'อย่าต้องให้รออำนาจที่ ๓ เลย'

  • Monday, October 9, 2017 - 00:00


    "บ้านเมืองไทย" นั้น "บุญเก่า" หมดแล้ว!

    เพราะ "นักเลือกตั้ง"............

    ในคราบ "นักการเมือง" กินกันไปหมดแล้ว

    ถ้าไม่มี "การเมืองเฉพาะกิจ" เข้ามา "ตัดผุ" ปูรากฐานประเทศใหม่อย่างตอนนี้

    "อนาคต"...........

    ยังจะมีอะไรเหลือถึงลูกหลานไทยอีกล่ะ?

    เพราะแม้แต่ซี่โครง นักเลือกตั้งมันก็จะไม่ยอมปล่อยให้เหลือแน่

    มันต้องแทะกันจนซี่สุดท้ายนั่นแหละ!

    นี่ไม่ไช่พูดเกินเลย..........

    การทำหน้าที่บริหารของนักเลือกตั้งในรอบทศวรรษที่ผ่าน เป็นตัวยืนยันความจริงข้อนี้ได้ดีที่สุด

    ที่เราต้องเป็น "ช้างผอม" กันวันนี้ ด้วยอัตราเติบโตต่ำสุดในอาเซียน

    นั่นไม่เพราะนโยบาย "โกงแบ่งกันไม่เป็นไร" ของการเมืองในระบบเลือกตั้งดอกหรือ?

    จากการกินเมืองของ "นักการเมืองเลือกตั้ง" ที่ผ่านมา.........

    มองไปรอบๆ ตัวเรา ก็จะเห็นบ้านเมือง "มีปัญหา" ร้อยแปดที่แก้ไม่ได้ เพราะระบบพรรค-ระบบพวก

    อยู่ "เหนือกฎหมาย-เหนือกฎระเบียบ"

    ใครยึดกฎระเบียบ ทำตามกฎหมาย เป็นตัวซื่อบื้อ

    ใครทำเป็นมือสั้น "ไม่โกย-ไม่โกง" ตามเขา เป็นไอ้โง่

    ข้าราชการท้องถิ่น ถ้าไม่สวามิภักดิ์ "นักเลือกตั้ง" อยู่ยาก-รวยยาก

    ชาวบ้านเหมือนกัน............

    ต้องแสวงหาเจ้านาย-ลูกพี่-หัวคะแนนไว้คุ้มหัว ไม่อย่างนั้น จะเป็น "ชาวบ้านตกสำรวจ"

    ประเทศไทย ใต้ค่านิยม "พวกเรา-พรรคเรา เอามาแบ่งกันกิน" จึงเหลือซากเป็นสภาพให้เห็นทุกวันนี้ไงล่ะ

    ไม่ใช่แค่ "พรรคพี่ริ-น้องยำ-สมุนปล้น" พรรคเดียวนะ โดยเฉลี่ยเป็นอย่างนั้นแทบทุกพรรค เพียงแต่ "งาบเงียบ" ไม่เรอเสียงดังเหมือนพรรคนั้น เท่านั้น

    รวยกระจุกตัว "เฉพาะพรรค-สมุน-กลุ่มทุน"

    "จนจึงกระจาย" ทั้ง "คนนอกพรรค-นอกพวก"!

    ยึดเขาทั้งลูกปลูกบ้าน ปลูกรีสอร์ต ปลูกอาศรม ทำการค้าเลาะตะเข็บกฎหมาย ภาษีมีกูก็ไม่จ่าย มีพรรค-มีพวก ซะอย่าง

    เมืองไทย....ทำได้สบายมาก!

    ในเมื่ออำนาจนักการเมืองผสมอำนาจข้าราชการ บ้านนี้-เมืองนี้ ก็เป็นของมัน

    ขนาดที่ดินถวายวัด ระบบการเมืองผสมพันธุ์ระบบข้าราชการ ยังออกลูกมาเป็นสนามกอล์ฟและบ้านจัดสรรได้เลย!

    รุกหาด-รุกป่า-รุกเขา อย่างที่เขาค้อ ทำธุรกิจ-ทำการค้า เลี่ยงกฎ-เลี่ยงกติกา

    ถ้าไม่อิทธิพลนักการเมืองส่วนกลางนำทาง แล้วพวกข้าราชการท้องถิ่นผสมอำนาจ

    ถามว่า ลำพังเอกชนโดดๆ ปราศจากบารมีข้าราชการ ทหาร-ตำรวจ-พลเรือน คุ้มหัว...........

    ใครกล้า?

    เพราะการเมืองระบบกินแบ่งกันนั่นแหละ มันจึงบานทะโรค แตะตรงไหน ก็ตรงนั้น กลายเป็นค่านิยมสังคมอุปถัมภ์ ใครก็แก้ไม่ได้ ขืนแก้.......

    "คะแนนหาย" ตอนเลือกตั้ง!

    การปฏิวัติ-รัฐประหาร ตีค่าเป็นเผด็จการ "อำนาจนอกระบบ"

    ขอถาม แล้ว "ประชาธิปไตย" มันเป็นอำนาจในระบบตรงไหน ใครสถาปนาให้เป็น?

    ระบบไหนๆ มันไม่ต่างกันหรอก...........

    ขอเพียงระบบนั้น "ตอบโจทย์" ชีวิตความเป็นอยู่และความเป็นปึกแผ่นมั่นคงของประเทศชาติและสังคมได้

    ระบบนั้น ถือว่าใช่ ใช้ได้เหมือนๆ กัน

    ในธรรมชาติเป็นจริง ไม่มีอะไรดีตลอด-เลวตลอด ประชาธิปไตย-เผด็จการ ก็อย่างนั้น

    ฉะนั้น อย่าไปทึกทักตายตัว ว่าประชาธิปไตย ดีนิรันดร์ เผด็จการเลวนิรันดร์

    ในรอบ ๒ ทศวรรษนี้ ประชาธิปไตยในไทย ค่อนไปทาง "เลวนิรันดร์"

    ก็เปลี่ยนให้เผด็จการเขาเข้ามาแก้ เป็นการ "คั่นเวลา" บ้าง

    เพื่อเรื่องที่ตัวเองแก้ไม่ได้และไม่ได้แก้ เนื่องจาก..."กูก็ด้วย"

    "เผด็จการ" ที่ไม่ต้องเอาใจกลุ่มทุนพรรคหรือหัวคะแนน เขาจะได้ใช้ "อำนาจเบ็ดเสร็จ" แก้ให้เข้าที่-เข้าทาง!

    อยากให้สังเกต ...........

    การเปลี่ยนรอบทางโครงสร้าง "เศรษฐกิจ-การเมือง-สังคม" ของไทยเรา

    เผด็จการเข้ามา "คั่นประชาธิปไตย" ทุกรอบ!

    คั่นแล้ววางรากฐานไว้ให้การเมืองระบอบ "ประชาธิปไตย" ผลาญต่อทั้งนั้น

    ลำพังรัฐบาลเลือกตั้งบริหารน่ะเรอะ........

    ป่านนี้ แม้ "ซี่โครง" ก็ไม่เหลือถึงลูกหลาน เผลอๆ อนาคตลูกหลานไทยอาจต้องอยู่ในสภาพ "โรฮีนจา" ก็ได้!?

    ทำนองเดียวกัน..........

    ถ้าปล่อยให้อำนาจเผด็จการ "งอกราก" หยั่งยึดประเทศยาวนานเกินเหตุไป

    ก็ไม่ต่างกับนักเลือกตั้งที่ยัด "ลูกยอประชาธิปไตย" ใส่ตูดชาวบ้าน แต่กู...ใช้อำนาจนั้น "กินเมือง" เอง!

    โลกนี้ ไม่มีซ้าย-ไม่มีขวา-ไม่มีตรงกลาง

    มีแต่ "จุดสมดุล"!

    ในความที่โลกกลม มันจะอยู่ตรงริม-ตรงกลาง-ตรงข้าง ไม่ใช่ประเด็น เมื่อเหตุปัจจัยของการณ์นั้นลงตัว

    ตรงนั้นแหละ "จุดสมดุล"!

    คำว่า "เป็นกลาง" ที่ชอบพูดกัน.........

    นั่นมัน "ข้ออ้าง" เพื่อเลี่ยงความรับผิดชอบของพวกขี้ขลาด พวกไม่กล้าเผชิญความจริง

    มักจะได้ยินจากปากพวกปิศาจคาบคัมภีร์ พวกแก่ตำราวิชาการ อะไรที่อาจพันตัวเอง

    ใช้คำว่า "เป็นกลาง" ถ่างขาไว้ตะพึด!

    ในแวดวงสื่อเหมือนกัน จะได้ยินคำว่า "เป็นกลาง" บ่อย

    กลางแบบนี้ เป็นกลางห้อยหัว แบบ "นกมีหู-หนูมีปีก"

    การจะเป็นอะไรนั้น ไม่สำคัญ...........

    สำคัญตรงว่า เมื่อเป็นอะไรแล้ว "ต้องชัดเจน" ตรงนั้น!

    การเมืองก็เช่นนั้น ไม่ว่าเผด็จการ-ประชาธิปไตย ถ้าผู้นำ "นำไม่ชัดเจน" ในบทบาท-ทิศทาง

    นอกจากนำไม่รอด ตัวเองก็ไม่รอด!

    คร่าวๆ ว่าอีก ๑ ปี ของรัฐบาลเผด็จการประยุทธ์เหมือนกัน ที่รอดมา ๓ ปี เพราะชัดเจน

    จะ "ปฏิรูประบบราชการ"

    เอาเข้าจริง เข้าปีที่ ๔ แล้ว การปฏิรูปไม่มีตรงไหนชัดเจน แต่ที่ยังตรึงศรัทธาประชาชนอยู่ได้

    เพราะพลเอกประยุทธ์ "ตัวเอง" ชัดเจนที่ "ไม่โกง-ไม่กิน" ซื่อสัตย์ต่อสถาบันชาติ-พระศาสนา-พระมหากษัตริย์

    และตั้งใจทำงาน มีรูปธรรมจากผลงานการวางโครงสร้างสังคมประเทศด้วยยุทธศาสตร์เศรษฐกิจใหม่

    ปีที่ ๔ ตีว่าเป็นปีสุดท้ายของเทอมรัฐบาลเผด็จการ

    ถ้านายกฯ ประยุทธ์ยังนำไม่ชัดเจน-ไม่เด็ดขาด ตามสัญญาที่เคยพูด จาก ๑๐ ได้ไม่ถึง ๕

    จะเป็น "ปีสุดท้าย" ที่ศรัทธาร่อยหรอ........

    ก็ดูซี ๑-๔ ปี เซย์ว่าเจรจา นี่เข้าปีที่ ๕ เสารถไฟฟ้าความเร็วสูง "ซักต้น" ไม่เคยได้ตอก!?

    แบบนี้ "อำนาจเบ็ดเสร็จ" กับความสำเร็จในปัญหาที่ค้างคา

    มันขาด "จุดสมดุล" นะ!

    เมื่อถึงคราวเลือกตั้ง คนส่วนใหญ่ อยากให้นายกฯ ประยุทธ์ "เป็นนายกฯ" ฟอร์มทีมรัฐบาล สานงานที่เริ่มไว้ต่อ

    แบบนี้ ก็ไม่ต้องต่อ...........

    เพราะ "เนื้องานหลัก" ที่จะต้องต่อ ไม่เห็นมีอะไร?

    ทั้งปฏิรูประบบ ทั้งโครงสร้างพื้นฐานหลายด้าน งึกๆ งักๆ กับเอ็นจีโอต้าน แทบทุกโครงการ ถอยหลังก็ไม่ได้ เดินหน้าก็ไม่ไป

    ทั้งเผด็จการ-ทั้งประชาธิปไตย "บ่มิไก๊พอกัน"

    จะต้องให้แสวงหาอำนาจใหม่ เป็นอำนาจที่ ๓ มาใช้แก้ปัญหาที่ "ไม่กล้าฟันธง" ในเรื่องที่ควรฟัน หรืออย่างไร?

    ทั้งระบบการศึกษา ยุทธศาสตร์พัฒนาชาติไปขั้นนวัตกรรมแล้ว แต่การสร้างคนในระบบศึกษาเพื่อรองรับ

    "รูปธรรม" ที่ชัดเจน ต้องให้รอถึงชาติไหน?

    ทุกวันนี้-ขณะนี้ ชาวบ้านอกไหม้ไส้ขมเรื่องทำมาหากิน เศรษฐกิจดี แต่มันดีกระจุกอยู่ข้างบน ไม่กระจายลงสู่คนชั้นล่าง

    ๓ ทุ่ม ๔ ทุ่ม อย่าว่าต่างจังหวัดเลย เอาในกรุงเทพฯ เรานี่แหละ

    เหมือน "เมืองร้าง"!?

    แต่ชาวบ้านรำคาญ......ไม่ได้รำคาญรัฐบาลประยุทธ์อย่างเดียว

    รำคาญไอ้พวกนักเลือกตั้งมากกว่า

    แทนที่จะศึกษา-หาทาง พูดเชิงสร้างสรรค์บรรยากาศ ช่วยกันแก้ปัญหาความทุกข์ยากชาวบ้าน ในฐานะเคยบริหาร

    แต่นี่...ตื่นเช้าขึ้นมา เอาแต่ทวงถาม วันไหนเลือกตั้งกันแน่?

    เอาแต่เรื่อง "เพื่ออำนาจ-เพื่อผลประโยชน์" ทางการเมืองของตัว ในความเบื่อรัฐบาลประยุทธ์........

    ชาวบ้านเห็นสันดานกระสันเลือกตั้งไม่เลือกเวลา ประยุทธ์เลย "มีค่า-มีราคา" ในสายตาชาวบ้าน มากกว่าพวกกระสันกินเมือง!

    ทุกคนมุ่งหวังประยุทธ์ คาดหมายด้วยเหตุ-ด้วยผล

    รัฐบาลประยุทธ์ "สร้างงาน" ด้านโครงสร้างเศรษฐกิจ เช่น อีอีซี ไว้ ถ้าทิ้งไป ไม่เพียงที่ลงทุนจะสูญเปล่า

    แต่น่าเสียดาย เพราะเป็นโครงการดี จึงอยากให้นายกฯ ประยุทธ์ทำงานสานต่อ

    นี่เป็น "อยาก" ชาวบ้าน.........

    แต่ถ้านายกฯ ประยุทธ์ "อยาก" ด้วย ก็ไม่ยาก ไหนๆ ก็ได้ชื่อว่าองค์รัฏฐาธิปัตย์แล้ว

    ฟันให้ชัด "ตามสัญญา" ซักโครงการซิ?

  • เปลว สีเงิน

    ๒๑ ตุลาคม วนมาอีกรอบ ถึงวันเกิดที ก็มานั่งนับอายุกันที หนังสือพิมพ์ก็เหมือนคน ไทยโพสต์ผ่านมาได้ ๒๑ ปี ขึ้นปีที่ ๒๒ ไม่ช้าไม่นาน ถ้าเป็นคนก็กำลังจะจบมหาวิทยาลัย ใกล้ได้เวลาย่างเท้าเข้าสู่ตลาดแรงงาน อายุมากขึ้น มาพร้อมกับจำนวนครั้งการเต้นของหัวใจที่ลดลงเรื่อยๆ
  • บทบรรณาธิการ

    เห็นภาพประชาชนคนไทย หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ร่วมมือร่วมใจกันทำกิจกรรมเนื่องในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ไม่ว่าจะเจอสภาพอากาศแปรปรวนขนาดไหน ตั้งแต่ฝนตก น้ำท่วม แดดร้อน ก็ไม่มีปัญหาการกระทบกระทั่ง สร้างบรรยากาศที่ไม่พึงประสงค์ให้เกิดขึ้น
  • เอ็กซ์-ไซท์

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา ร.ต.อ.ศักดิ์ชาย กิตติอุดมพันธ์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ได้รับแจ้งเกิดเหตุฆาตกรรม ที่บ้านเลขที่ 57 หมู่ 2 บ้านโคกยาง ตำบลก้านเหลือง อำเภอนางรอง
    นายอำเภอท่าแซะ ชุมพร สั่งการเร่งจับหมีโดยเร็วหลังชาวบ้านผวาหนัก เจ้าหน้าที่อนุรักษ์สัตว์ป่าวางกรงเหล็กกับดักขนาดใหญ่พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิด คาดไม่เกิน 5 วันรู้ผล
    ตำรวจเตือนนำภาพพระเมรุมาศมาพิมพ์บนเสื้อจำ หน่ายเป็นการมิบังควร ผิดกาลเทศะ วอนประชาชนไม่ซื้อมาสวมใส่ประดับร่างกาย
  • x-cite inside

    บรรยากาศแห่งความทรงจำ ความรู้สึก และหัวใจที่สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของเหล่าพสกนิกรไทยที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นับเป็นปรากฏการณ์ที่ยิ่งใหญ่ ก่อให้เกิดการหลอมรวมใจของคนไทยในการ “ทำดีตามรอยพ่อ” เพื่อแปรเปลี่ยนความโศกเศร้า ความอาลัยรัก ให้เป็นพลังในการสานต่อพระราชปณิธานในพระองค์ท่าน
    นางพัชราภรณ์ อินทรียงค์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่ารัฐบาลได้ทำบัตรเชิญสำหรับผู้เข้าร่วมงานทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในวันที่ 26 ต.ค.นี้ โดยจัดพิมพ์จำนวน 5,000 ใบ
    เวียนมาบรรจบครบวาระ 1 ปี ในวันที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จสวรรคต แต่พระองค์ยังทรงสถิตอยู่ในหัวใจของประชาชนชาวไทยทุกดวง