ความยากลำบากของความเป็นกลาง

  • Wednesday, October 4, 2017 - 00:00


    ฮื่ออ์อ์อ์...ตกลงก็ได้ไปเจอกันเรียบโร้ยย์ย์ย์แล้ว ระหว่างนายกฯ บิ๊กตู่ ของเรากับ ทรัมป์บ้า ดูจากภาพผู้นำทั้งสองนั่งเก้าอี้เคียงคู่ มีสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง หรือหมายเลขอะไรก็แล้วแต่ข้างๆ กาย มีไมโครโฟนแท่งยาวๆ แยงบน แยงล่าง แม้เป็นผู้นำประเทศเล็กๆ แต่ บิ๊กตู่ ท่านก็ดูจะไม่ได้ออกอาการประหม่าอะไรกี่มากน้อย รัศมี บารมี ยังพอฟัด พอเหวี่ยงกันได้ ไม่ถึงกับหูตก หางตก อย่างที่ใครกลัวๆ ว่าจะไป ศิโรราบ ให้ ทรัมป์บ้า อะไรประมาณนั้น...
    ------------------------------------------------------
    คือยังไงๆ คงแน่นอนนั่นแหละว่า...ทรัมป์บ้า นั้น เขาคงต้องหาช่อง หาทาง ที่จะหาประโยชน์จากประเทศไทยให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ตามแบบฉบับ America First อย่างมิพึงสงสัย จะเป็นสารเคมีการเกษตร เครื่องในหมู สิทธิบัตรยา สนามบินอู่ตะเภา หรือการได้ดุลการค้า ฯลฯ ถ้าหากเขามีช่อง มีโอกาส เขาคงต้อง เอา อยู่แล้วแน่ๆ ซึ่งคงไม่ต่างไปจากเรานั่นแหละ อะไรที่เอาได้...เราคงไม่คิดจะปฏิเสธโดยเด็ดขาด ส่วนเราจะ เอาเขา หรือเขาจะ เอาเรา หรืออีนี่...นายก็เอาจ๋าน จ๋านก็เอานาย ถือว่าต่างคนต่างเอาแล้วกันนะนายจ๋า ตามแบบสำนวนแขกในเรื่องตลกประเภทเดอร์ตี้โจ๊ก อันนี้...คงต้องค่อยๆ พิจารณากันไปตามเนื้อผ้า...
    ----------------------------------------------------
    พูดง่ายๆ ว่า...เรื่องของ ผลประโยชน์แห่งชาติ นั้น มันคงไม่มีใครเสีย-ใครได้ ไปด้วยกันทั้งหมด มีแต่ต้องได้บ้าง-เสียบ้างไปตามสภาพ แม้นมีโอกาส Win-Win ไปด้วยกันทั้งสองฝ่าย แต่ความ Win ที่ว่า...ย่อมหนีไม่พ้นที่ต้องโยงไปถึงทัศนะมุมมองต่อ ความเป็นชาติ ของแต่ละฝ่ายอีกด้วย เพราะถ้า ความเป็นชาติ ของฝ่ายหนึ่ง-ฝ่ายใด เกิดอาการ กระจุกตัว อยู่แค่กลุ่มคนไม่กี่กลุ่มภายในชาติตัวเองเป็นหลัก ความ Win ที่ว่ามันอาจกลายเป็นความ Lose ของคนจำนวนมากมายมหาศาลเอาง่ายๆ ได้เช่นกัน เหมือนอย่างเจ้าของดาวเทียมชาติอะไรก็ไม่รู้ ได้สัญญาณดาวเทียม ได้พิกัดวงโคจร ไปแบบเต็มๆ เนื้อๆ ขณะที่เกษตรกรชาตินั้นๆ หวิดหมดเนื้อ หมดตัว ขายกระเทียม หัวหอม ลำไย ฯลฯ แทบไม่ได้ แถมยังต้องปล่อยให้เจ้าของเหมืองทองของชาติอื่น เข้ามาขุดหาทองคำชนิดเลอะเทอะเปรอะเปื้อนไปเป็นจังหวัดๆ...
    ------------------------------------------------------
    ซึ่งคงต้องถือเป็นโชคดีของประเทศไทย...ที่ผู้นำอย่างนายกฯ บิ๊กตู่ ท่านไม่เคยเป็นเจ้าของดาวทง ดาวเทียม หรือแม้แต่ไม่เคยเป็นเจ้าของโรงแรม สนามกอล์ฟ เหมือนอย่าง ทรัมป์บ้า การพูดคุย เจรจา แบบมีเสีย-มีได้ ในเรื่องทำนองนี้ มันจึงไม่ถึงกับน่าห่วง น่าวิตกกังวล ซักเท่าไหร่ แม้ว่า ความเป็นชาติ ของประเทศไทยโดยทั่วไป ยังคง กระจุกตัว อยู่ในกลุ่มคนแค่ไม่กี่กลุ่ม ชนิดว่ากันว่ารายได้ 85 เปอร์เซ็นต์ของการส่งออก อยู่ในมือกลุ่มคนประมาณ 5 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง แต่นั่นยังไม่น่าหนักใจเท่ากับเรื่องที่มันออกจะร้อนๆ อย่างเป็นพิเศษ นั่นคือเรื่องของการหาทางประคับประคองความเป็นชาติไทย ประเทศไทย ให้เกิด ภาวะสมดุล ภายใต้บรรยากาศที่มหาอำนาจแต่ละฝ่าย ต่างๆ หันมาลงมือ ลงตีน ระหว่างกันและกันหนักขึ้นเรื่อยๆ...
    ---------------------------------------------------------
    คือภาวะแบบที่ว่านี้...ว่าไปแล้ว มันออกจะยากซ์ซ์ซ์เอามากๆ แม้โดยทางทฤษฎีอาจจะดูเหมือนง่าย หรือในทางวิเทโศบายย่อมถือเป็นสิ่งเหมาะสม สอดคล้อง กับความเป็นประเทศเล็กๆ อย่างไทยแลนด์ แดนสยาม อย่างมิพึงสงสัย แต่กระทั่งอดีตนายกรัฐมนตรีชายชาติทหาร อย่าง จอมพล ป.พิบูลสงคราม ก็เถอะ พอถึงจุดใด จุดหนึ่งขึ้นมา...ก็ เอาไม่อยู่ ไปด้วยกันทั้งนั้น ต้องสูญสิ้น สมดุล สูญเสีย ความเป็นกลาง อย่างมิอาจปฏิเสธและหลีกเลี่ยงได้ เมื่อมหาอำนาจในอดีตอย่างญี่ปุ่นมองเห็นประเทศไทยเป็น ทางผ่าน ที่จะเอาไว้ไล่ยิง ไล่ฆ่า พวกมหาอำนาจอังกฤษ อเมริกา ในพม่า ในอินเดีย โน่นเลย...
    ------------------------------------------------------------
    การรักษาสมดุลแบบไทยๆ หรือความเป็นกลางแบบไทยๆ จึงต้องอาศัยการ เล่นไพ่ 2 หน้า แบบชนิดเล่นเอาทั้งญี่ปุ่น ทั้งอังกฤษ อเมริกา งงง์ง์ง์กันไปเป็นแถบๆ คือรัฐบาลเล่นบทเป็นมิตรร่วมวงไพบูลย์เอเชียกับญี่ปุ่น ขณะที่ภาคประชาชนกลับหันไปเล่นบท เสรีไทย มีทั้งสายอังกฤษ สายอเมริกา จนสามารถรอดปากเหยี่ยว ปากกา มาได้แบบหวุดๆ หวิดๆ แต่การที่จะนำเอาไพ่สำรับเดียวกันนี้ กลับมาเล่นใหม่ มันคงไม่ถึงกับง่ายซักเท่าไหร่นัก จะแค่แจกไพ่ รถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ให้ญี่ปุ่นเล่น แล้วหันมาแจกไพ่ รถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ-หนองคาย ให้จีนเล่น ดูๆ แล้ว...มันยังไม่น่าจะ เนียน ซักเท่าไหร่ แถมส่งผลให้พวก จีนอิสซึ่ม กับ ญี่ปุ่นอิสซึ่ม หรือ อเมริกาอิสซึ่ม ที่ต่างเป็นคนไทยด้วยกันแท้ๆ แทบจะตีกันตายไปแล้วทุกวันนี้...
    -----------------------------------------------------------
    อันนี้นี่แหละ...ที่ต้องถือว่าน่าห่วง น่าหนักใจเอามากๆ เพราะสำคัญที่สุดก็คือ...มันคงต้องอาศัยความเป็นน้ำหนึ่ง ใจเดียว ความปรองดอง สมานฉันท์ หรือความรู้-รัก-สามัคคี ในหมู่คนในชาติอย่างชนิดสูงเอามากๆ ถึงพอรอดปากเหยี่ยว ปากกาได้แบบหวุดๆ หวิดๆ หรือแบบสบายๆ ก็แล้วแต่ระดับความร่วมมือ ร่วมใจ ในแต่ละขั้น แต่ละช่วงระยะ ซึ่งอันนี้นี่แหละ...จะโยนให้เป็นภาระของ บิ๊กตู่ แบกรับโดยลำพัง...คงมิได้ มีแต่ต้องหันมาร่วมแบก ร่วมหาม โดยถ้วนหน้าไปด้วยกันทุกคน ทุกกลุ่ม ทุกฝ่าย ทุกทวยไทย มันถึงพอรอดๆ กันไปได้มั่ง ไม่งั้น...ถึง ไม่เสร็จทรัมป์ ก็อาจ เสร็จสี ไม่ก็ เสร็จอาเบะ เอาจนได้นั่นแล...
    --------------------------------------------------------
    ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Epictetus (อีกครั้ง...และอีกครั้ง)... “Fortify yourself with contentment, for this an impregnable fortress.- จงสร้างความแข็งแกร่งให้กับตัวท่านด้วยความสันโดษ (พอเพียง) เพราะนี่คือป้อมปราการที่ไม่มีผู้ใดจะตีแตก...”
    -----------------------------------------------------------

  • เปลว สีเงิน

    ๒๑ ตุลาคม วนมาอีกรอบ ถึงวันเกิดที ก็มานั่งนับอายุกันที หนังสือพิมพ์ก็เหมือนคน ไทยโพสต์ผ่านมาได้ ๒๑ ปี ขึ้นปีที่ ๒๒ ไม่ช้าไม่นาน ถ้าเป็นคนก็กำลังจะจบมหาวิทยาลัย ใกล้ได้เวลาย่างเท้าเข้าสู่ตลาดแรงงาน อายุมากขึ้น มาพร้อมกับจำนวนครั้งการเต้นของหัวใจที่ลดลงเรื่อยๆ
  • บทบรรณาธิการ

    เห็นภาพประชาชนคนไทย หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ร่วมมือร่วมใจกันทำกิจกรรมเนื่องในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ไม่ว่าจะเจอสภาพอากาศแปรปรวนขนาดไหน ตั้งแต่ฝนตก น้ำท่วม แดดร้อน ก็ไม่มีปัญหาการกระทบกระทั่ง สร้างบรรยากาศที่ไม่พึงประสงค์ให้เกิดขึ้น
  • เอ็กซ์-ไซท์

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา ร.ต.อ.ศักดิ์ชาย กิตติอุดมพันธ์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ได้รับแจ้งเกิดเหตุฆาตกรรม ที่บ้านเลขที่ 57 หมู่ 2 บ้านโคกยาง ตำบลก้านเหลือง อำเภอนางรอง
    นายอำเภอท่าแซะ ชุมพร สั่งการเร่งจับหมีโดยเร็วหลังชาวบ้านผวาหนัก เจ้าหน้าที่อนุรักษ์สัตว์ป่าวางกรงเหล็กกับดักขนาดใหญ่พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิด คาดไม่เกิน 5 วันรู้ผล
    ตำรวจเตือนนำภาพพระเมรุมาศมาพิมพ์บนเสื้อจำ หน่ายเป็นการมิบังควร ผิดกาลเทศะ วอนประชาชนไม่ซื้อมาสวมใส่ประดับร่างกาย
  • x-cite inside

    บรรยากาศแห่งความทรงจำ ความรู้สึก และหัวใจที่สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของเหล่าพสกนิกรไทยที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นับเป็นปรากฏการณ์ที่ยิ่งใหญ่ ก่อให้เกิดการหลอมรวมใจของคนไทยในการ “ทำดีตามรอยพ่อ” เพื่อแปรเปลี่ยนความโศกเศร้า ความอาลัยรัก ให้เป็นพลังในการสานต่อพระราชปณิธานในพระองค์ท่าน
    นางพัชราภรณ์ อินทรียงค์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่ารัฐบาลได้ทำบัตรเชิญสำหรับผู้เข้าร่วมงานทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในวันที่ 26 ต.ค.นี้ โดยจัดพิมพ์จำนวน 5,000 ใบ
    เวียนมาบรรจบครบวาระ 1 ปี ในวันที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จสวรรคต แต่พระองค์ยังทรงสถิตอยู่ในหัวใจของประชาชนชาวไทยทุกดวง