เรารบจนนายรวย

  • Thursday, October 5, 2017 - 00:00


    แน่นอนว่า ประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และกำลังพล เจ้าหน้าที่รัฐ ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่ ยังต้องเผชิญกับความเสี่ยงในชีวิต ความปลอดภัย และดูเหมือนท่าทีของกระบวนการสันติภาพ หรือขั้นตอนกระบวนการสันติสุข ที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะอยู่ในสถานการณ์สุญญากาศ โดยเฉพาะสัญญาณล่าสุด การกำหนดพื้นที่ปลอดภัยอำเภอแรกจึงต้องชะงักอย่างไม่มีกำหนด

    โดยคณะพูดคุยสันติสุขยืนยันตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่า บีอาร์เอ็นที่อยู่นอก มารา ปาตานี ต้องพูดคุยบนโต๊ะที่มารา ปาตานี ร่วมด้วย และหากต้องการแยกคุย ต้องตอบคำถามให้ได้ว่าจะทำอย่างไรกับกลุ่ม PULO BIPP GMIP รวมทั้งสมาชิกบีอาร์เอ็นที่เข้าร่วมการพูดคุยในปัจจุบัน เพราะที่ผ่านมาสมาชิกกลุ่มเหล่านี้มีส่วนร่วมในการสร้างสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่

    อย่างไรก็ตาม นัยการสื่อสารที่สำคัญของคำให้สัมภาษณ์กับฝ่ายที่เรียกว่า โฆษกบีอาร์อาร์เอ็น กับบีบีซีไทย โดยระบุว่า พวกเขาพร้อมที่จะเห็นสันติภาพเกิดขึ้นในพื้นที่ พร้อมที่จะวางอาวุธชั่วคราว และเหล่านี้เป็นเหตุผลที่ได้ออกแถลงการณ์เมื่อเดือนเมษายนปีนี้ เพื่อสื่อสารไปยังรัฐบาลไทย ย้ำข้อเสนอ 3 ข้อ ที่เคยเสนอไว้และถูกรัฐบาลไทยปฏิเสธ หากสังเกตจะเห็นว่าเราพักรบชั่วคราวมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา เพราะเรารู้ดีว่าการแก้ปัญหาต้องอาศัยความเชื่อมั่นของทั้ง 2 ฝ่าย เราได้แสดงให้เห็นว่าเราสามารถคุมกำลังได้ แต่คำถามคือ รัฐบาลไทยสามารถคุมกองกำลังและอาวุธของตนในพื้นที่ได้หรือ ไม่ รัฐบาลควรสร้างความมั่นใจในเรื่องนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งป้องกันไม่ให้กองกำลังปฏิบัติการรุนแรงในพื้นที่

    สำทับด้วยความเห็นของ นายแอนโทนี เดวิส นักวิเคราะห์ประจำประเทศไทยของกลุ่มไอเอชเอส-เจนส์ ได้ระบุกับบีบีซีไทยเช่นกันว่า กระบวนการเจรจาสันติภาพกับมารา ปาตานี ไม่มีความเชื่อมโยงกับความรุนแรงที่เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะผู้ก่อเหตุในจังหวัดชายแดนภาคใต้คือบีอาร์เอ็น ไม่ได้อยู่ในกระบวนการเจรจา 2 เหตุการณ์นี้ อาจจะมาเกี่ยวข้องกันในบางครั้ง เมื่อบีอาร์เอ็นปฏิบัติการทางทหารเพื่อแสดงความไม่พอใจต่อการไม่ตอบสนองต่อข้อเรียกร้องสันติภาพที่เสนอไป รัฐบาลทหารไทยรู้ว่าเจรจาไม่ถูกตัว แต่ใช้การเจรจาเพื่อเป็นหน้าฉาก เพื่อบอกว่าต้องการเห็นสันติภาพ แต่ดูเหมือนปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังไม่ใช่ปัญหาเร่งด่วนของ คสช. นักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงระบุ

    เบื้องต้นคือข้อมูลที่สำคัญ และมีนัยสำคัญที่สื่อสารออกมาอย่างน่าพิเคราะห์เป็นอย่างยิ่ง ท่ามกลางสถานการณ์สุญญากาศของกระบวนการสานต่อสันติสุข หรือการเจรจาสันติภาพในพื้นที่ และมีข้อสังเกตที่ท่าทีของฝ่ายรัฐบาลไทย ที่สำคัญคือ ท่าทีของการเจรจา นั่นคือ แนวทางเลือกที่จะไม่เจรจาใช่หรือไม่

    และคำถามที่สำคัญคือ แนวทางของการเจรจาสันติภาพจะเดินไปทางไหนต่อ? ในพื้นที่ท่ามกลางความสูญเสีย บาดเจ็บ ล้มตายของประชาชน และฝ่ายปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่คนเล็กคนน้อยที่ต้องประจันหน้าความตายทุกวี่วัน โดยที่ ฝ่ายยุทธวิธี ฝ่ายผู้มีอำนาจ ไม่มีนโยบายที่แน่ชัดในการแก้ปัญหา มีเพียงงบประมาณที่เทลงอย่างมหาศาลตลอดเวลากว่าสิบปีที่ผ่านมาในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ พร้อมเสียงสะท้อนที่ว่า เรารบจนนายรวย?.

  • เปลว สีเงิน

    ๒๑ ตุลาคม วนมาอีกรอบ ถึงวันเกิดที ก็มานั่งนับอายุกันที หนังสือพิมพ์ก็เหมือนคน ไทยโพสต์ผ่านมาได้ ๒๑ ปี ขึ้นปีที่ ๒๒ ไม่ช้าไม่นาน ถ้าเป็นคนก็กำลังจะจบมหาวิทยาลัย ใกล้ได้เวลาย่างเท้าเข้าสู่ตลาดแรงงาน อายุมากขึ้น มาพร้อมกับจำนวนครั้งการเต้นของหัวใจที่ลดลงเรื่อยๆ
  • บทบรรณาธิการ

    เห็นภาพประชาชนคนไทย หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ร่วมมือร่วมใจกันทำกิจกรรมเนื่องในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ไม่ว่าจะเจอสภาพอากาศแปรปรวนขนาดไหน ตั้งแต่ฝนตก น้ำท่วม แดดร้อน ก็ไม่มีปัญหาการกระทบกระทั่ง สร้างบรรยากาศที่ไม่พึงประสงค์ให้เกิดขึ้น
  • เอ็กซ์-ไซท์

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา ร.ต.อ.ศักดิ์ชาย กิตติอุดมพันธ์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ได้รับแจ้งเกิดเหตุฆาตกรรม ที่บ้านเลขที่ 57 หมู่ 2 บ้านโคกยาง ตำบลก้านเหลือง อำเภอนางรอง
    นายอำเภอท่าแซะ ชุมพร สั่งการเร่งจับหมีโดยเร็วหลังชาวบ้านผวาหนัก เจ้าหน้าที่อนุรักษ์สัตว์ป่าวางกรงเหล็กกับดักขนาดใหญ่พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิด คาดไม่เกิน 5 วันรู้ผล
    ตำรวจเตือนนำภาพพระเมรุมาศมาพิมพ์บนเสื้อจำ หน่ายเป็นการมิบังควร ผิดกาลเทศะ วอนประชาชนไม่ซื้อมาสวมใส่ประดับร่างกาย
  • x-cite inside

    บรรยากาศแห่งความทรงจำ ความรู้สึก และหัวใจที่สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของเหล่าพสกนิกรไทยที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นับเป็นปรากฏการณ์ที่ยิ่งใหญ่ ก่อให้เกิดการหลอมรวมใจของคนไทยในการ “ทำดีตามรอยพ่อ” เพื่อแปรเปลี่ยนความโศกเศร้า ความอาลัยรัก ให้เป็นพลังในการสานต่อพระราชปณิธานในพระองค์ท่าน
    นางพัชราภรณ์ อินทรียงค์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่ารัฐบาลได้ทำบัตรเชิญสำหรับผู้เข้าร่วมงานทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในวันที่ 26 ต.ค.นี้ โดยจัดพิมพ์จำนวน 5,000 ใบ
    เวียนมาบรรจบครบวาระ 1 ปี ในวันที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จสวรรคต แต่พระองค์ยังทรงสถิตอยู่ในหัวใจของประชาชนชาวไทยทุกดวง