ว่าด้วยความเจริญประเทศไทย

  • Tuesday, October 3, 2017 - 00:00


    อันที่จริง ความเจริญ ในบ้านเรา...คงไม่ได้มีอยู่แค่ 2 เจริญ อย่างที่ใครเค้าชอบเหน็บๆ แนมๆ กันในช่วงนี้ อย่าง เจริญ วรรธนะสิน นั่นก็เจริญ ทั้งเก่ง ทั้งฉลาด เล่นกีฬาก็สุดยอด เขียนหนังสือก็สุดแซ่บ แถมยังเป็น พ่อดารา อีกซะล่วย ประเดิม ดำรงเจริญ นี่ก็อีกหนึ่งเจริญ ก่อนๆ นี้ดังพอได้ แต่หลังๆ เงียบหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้ ถือเป็นมิตรที่น่ารัก น่าใคร่ มิใช่ น้อยของ ท่านขุนน้อย ประเภทพบเห็นสบายตา คบหาสบายใจ อะไรทำนองนั้น...
    ----------------------------------------------
    และก็ยังอีกหลายหมื่น หลายแสนเจริญ แค่ลองไปคลิกกูเกิล หรือค้นหาตามเฟซบุ๊ก ก็เรียงหน้าให้เห็นเป็นแผงๆ แต่เหตุที่เจริญ 2 เจริญ ถูกหยิบมาอ้าง มาเหน็บ ในช่วงหลังๆ นี้ อาจด้วยเหตุเพราะเป็นประเภท รวยไม่เสร็จ ไปด้วยกันทั้งคู่ ไม่ว่า เจริญเหล้า หรือ เจริญโภคภัณฑ์ คือไม่ว่าใครจะเบียด ใครจะแซง อยู่บ้างในบางช่วง บางปี แต่สุดท้าย...ก็ถูกตามหายใจรดต้นคอ หรือถูกกระแทกข้าง ต้องชิดซ้ายตกคู ตกคลอง ไปตามระเบียบ ไม่ได้อยู่ยั้ง ยืนยง เหมือน 2 เจริญที่ว่า ซึ่งคงปฏิเสธไม่ได้ว่า ท่านออกจะรวยแบบต่อเนื่อง ยั่งยืน คงทน ถาวร ยากซ์ซ์ซ์ที่ใครจะไปโยก ไปคลึง ได้ง่ายๆ...
    ------------------------------------------------
    ด้วยเหตุเพราะความรวยไม่เลิก รวยไม่เสร็จ นั่นเอง...ที่อาจส่งผลให้ผู้คนเค้าเกิดอิจฉา ตาร้อน ขึ้นมาเป็นธรรมดา แม้ว่าตะก่อนนี้ ยุคที่สังคมไทยยังใกล้ชิด ติดพัน กับพระพุทธศาสนา ความรวย-ความจน อาจถือเป็นเรื่องปกติธรรมดา ที่ผู้คนเค้าคงไม่ได้คิดหยิบมาถือสาหาความมากมายซักเท่าไหร่ เพราะเขาอาจวัดตัดสินกันด้วยความดี-ความชั่วนั่นแหละเป็นหลัก เศรษฐีที่ดีย่อมถือเป็นคนดี ที่ไม่น่าไปอิจฉา ตาร้อน อะไรให้ต้องเสียเซลฟ์ เสียเวลา ไม่ต่างอะไรไปจากยาจกที่ดี ที่ควรได้รับการยกย่อง เชิดชู อย่างเสมอหน้า ส่วนเศรษฐีที่ชั่ว หรือยาจกที่ชั่ว ย่อมต้องได้รับการปฏิเสธอยู่แล้วแน่ๆ...
    -----------------------------------------------
    อย่างที่ ท่านพุทธทาสภิกขุ ท่านเคยหยิบยกเอาเรื่อง อนาถบิณฑกเศรษฐี ในหนังสือพระไตรปิฎก หรือในครั้งยุคพุทธกาลมาใช้เป็นตัวอย่างอธิบายให้บรรดาฝ่ายซ้ง ฝ่ายซ้าย ในช่วงระยะนั้น เลิกยึดมั่นต่อทัศนคติประเภทอาศัยความรวย-ความจน หรืออาศัย ทัศนะทางชนชั้น เป็นเครื่องกำหนดความดี-ความชั่วไปซะแทนที่ โดยท่านพยายามหันไปชี้แนะ ชี้นำ ให้อาศัย ธรรมะ นั่นแหละเป็นหลัก เพราะเศรษฐีดีๆ ผู้ที่มี ธรรมะ เป็นสิ่งยึดมั่น ยึดถือ ก็ใช่ว่าจะไม่มีเอาเสียเลยในโลกใบนี้ อาทิ อนาถบิณฑกเศรษฐี ที่มีเงินเท่าไหร่ก็ขนเงิน ขนทอง ใส่เกวียนมาบริจาคให้กับคนยาก คนจน ให้กับพระศาสนา ชนิดเท่าไหร่ก็ไม่อั้น...
    ------------------------------------------------
    แต่ก็อย่างว่า...หลังๆ นี้ไม่เพียงแต่สังคมไทยค่อยๆ ห่างไกลพระพุทธศาสนายิ่งขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งแม้แต่ พระ แท้ๆ ท่านยังหันไปใกล้ชิด ติดพัน กับความรวย ความมีเงิน มีทอง จนแทบไม่ได้สนใจ ธรรมะ อะไรเอาเลยแม้แต่น้อย เผลอๆ ยังแก้ไข ดัดแปลง ให้กลายเป็น จุดขาย หรือจุดในการได้มาซึ่งเงินๆ ทองๆ ผลิต ค้อนสวรรค์, ผ้ายันต์ลิเวอร์พูล, ปลัดขิกวัดบางขุนเทียนนอก ฯลฯลฯ และอะไรต่อมิอะไรอีกเยอะแยะมากมายออกมา เรียกแขก หรือมาเรียกเงินบริจาคหลังจาก อมเงินทอนวัด ไปแล้วเต็มๆ อะไรต่อมิอะไรเหล่านี้มันก็เลยย่อมทำให้ การอิจฉาคนรวย หรือไม่ค่อยชอบขี้หน้าคนรวย ย่อมถือเป็นเรื่องปกติธรรมดา ที่ยากจะปฏิเสธและหลีกเลี่ยงได้ ความเจริญของประเทศไทยจึงมีอันต้องมาลงที่ 2 เจริญ ด้วยประการฉะนี้...
    ---------------------------------------------
    ซึ่งอันที่จริงสำหรับ เจริญเหล้า นั้น...อาจไม่ถึงกับหนักหน่วง หนักหนา สาหัส ซักเท่าไหร่ เพราะแกออกจะรวยแบบเงียบๆ ไม่ค่อยปรากฏหน้า ปรากฏตา ไม่ค่อยออกมาแสดงทัศนคติ ความคิด ความเห็น ให้ใครต่อใครเกิดอาการ เปรี้ยว โดยใช่เหตุ แม้จะรวยเพราะเหล้า หรือรวยเพราะการละเมิดศีลสุราเมระยะ มัชชะ ปะมา แต่ด้วยเหตุเพราะสุรานั้นใช่ว่าจะเป็นเหล้าถ่ง เหล้าเถื่อน ที่ไหน แต่เป็นสิ่งที่รัฐยอมอนุญาตให้แกผูกขาดเอาไว้เอง แกก็เลยไม่ถึงกับ ผิดศีล แบบจะจะ จังๆ แถมระหว่างรวยก็ยังหมั่นควักเงินบริจาค ให้กับใครต่อใคร แม้ไม่ถึงกับขนใส่เกวียนไปแจกคนยาก คนจน แบบ อนาถบิณฑกเศรษฐี ก็ตาม แต่ก็พอได้ไหลปรี๊ดๆ ออกมามั่ง ส่วนที่บริจาคให้คนใหญ่ คนโต ซึ่งออกจะไหลแบบพลั่กๆๆ อันนั้น...คงต้องถือเป็นรสนิยมส่วนตัวของแกก็แล้วกัน...
    ----------------------------------------------
    แต่ที่น่าจะหนักหนา สาหัส อยู่พอสมควร...คงเป็น เจริญโภคภัณฑ์ นั่นแหละเป็นหลัก เพราะแม้เมื่อก่อนอาจรวยเงียบ แต่เมื่อรวยแล้ว ไม่รู้จะเอาเงินไปไว้ที่ไหนแล้ว ก็ออกจะโฉ่งๆ ฉ่างๆ มิใช่น้อย คือขยันที่จะสร้าง ความเปรี้ยว ให้กับใครต่อใครมาโดยตลอด ไม่ว่ายุคไหน สมัยไหน รัฐบาลไหน ต่อรัฐบาลไหน เจริญนี้...เขามักชอบสอด ชอบแทรก ไปแทบทุกเรื่องทุกช่วงกาลโอกาส และรัฐบาลแทบทุกรัฐบาลก็มัก เสร็จเจริญ มาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง หรือไม่เลือกตั้งก็ตามแต่ ซึ่งการที่รัฐบาลแทบทุกรัฐบาลมัก เสร็จเจริญ อยู่บ่อยๆ ไม่ว่าเจริญเหล้า หรือเจริญโภคภัณฑ์ อันนี้นี่แหละ...มันเลยก่อให้เกิดการสั่งสมของความอิจฉา ตาร้อน เกิดการเหน็บแนม ไปถึงขั้น...อุปมา-อุปไมยว่าความเจริญประเทศไทยมีอยู่แค่ 2 เจริญเท่านั้น โดยไม่ได้คิดจะดึงเอาเจริญ วรรธนะสิน หรือประเดิม ดำรงเจริญ มาเกี่ยวข้องด้วยเลย
    -----------------------------------------------------
    ก็เอาเถอะ...ถือเป็นการเหน็บแนมพอให้หายแสบ หายคัน กันมั่ง แต่คงต้องระมัดระวังเอาไว้หน่อย คืออย่าปล่อยให้มันถูกพัฒนากลายเป็นเรื่องจริง เรื่องจัง แบบชัดๆ จะจะ เกิดอาการ รวยกระจุก-จนกระจาย อย่างเห็นได้ชัด ชนิดที่ความดี-ความชั่ว ไม่ได้ถูกวัดกันโดยมาตรฐานทาง ธรรมะ อีกต่อไป แต่ต้องหันไปอาศัยมาตรฐานทาง ชนชั้น มาชี้ขาดกันแทนที่ อันนี้นี่แหละที่อาจถึงขั้นยุ่งฉิบหาย...ยุ่งตายห่ะ ขึ้นมาได้ง่ายๆ เพราะมันอาจส่งผลกระทบไปถึงระดับ โครงสร้าง ของสังคมทั้งสังคม ที่อาจต้องถูกพลิก ถูกเปลี่ยน ชนิดพลิกฟ้า คว่ำดิน ขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ย่อมได้!!!
    -------------------------------------------------------
    ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้จาก Seneca (อีกครั้ง)... It is not the man who has too little who is poor, but the one who craves more.- ผู้ที่มีไม่มากไม่ใช่คนจน เพราะคนจนก็คือผู้อยากมีโดยไม่รู้จักพอ....
    -------------------------------------------------------

  • เปลว สีเงิน

    ๑๐๗ ปีที่ผ่านมา........... เมื่อวันที่ ๒๓ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๕๓ "พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว" รัชกาลที่ ๕ เสด็จสวรรคต! พระองค์ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงประชาชาวไทย ได้รับการถวายพระราชสมัญญาว่า "สมเด็จพระปิยมหาราช"
  • บทบรรณาธิการ

    จากการซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศที่ผ่านมา พบว่ายังมีการปฏิบัติที่ไม่เหมาะสม แม้แต่สื่อมวลชนบางสำนักที่ทำหน้าที่นำเสนอข้อมูลและให้ความรู้กับประชาชนมาโดยตลอดเรื่องแนวทางการปฏิบัติยังละเมิดข้อตกลงที่ตกลงกันไว้ หลังถ่ายทอดสดผ่านโทรศัพท์มือถือ หรือไลฟ์สดขณะซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ
  • เอ็กซ์-ไซท์

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา ร.ต.อ.ศักดิ์ชาย กิตติอุดมพันธ์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ได้รับแจ้งเกิดเหตุฆาตกรรม ที่บ้านเลขที่ 57 หมู่ 2 บ้านโคกยาง ตำบลก้านเหลือง อำเภอนางรอง
    นายอำเภอท่าแซะ ชุมพร สั่งการเร่งจับหมีโดยเร็วหลังชาวบ้านผวาหนัก เจ้าหน้าที่อนุรักษ์สัตว์ป่าวางกรงเหล็กกับดักขนาดใหญ่พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิด คาดไม่เกิน 5 วันรู้ผล
    ตำรวจเตือนนำภาพพระเมรุมาศมาพิมพ์บนเสื้อจำ หน่ายเป็นการมิบังควร ผิดกาลเทศะ วอนประชาชนไม่ซื้อมาสวมใส่ประดับร่างกาย
  • x-cite inside

    บรรยากาศแห่งความทรงจำ ความรู้สึก และหัวใจที่สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของเหล่าพสกนิกรไทยที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นับเป็นปรากฏการณ์ที่ยิ่งใหญ่ ก่อให้เกิดการหลอมรวมใจของคนไทยในการ “ทำดีตามรอยพ่อ” เพื่อแปรเปลี่ยนความโศกเศร้า ความอาลัยรัก ให้เป็นพลังในการสานต่อพระราชปณิธานในพระองค์ท่าน
    นางพัชราภรณ์ อินทรียงค์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่ารัฐบาลได้ทำบัตรเชิญสำหรับผู้เข้าร่วมงานทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในวันที่ 26 ต.ค.นี้ โดยจัดพิมพ์จำนวน 5,000 ใบ
    เวียนมาบรรจบครบวาระ 1 ปี ในวันที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จสวรรคต แต่พระองค์ยังทรงสถิตอยู่ในหัวใจของประชาชนชาวไทยทุกดวง