กว่าจะถึงวันนี้ของ 'ขอนแก่น'

  • Tuesday, October 10, 2017 - 00:00


    เมืองไทย ทำไมโตแบบ "ถั่วงอก"?

    คือโต "เฉพาะหัว" ที่กรุงเทพฯ

    ส่วนลำตัว คือ ๗๖ จังหวัด ผอมลีบ ที่จะโตบ้างในบางแห่ง ก็โตด้วยเหตุปัจจัยเฉพาะตัว

    เพราะอย่างนั้น ประเทศไทย ๒๐๐ กว่าปี สังคมโลกจึงสรุปพัฒนาการของประเทศ ด้วยคำที่ลงตัว-เห็นภาพ ว่า

    "กรุงเทพฯ คือประเทศไทย-ประเทศไทยคือกรุงเทพฯ"!

    ยุค ๒๕๐๐ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ขึ้นเป็นผู้นำประเทศ ผมจำได้คร่าวๆ ด้วยอำนาจรวมศูนย์ที่ส่วนกลาง

    จอมพลสฤษดิ์ใช้อำนาจนั้น กระจายความเจริญออกไปสู่ส่วนท้องถิ่น ในลักษณะว่า

    แต่ละภาค "เหนือ-ใต้-อีสาน"..........

    ต้องพัฒนาให้มี "กรุงเทพฯ" เกิดขึ้นเป็นเมืองหลวงของแต่ละภาค!

    รอบ ๑๐๐ ปี ของประเทศไทย

    ยุคจอมพลสฤษดิ์ ได้ชื่อเริ่มยุค "ไทย ๐.๑"

    ท่านรื้อ-ปฏิรูป "ระบบบริหารและปกครอง" ประเทศใหม่หมด มีแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม เป็นทิศนำทางประเทศเป็นครั้งแรก

    ตามแผนพัฒนาฉบับที่ ๑ ที่ให้แต่ละภาคต้องมี "กรุงเทพฯ" เป็นศูนย์กลางพัฒนาแต่ละภาคนั้น

    ท่านกำหนดให้ "ภาคหนึ่ง" มีรัฐมนตรีคนหนึ่ง เป็นผู้รับผิดชอบ ไปทำให้เกิดเป็นรูปธรรม

    ภาคอื่นผมจำไม่ได้.........

    จำได้ที่ภาคอีสาน จอมพลสฤษดิ์ "ปักหมุด" ที่ขอนแก่น ให้พัฒนาเป็น "กรุงเทพฯ" ของภาคอีสาน!

    ดูเหมือน ประชาชนเมืองขอนแก่น ซาบซึ้งในวิสัยทัศน์ของท่านนัก เขื่อนอุบลรัตน์ก็ดี ม.ขอนแก่นก็ดี ก็เพราะท่าน จึงมี

    ทุกวันนี้ คนขอนแก่นได้สร้าง "อนุสาวรีย์จอมพลสฤษดิ์" ไว้ระลึกถึง

    ผ่านมาแล้ว ๖๐ ปี.......

    แต่ "ขอนแก่น" ก็ยังไม่ได้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและสังคมของพี่น้องอีสานเลยซักเตื้อ!

    มายุค "พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา" เข้าควบคุมอำนาจประเทศ เมื่อ ๒๒ พ.ค.๕๗ นี่แหละ

    มีการรื้อ-ปฏิรูป โครงสร้างบริหารและโครงสร้างเศรษฐกิจสังคมรอบใหม่ ที่เรียกว่า ประเทศไทยตะกายขึ้นสู่ ยุค ๔.๐!

    ในภาคเศรษฐกิจ-พัฒนา นายกฯ ประยุทธ์สร้าง "เขตเศรษฐกิจพิเศษไว้แทบทุกภาค

    ที่เป็นเมนคอร์ส คือ การสร้าง "เมืองใหม่อีอีซี"

    "โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก" ประกอบด้วยฉะเชิงเทรา-ชลบุรี-ระยอง

    ต้องกากบาทไว้ตรงนี้เลย...........

    ว่านี่คือ "ภารกิจชาติ" ที่พลเอกประยุทธ์เริ่มไว้ ด้วยเดิมพันร่วม ๒ ล้านล้านบาท

    มันใหญ่โตชนิด "พลิกอนาคตและโฉมหน้าประเทศ" (ถ้าสำเร็จ) นอกจากใช้เงินแล้ว ยังต้องใช้เวลาอีกพอสมควร กว่าจะเป็นรูปร่าง

    เพราะเหตุนี้ ประยุทธ์ "ห้ามถอย".............

    ท่านเริ่มไว้ ต้องรับผิดชอบ ต้องสานต่อให้สำเร็จ

    อย่างน้อยต้องให้เห็นเป็นรูป-เป็นร่าง ที่มั่นใจว่า โครงการนี้มีแต่เดินหน้า ไม่มีล้มแน่นอนแล้วนั่นแหละ

    จากนั้น จะไปไหน...ค่อยไป!

    ทีนี้ ย้อนกลับไปที่ "ขอนแก่น" ที่ย้อน เพราะมีเรื่องที่น่าจะคุยร่วมกันในภาคประชาสังคม

    ขอนแก่น ยังไม่เกิดเป็น "กรุงเทพฯ" ของภาคอีสานก็จริง

    แต่เท่าที่ผมเฝ้าดู ในระยะ ๓-๔ ปีมานี้ ขอนแก่นมีการเปลี่ยนแปลง ที่เรียก "พัฒนาการทางสังคมและเศรษฐกิจ" น่าตื่นตา-ตื่นใจมาก!

    ผมไม่ใช่คนประเภท ยกวัตถุมาตีค่าเป็นความเจริญ

    ไม่ใช่เห็นรถไฟฟ้ารางหนัก-รางเบาจะเกิดเป็นแห่งแรกใน "ต่างจังหวัด" ก็สรุปว่า "ขอนแก่น" เมืองฟ้าอมร

    ขอนแก่น นั้น อาจพูดได้ว่าเป็นเมืองต้นแบบของ "คนเมือง-พัฒนาเมือง" ในรอบ ๒ ทศวรรษนี้ก็ได้!

    ที่ฝันของจอมพลสฤษดิ์ "เริ่มเป็นจริง" ไม่ได้เป็นจริงเพราะแผน เพราะงบประมาณ เพราะการผลักดันภาครัฐ

    หากแต่ นักธุรกิจ-พ่อค้า-การบริหารท้องถิ่น รวมเรียกว่า "คนขอนแก่น" ด้วยกันเอง สร้างด้วยน้ำมือพวกเขากันเอง

    จนชื่อ "ขอนแก่น" วันนี้ ถูกกล่าวขานเชิงชื่นชมไปทั่วในความหมาย "บ้านเรา-เมืองเรา..........

    ถ้าเราไม่สร้างกันเอง รอชาติไหนล่ะ 'ระบบการเมืองไทย' ถึงจะมาสร้างให้เรา"?

    คนขอนแก่น "สร้างบ้าน-สร้างเมือง" วันนี้

    เป็นประกายไปถึงคนหลายต่อหลายจังหวัด "คิดนำ-ทำนำ" ให้ท้องถิ่นตัวเองพัฒนา-ก้าวหน้าด้วยลำแข้งกันเองแล้ว

    ๒๐๐ กว่าปี ประเทศไทย โตแค่กรุงเทพฯ..........

    ถ้ามัวแต่รอแผน-รองบส่วนกลาง ก็ต้องอีก ๒๐๐ ปี อาจมีได้อีกซักจังหวัด!

    ด้วยเหตุนั้น ถ้าเป็นขบวนรถไฟ รอแต่หัวรถจักรรัฐบาล ๖๐-๗๐ จังหวัด คงจอดแหง็กคารางอยู่อย่างนี้

    ต้องภาคเอกชน ด้วยพ่อค้า-นักธุรกิจ องค์กรบริหาร ในจังหวัดของตน เป็นหัวรถจักรฉุดลากกันเองบ้าง แล้วมีแรงภาครัฐหนุนหลัง-ดันตูด

    นั่นแหละ "ประเทศไทย" จึงจะมี "กรุงเทพฯ" กระจายไปทุกทิศ-ทุกภาค!

    พูดถึงขอนแก่นชั่วโมงนี้...........

    ก็ต้องพูดถึงเรื่อง "โรงงานกระทิงแดง" ที่บ้านดง อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น

    สรุปว่า กระทิงแดง "เลิกโครงการ" ย้ายฐานการผลิตไปที่อื่นแล้ว!

    ตอนเขามาสร้าง ชาวบ้านก็โวย ร้องเรียนกันว่าเขารุกป่า-รุกที่สาธารณะ ทำน้ำเสีย-แย่งน้ำใช้

    พอเขาบอกไม่ทำล่ะ โครงการ ๓ พันล้าน เลิกเลย ที่จ้างงานชาวบ้านไว้ ก็ไม่ต้องจ้างแล้ว

    เอาละซี ได้ข่าวว่า ชาวบ้านแห่ไปร้องอีกแล้ว...........

    ไม่ใช่ร้องให้รีบไป หากแต่ไปอ้อนวอน-งอนง้อขอให้เขา "อย่าย้ายไปเลยพ่อคุณ อยู่ต่อเถอะ"!

    ก็ไม่อยากพูดอะไร แต่ขอบอกว่า นี่คือ "บทเรียน"

    ถามว่า "บทเรียนใคร?"

    บทเรียนชาวบ้านในยุค "สิทธิพลเมืองเฟื่องฟู" การรวมตัวแห่แหนไปชุมนุม-ชูป้าย-ตะโกนตามใบสั่ง "เป็นอาชีพ" อย่างหนึ่ง

    กับชาวบ้านเป็นแค่จ็อบ แต่ฝ่าย "ยืมมือชาวบ้าน" ได้เป็นกอบ-เป็นกำ แค่นำภาพ-นำข่าวไปลง.........

    เป็นว่า "ชาวบ้านเดือดร้อนจากนายทุน"!

    แล้วพวกคนดีศรีโซเชียล ก็นำไปถล่มกันต่อ โดยไม่พินิจคิดตรองบนฐานที่ว่า

    ทุกอย่าง ในความเป็น "สังคมโลก" ต้องอยู่กันแบบเกื้อกูล ต้องอิงกันและกัน ประโยชน์จากสิ่งนั้น จึงจะเกิดแก่มนุษยชาติ

    เสียอย่างหนึ่งไป ก็ต้องได้อย่างหนึ่งมา ที่เสียอย่างเดียวและได้อย่างเดียว ผิดหลักธรรมชาติ

    อย่างท่าน "มหาตมะ คานธี" ว่า........

    "ทรัพยากรบนโลกใบนี้ มีเพียงพอสำหรับคนทุกคน แต่มีไม่เพียงพอเลย สำหรับคนโลภแม้เพียงคนเดียว"

    สังคมทุกวันนี้ ผมก็ไม่ค่อยเข้าใจ............

    ใครรวย ใครทำธุรกิจใหญ่โต กลายเป็นผิด-เป็นเลว ถูกตราหน้ามันต้องโกงชาติ มันต้องเอารัด-เอาเปรียบ-มันต้องกินรวบ-ผูกขาด ไปซะทั้งหมด

    แล้วสังคมโซเชียล ก็คอยจ้องถล่ม เสียดสี ถากถาง ด่าประจานตามๆ กันไปแทบทุกเรื่อง

    ถามว่า.....แล้วมันได้อะไร?

    ได้ความสะใจ

    สะใจ โดยไม่คิดจะศึกษา-ค้นคว้าหาข้อมูลเรื่องนั้นๆ ก่อนสรุปด้วยเหตุและผลเลย!

    ผมว่า ในโลกเป็นจริง "บนความอยู่ร่วม" ควรมองแยกส่วน ขืนมองเหมารวมไปหมด สังคมก็จะมีแต่ไฟนรกสุม

    กรณีโรงงานกระทิงแดง ที่อุบลรัตน์ ขอนแก่น กับการล้มโครงการนั้น ผมอ่านแถลงการณ์ของบริษัทกระทิงแดง

    กับได้อ่าน "นายเข็มชาติ สมใจวงษ์" ประธานหอการค้าจังหวัดขอนแก่น ให้สัมภาษณ์สื่อ

    มีแง่มุม "น่าคิด" สะท้อน "กลไกประเทศ" ที่เป็นอย่างนี้มานาน ระหว่างคำว่า "เหาะมา" ด้วยเส้นสาย-อำนาจเหนือ

    กับคำว่า "ข้ามหน้า-ข้ามตา" ด้วยลัดทุกขั้นตอน!

    เอาไว้พรุ่งนี้ ค่อยคุยกันต่อ เพราะเรื่องนี้ พูดกันตรงๆ ไม่มีใครผิด-ใครถูก

    ทุกฝ่ายเป็นเหยื่อระบบ "สังคมอุปถัมภ์" ด้วยกันทั้งสิ้น.

  • เปลว สีเงิน

    ๒๑ ตุลาคม วนมาอีกรอบ ถึงวันเกิดที ก็มานั่งนับอายุกันที หนังสือพิมพ์ก็เหมือนคน ไทยโพสต์ผ่านมาได้ ๒๑ ปี ขึ้นปีที่ ๒๒ ไม่ช้าไม่นาน ถ้าเป็นคนก็กำลังจะจบมหาวิทยาลัย ใกล้ได้เวลาย่างเท้าเข้าสู่ตลาดแรงงาน อายุมากขึ้น มาพร้อมกับจำนวนครั้งการเต้นของหัวใจที่ลดลงเรื่อยๆ
  • บทบรรณาธิการ

    เห็นภาพประชาชนคนไทย หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ร่วมมือร่วมใจกันทำกิจกรรมเนื่องในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ไม่ว่าจะเจอสภาพอากาศแปรปรวนขนาดไหน ตั้งแต่ฝนตก น้ำท่วม แดดร้อน ก็ไม่มีปัญหาการกระทบกระทั่ง สร้างบรรยากาศที่ไม่พึงประสงค์ให้เกิดขึ้น
  • เอ็กซ์-ไซท์

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา ร.ต.อ.ศักดิ์ชาย กิตติอุดมพันธ์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ได้รับแจ้งเกิดเหตุฆาตกรรม ที่บ้านเลขที่ 57 หมู่ 2 บ้านโคกยาง ตำบลก้านเหลือง อำเภอนางรอง
    นายอำเภอท่าแซะ ชุมพร สั่งการเร่งจับหมีโดยเร็วหลังชาวบ้านผวาหนัก เจ้าหน้าที่อนุรักษ์สัตว์ป่าวางกรงเหล็กกับดักขนาดใหญ่พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิด คาดไม่เกิน 5 วันรู้ผล
    ตำรวจเตือนนำภาพพระเมรุมาศมาพิมพ์บนเสื้อจำ หน่ายเป็นการมิบังควร ผิดกาลเทศะ วอนประชาชนไม่ซื้อมาสวมใส่ประดับร่างกาย
  • x-cite inside

    บรรยากาศแห่งความทรงจำ ความรู้สึก และหัวใจที่สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของเหล่าพสกนิกรไทยที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นับเป็นปรากฏการณ์ที่ยิ่งใหญ่ ก่อให้เกิดการหลอมรวมใจของคนไทยในการ “ทำดีตามรอยพ่อ” เพื่อแปรเปลี่ยนความโศกเศร้า ความอาลัยรัก ให้เป็นพลังในการสานต่อพระราชปณิธานในพระองค์ท่าน
    นางพัชราภรณ์ อินทรียงค์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่ารัฐบาลได้ทำบัตรเชิญสำหรับผู้เข้าร่วมงานทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในวันที่ 26 ต.ค.นี้ โดยจัดพิมพ์จำนวน 5,000 ใบ
    เวียนมาบรรจบครบวาระ 1 ปี ในวันที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จสวรรคต แต่พระองค์ยังทรงสถิตอยู่ในหัวใจของประชาชนชาวไทยทุกดวง