กฎหมายป.ป.ช.ฉบับใหม่ ต้องเข้มข้น ปราบโกงสำเร็จ

  • Friday, October 6, 2017 - 00:00

    นับถึงเวลานี้ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญที่รอส่งให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ พิจารณาก็เหลือเพียง 3ฉบับ ประกอบด้วย ร่างพ.ร.บ.พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต –ร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา –ร่างพ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร ซึ่งกรธ.ก็วางคิวส่งให้สนช.ตามลำดับข้างต้น

    แม้ไฮไลท์สำคัญจะอยู่ที่ ร่างพ.ร.บ.การเลือกตั้งส.ส.และร่างพ.ร.บ.การได้มาซึ่งสว. เพราะเป็นสองกฎหมายลูกที่จะนำไปสู่การเลือกตั้ง ตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ว่าต้องจัดการเลือกตั้งภายในไม่เกิน 150วันหลังมีการประกาศใช้ พ.ร.บ.4ฉบับคือ กฎหมายว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง-กฎหมายพรรคการเมือง –กฎหมายการได้มาซึ่งสว.และกฎหมายเลือกตั้งส.ส. แต่กฎหมายป.ป.ช.ก็ถือเป็นกฎหมายสำคัญ เพราะจะเป็นกฎหมายที่จะมารองรับ กลไกการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ตามที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เขียนไว้ จนนายมีชัย ฤชุพันธ์ ประธานกรธ. ประกาศอย่างภาคภูมิใจว่า เป็นรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง

    ความคืบหน้าของเรื่องนี้ นายนรชิต สิงหเสนี โฆษกคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ เปิดเผยปฏิทินไว้ว่า  ร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต  ทางกรธ.ได้พิจารณาเรียงรายมาตราเสร็จสิ้นแล้ว โดยมีจำนวน 188 มาตรา แบ่งออกเป็น 11 หมวด และบทเฉพาะกาล ซึ่งจะส่งร่างกฎหมายดังกล่าวไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ในวันที่ 5 ต.ค.เพื่อให้พิจารณาในรายละเอียดและส่งความคิดเห็นกลับมายัง กรธ.ภายใน 1 สัปดาห์ ก่อนที่ กรธ.จะส่งร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวให้ สนช.ภายในวันที่ 24 ต.ค.ต่อไป
    นายนรชิต บอกด้วยว่า สาระสำคัญของร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว คือ การมุ่งเน้นให้ป.ป.ช.ทำงานด้านการป้องกันและปราบปรามเป็นหลักเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ส่วนคดีในลักษณะประพฤติมิชอบ เช่น การกระทำผิดวินัยหรือจริยธรรม ป.ป.ช.จะไม่เข้าไปทำหน้าที่ตรวจสอบเอง โดยหากป.ป.ช.พบข้อเท็จจริงก็สามารถส่งให้หน่วยงานต้นสังกัดตรวจสอบต่อไปได้ ทั้งนี้ เพื่อลดจำนวนคดีที่ค้างอยู่ในระบบของป.ป.ช.ให้มีจำนวนน้อยลง นอกจากนี้กรธ.ยังกำหนดให้มีการจัดตั้งสำนักงานป.ป.ช.ภาค ไม่เกิน 12 ภาคทั่วประเทศเพื่อทำหน้าที่กำกับดูแล ป.ป.ช.จังหวัด รวมไปถึงการทำหน้าที่ไต่สวนที่ได้รับมอบหมายจากป.ป.ช.ส่วนกลาง
               
    ขณะที่การดำรงอยู่ของกรรมการป.ป.ช.ชุดปัจจุบัน ทางโฆษกกรธ.บอกไว้ว่า กรธ. จะพิจารณาคุณสมบัติเป็นหลัก หากกรรมการป.ป.ช.คนใดมีคุณสมบัติ และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดก็สามารถดำรงตำแหน่งต่อไปได้ แต่หากใครมีคุณสมบัติไม่ครบและมีลักษณะต้องห้ามตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด จะต้องพ้นจากตำแหน่ง โดยกระบวนการในการพิจารณากรณีดังกล่าวจะต้องมีการตั้งคณะกรรมการสรรหา ภายใน 20 วัน จากนั้นคณะกรรมการสรรหาจะทำหน้าที่ในการพิจารณาคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามให้เสร็จภายใน 15 วัน
               
    หลังจากกรธ.ส่งร่างพ.ร.บ.ป.ป.ช.ไปให้สนช.แล้ว ก็ต้องรอดูกันว่า ทางกมธ.ของสนช.รวมถึงมติของที่ประชุมสนช.จะมีการปรับเปลี่ยนแก้ไขสาระสำคัญของร่างพ.ร.บ.ป.ป.ช.จากที่กรธ.ส่งไปหรือไม่
               
    อย่างไรก็ตาม เนื้อหาสาระสำคัญของร่างพ.ร.บ.ป.ป.ช.จริงๆ แล้ว มีหลายเรื่อง หลายประเด็น ที่น่าสนใจ ไม่ใช่แค่เรื่องการรีเซ็ต คุณสมบัติป.ป.ช.เท่านั้น แต่เรื่อง อำนาจหน้าที่ของป.ป.ช. ที่แม้จะมีการเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญแล้ว แต่กฎหมายป.ป.ช. ดังกล่าว ก็จะมีการขยายความด้วยการเขียนให้มีความละเอียดมากขึ้น รวมถึงเรื่องอื่นๆ ที่จะเป็นส่วนขยายในการทำงานของป.ป.ช.และเจ้าหน้าที่ของสำนักงานป.ป.ช.ที่ถือเป็นองค์กรหลักในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
               
    ทั้งนี้ เมื่อไปดูจากร่างพ.ร.บ.ป.ป.ช.ที่ป.ป.ช.ส่งไปให้กรธ.ก่อนหน้านี้ ร่างฯดังกล่าว เขียนถึงหน้าที่และอำนาจของป.ป.ช.ไว้เช่น (1) ไต่สวนและมีความเห็นกรณีมีการกล่าวหาว่าผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ หรือผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ผู้ใดมีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติหรือทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติหรือทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือประพฤติมิชอบ หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง เพื่อดำเนินการต่อไปตามรัฐธรรมนูญหรือตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้

    (2) ไต่สวนและวินิจฉัยว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐร่ ารวยผิดปกติหรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ หรือกระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ตามกฎหมายอื่นหรือประพฤติมิชอบ เพื่อดำเนินการต่อไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้

    (3) ไต่สวนและวินิจฉัยว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐต่างประเทศ เจ้าหน้าที่ขององค์การระหว่างประเทศ หรือบุคคลใด กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เป็นต้น
    กระบวนการต่อจากนี้ จึงต้องดูว่าท้ายสุด ทางสนช.หลังได้รับร่างพ.ร.บ.ป.ป.ช.จากกรธ.แล้ว สนช.จะมีการเขียนร่างพ.ร.บ.ป.ป.ช.ออกมาอย่างไร เพื่อทำให้การป้องกันและปราบปรามการทุจริต มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลอย่างแท้จริง 

  • เปลว สีเงิน

    ๒๑ ตุลาคม วนมาอีกรอบ ถึงวันเกิดที ก็มานั่งนับอายุกันที หนังสือพิมพ์ก็เหมือนคน ไทยโพสต์ผ่านมาได้ ๒๑ ปี ขึ้นปีที่ ๒๒ ไม่ช้าไม่นาน ถ้าเป็นคนก็กำลังจะจบมหาวิทยาลัย ใกล้ได้เวลาย่างเท้าเข้าสู่ตลาดแรงงาน อายุมากขึ้น มาพร้อมกับจำนวนครั้งการเต้นของหัวใจที่ลดลงเรื่อยๆ
  • บทบรรณาธิการ

    เห็นภาพประชาชนคนไทย หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ร่วมมือร่วมใจกันทำกิจกรรมเนื่องในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ไม่ว่าจะเจอสภาพอากาศแปรปรวนขนาดไหน ตั้งแต่ฝนตก น้ำท่วม แดดร้อน ก็ไม่มีปัญหาการกระทบกระทั่ง สร้างบรรยากาศที่ไม่พึงประสงค์ให้เกิดขึ้น
  • เอ็กซ์-ไซท์

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา ร.ต.อ.ศักดิ์ชาย กิตติอุดมพันธ์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ได้รับแจ้งเกิดเหตุฆาตกรรม ที่บ้านเลขที่ 57 หมู่ 2 บ้านโคกยาง ตำบลก้านเหลือง อำเภอนางรอง
    นายอำเภอท่าแซะ ชุมพร สั่งการเร่งจับหมีโดยเร็วหลังชาวบ้านผวาหนัก เจ้าหน้าที่อนุรักษ์สัตว์ป่าวางกรงเหล็กกับดักขนาดใหญ่พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิด คาดไม่เกิน 5 วันรู้ผล
    ตำรวจเตือนนำภาพพระเมรุมาศมาพิมพ์บนเสื้อจำ หน่ายเป็นการมิบังควร ผิดกาลเทศะ วอนประชาชนไม่ซื้อมาสวมใส่ประดับร่างกาย
  • x-cite inside

    บรรยากาศแห่งความทรงจำ ความรู้สึก และหัวใจที่สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของเหล่าพสกนิกรไทยที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นับเป็นปรากฏการณ์ที่ยิ่งใหญ่ ก่อให้เกิดการหลอมรวมใจของคนไทยในการ “ทำดีตามรอยพ่อ” เพื่อแปรเปลี่ยนความโศกเศร้า ความอาลัยรัก ให้เป็นพลังในการสานต่อพระราชปณิธานในพระองค์ท่าน
    นางพัชราภรณ์ อินทรียงค์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่ารัฐบาลได้ทำบัตรเชิญสำหรับผู้เข้าร่วมงานทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในวันที่ 26 ต.ค.นี้ โดยจัดพิมพ์จำนวน 5,000 ใบ
    เวียนมาบรรจบครบวาระ 1 ปี ในวันที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จสวรรคต แต่พระองค์ยังทรงสถิตอยู่ในหัวใจของประชาชนชาวไทยทุกดวง