'บิ๊กตู่'เผชิญหน้า'ทรัมป์' การบ้านดีไม่เพลี่ยงพล้ำ

  • Friday, October 6, 2017 - 10:15

    “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ประกาศบนดินแดนสหรัฐอเมริกาว่า จะประกาศการเลือกตั้งในปีหน้า

    ฮือฮากันเกรียวกราว เพราะ “บิ๊กตู่” เลือกจะประกาศเอง ทั้งที่ “โดนัล ทรัมป์” ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ไม่ได้ไถ่ถามเรื่องดังกล่าวเลย

    แต่ภายในประเทศไทยตื่นเต้นกว่า เพราะเหมือนว่า ที่ “บิ๊กตู่” ไม่ยอมพูดแม้ถูกสื่อมวลชนถามในประเทศหลายครั้ง น่าจะเป็นการเก็บเอาไว้ไปที่พูดในครั้งนี้

    ทั้งที่อ่านดีๆ ไม่มีสักประโยคใดที่ “บิ๊กตู่” พูดว่า จะเลือกตั้งในปี 2561 แต่ “บิ๊กตู่” ใช้คำว่า จะประกาศเลือกตั้งวันเลือกตั้งในปี 2561 เท่ากับว่า ถ้าจะประกาศวันเลือกตั้งในวันที่ 31 ธันวาคม 2561 ว่า จะมีการเลือกตั้งในปี 2562 ไม่ถือว่า ผิดคำพูดแต่อย่างใด

    เป็นการพูดที่ชาญฉลาด และได้ผลทางการเมืองทั้งในและต่างประเทศไม่น้อย เพราะผู้นำรัฐประหารไปแสดงจุดยืนว่า จะให้มีการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยบนดินแดนที่ยกตัวเองว่า เป็น “พี่เบิ้มประชาธิปไตย” อย่างสหรัฐอเมริกา

    “ทรัมป์” เองก็ได้แต้ม ที่กล้าเชิญผู้นำรัฐประหารเข้า “ทำเนียบขาว” แถมผู้นำรัฐประหารอย่าง “บิ๊กตู่” แสดงเจตจำนงให้ไม่ผิดหวังว่า พร้อมเดินตามระบอบประชาธิปไตย

    ว่ากันว่า ก่อนไปทีมงานเซ็ตบทให้ “บิ๊กตู่” ได้เฉียบ โดยเฉพาะเรื่องนี้ เพราะรู้อยู่แล้วว่า การเชิญไปครั้งนี้ “ทรัมป์” ไม่ได้สนใจว่า ไทยจะเลือกตั้งเมื่อไหร่ แต่มีเรื่องอื่นที่อยากคุยมากกว่า ดังนั้น การที่ “บิ๊กตู่” ชิงพูดเป็นการแสดงความประสงค์ถือว่า ได้ภาพกันไป

    เรื่องจริงๆ ที่ “ทรัมป์” สนใจ ใหญ่ๆ มี 2 เรื่อง แล้วอยู่ในวงสนทนานั่นคือ เรื่องการลดความได้เปรียบทางดุลการค้าของไทยที่มีต่อสหรัฐฯ ที่สหรัฐฯต้องการเห็นมาตรการที่มีความต่อเนื่อง ไม่ใช่สั่งซื้อของล็อตเดียวแล้วจบ

    “ทรัมป์” อยากเห็นความร่วมมือเป็นรูปธรรมและช่วยสร้างงานให้คนสหรัฐฯด้วย ขณะที่ไทยเองตัดสินใจลงทุนด้านประมงกับสหรัฐฯ ที่จะช่วยสร้างงานให้ “คนอเมริกัน” เหมือนกัน ตรงนี้ที่เราหวังว่า จะช่วยในการแก้ปัญหาประมงที่สหรัฐฯมีมาตรการลงโทษไทยอยู่ได้

    กับอีกเรื่องใหญ่ๆ ที่จุดมุ่งหมายสำคัญคือ เรื่องปัญหาคาบสมุทรเกาหลี ที่ “ทรัมป์” อยากจะให้ไทยให้ความร่วมมือ แต่ทีมงานทำการบ้านไปดีมี “ยันต์กันผี” อย่างพันธกรณีที่องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) และมติของชาติอาเซียน ที่เราต้องปฏิบัติตาม

    ถือว่า ไม่เพลี่ยงพล้ำ!

    ขณะที่เรื่องซื้อยุทโธปกรณ์ของสหรัฐฯ อย่าง “เฮลิคอปเตอร์” แม้จะถูกติฉินนินทาเรื่องการใช้เงินเติบช็อปอาวุธ แต่รัฐบาลอ้างได้ว่า เป็นคำสั่งซื้อจากรัฐบาลชุดก่อนหน้านี้ ไม่ได้ควักเพื่อเอาใจสหรัฐฯ

    ที่สำคัญ การที่สหรัฐฯ ขายให้เป็นการแสดงให้เห็นว่า ไม่ได้ “แอนตี้” รัฐบาลท็อปบูตชุดนี้แล้ว หลังก่อนหน้านี้มีคำสั่งห้ามจำหน่ายให้ตั้งแต่รัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557

    ส่วนกองทัพเองอยากได้มานานแล้วเช่นกัน เพราะ “เฮลิคอปเตอร์” รุ่นนี้ คุณภาพดีกว่าหลายประเทศ มีประโยชน์ต่อกองทัพมากกว่า

    ภาพรวมเยือนสหรัฐฯ ของ “บิ๊กตู่” ถึงตอนนี้ ออกมาดีกว่าที่คาดไว้!

  • เปลว สีเงิน

    ๑๐๗ ปีที่ผ่านมา........... เมื่อวันที่ ๒๓ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๕๓ "พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว" รัชกาลที่ ๕ เสด็จสวรรคต! พระองค์ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงประชาชาวไทย ได้รับการถวายพระราชสมัญญาว่า "สมเด็จพระปิยมหาราช"
  • บทบรรณาธิการ

    จากการซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศที่ผ่านมา พบว่ายังมีการปฏิบัติที่ไม่เหมาะสม แม้แต่สื่อมวลชนบางสำนักที่ทำหน้าที่นำเสนอข้อมูลและให้ความรู้กับประชาชนมาโดยตลอดเรื่องแนวทางการปฏิบัติยังละเมิดข้อตกลงที่ตกลงกันไว้ หลังถ่ายทอดสดผ่านโทรศัพท์มือถือ หรือไลฟ์สดขณะซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ
  • เอ็กซ์-ไซท์

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา ร.ต.อ.ศักดิ์ชาย กิตติอุดมพันธ์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ได้รับแจ้งเกิดเหตุฆาตกรรม ที่บ้านเลขที่ 57 หมู่ 2 บ้านโคกยาง ตำบลก้านเหลือง อำเภอนางรอง
    นายอำเภอท่าแซะ ชุมพร สั่งการเร่งจับหมีโดยเร็วหลังชาวบ้านผวาหนัก เจ้าหน้าที่อนุรักษ์สัตว์ป่าวางกรงเหล็กกับดักขนาดใหญ่พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิด คาดไม่เกิน 5 วันรู้ผล
    ตำรวจเตือนนำภาพพระเมรุมาศมาพิมพ์บนเสื้อจำ หน่ายเป็นการมิบังควร ผิดกาลเทศะ วอนประชาชนไม่ซื้อมาสวมใส่ประดับร่างกาย
  • x-cite inside

    บรรยากาศแห่งความทรงจำ ความรู้สึก และหัวใจที่สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของเหล่าพสกนิกรไทยที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นับเป็นปรากฏการณ์ที่ยิ่งใหญ่ ก่อให้เกิดการหลอมรวมใจของคนไทยในการ “ทำดีตามรอยพ่อ” เพื่อแปรเปลี่ยนความโศกเศร้า ความอาลัยรัก ให้เป็นพลังในการสานต่อพระราชปณิธานในพระองค์ท่าน
    นางพัชราภรณ์ อินทรียงค์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่ารัฐบาลได้ทำบัตรเชิญสำหรับผู้เข้าร่วมงานทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในวันที่ 26 ต.ค.นี้ โดยจัดพิมพ์จำนวน 5,000 ใบ
    เวียนมาบรรจบครบวาระ 1 ปี ในวันที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จสวรรคต แต่พระองค์ยังทรงสถิตอยู่ในหัวใจของประชาชนชาวไทยทุกดวง