'บิ้กตู่' พบ 'ทรัมป์' ผลประโยชน์อยู่เหนือประชาธิปไตย?

  • Monday, October 2, 2017 - 11:37

    หากไล่เลียง ผู้นำทางการเมืองของไทย ทีมีโอกาสไปเยือนทำเนียบขาว บิ้กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ถือว่ายังมี นายทักษิณ ชินวัตร อดีตผู้นำทางการเมือง อีกคน ทีได้ไปเยือนก่อนหน้านี้ หากไล่เลียงกันมา ในยุคสิบปีที่ผ่านมา หลังจาก

    โดย การเดินทางเยือนสหรัฐอเมริกาของ “บิ๊กตู่” ตามคำเชิญของนายโดนัล ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 2 – 4 ต.ค.

    จะพบปะหารือกับนายโดนัล ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ในวันที่ 2 ต.ค. จากเดิมที่กำหนดไว้วันที่ 3 ต.ค. เนื่องจากประธานาธิบดีสหรัฐมีกำหนดการต้องไปเยี่ยมผู้ประสบภัยพิบัติธรรมชาติจากพายุเฮอริเคนที่สร้างผลกระทบในหลายพื้นที่ของสหรัฐอเมริกา แต่ก็ไม่ได้ทำให้กระทบกับภารกิจหลักที่จะพบกัน

    แน่นอนว่า การเดินทางเยือนทำเนียบขาว ของบิ้กตู่ ครั้งนี้ แน่นเอี้ยด ไปด้วยการบรีฟ ข้อมูล จากทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นฝ่าย กองทัพ และ ฝ่ายเศรษฐกิจ

    ฝ่ายมั่นคง ทหาร "ที่ผ่านมาที่ประชุมคณะทำงานร่วมในการเตรียมข้อมูล ในส่วนของกลาโหมได้เตรียมข้อมูลความมั่นคงทางการทหาร การฝึก การศึกษา และการให้ทุนต่างๆ ของสหรัฐ ตลอดจนอาวุธยุทโธปกรณ์ ที่มีพันธสัญญาต่อกัน เราเตรียมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงกลาโหม ของทุกเหล่าทัพที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง " พล.อ.ชาญชัย ช้างมงคล ปลัดกระทรวงกลาโหม ระบุ

    ขณะที่ ฝ่ายเศรษฐกิจ เตรียมพร้อมมาเป็นอย่างดี เพราะก่อนหน้ามีการเรียกประชุมคณะรัฐมนตรีที่จะเดินทางไปด้วย อาทิ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และพล.อ. อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม

    ซึ่งเนื้อหาที่จะไปร่วมพูดคุยหลักๆ ที่เปิดหน้าสื่อนั้นคือ เรื่องของ การหารือผู้แทนภาคเอกชนไทย การหารือข้อราชการกับประธานาธิบดีแห่งสหรัฐฯ การประชุมเต็มคณะ และร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำ ซึ่งคณะนักธุรกิจจากหอการค้าสหรัฐอเมริกาและสภาธุรกิจอาเซียน-สหรัฐอเมริกาได้จัดขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่นายกฯ

    แต่ประเด็นเบื้องหลัง ที่เอื้อมข้อมูล ไม่ถึง ใน การพบกันของสองผู้นำ ไทย -สหรัฐ ในครั้ง คือ กระแสข่าว เรื่องการซื้อขายอาวุธ

    เพราะต้องยอมรับว่า นี้คือบันไดของ แนวทาง กระชับสัมพันธ์ ที่น่าจับตามอง ที่จะฟื้นคืน รอบใหม่ หลังจากมิติสัมพันธ์ ไทย -สหรัฐ ง่อนแง่น ในยุค บารัก โอบามา

    เพราะหากย้อนกลับไปเมื่อเดือนเมษยน ถือเป็น ใบกรุยทางที่สำคัญ ที่ทำเนียบขาว ยินดีเปิดประตูต้อนรับ บิ้กตู่ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ ได้มีโอกาสพูดคุยทางโทรศัพท์กับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เป็นเวลาราว 5 นาที เมื่อวันที่ 30 เม.ย.

    โดยการสนทนารอบนั้น ของ นายทรัมป์ หากถอดรหัส ทีสำคัญ นั้น คาดหวัง ถึงความร่วมมือ ของทั้งสองประเทศ ทั้ง ด้านตลาดหุ้น เศรษฐกิจ ความมั่นคง และ ความสงบเรียบร้อย รวมทั้งความร่วมมือทางด้านการทหารและความมั่นคงระหว่างกันกระชับใกล้ชิดกันมากขึ้น

    ซึ่งแน่นอนว่า ฝ่ายไทย เอง ก็ยินดี ในการเปิดรับ โอกาส ที่ได้รับอยู่แล้ว โดยเฉพาะ
    โอกาสในการพัฒนาศักยภาพกองทัพ และความสนใจ ในการซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ เนื่องด้วยศักยภาพ อาวุธ ที่มีศักยภาพสูงของ อเมริกา ซึ่ง ไทยเอง ก็ไม่ได้หวังพึ่งพิงจีนจนสุดตัว อย่างแน่นอน

    ขณะเดียวกัน การพบปะครั้งนี้ ยังช่วยหนุนสร้าง แขนงของความสัมพันธ์ อื่นๆ ซึ่งมีน้ำหนักไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน โดยเฉพาะ ความสัมพันธ์ ร่วมมือ ทางทหาร ไม่ว่าจะเป็นการซ้อมรบ เต็มรูปแบบ ให้ฟื้นคืนกลับมา

    กระนั้นในยุค ผู้นำ อย่างทรัมป์ ซึ่งมี วิถีนักธุรกิจ พ่อค้า สิ่งสำคัญเหนือกว่า นั้นคือ การลงทุน ซึ่งไล่เลี่ยกันนี้ รมต. พาณิชย์ อเมริกา อย่าง นายวิลเบอร์ แอล รอสส์ จูเนียร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์สหรัฐอเมริกา ก็ได้เข้าพบ ก็มานำร่อง พร้อมขนทัพนักธุรกิจ นายทุน ยักษ์ใหญ่ มาเยือน ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเร็วๆนี้ มาแล้ว

    ฉะนั้น การเดินทาง ของบิ้กตู่ เยือนทำเนียบขาว เพื่อพบ "ทรัมป์" ในครั้งนี้ จึง เป็นเรื่องที่ต้องจับตามอง

    ทางหนึ่ง คือ การสร้างความมั่นใจ ให้กับนักลงทุน นายทุนต่างชาติ ฝ่ายนักธุรกิจ บริษัทอเมริกัน ให้อยากมาลงทุนในประเทศไทย เพราะที่ผ่านมา สถานการณ์ ทางการเมืองภายในประเทศ เป็น เรื่องอ่อนไหว ต่อนักลงทุน ต่างชาติ เป็นอย่างมาก

    และการปรากฎตัวเป็นๆของบิ้กตู่ จึง หมายถึง การตอกย้ำ ความมั่นใจ ให้วางใจ โดยการได้รับข้อมูล ทางตรงจาก ผู้นำของไทย ที่กุมอำนาจภายในประเทศโดยตรง

    ขณะเดียวกัน การเปิดทำเนียบขาว ต้อนรับ บิ้กตู่ ครั้งนี้ ของ ทรัมป์ นั้นคือ สิ่งที่ตอกย้ำ และชี้ชัดว่า นโยบาย ของอเมริกา ในยุค ทรัมป์ เปิดประตู ต้อนรับ ทุกประเทศ ไม่ว่า จะเดินมาด้วยเส้นทาง ประชาธิปไตย หรือ รัฐประหาร

    เพราะ นี้ คือ ยุคทรัมป์ ยุค อเมริกา เฟิร์ส

    ผลประโยชน์ เหนือค่า ประชาธิปไตย และสิทธิมนุษยชน ?

  • เปลว สีเงิน

    ผมว่าพิลึกนะ!? ที่ "อุทยานราชภักดิ์" นี่ กระดิกทำอะไรเป็นไม่ได้ เป็นต้องมีคนจ้องจับผิด-จับถูก "โกงมั้ง?" แทบทุกครั้งไป นี่ก็อีก............ ศูนย์การทหารราบ ค่ายธนะรัชต์ ประจวบฯ สร้างห้องน้ำ สร้างอาคารร้านค้า ที่อุทยาน รองรับคนมาสักการะเฉลี่ยวันละเป็นหมื่น ก็มีคนตั้งข้อสังเกต งบก่อสร้าง ๑๕ ล้าน แพงเว่อร์ ไม่โปร่งใสมั้ง...ประมาณนั้น!
  • บทบรรณาธิการ

    ถือได้ว่ายังเป็นสถานการณ์พยากรณ์อากาศที่ต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิดสำหรับประชาชน โดยเฉพาะปริมาณน้ำฝนในช่วงระยะเวลานี้ ที่จะส่งผลกระทบต่อประชาชนทั่วทุกภาคประเทศไทย
  • เอ็กซ์-ไซท์

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา ร.ต.อ.ศักดิ์ชาย กิตติอุดมพันธ์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ได้รับแจ้งเกิดเหตุฆาตกรรม ที่บ้านเลขที่ 57 หมู่ 2 บ้านโคกยาง ตำบลก้านเหลือง อำเภอนางรอง
    นายอำเภอท่าแซะ ชุมพร สั่งการเร่งจับหมีโดยเร็วหลังชาวบ้านผวาหนัก เจ้าหน้าที่อนุรักษ์สัตว์ป่าวางกรงเหล็กกับดักขนาดใหญ่พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิด คาดไม่เกิน 5 วันรู้ผล
    ตำรวจเตือนนำภาพพระเมรุมาศมาพิมพ์บนเสื้อจำ หน่ายเป็นการมิบังควร ผิดกาลเทศะ วอนประชาชนไม่ซื้อมาสวมใส่ประดับร่างกาย
  • x-cite inside

    บรรยากาศแห่งความทรงจำ ความรู้สึก และหัวใจที่สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของเหล่าพสกนิกรไทยที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นับเป็นปรากฏการณ์ที่ยิ่งใหญ่ ก่อให้เกิดการหลอมรวมใจของคนไทยในการ “ทำดีตามรอยพ่อ” เพื่อแปรเปลี่ยนความโศกเศร้า ความอาลัยรัก ให้เป็นพลังในการสานต่อพระราชปณิธานในพระองค์ท่าน
    นางพัชราภรณ์ อินทรียงค์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่ารัฐบาลได้ทำบัตรเชิญสำหรับผู้เข้าร่วมงานทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในวันที่ 26 ต.ค.นี้ โดยจัดพิมพ์จำนวน 5,000 ใบ
    เวียนมาบรรจบครบวาระ 1 ปี ในวันที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จสวรรคต แต่พระองค์ยังทรงสถิตอยู่ในหัวใจของประชาชนชาวไทยทุกดวง