หุ้นไทยจะไปต่อได้หรือไม่

  • Monday, October 2, 2017 - 00:00


    หลังจากดัชนีหุ้นไทยในช่วงเดือน ก.ย.2560 ปรับเพิ่มขึ้นอย่างแรงถึง 57 จุด หรือเพิ่มขึ้น 3.52% ปิดที่ระดับ 1,673.16 จุด จาก ณ วันที่ 31 ส.ค. ปิดที่ 1,616.16 จุด โดยสาเหตุหลักมาจากเงินทุนต่างชาติไหลเข้าตลาดหุ้นไทยอย่างต่อเนื่อง จากปัจจัยภายในประเทศเป็นหลัก ทั้งการเมืองที่ชัดเจน และเศรษฐกิจไทยที่เริ่มฟื้นตัวขึ้น ทำให้ในเดือน ก.ย.นักลงทุนต่างชาติอยู่ในสถานะซื้อสุทธิ 6,966.37 ล้านบาท และตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันมีสถานะซื้อสุทธิที่ 9,661.35 ล้านบาท

    ถือได้ว่าเป็นตัวเลขที่ดีเลยทีเดียว เพราะก่อนหน้านี้ตลาดหุ้นไทยจะผันผวนไปกับสถานการณ์โลกเป็นส่วนใหญ่ และที่สำคัญสถานการณ์โลกที่ผ่านมาก็ช่างเดาใจยากเสียเหลือเกิน ไม่ว่าจะความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศ เศรษฐกิจโลก หรือแม้แต่นโยบายประเทศหลักอย่างสหรัฐ ที่พอออกมาส่งสัญญาณทีไร ก็จะมีผลตามมาได้ทุกครั้ง แต่ในครั้งนี้หุ้นไทยถือว่าแข็งแกร่งพอสมควรที่แม้จะมีกระทบบ้าง แต่ก็ยังยืนได้อย่างเหนียวแน่น

    และเมื่อผ่านเดือนแห่งความสำเร็จของหุ้นไทยไปแล้ว ก็ต้องมาลุ้นกันต่อในเดือนใหม่ ซึ่งในเดือน ต.ค.เป็นเดือนที่มีเหตุการณ์สำคัญในไทย โดยนักวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทรีนีตี้ นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ เปิดเผยแนวโน้มตลาดหุ้นไทยเดือน ต.ค.นี้ มีโอกาสที่จะชะลอตัวลงได้บ้าง หลังจากปรับตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็วในเดือน ก.ย. เนื่องจากประเมินว่ากระแสเม็ดเงินต่างชาติที่เคยไหลเข้ามาเป็นจำนวนมากจะชะลอลง จากการคาดการณ์ค่าเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่า กดดันให้ค่าเงินบาทและสกุลเงินภูมิภาคเอเชียมีทิศทางที่อ่อนค่าลง ขณะที่ปัจจัยพื้นฐานด้านกำไรบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในปีนี้ ยังไม่ได้ถูกปรับเพิ่มขึ้นตาม

    ทั้งนี้ สัญญาณการแข็งค่าของค่าเงินเหรียญสหรัฐเกิดจากความคืบหน้าของมาตรการปฏิรูปภาษีของสหรัฐ (Tax reform) ที่รัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศรายละเอียดออกมาแล้ว โดยมีไฮไลต์สำคัญคือการปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคลลงสู่ระดับ 20% จากปัจจุบันที่ 35% และลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาขั้นสูงสุดลงสู่ระดับ 35% จากปัจจุบันที่ 39.6%

    นอกจากนี้ ภาษีเงินโอนกลับเข้าประเทศทั้งในส่วนของกำไรและเงินปันผล สำหรับธุรกิจที่ตั้งถิ่นฐานนอกสหรัฐ จากเดิมที่ตั้งกำแพงภาษีไว้สูง จะมีการปรับลดลงมา ซึ่งจะจูงใจให้บริษัทข้ามชาติขนเงินกลับประเทศมากขึ้น จึงมีโอกาสที่เม็ดเงินลงทุนจะไหลกลับสู่สหรัฐ

    ขณะเดียวกัน ในส่วนนโยบายการเงิน ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ประกาศชัดเจนแล้วว่าจะมีการเริ่มต้นของกระบวนการลดขนาดงบดุลลงในเดือน ต.ค.นี้ ถึงแม้ว่าในช่วงแรกจะเกิดขึ้นเพียงเดือนละ 10,000 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่จากระดับที่จะเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณในปีหน้า น่าจะส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ (Bond yield) ค่อยๆ ไต่ระดับขึ้นได้ในช่วงถัดไป จนทำให้สินทรัพย์ของประเทศเกิดใหม่มีความน่าสนใจลดลง

    อีกหนึ่งสัญญาณความเสี่ยงต่อดัชนีหุ้นไทย คือการเริ่มขายสุทธิของนักลงทุนบริษัทหลักทรัพย์ หลังจากซื้อสุทธิขึ้นมาก่อนหน้านี้ถึง 13,000 ล้านบาท ซึ่งจากการศึกษาสถิติย้อนหลังพบว่า การเริ่มขายสุทธิของนักลงทุนกลุ่มนี้หลังจากที่ซื้อติดต่อกันมาในระดับ 10,000 ล้านบาท มักจะทำให้ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลงในช่วง 2-4 สัปดาห์หลังจากนั้นประมาณ 1-2%

    แต่ถึงจะมีปัจจัยเสี่ยงเพียงใด ก็ยังมองว่าตลาดหุ้นไทยจะปรับตัวลดลงไม่มาก เนื่องจากยังมีปัจจัยบวกจากตัวเลขภาคการผลิตทั่วโลกที่ยังคงแข็งแกร่ง ทำให้ราคาโภคภัณฑ์สามารถยืนอยู่ในระดับสูงได้ เป็นบวกต่อกลุ่มวัฏจักร ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่มีน้ำหนักสูงในตลาดหุ้นไทย นอกจากนี้ ยังมีประเด็นจากเม็ดเงิน LTF และ RMF ที่คาดว่าเตรียมไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นในช่วงไตรมาส 4/2560 ซึ่งประเมินว่าจะอยู่ที่ระดับ 37,000 ล้านบาท

    ถึงแม้จะคาดว่ายังมีความหวังที่ดัชนีจะไม่ลดลงไปมาก แต่ก็ยังวางใจได้ไม่มาก เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้เสมอกับบรรดาเหล่าแมงเม่า ที่พร้อมจะบินเข้ากองไฟได้ตลอดเวลา ดังนั้น การติดตามข่าวสารในแวดวงอย่างใกล้ชิด ทั้งปัจจัยพื้นฐานของ บจ.เอง และสถานการณ์ที่จะคอยกดดัน ก็เชื่อได้ว่าจะผ่านพ้นไปได้ดี และยังหวังว่าดัชนีหุ้นจะปรับขึ้นมายืนเหนือ 1,700 จุดได้ตามที่หลายๆ โบรกคาดการณ์กันไว้ในสิ้นปีนี้ คงต้องติดตามกันต่อไปว่าจะเป็นไปตามฝันที่วาดไว้หรือเปล่า.

    ปฏิญญา สิงห์พิสาร

    LEAVE A REPLY

    0 Comments

  • เปลว สีเงิน

    การไปไหน-มาไหน ที่เรียก "พักผ่อนยาวๆ" นึกว่าจะดี เอาเข้าจริง....... มันไม่ดีเลย เพราะทำให้ "สันหลังยาว" ซึ่งเหตุมันเกิดขึ้นแล้วกับตัวผม
  • บทบรรณาธิการ

    ในที่สุดคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการเสียชีวิตของนักเตรียมทหารภัคพงศ์ ตัญกาญจน์ หรือน้องเมย ที่มีพลอากาศเอกชวรัตน์ มารุ่งเรือง รองเสนาธิการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย เป็นประธาน ก็ได้สรุปผลการสอบสวน จากการให้ข้อมูลของบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์ ก่อนหน้าที่นักเรียนเตรียมทหารคนดังกล่าว ไล่เรียงลำดับเหตุการณ์ให้กับสาธารณชนได้รับทราบไปแล้ว โดยเป็นไปตามขั้นตอนการสรุปข้อมูลของส่วนราชการ ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาทางทหารที่รับผิดชอบดูแลนักเรียนเตรียมทหารที่เสียชีวิต
  • เอ็กซ์-ไซท์

    ผ่านมาค่อนทาง เหลืออีก 4 จังหวัดตูนจะวิ่งครบ 2,191 กม.พิชิตเป้าหมายที่แม่สาย หลายฝ่ายลุ้นยอดบริจาคอาจถึงพันล้าน ขณะที่วันพฤหัสฯ นักร้องหัวใจแกร่งยังย่ำไม่หยุด โดยมีนักกีฬาพาราลิมปิกเข้าร่วมท่ามกลางประชาชนออกมาให้กำลังใจแน่นเหมือนเคย ลำปางทำกระทงธนบัตร ส่วนขอนแก่นระดมกว่า 3 หมื่นวิ่ง-เดินหาทุนสมทบ
    นครบาลโชว์ผลงานจับ 2 คนร้ายเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ พร้อมยาบ้า 5.3 ล้านเม็ด ไอซ์ 120 กก. รับมาจากกลุ่มว้าแดงจำหน่ายใน กทม.และปริมณฑล ผบ.ตร.เผยในช่วง 3 อาทิตย์ที่ผ่านมายึดยาบ้าได้ถึง 26 ล้านเม็ด มูลค่ากว่า 4 พันล้าน อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานจับกุมตัวการใหญ่
    ‘ฐิติราช’ สั่งกองปราบฯ-ปอท.เล่นงานพระตุ๊ดเณรแต๋ว ดวดเหล้าบ่อนเบียนศาสนา
  • x-cite inside

    ทั้งแปลกและน่ารักจนไม่อยากกิน กระทั่งเอื้อมมือไปแตะเพราะกลัวพัง สำหรับ “บ้านขนมปังขิง” รับเทศกาลคริสต์มาส ที่ตกแต่งด้วยแอคเซสเซอรี่ทานได้ อาทิ ซานตาคลอส ต้นคริสต์มาส ทำด้วยไข่ขาวและน้ำตาลไอซิ่ง
    แม้รัฐบาลจะออกประกาศคุมเข้มร้านเหล้ารอบมหาวิทยาลัย เพื่อลดปัญหาการมอมเมาเยาวชนและอาชญากรรมต่างๆ เพื่อหวังให้นักศึกษาได้ใช้เวลาเรียนและทำกิจกรรมสร้างสรรค์อย่างเต็มที่ และที่ผ่านมารัฐบาลได้พยายามแก้ปัญหาอย่างจริงจัง แต่ก็ยังมีผู้ประกอบการบางส่วนยังเปิดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่โซนนิงอย่างไม่เกรงกลัวใคร
    ปัญหาสำคัญประการหนึ่งสำหรับผู้เรียน นั่นคือ ครอบครัวมีรายได้น้อย ค่าใช้จ่ายไม่เพียงพอในการซื้ออุปกรณ์ประกอบการเรียน ทำให้เป็นอุปสรรคที่ทำให้เยาวชนผู้มีใจรักศิลปะหลายคนไม่สามารถแสดงศักยภาพในการสร้างสรรค์งานศิลปะได้อย่างเต็มที่ และบางคนหมดโอกาสที่จะสำเร็จการศึกษา เพราะครอบครัวแบกรับภาระไม่ไหว