีส่วนในการร่างและผลักดัน จนเกิดผลเป็นรูปธรรมต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้มีอยู่ไม่กี่ฉบับ และหนึ่งในนั้นก็คือ ‘พระราชบัญญัติสภาองค์กรชุมชน พ.ศ.2551’ ที่ส่งผลให้เกิดการจัดตั้ง ‘สภาองค์กรชุมชนตำบล’ ขึ้นมาแล้วไม่ต่ำกว่า 6,000 ตำบลทั่วประเทศ
    ปฏิบัติการทวงคืนพื้นที่สาธารณะป่าห้วยเม็กของชาวบ้านตำบลบ้านดง อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น เมื่อไม่กี่เดือนมานี้ กลายเป็นข่าวโด่งดังไปทั่วประเทศ เมื่อชาวบ้านกลุ่มเล็กๆ สามารถต่อสู้เพื่อทวงคืนผืนป่าจากบริษัทเครื่องดื่มผสมเคเฟอีนที่มีอำนาจเงินตราและมีทุนมหาศาล เหมือนดังไม้ซีกที่งัดไม้ซุงได้สำเร็จ...
    นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมดีๆ ที่เกิดขึ้นในโรงภาพยนต์เอสพลานาด ซีนีเพล็กซ์ รัชดาภิเษก โดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับภาคีเครือข่ายนำกลุ่มนักเรียน นักศึกษา ครู อาจารย์ ผู้ปกครอง กว่า 100 คน จัดกิจกรรมสร้างการเรียนรู้ผ่านการชมภาพยนตร์เรื่อง “ของขวัญ” ผลงานการสร้างสรรค์ของ 4 ผู้กำกับแถวหน้า "ปรัชญา ปิ่นแก้ว, นนทรีย์ นิมิบุตร, ก้องเกียรติ โขมศิริ, ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล"