ตามตัว"ยิ่งลักษณ์"รับโทษ รอจังหวะ รุกคืบ

  • Saturday, October 7, 2017 - 11:38

    ผ่านไปได้สัปดาห์กว่า กระบวนการบังคับคดีตามคำพิพากษาในคดี”ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร”ถึงตอนนี้ พบว่าการดำเนินการของหน่วยงานต่างๆ ทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ -สำนักงานอัยการสูงสุด -กระทรวงการต่างประเทศ เพื่อปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลฎีกาฯ คือ ติดตามตัว ยิ่งลักษณ์ มารับโทษ ก็ดำเนินไปตามระบบราชการ ที่บางฝ่ายอาจมองว่าล่าช้า ไม่มีอะไรชัดเจน ตรงนี้ มุมหนึ่ง ก็ต้องเข้าใจหน่วยงานภาครัฐ การจะทำอะไร ก็ต้องทำตามระบบ ขั้นตอนทางกฎหมาย

    ยิ่งเมื่อ ยิ่งลักษณ์ หนีคดีอยู่ต่างประเทศ ไม่ยอมโผล่ความเคลื่อนไหว ออกมาให้เห็นแม้แต่ทางโซเชียลมีเดีย การติดตามตัว ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย กระนั้น หลายฝ่าย ก็อยากเห็น กรอบเวลาการทำงานที่ชัดเจนมากขึ้น แม้คดี ยิ่งลักษณ์ จะไม่มีเรื่องอายุความ ก็ตาม

    ประเด็น ที่ต้องติดตาม สำหรับ การติดตามตัว ยิ่งลักษณ์ ที่ก็เชื่อได้ว่า จะเป็น หนังยาว ยังไง ก็คงยากที่จะติดตามตัว กลับมาในอนาคตอันใกล้ ถึงตอนนี้ ปมที่ต้องติดตาม หลักๆ ก็เช่น

    “กระบวนการเพิกถอนหนังสือเดินทาง”

    พบว่า ถึงตอนนี้ ก็ยังไม่มีความคืบหน้า เพราะล่าสุดเมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา “บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ”ก็พูดเหมือนเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังกระทรวงการต่างประเทศได้รับเรื่องจาก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ส่งเรื่องมาให้กระทรวงเพื่อให้ดำเนินการเพิกถอนหนังสือเดินทางของ ยิ่งลักษณ์ว่า ถึงตอนนี้ อยู่ระหว่างการพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศ ว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง พ.ศ.2548 ข้อ 23 (2) ว่าด้วยการยกเลิกหนังสือเดินทาง และข้อ 21 (2) ว่าเมื่อได้ร้บแจ้งว่าผู้ร้อง เป็นผู้ซึ่งกำลังรับโทษในคดีอาญา หรืออยู่ระหว่างการปล่อยตัวชั่วคราว หรือเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญา ที่ได้มีการออกหมายจับไว้แล้ว ซึ่งศาลและพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจเห็นว่าไม่ควรจะออกหนังสือเดินทางให้ ซึ่งถือเป็นการดำเนินการเช่นเดียวกับกรณีอื่นๆ และจะดำเนินการตามขั้นตอนโดยเร็วที่สุด

    ทั้งนี้ ระเบียบกระทรวงการต่างประเทศ ว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง พ.ศ.2548 ข้อ 21 ที่โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ อ้างถึง เป็นเรื่องเกี่ยวกับ กรณี พนักงานเจ้าหน้าที่สามารถปฏิเสธหรือยับยั้งการขอ หรือแก้ไขหนังสือเดินทางในกรณี (2) เมื่อได้รับแจ้งว่าผู้ร้องเป็นผู้ซึ่งกำลังรับโทษในคดีอาญา หรืออยู่ระหว่างการปล่อยตัวชั่วคราว หรือเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญาที่ได้มีการออกหมายจับไว้แล้ว ซึ่งศาลหรือพนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำรวจเห็นว่าไม่ควรจะออกหนังสือเดินทางให้

    เมื่อดูตามข้อระเบียบดังกล่าวกับคดีของยิ่งลักษณ์ คงยากที่ กระทรวงการต่างประเทศ จะไม่ดำเนินการ เพิกถอนหนังสือเดินทางของ ยิ่งลักษณ์ เพราะไม่เช่นนั้น ผู้เกี่ยวข้องในกระทรวงการต่างประเทศ ก็อาจเสี่ยง ที่จะถูกดำเนินคดีหรือร้องทุกข์กล่าวโทษ ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้ ซึ่งคงไม่มีใครในกระทรวงการต่างประเทศ คิดเสี่ยง

    หลังก่อนหน้านี้ ก็เคยมีกรณีอย่าง สุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล อดีตรมว.ต่างประเทศ ที่ไปคืนพาสปอร์ตแดงให้ทักษิณ ชินวัตร ทั้งที่ ทักษิณ ถูกศาลฎีกาฯออกหมายจับ จนถูกคณะกรรมการป.ป.ช.ชี้มูลความผิด ว่าดำเนินการขัดต่อ ระเบียบกระทรวงการต่างประเทศ ว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง พ.ศ.2548 จนต่อมา อัยการสูงสุดมีความเห็นสั่งฟ้อง จน สุรพงษ์ ตกเป็นจำเลยต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯอยู่ทุกวันนี้

    เชื่อได้ว่า ฝ่าย ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ ก็คง ต้องเตรียมการรับมือไว้แล้ว หาก ยิ่งลักษณ์ ถูกกระทรวงการต่างประเทศ เพิกถอนหนังสือเดินทาง แต่จะใช้วิธี ไปใช้หนังสือเดินทางประเทศอื่น แบบเดียวกับที่ ทักษิณ ใช้ ที่ถือหนังสือเดินทางของประเทศ “มอนเตเนโกร” เพราะไปทำธุรกิจในประเทศมอนเตเนโกร หรือไม่ ยังไม่มีข่าวปรากฏออกมา แต่เชื่อได้ว่า ตอนนี้ ทักษิณ คงเตรียมหาลู่ทางแก้ปัญหาให้ยิ่งลักษณ์ไว้แล้ว

    นอกจากเรื่อง การเพิกถอนหนังสือเดินทางแล้ว อีกประเด็นที่ต้องรอติดตาม ก็คือ “กระบวนการของฝ่ายรัฐบาลไทยในการติดตามตัว ยิ่งลักษณ์ กลับมารับโทษในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน”ซึ่งภารกิจนี้ เจ้าภาพใหญ่ ก็จะเป็นการประสานงานกันของสำนักงานอัยการสูงสุดกับกระทรวงการต่างประเทศ

    ฝ่ายอัยการนั้น หัวหน้าทีมก็ต้องมาตามสายงานอยู่แล้วคือ”อำนาจ โชติชัย อธิบดีอัยการสำนักงานต่างประเทศ “ที่เบื้องต้นบอกว่า ต้องรอให้ตำรวจส่งคำขอส่งตัว ยิ่งลักษณ์ เป็นผู้ร้ายข้ามแดน มาให้อัยการอย่างเป็นทางการเสียก่อน จากนั้น ถึงจะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป แต่สัญญาส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างไทยกับอังกฤษ เขียนเรื่องความร่วมมือด้านนี้ไว้ว่า หากตัว บุคคล ที่ไทยขอให้อังกฤษ ส่งเป็นผู้ร้ายข้ามแดน ถูกดำเนินคดีในเรื่องทุจริต หรือข้อหาที่เกี่ยวกับการปล่อยปละละเลย ก็เข้าข่าย ที่อังกฤษ จะส่งตัว มาให้ไทยได้

    “ยิ่งลักษณ์ ถูกศาลฎีกาฯ พิพากษาแล้ว และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เข้าสู่กระบวนการไต่สวนของศาลด้วยทุกนัด ดังนั้นแม้จะอ้างว่าเป็นคดีทางการเมือง แต่ประเทศไทยอธิบายได้แน่ว่า เป็นเรื่องของคดีทุจริต”อธิบดีอัยการสำนักงานต่างประเทศ ระบุไว้

    ฟาก ยิ่งลักษณ์ ที่มี ทักษิณ เป็นกุนซือใหญ่ คอยวางแผนช่วยเหลือ จะตั้งรับ เพื่อหนีคดี ต่อไปอย่างไร ข่าวที่ออกมา พบว่า ทักษิณ เตรียมการไว้เกือบหมดแล้ว เพื่อช่วยน้องสาว แต่จะเริ่ม หงายไพ่ให้เห็น แบบ ค่อยๆ เป็นไป

    การติดตามตัว ยิ่งลักษณ์ จึงเป็นไปได้ว่า เป็น หนังยาว เหมือนกับ ทักษิณ ที่หนีคดีไปเกือบสิบปีแล้ว ก็ยัง ไม่มีใครทำอะไรได้ !

  • เปลว สีเงิน

    การไปไหน-มาไหน ที่เรียก "พักผ่อนยาวๆ" นึกว่าจะดี เอาเข้าจริง....... มันไม่ดีเลย เพราะทำให้ "สันหลังยาว" ซึ่งเหตุมันเกิดขึ้นแล้วกับตัวผม
  • บทบรรณาธิการ

    ในที่สุดคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการเสียชีวิตของนักเตรียมทหารภัคพงศ์ ตัญกาญจน์ หรือน้องเมย ที่มีพลอากาศเอกชวรัตน์ มารุ่งเรือง รองเสนาธิการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย เป็นประธาน ก็ได้สรุปผลการสอบสวน จากการให้ข้อมูลของบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์ ก่อนหน้าที่นักเรียนเตรียมทหารคนดังกล่าว ไล่เรียงลำดับเหตุการณ์ให้กับสาธารณชนได้รับทราบไปแล้ว โดยเป็นไปตามขั้นตอนการสรุปข้อมูลของส่วนราชการ ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาทางทหารที่รับผิดชอบดูแลนักเรียนเตรียมทหารที่เสียชีวิต
  • เอ็กซ์-ไซท์

    ผ่านมาค่อนทาง เหลืออีก 4 จังหวัดตูนจะวิ่งครบ 2,191 กม.พิชิตเป้าหมายที่แม่สาย หลายฝ่ายลุ้นยอดบริจาคอาจถึงพันล้าน ขณะที่วันพฤหัสฯ นักร้องหัวใจแกร่งยังย่ำไม่หยุด โดยมีนักกีฬาพาราลิมปิกเข้าร่วมท่ามกลางประชาชนออกมาให้กำลังใจแน่นเหมือนเคย ลำปางทำกระทงธนบัตร ส่วนขอนแก่นระดมกว่า 3 หมื่นวิ่ง-เดินหาทุนสมทบ
    นครบาลโชว์ผลงานจับ 2 คนร้ายเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ พร้อมยาบ้า 5.3 ล้านเม็ด ไอซ์ 120 กก. รับมาจากกลุ่มว้าแดงจำหน่ายใน กทม.และปริมณฑล ผบ.ตร.เผยในช่วง 3 อาทิตย์ที่ผ่านมายึดยาบ้าได้ถึง 26 ล้านเม็ด มูลค่ากว่า 4 พันล้าน อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานจับกุมตัวการใหญ่
    ‘ฐิติราช’ สั่งกองปราบฯ-ปอท.เล่นงานพระตุ๊ดเณรแต๋ว ดวดเหล้าบ่อนเบียนศาสนา
  • x-cite inside

    ทั้งแปลกและน่ารักจนไม่อยากกิน กระทั่งเอื้อมมือไปแตะเพราะกลัวพัง สำหรับ “บ้านขนมปังขิง” รับเทศกาลคริสต์มาส ที่ตกแต่งด้วยแอคเซสเซอรี่ทานได้ อาทิ ซานตาคลอส ต้นคริสต์มาส ทำด้วยไข่ขาวและน้ำตาลไอซิ่ง
    แม้รัฐบาลจะออกประกาศคุมเข้มร้านเหล้ารอบมหาวิทยาลัย เพื่อลดปัญหาการมอมเมาเยาวชนและอาชญากรรมต่างๆ เพื่อหวังให้นักศึกษาได้ใช้เวลาเรียนและทำกิจกรรมสร้างสรรค์อย่างเต็มที่ และที่ผ่านมารัฐบาลได้พยายามแก้ปัญหาอย่างจริงจัง แต่ก็ยังมีผู้ประกอบการบางส่วนยังเปิดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่โซนนิงอย่างไม่เกรงกลัวใคร
    ปัญหาสำคัญประการหนึ่งสำหรับผู้เรียน นั่นคือ ครอบครัวมีรายได้น้อย ค่าใช้จ่ายไม่เพียงพอในการซื้ออุปกรณ์ประกอบการเรียน ทำให้เป็นอุปสรรคที่ทำให้เยาวชนผู้มีใจรักศิลปะหลายคนไม่สามารถแสดงศักยภาพในการสร้างสรรค์งานศิลปะได้อย่างเต็มที่ และบางคนหมดโอกาสที่จะสำเร็จการศึกษา เพราะครอบครัวแบกรับภาระไม่ไหว