เสียงเล็กๆ... จากเด็กถูกเท

  • Saturday, October 7, 2017 - 00:00


    “เสียงเล็กๆ จากเด็กถูกเท” เป็นกิจกรรมที่สะท้อนเสียงผ่านเวทีรับฟังความคิดเห็นของเด็กและเยาวชน เพื่อช่วยกันหาหนทางให้พวกเขาหลุดพ้นจากภาวะเปราะบาง จัดโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทย (UNFPA) และศูนย์วิจัยและพัฒนาด้านเด็กและเยาวชนคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่โรงแรมปรินซ์พาเลซ เมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งมีเครือข่ายเด็ก เยาวชนที่เผชิญภาวะเปราะบาง เข้าร่วมกว่า 150 คน

    โดยมี พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานพร้อมกล่าวว่า รัฐบาลวางยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศไว้ 6 ด้านคือ การสร้างความมั่นคงประเทศ การพัฒนาศักยภาพทางการแข่งขัน การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ลดความเหลื่อมล้ำ คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม และประสิทธิภาพในการบริหาร ซึ่งต้องสร้างความเข้มแข็งจากภายในโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

    อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลศูนย์รับแจ้งเหตุของกระทรวง พม. 1300 พบว่าในจำนวนคนแจ้งเหตุ 30,000 คน มีเด็ก เยาวชนกลุ่มเปราะบาง 20,000 คน ซึ่งครอบครัวมีส่วนสำคัญ ถ้าพ่อแม่ไม่มีเวลา ไม่เคยกอดลูก ผลก็จะมาสู่สังคม ประเทศจะมั่นคงไม่ได้ถ้าไม่ได้มาจากครอบครัวที่มั่นคง เป็นเรื่องเล็กๆ แต่ยิ่งใหญ่มาก ไม่ควรตายเพราะขาดรักจากครอบครัว การทำลายความรักในครอบครัวเป็นแผลที่ยิ่งใหญ่มาก จึงเป็นเสียงที่ผู้ใหญ่ต้องฟังเพื่อให้เด็กมีที่ยืน

    ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า สถานการณ์เด็ก เยาวชนภาวะเปราะบางในปัจจุบัน พบว่ามีจำนวนไม่ต่ำกว่า 3.17 ล้านคน ประกอบด้วย กลุ่มเด็ก เยาวชนที่มีความต้องการพิเศษทางการเรียนรู้ ซึ่งมีอยู่ประมาณ 10% ของจำนวนประชากรเด็กไทย โดยยังขาดการส่งเสริมพัฒนาการเรียนรู้และอาชีพรองรับ กลุ่มเด็กยากจนพิเศษ จำนวน 476,000 คน ลูกแรงงานต่างด้าว 250,000 คน เมื่อประเทศได้จัดระบบแรงงานต่างด้าวด้วยการขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ก็ต้องคิดถึงสิทธิสวัสดิการทางการศึกษาแก่คนกลุ่มนี้ไว้รองรับ กลุ่มเด็กไร้สัญชาติราว 200,000 คน ที่เผชิญกับปัญหารอยต่อทางการศึกษา แม่วัยรุ่น ที่มีอยู่ 104,289 คน โดยพบว่าเด็กแรกเกิดของไทย 15% มาจากแม่วัยรุ่น ทำอย่างไรจะทำให้เด็กที่เกิดใหม่เหล่านี้เติบโตอย่างมีคุณภาพ รวมถึงกลุ่มเด็กเยาวชนที่ถูกดำเนินคดี 33,121 คน ที่ 68% มาจากครอบครัวที่พ่อแม่แยกทาง และส่วนใหญ่หลุดจากระบบการศึกษา

    ผู้จัดการกองทุน สสส.กล่าวว่า การทำงานของ สสส.ในเด็กและเยาวชนที่เผชิญภาวะเปราะบางจึงเน้นทำงานเชิงวิชาการ เพื่อสังเคราะห์นโยบายและแนวทางการจัดการที่เอื้อให้เกิดการใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาวะที่ดี ตลอดจนการแลกเปลี่ยนเพื่อถอดบทเรียนการทำงาน และมองหาแนวทางเพื่อสนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนแปลง โดยเน้นการเชื่อมโยงเครือข่ายภาคนโยบาย ภาครัฐ ภาคประชาสังคม และคนทำงานในพื้นที่ เพราะการแก้ไขปัญหาเด็ก เยาวชน รวมถึงครอบครัวที่เผชิญภาวะเปราะบางทางสังคม ต้องอาศัยความร่วมแรงร่วมใจของทุกฝ่ายร่วมสนับสนุน

    ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาด้านเด็กและเยาวชน คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงข้อเสนอจากเวทีแลกเปลี่ยนเด็ก เยาวชนที่เผชิญภาวะเปราะบาง จาก 4 ภูมิภาค จำนวน 35 เครือข่าย พบว่า ข้อ 1 ต้องมีการจัดทำระบบฐานข้อมูลเด็กและเยาวชนภาวะเปราะบางในระดับพื้นที่ เพื่อนำสู่การวางทิศทางแก้ปัญหา โดยร่วมกับกระทรวงมหาดไทยในการประสานไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งใกล้ชิดกับคนในพื้นที่มากที่สุด

    ข้อ 2 การพัฒนาระบบความคุ้มครองทางสังคมสำหรับเด็ก เยาวชนภาวะเปราะบาง เพื่อเป็น “ตัวช่วยภาครัฐ” โดยดึงความร่วมมือจากภาคประชาสังคมที่ทำงานอยู่ ดึงทุนจากภาคเอกชน โดยแชร์ข้อมูล แชร์บุคลากร เพื่อเป็นตัวช่วยการทำงานของศูนย์ชุมชนคุ้มครองเด็ก รวมถึงพัฒนาศักยภาพคนทำงานด้านเด็ก เพื่อพัฒนาศักยภาพเด็กเยาวชนภาวะเปราะบาง ข้อ 3 การปลดล็อกเงื่อนไขและข้อจำกัดทางกฎหมาย เช่น รอยต่อทางการศึกษาระหว่างช่วงชั้นที่ต้องมีบัตรประชาชน

    ข้อ 4 การปรับปรุงกองทุนที่มีอยู่ให้มุ่งเป้าสู่การพัฒนามากกว่าการสงเคราะห์ รวมถึงการฝึกอาชีพขั้นสูงที่มีงานรองรับมากกว่าฝึกอาชีพที่ไม่สามารถอยู่ได้จริง และข้อ 5 เปิดพื้นที่ให้กับเด็ก เยาวชนภาวะเปราะบาง เช่น สนับสนุนกิจกรรมพื้นที่สร้างสรรค์เพื่อสร้างคุณค่าและการยอมรับให้กับเด็ก เยาวชนภาวะเปราะบาง ตลอดจนเพิ่มสัดส่วนการมีส่วนร่วมของเยาวชนภาวะเปราะบางในสภาเด็กและเยาวชนทุกระดับระดับตำบล

    สำหรับเสียงสะท้อนจากเยาวชนที่เผชิญภาวะเปราะบาง นายเนม (นามสมุมติ) อายุ 24 ปี อดีตเยาวชนที่เคยก้าวพลาดจนต้องคดียาเสพติด กล่าวถึงประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมาว่า ตอนมัธยมปีที่ 2 ชอบเที่ยวมากกว่าเรียนจึงถูกไล่ออก-อยากให้พูดถึงแรงผลักให้น้องไม่ชอบเรียนมากกว่า เพื่อหลีกเลี่ยงการตีตราเด็ก เช่น ตอนมัธยมปีที่ 2 ไปเรียนแล้วรู้สึกกดดันมากจึงชอบหนีเที่ยวจนถูกไล่ออก ไปสมัครเรียนที่ไหนก็ไม่มีโรงเรียนไหนรับ จึงตัดสินใจไม่เรียน หลังจากนั้นก็เที่ยว กินเหล้า ตีกัน ขี่รถแว้น จนมาถึงการลองใช้ยาเสพติด (ยาบ้า) เพราะคิดว่าแค่ทดลองไม่เป็นไร แต่มันกลับทำให้ยิ่งหลงเข้าไปจนเริ่มไปใช้ยาตัวอื่นๆ เช่น เฮโรอีน สุดท้ายก็ติดจนไม่สามารถขาดยาได้ ตอนนั้นอายุเพียง 15 ปี เมื่อติดยาแล้วก็ต้องหาเงินไปซื้อ จึงเริ่มเป็นเด็กเดินยาแถวบ้าน แล้วก็ผันตัวมาเป็นผู้ขายรายย่อย ขายส่ง จนวันหนึ่งมีคนมาจ้างให้ไปส่งยาบ้า 50,000 เม็ด ได้ค่าตอบแทนกว่า 200,000 บาท ตอนนั้นมีความสุขมาก เพราะได้เงินมาง่ายและเร็ว จึงรับงานนี้ แต่สุดท้ายก็ไปไม่รอด โดนจับกุมข้อหามียาบ้า 50,000 เม็ด โดยศาลเยาวชนตัดสินส่งไปอยู่ศูนย์ฝึกฯ

    “ปัจจุบันผมพ้นโทษแล้วและเลิกยุ่งกับยาเสพติดทุกชนิด เพราะได้รับโอกาส ได้ฝึกอาชีพโดยให้ค้นหาตัวเองถึงอาชีพที่สนใจ การซ่อมและซื้อขายมอเตอร์ไซค์เก่า รวมถึงเรียนรู้การทำเกษตรแบบผสมผสานแบบพอเพียง ทำให้ผมมีความฝันอยากอยากจะมีบ้านสวนเล็กๆ และเปิดร้านซ่อมมอเตอร์ไซค์ เพื่อสักวันหนึ่งผมจะมีโอกาสรับเยาวชนที่เคยก้าวพลาดมาดูแล เหมือนที่ตนเองได้รับโอกาสนั้นมา เพราะเด็กและเยาวชนที่ก้าวพลาดต้องการเพียงคนให้อภัย ให้โอกาสได้เริ่มต้นใหม่” อดีตเยาวชนที่เคยก้าวพลาดจากคดียาเสพติดกล่าว

    นางสาวคำแลง เยาวชนไร้สัญชาติ อายุ 20 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 สายวิทย์-คณิต จ.แม่ฮ่องสอน กล่าวว่า ตนอยู่ในสถานะไร้สัญชาติแม้ว่าจะเกิดที่ประเทศไทย แต่พ่อแม่ไม่ได้แจ้งเกิด ที่ผ่านมาพยายามยื่นเรื่องขอมีสัญชาติไทย แต่ติดปัญหาที่ต้องมีพ่อแม่มายืนยันการเกิด ซึ่งพ่อที่แยกทางจากแม่ก็แจ้งว่ามีลูกเพียงคนเดียว คือลูกที่เกิดกับครอบครัวใหม่ ทุกครั้งเวลาไปร่วมกิจกรรมภายนอก ตนมักใส่เสื้อกันหนาวปิดไว้ เพราะมีแต่ชื่อ ไม่มีนามสกุล ทำให้รู้สึกอายเมื่อมีคนมาถามว่าทำไมมีแค่ชื่อ และการไม่มีสัญชาติทำให้ถูกจำกัดสิทธิ์ในการเรียนต่อ เพราะคณะที่อยากศึกษาต่อคือ คณะแพทย์และสายสุขภาพ ซึ่งมีการระบุคุณสมบัติว่าไม่รับเด็กที่ไม่มีสัญชาติ และไม่มีสิทธิ์กู้ยืมกองทุนช่วยเหลือทางการศึกษา (กยศ.)

    “หนูมีเกรดเฉลี่ย 3.8 ฝันอยากเป็นหมอหรือพยาบาล แต่สิทธิ์การสมัครสอบก็ไม่สามารถทำได้ ที่ผ่านมามีผู้ใหญ่หลายคนพยายามช่วยให้หนูได้รับสัญชาติโดยเร็ว แต่ปัญหาของหนูมันซับซ้อน" เยาวชนไร้สัญชาติกล่าวปิดท้าย

    เชื่อว่าเสียงสะท้อนจากตัวแทนจากเด็กที่ถูกเทตรงๆ เช่นนี้ จะช่วยให้ผู้ใหญ่เข้าใจสถานการณ์อย่างลึกซึ้ง และสามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุด.

    เคล็ดไม่ลับ
    ใช้ชีวิตวัยเกษียณ

    นายแพทย์ยงยุทธ์ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ หัวหน้ากลุ่มที่ปรึกษา กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข แนะวิธีปฏิบัติแนวทางสร้างสุขสำหรับวัยเกษียณหลังอายุ 60 ปี หลังวันที่ 30 ก.ย.ที่ผ่านมา ว่าคนที่เคยทำงานมาตลอดชีวิตไม่ควรหยุดอยู่เฉยๆ แต่ต้องเคลื่อนไหวร่างกาย การออกกำลังกาย การใฝ่รู้และเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ รวมถึงการใช้เวลาว่างให้มีประโยชน์ เช่น การเป็นจิตอาสา จิตสาธารณะ ซึ่งจะช่วยแก้ไขปัญหาสุขภาพกายและสุขภาพใจของผู้สูงอายุให้สามารถดำรงชีวิตอย่างมีความสุขและมีคุณค่าได้

    “การเข้าสังคมและผูกมิตรกับคนอื่นๆ เป็นหนึ่งวิธีคลายเหงา พร้อมๆ กับการหากิจกรรมที่ทำให้ชีวิตมีสติมากขึ้น เช่น นั่งสมาธิ ฝึกจิต เข้าวัดทำบุญ รวมถึงการดูแลสวน ปลูกผัก ปลูกต้นไม้ ก็เป็นอีกหนึ่งในหลายๆ กิจกรรมที่วัยเกษียณสามารถสร้างตารางกิจกรรมให้ชีวิตมีความสุข และยังจะเป็นการแบ่งปันความสุขไปยังคนรอบข้างได้”

    นายแพทย์ยงยุทธ์กล่าว และว่า การปรับเปลี่ยนชีวิตหลังวัยเกษียณไม่ใช่เรื่องง่าย แต่หากตัวผู้สูงอายุใช้ชีวิตอย่างมีสติ มีเป้าหมาย รวมถึงได้รับการร่วมมือที่ดีจากคนรอบข้าง การมีชีวิตที่มีความสุข มีคุณค่า และไม่เป็นภาระของคนในสังคมในยุคที่หลายๆ ประเทศกำลังเดินหน้าเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ช่วงชีวิตหลังการเกษียณก็จะเป็นช่วงเวลาของการสร้างสรรค์สิ่งดีงาม และสร้างคุณค่าให้กับตัวเองและสังคมได้.

    LEAVE A REPLY

    0 Comments

  • เปลว สีเงิน

    ๑๐๗ ปีที่ผ่านมา........... เมื่อวันที่ ๒๓ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๕๓ "พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว" รัชกาลที่ ๕ เสด็จสวรรคต! พระองค์ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงประชาชาวไทย ได้รับการถวายพระราชสมัญญาว่า "สมเด็จพระปิยมหาราช"
  • บทบรรณาธิการ

    จากการซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศที่ผ่านมา พบว่ายังมีการปฏิบัติที่ไม่เหมาะสม แม้แต่สื่อมวลชนบางสำนักที่ทำหน้าที่นำเสนอข้อมูลและให้ความรู้กับประชาชนมาโดยตลอดเรื่องแนวทางการปฏิบัติยังละเมิดข้อตกลงที่ตกลงกันไว้ หลังถ่ายทอดสดผ่านโทรศัพท์มือถือ หรือไลฟ์สดขณะซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ
  • เอ็กซ์-ไซท์

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา ร.ต.อ.ศักดิ์ชาย กิตติอุดมพันธ์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ได้รับแจ้งเกิดเหตุฆาตกรรม ที่บ้านเลขที่ 57 หมู่ 2 บ้านโคกยาง ตำบลก้านเหลือง อำเภอนางรอง
    นายอำเภอท่าแซะ ชุมพร สั่งการเร่งจับหมีโดยเร็วหลังชาวบ้านผวาหนัก เจ้าหน้าที่อนุรักษ์สัตว์ป่าวางกรงเหล็กกับดักขนาดใหญ่พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิด คาดไม่เกิน 5 วันรู้ผล
    ตำรวจเตือนนำภาพพระเมรุมาศมาพิมพ์บนเสื้อจำ หน่ายเป็นการมิบังควร ผิดกาลเทศะ วอนประชาชนไม่ซื้อมาสวมใส่ประดับร่างกาย
  • x-cite inside

    บรรยากาศแห่งความทรงจำ ความรู้สึก และหัวใจที่สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของเหล่าพสกนิกรไทยที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นับเป็นปรากฏการณ์ที่ยิ่งใหญ่ ก่อให้เกิดการหลอมรวมใจของคนไทยในการ “ทำดีตามรอยพ่อ” เพื่อแปรเปลี่ยนความโศกเศร้า ความอาลัยรัก ให้เป็นพลังในการสานต่อพระราชปณิธานในพระองค์ท่าน
    นางพัชราภรณ์ อินทรียงค์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่ารัฐบาลได้ทำบัตรเชิญสำหรับผู้เข้าร่วมงานทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในวันที่ 26 ต.ค.นี้ โดยจัดพิมพ์จำนวน 5,000 ใบ
    เวียนมาบรรจบครบวาระ 1 ปี ในวันที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จสวรรคต แต่พระองค์ยังทรงสถิตอยู่ในหัวใจของประชาชนชาวไทยทุกดวง