อย่าปล่อยลอยนวล

  • Wednesday, October 4, 2017 - 00:00


    การออกมาเปิดเผยข้อมูลทางด้านการข่าวของทั้งพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และพลเอกเฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก เกี่ยวกับเรื่องจะมีกลุ่มคนเคลื่อนไหวก่อเหตุในช่วงเดือนตุลาคม ทั้งจากในและนอกประเทศ ถือเป็นข้อมูลที่ไม่ควรมองข้ามและปล่อยผ่านแค่เพียงการแจ้งเตือน แค่การแจ้งข่าวเพื่อเฝ้าระวังเท่านั้น หน่วยงานด้านความมั่นคง หน่วยงานที่ดูแลด้านกฎหมายควรที่จะขยายผลดำเนินการอย่างจริงจังและเด็ดขาดกับกลุ่มดังกล่าวเสียที

    ต้องยอมรับว่ากลุ่มที่ออกมาปลุกระดม ก่อกวน สร้างความวุ่นวายดังกล่าว เป็นกลุ่มเดิมๆ และส่วนใหญ่ก็จะมีการเคลื่อนไหวปลุกระดมในโซเชียลมีเดีย เหมือนอย่างข้อมูลผู้บัญชาการทหารบกได้รับและบอกไว้ว่ามีการปลุกระดมในโซเชียลมีเดียมานานแล้ว แต่ดูเหมือนมาตรการดำเนินการกับกลุ่มเหล่านี้ของรัฐบาล กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่มีอะไรให้เห็นเป็นรูปธรรม หรือยับยั้งการกระทำของคนเหล่านี้ได้เลย เพราะยังคงมีการโพสต์ข้อความปลุกระดม โพสต์ข้อความมิบังควรอยู่เป็นระยะ

    จริงอยู่การจะเอาผิดผู้ที่โพสต์ข้อความทางโซเชียล หากมีการจดทะเบียนอยู่ต่างประเทศ มีการเคลื่อนไหวอยู่ต่างประเทศ จะเป็นเรื่องยาก จะเป็นเรื่องวุ่นวายอย่างมากในการดำเนินการ อันจะเห็นได้จากหลายๆ ครั้งที่มีการโพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่ ข้อความที่ไม่เหมาะสม ก็ยังไม่สามารถเอาคนผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายได้เลย แต่การบล็อก การสกัดกั้นไม่ให้เว็บหรือเพจที่มีพฤติกรรมเหล่านี้ได้เผยแพร่ออกสู่สังคมก็น่าจะทำได้ในระดับหนึ่งไม่ใช่หรืออย่างไร

    ยิ่งตลอดช่วงเดือนตุลาคมนี้ เป็นเดือนที่มีงานสำคัญ งานที่คนไทยทั้งประเทศต่างร่วมใจถวายความจงรักภักดี ถวายความอาลัย ไม่ควรมีคนใด กลุ่มไหนออกมาก่อกวนหรือสร้างความเสียหายให้เกิดขึ้นแม้เพียงนิดเดียว การขยับสั่งการของพลเอกเฉลิมชัยให้กองทัพติดตามหาข่าว ติดตามผู้ที่คิดว่ามีเป้าประสงค์จะก่อกวน รวมทั้งพลตำรวจเอกศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ฝ่ายความมั่นคง กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนหาข่าว เฝ้าจับตาทุกกลุ่มที่เคยมีประวัติ มีการเคลื่อนไหว และกวาดล้างผู้ที่มีหมายจับ เป็นสิ่งที่ถูกต้องและเป็นมาตรการเชิงรุกที่ควรดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุร้ายใดๆ ทั้งสิ้น

    แต่สิ่งที่เราอยากเห็นและอยากให้เกิดเป็นรูปธรรมมากที่สุดคือ รัฐบาล หน่วยงานด้านความมั่นคง หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ต้องเร่งหามาตรการเอาผิด โดยเฉพาะเว็บไซต์และเพจต่างๆ ที่มีเนื้อหาใจความเชิงปลุกระดม เชิงสร้างความแตกแยก สร้างความร้าวฉานในสังคม มาดำเนินการทางกฎหมายอย่างจริงจังและเด็ดขาดมากขึ้น อย่าปล่อยให้คนเหล่านี้ลอยนวลอีกต่อไป.

  • เปลว สีเงิน

    ๒๑ ตุลาคม วนมาอีกรอบ ถึงวันเกิดที ก็มานั่งนับอายุกันที หนังสือพิมพ์ก็เหมือนคน ไทยโพสต์ผ่านมาได้ ๒๑ ปี ขึ้นปีที่ ๒๒ ไม่ช้าไม่นาน ถ้าเป็นคนก็กำลังจะจบมหาวิทยาลัย ใกล้ได้เวลาย่างเท้าเข้าสู่ตลาดแรงงาน อายุมากขึ้น มาพร้อมกับจำนวนครั้งการเต้นของหัวใจที่ลดลงเรื่อยๆ
  • บทบรรณาธิการ

    เห็นภาพประชาชนคนไทย หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ร่วมมือร่วมใจกันทำกิจกรรมเนื่องในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ไม่ว่าจะเจอสภาพอากาศแปรปรวนขนาดไหน ตั้งแต่ฝนตก น้ำท่วม แดดร้อน ก็ไม่มีปัญหาการกระทบกระทั่ง สร้างบรรยากาศที่ไม่พึงประสงค์ให้เกิดขึ้น
  • เอ็กซ์-ไซท์

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา ร.ต.อ.ศักดิ์ชาย กิตติอุดมพันธ์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ได้รับแจ้งเกิดเหตุฆาตกรรม ที่บ้านเลขที่ 57 หมู่ 2 บ้านโคกยาง ตำบลก้านเหลือง อำเภอนางรอง
    นายอำเภอท่าแซะ ชุมพร สั่งการเร่งจับหมีโดยเร็วหลังชาวบ้านผวาหนัก เจ้าหน้าที่อนุรักษ์สัตว์ป่าวางกรงเหล็กกับดักขนาดใหญ่พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิด คาดไม่เกิน 5 วันรู้ผล
    ตำรวจเตือนนำภาพพระเมรุมาศมาพิมพ์บนเสื้อจำ หน่ายเป็นการมิบังควร ผิดกาลเทศะ วอนประชาชนไม่ซื้อมาสวมใส่ประดับร่างกาย
  • x-cite inside

    บรรยากาศแห่งความทรงจำ ความรู้สึก และหัวใจที่สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของเหล่าพสกนิกรไทยที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นับเป็นปรากฏการณ์ที่ยิ่งใหญ่ ก่อให้เกิดการหลอมรวมใจของคนไทยในการ “ทำดีตามรอยพ่อ” เพื่อแปรเปลี่ยนความโศกเศร้า ความอาลัยรัก ให้เป็นพลังในการสานต่อพระราชปณิธานในพระองค์ท่าน
    นางพัชราภรณ์ อินทรียงค์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่ารัฐบาลได้ทำบัตรเชิญสำหรับผู้เข้าร่วมงานทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในวันที่ 26 ต.ค.นี้ โดยจัดพิมพ์จำนวน 5,000 ใบ
    เวียนมาบรรจบครบวาระ 1 ปี ในวันที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จสวรรคต แต่พระองค์ยังทรงสถิตอยู่ในหัวใจของประชาชนชาวไทยทุกดวง