ปฏิรูปตำรวจ ต้องเกรงใจประชาชน

  • Monday, October 9, 2017 - 00:00


    ยุทธศาสตร์ว่าด้วยการปฏิรูปประเทศไทย ถือเป็นโรดแมปตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และเสมือนหนึ่งเป็นสัญญาประชาคมที่รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ประกาศไว้ตั้งแต่วันแรกที่กำกับดูแลบริหารราชการแผ่นดิน

    หนึ่งในยุทธศาสตร์การปฏิรูปประเทศ ที่ได้รับความสนใจและมีการเรียกร้องมากที่สุด คงไม่พ้น การปฏิรูปตำรวจ ซึ่งจัดอยู่ในนโยบายการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม โดยรัฐบาลกำหนดให้เป็นภารกิจที่จะต้องเสร็จสิ้นและสามารถดำเนินการภายในรัฐบาลชุดนี้ เพื่อเป็นผลงานฝากไว้กับประชาชน โดยหน้าที่ของคณะกรรมการปฏิรูปชุดนี้มีภารกิจสำคัญ 4 ประการ ได้แก่ 1.การกำหนดระยะเวลาดำเนินงานในทุกขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรมที่ชัดเจน 2.ปรับปรุงระบบการสอบสวนคดีอาญาให้มีการตรวจสอบและถ่วงดุลระหว่างพนักงานสอบสวนกับพนักงานอัยการอย่างเหมาะสม 3.เสริมสร้างและพัฒนาวัฒนธรรมขององค์กรต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม และ 4.ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ โดยแก้ไขปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

    อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่คณะรัฐมนตรีมีมติแต่งตั้งคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจซึ่งมี พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ เป็นประธานเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา และแม้ว่ารัฐบาลคสช.กำหนดให้เป็นภารกิจที่จะต้องเสร็จสิ้นและสามารถดำเนินการภายในรัฐบาลชุดนี้ เพื่อเป็นผลงานฝากไว้กับประชาชน แต่ปรากฏว่า คณะกรรมการยังคงทำงานเหมือนวนอยู่ในอ่าง ปราศจากความก้าวหน้าใดๆ ให้เป็นที่ประจักษ์ ด้วยเหตุผลการถกเถียงอภิปรายในที่ประชุมของคณะกรรมการยังไม่สามารถตกผลึก หรือเป็นชิ้นเป็นอัน พอที่จะดำเนินการในขั้นตอนต่อไป ว่าด้วยการไปสืบเสาะสอบถามความคิดเห็นจากประชาชนในภาคส่วนต่างๆ ตามขั้นตอนที่มีการกำหนดไว้เลย

    มีรายงานข่าวอย่างสม่ำเสมอว่า ทุกครั้งของการประชุมจะมีการถกเถียงระหว่างคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอก และคณะกรรมการตัวแทนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) อย่างไม่รู้จบ จนเป็นเหตุให้ข้อเสนอที่หลากหลายเพื่อการปฏิรูปตำรวจ ทั้งการให้พนักงานสอบสวนเป็นอิสระ ที่มาในการแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติที่ปราศจากการครอบงำทางการเมือง การแต่งตั้งโยกย้าย การสังกัดของหน่วยงานต่างๆ ใน สตช. หาข้อยุติไม่ได้ ในขณะที่ประธานคณะกรรมการก็ขาดภาวะผู้นำที่จะสรุปประเด็น เพื่อให้เป็นประโยชน์บนพื้นฐานของหลักการสำคัญนั่น ประชาชนต้องได้ประโยชน์จากการปฏิรูป

    ระยะเวลาเกือบ 3 เดือน ข้อมูลข่าวสารว่าด้วยการปฏิรูปตำรวจยังคงย่ำอยู่กับที่ กับสถานการณ์ในห้องประชุมที่ดูเหมือนจะเลือกเกรงใจตำรวจมากกว่าเกรงใจประชาชนที่มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งทางตรงและทางอ้อมจากคุณภาพของตำรวจ และการให้บริการของเจ้าหน้าที่รัฐตามกระบวนการยุติธรรม เพราะแม้แต่โจทย์ง่ายๆ ที่เห็นตรงกันในหลักการให้ถ่ายโอนภารกิจตำรวจ 11 ด้านไปยังหน่วยงานที่มีหน้าที่โดยตรง อาทิ จราจร ป่าไม้ ท่องเที่ยว รถไฟ ทางหลวง ก็ไม่มีอะไรคืบหน้า ด้วยเหตุผลว่าหน่วยงานต่างๆ ดังกล่าวนี้ ล้วนเป็นส่วนงานที่จะเกื้อกูลให้ตำรวจได้ครองยศและตำแหน่งที่ใหญ่ขึ้นทั้งสิ้น

    หากคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจไม่ยึดผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้งมากกว่ารักษาผลประโยชน์ของตำรวจ เชื่อว่าการปฏิรูปประเทศไทยด้านกระบวนการยุติธรรมก็คงจะเป็นแค่ "ปาหี่การเมือง" ว่าด้วยการปฏิรูปที่ไม่มีวันจะบรรลุวัตถุประสงค์ ที่สำคัญจะเปลืองเงินเปลืองงบประมาณแผ่นดินไปทำไมกับการตั้งคณะกรรมการเพื่อทะเลาะกันจบแล้วไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย ที่สำคัญคงจะทำให้ประชาชนเสียความรู้สึกมากถึงมากที่สุด ว่ารัฐบาลทหารก็ไม่แตกต่างกับนักการเมืองจากการเลือกตั้ง.

  • เปลว สีเงิน

    ๒๑ ตุลาคม วนมาอีกรอบ ถึงวันเกิดที ก็มานั่งนับอายุกันที หนังสือพิมพ์ก็เหมือนคน ไทยโพสต์ผ่านมาได้ ๒๑ ปี ขึ้นปีที่ ๒๒ ไม่ช้าไม่นาน ถ้าเป็นคนก็กำลังจะจบมหาวิทยาลัย ใกล้ได้เวลาย่างเท้าเข้าสู่ตลาดแรงงาน อายุมากขึ้น มาพร้อมกับจำนวนครั้งการเต้นของหัวใจที่ลดลงเรื่อยๆ
  • บทบรรณาธิการ

    เห็นภาพประชาชนคนไทย หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ร่วมมือร่วมใจกันทำกิจกรรมเนื่องในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ไม่ว่าจะเจอสภาพอากาศแปรปรวนขนาดไหน ตั้งแต่ฝนตก น้ำท่วม แดดร้อน ก็ไม่มีปัญหาการกระทบกระทั่ง สร้างบรรยากาศที่ไม่พึงประสงค์ให้เกิดขึ้น
  • เอ็กซ์-ไซท์

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา ร.ต.อ.ศักดิ์ชาย กิตติอุดมพันธ์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ได้รับแจ้งเกิดเหตุฆาตกรรม ที่บ้านเลขที่ 57 หมู่ 2 บ้านโคกยาง ตำบลก้านเหลือง อำเภอนางรอง
    นายอำเภอท่าแซะ ชุมพร สั่งการเร่งจับหมีโดยเร็วหลังชาวบ้านผวาหนัก เจ้าหน้าที่อนุรักษ์สัตว์ป่าวางกรงเหล็กกับดักขนาดใหญ่พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิด คาดไม่เกิน 5 วันรู้ผล
    ตำรวจเตือนนำภาพพระเมรุมาศมาพิมพ์บนเสื้อจำ หน่ายเป็นการมิบังควร ผิดกาลเทศะ วอนประชาชนไม่ซื้อมาสวมใส่ประดับร่างกาย
  • x-cite inside

    บรรยากาศแห่งความทรงจำ ความรู้สึก และหัวใจที่สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของเหล่าพสกนิกรไทยที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นับเป็นปรากฏการณ์ที่ยิ่งใหญ่ ก่อให้เกิดการหลอมรวมใจของคนไทยในการ “ทำดีตามรอยพ่อ” เพื่อแปรเปลี่ยนความโศกเศร้า ความอาลัยรัก ให้เป็นพลังในการสานต่อพระราชปณิธานในพระองค์ท่าน
    นางพัชราภรณ์ อินทรียงค์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่ารัฐบาลได้ทำบัตรเชิญสำหรับผู้เข้าร่วมงานทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในวันที่ 26 ต.ค.นี้ โดยจัดพิมพ์จำนวน 5,000 ใบ
    เวียนมาบรรจบครบวาระ 1 ปี ในวันที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จสวรรคต แต่พระองค์ยังทรงสถิตอยู่ในหัวใจของประชาชนชาวไทยทุกดวง