จากปฏิรูปพระ...ถึงปฏิรูปตำรวจ

  • Tuesday, October 10, 2017 - 00:00


    จะออกไปทางปฏิรูด หรือปฏิรูป คงต้องไปหาคำนิยามกันเอาเอง...แต่การลูบๆ รูดๆ ในวงการ พระ ระยะนี้ คงต้องยอมรับว่าเรียกเสียงซี้ดๆ ซ้าดๆ ฮือๆ ฮาๆ ได้ไม่น้อยทีเดียว ต่างไปจากการลูบ การรูด ในแวดวง ตำรวจ ที่ถึงแม้จะได้มือวางระดับพระอาจารย์ บุญสร้าง ยอมรับหน้าเสื่อ อาสาเข้ามา จูงอูฐลอดรูเข็ม กันแล้วก็ตาม แต่ออกไปทางเซอะๆ โทรมๆ ไม่อาจสร้างความตื่นตา ตื่นใจ ให้กับบรรดาแฟนมวย ได้มากมายซักเท่าไหร่นัก...
    ------------------------------------------------
    อย่างที่ว่าเอาไว้แล้วนั่นแหละทั่น...ว่าแค่ 2 เรื่อง 2 ดอก คือเรื่อง ปฏิรูปพระ และ ปฏิรูปตำรวจ เท่านั้นเอง ย่อมสามารถส่งผลให้รัฐบาล คสช.ดูหล่อขึ้นมาเป็นกอง ไม่ต้องเสียเวลาหันแค่ด้านข้าง โดยเฉพาะในช่วงที่คะแนนนิยมเริ่ม เหี่ยวปลาย ชนิดอาจต้องเรียกหาไวอะกร้ายัดปากวันละ 2 กำมือเป็นอย่างน้อย ถึงจะพอโด่ๆ ขึ้นมามั่ง ซึ่งในกรณี ปฏิรูปพระ นั้น...จะด้วยการหวนกลับมานั่งเก้าอี้ผู้อำนวยสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ของพันตำรวจโท พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ หรือจะด้วยการเดินหน้าไล่บี้บรรดาผู้อมเงินทอนวัดอย่างเป็นระบบและเป็นกิจการ ไปจนถึงด้วยเหตุผลกลใดก็แล้วแต่ ที่ทำให้เจ้าคณะหนเหนือ หนใต้ หนตะวันออก ตะวันตก หรือหนใดๆ ก็ตาม เริ่มคิดอยากจะ กวาดลานวัด ขึ้นมามั่ง อันนี้นี่แหละ...เล่นเอาซี้ดๆ ซ้าดๆ กันไปทั้งบาง...
    -------------------------------------------
    เรียกว่า...ไม่ใช่แค่ ผ้ายันต์ลิเวอร์พูล เท่านั้น ที่ขายไม่ออก ขายไม่ได้ หรือไม่ได้ขาย กระทั่ง ผ้ายันต์เลสเตอร์ ยังพลอยลำบากไปด้วยอย่างช่วยไม่ได้ บรรดาพระคุณเจ้าที่เคยสร้างตบะ บารมี ด้วยการเสกน้ำมนต์ พ่นน้ำหมากทั้งหลาย ออกอาการหนาวๆ ร้อนๆ ไปตามๆ กัน นี่เฉพาะแค่ลูบๆ รูดๆ เท่านั้น ยังไม่ถึงกับ ปฏิรูป อย่างเป็นระบบ เป็นกิจการ หรืออย่างเป็นกระบวนการแต่อย่างใด ส่วนประเภท ค้อนสวรรค์ นั้น...แทบไม่ต้องพูดถึง แนวโน้มที่จะไปไม่กลับ-หลับไม่ตื่น-ฟื้นไม่มี ไม่ต่างอะไรไปจาก ปูหนี แถมไม่มีสิทธิ์ขอสถานะ ผู้ลี้ภัย กับใครต่อใครเขาได้เลย...
    ------------------------------------------
    ด้วยเหตุนี้...โดยสีสัน บรรยากาศ มันเลยออกจะผิดแผก แตกต่าง ไปจาก ปฏิรูปตำรวจ แบบคนละเรื่อง คนละม้วน เพราะรายของตำรวจ อะไรต่อมิอะไรที่อุตส่าห์ขึ้นต้นจากลำไม้ไผ่ ไปๆ-มาๆ หรือเหลาไป-เหลามา มันชักออกไปทาง บ้องกัญชา ไปซะหมด ซึ่งจะไปโทษพระอาจารย์ของท่านนายกฯ บิ๊กตู่ อย่างพลเอก บุญสร้าง ก็คงไม่ถูกเรื่องซักเท่าไหร่นัก เพราะงานนี้...มันออกไปทางงานช้าง เผลอๆ หนักซะยิ่งกว่าอุ้มช้างไปอาบน้ำเอาเลยก็ว่าได้ หรืออย่างที่ว่าไว้แล้วนั่นแหละว่า แทบไม่ต่างไปจากการ จูงอูฐลอดรูเข็ม อะไรประมาณนั้น โดยเฉพาะถ้าหากบรรดาตำมะหรวดทั้งหลายท่านไม่ยินยอม พร้อมใจ ซะอย่าง อดีตทหารอย่างพลเอก บุญสร้าง หนีไม่พ้นต้องหันไปคว้ายา บวดหาย มารับประทานแก้ บวดหัว เป็นกำๆในแต่ละวัน...
    ----------------------------------------
    คือไม่ว่าจะดันหน้า ดันหลัง ดันข้าง ดันกลาง ยังไงก็แล้วแต่...แต่ด้วยเหตุเพราะรูมันแคบเอามากๆ จะหาทางขยายรูให้มันกว้างๆ ขึ้นมาหน่อย มีแต่ต้องอาศัยตำมะหรวดที่ ใจกว้าง ระดับที่พอจะยึดเอาผลประโยชน์ส่วนรวม ผลประโยชน์ชาติบ้านเมือง เหนือไปกว่าผลประโยชน์ของสถาบันหรือองค์กรเท่านั้น มันถึงจะพอดันตูด ดันก้น ให้หัวโผล่ออกมาได้มั่ง แต่ถ้าหากบรรดาตำมะหรวดที่นั่งอยู่ในคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ ท่านเกิดรักพวก รักฝูง รักและยึดเอาสถาบัน องค์กร เป็นที่ตั้ง อันนั้น...ต่อให้พลเอก บุญสร้าง ท่านสร้างบุญเอาไว้กี่ชาติ ทั้งชาติก่อน ชาตินี้ ไปจนถึงชาติหน้าก็ตาม โอกาสที่จะ ปฏิรูปตำรวจ ได้สำเร็จ เสร็จสิ้น คงต้องรอไปประมาณชาติหน้าตอนบ่ายสามโมงแก่ๆ อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้เลย...
    ----------------------------------------------
    ดังนั้น...แม้ว่าในแวดวง พระ จะเรียกเสียงซี้ดๆ ซ้าดๆ ฮือๆ ฮาๆ ได้ตามสมควร แต่สำหรับแวดวง ตำรวจ แล้ว ดูจะหนักไปทางเซอะๆ โทรมๆ อย่างมิอาจปฏิเสธได้ ส่งผลให้ไม่เพียงแต่ระดับอาจารย์ อย่างพลเอก บุญสร้าง เท่านั้น ที่ต้องเหน็ดเหนื่อย เมื่อยล้า ระดับอ้วกแตก อ้วกแตน กระทั่งระดับลูกศิษย์ อย่างท่านนายกฯ บิ๊กตู่ ก็ใช่ว่าจะสบายๆ สดชื่นเหมือนยืนอยู่บนเนินเขาไปโดยตลอดก็หาไม่ ยิ่งอยู่นาน อยู่ยาวว์ว์ว์ ยิ่งขึ้นเท่าไหร่ ยิ่งสะกิด ต่อมหงุดหงิด อันเป็นอวัยวะพิเศษโดยเฉพาะของสังคมไทย ให้หลั่งสาร โปรเจสเตอโรน (Progesterone) แบบพลั่กๆๆ ยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ชนิดที่สาร เซโรโทนิน (Serotonin) หรือสารที่พอช่วยให้เกิดอาการสงบ ผ่อนคลาย เกิดความมั่นคงทางอารมณ์แทบไม่เหลือติดตัว จนกว่าตัวของรัฐบาล คสช.เองนั่นแหละ จะหลั่งสาร โดปามีน (Dopamine) หรือสารที่ก่อให้เกิดอาการตื่นตัว กระฉับกระเฉง มีสมาธิ ไวต่อสิ่งกระตุ้น ออกมาให้มากๆ เข้าไว้ ไม่งั้น...โอกาสที่จะเกิดโรคซึมเศร้า ไปทั่วทั้งประเทศ กลายเป็นไก่หงอยไปทั่วทั้งสังคมไทย มันชักเริ่มเห็นๆ อยู่มั่งแล้ว...
    ------------------------------------------------
    ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Sophia Bedford-Pierce... There is nothing lost by discarding your faults.- การสลัดข้อบกพร่องทิ้งไป...ไม่ได้ทำให้คุณสูญเสียอะไรเลย...
    ------------------------------------------------

  • เปลว สีเงิน

    ๒๑ ตุลาคม วนมาอีกรอบ ถึงวันเกิดที ก็มานั่งนับอายุกันที หนังสือพิมพ์ก็เหมือนคน ไทยโพสต์ผ่านมาได้ ๒๑ ปี ขึ้นปีที่ ๒๒ ไม่ช้าไม่นาน ถ้าเป็นคนก็กำลังจะจบมหาวิทยาลัย ใกล้ได้เวลาย่างเท้าเข้าสู่ตลาดแรงงาน อายุมากขึ้น มาพร้อมกับจำนวนครั้งการเต้นของหัวใจที่ลดลงเรื่อยๆ
  • บทบรรณาธิการ

    เห็นภาพประชาชนคนไทย หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ร่วมมือร่วมใจกันทำกิจกรรมเนื่องในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ไม่ว่าจะเจอสภาพอากาศแปรปรวนขนาดไหน ตั้งแต่ฝนตก น้ำท่วม แดดร้อน ก็ไม่มีปัญหาการกระทบกระทั่ง สร้างบรรยากาศที่ไม่พึงประสงค์ให้เกิดขึ้น
  • เอ็กซ์-ไซท์

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา ร.ต.อ.ศักดิ์ชาย กิตติอุดมพันธ์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ได้รับแจ้งเกิดเหตุฆาตกรรม ที่บ้านเลขที่ 57 หมู่ 2 บ้านโคกยาง ตำบลก้านเหลือง อำเภอนางรอง
    นายอำเภอท่าแซะ ชุมพร สั่งการเร่งจับหมีโดยเร็วหลังชาวบ้านผวาหนัก เจ้าหน้าที่อนุรักษ์สัตว์ป่าวางกรงเหล็กกับดักขนาดใหญ่พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิด คาดไม่เกิน 5 วันรู้ผล
    ตำรวจเตือนนำภาพพระเมรุมาศมาพิมพ์บนเสื้อจำ หน่ายเป็นการมิบังควร ผิดกาลเทศะ วอนประชาชนไม่ซื้อมาสวมใส่ประดับร่างกาย
  • x-cite inside

    บรรยากาศแห่งความทรงจำ ความรู้สึก และหัวใจที่สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของเหล่าพสกนิกรไทยที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นับเป็นปรากฏการณ์ที่ยิ่งใหญ่ ก่อให้เกิดการหลอมรวมใจของคนไทยในการ “ทำดีตามรอยพ่อ” เพื่อแปรเปลี่ยนความโศกเศร้า ความอาลัยรัก ให้เป็นพลังในการสานต่อพระราชปณิธานในพระองค์ท่าน
    นางพัชราภรณ์ อินทรียงค์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่ารัฐบาลได้ทำบัตรเชิญสำหรับผู้เข้าร่วมงานทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในวันที่ 26 ต.ค.นี้ โดยจัดพิมพ์จำนวน 5,000 ใบ
    เวียนมาบรรจบครบวาระ 1 ปี ในวันที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จสวรรคต แต่พระองค์ยังทรงสถิตอยู่ในหัวใจของประชาชนชาวไทยทุกดวง