'๒๖ ตุลาวันประชารำลึก'

  • Wednesday, September 27, 2017 - 00:00


    การเข้าถวายบังคมพระบรมศพ.........

    "พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร" ในพระบรมมหาราชวัง

    ยังมีเวลาอีก ๓ วัน

    ๓๐ กันยายน ๒๕๖๐ เป็นวันสุดท้าย!

    จากนั้น กทม.จะเคลียร์พื้นที่ ปรับภูมิทัศน์ท้องสนามหลวงและบริเวณโดยรอบให้แล้วเสร็จในสัปดาห์แรกของเดือนตุลา

    ขอบอกว่า............

    ฝนตก-ฟ้าร้อง, ดึกดื่น-มืดค่ำ-แดดจ้า เป็นเรื่องดินฟ้าอากาศ แต่การเข้าไปถวายบังคมพระบรมศพในพระบรมมหาราชวัง

    เป็นเรื่องจิตภักดิ์ รัก-กตัญญู-รู้พระคุณ ของลูกๆ ที่ผูกพันต่อพ่อ อันอยู่เหนือข้อแม้และอุปสรรคทั้งปวง

    เพราะโอกาสนี้...........

    เป็นโอกาสเดียวและ "โอกาสสุดท้าย" ที่เหลืออยู่ในชีวิตลูกๆ ที่จะได้เข้าไปทรุดกายลงกราบพ่อ แทบ ณ เบื้องพระบรมโกศ

    ผมเฝ้าดูประชาชนเป็นหมื่น-เป็นแสนจากทั่วสารทิศ "วันต่อวัน" ต่อแถวดังระลอกคลื่นหนุนเนื่องเป็นเนื้อเดียวกันไม่สิ้นสุด มุ่งสู่สนามหลวง

    ดวงใจ "ทุกดวง" นั้น..........

    แล่นเข้าไปทรุดกายกราบอาบน้ำตาอยู่หน้าพ่อ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ก่อนตัวแล้ว!

    ดูครั้งใด ใจก็ลิบๆ ครั้งนั้น น้ำตาร้อยไม่รู้ตัว!

    คนไทย นั้น.......

    เรื่องอื่นๆ ทั้งพูดจา ทั้งแจกแจง ทั้งแถลงไข ยังยากทำให้เข้าใจตรงกัน

    แต่กับพ่อ.........

    ด้วย "ภาษาใจ" เดียวกันของพสก ภาษาสื่อสารใดๆ ก็ไม่จำเป็น-ไม่มีความหมาย

    เพราะ "สิ่งที่พ่อทำ-สิ่งที่พ่อให้" ตลอดระยะเวลายาวนาน ๗๐ ปี หลอมเป็นภาษาใจ ใครก็ไม่ต้องอธิบายใดๆ อีก

    ๑๙ สิงหาคม ๒๔๘๙

    ขณะพ่อประทับรถพระที่นั่ง จะเสด็จฯ กลับไปศึกษาต่อสวิตเซอร์แลนด์

    ระหว่างทาง ประชาชนที่เฝ้าแหนสองข้างทางตะโกนขึ้นว่า

    .............."อย่าละทิ้งประชาชน"

    พ่อบันทึกเป็นอักษรตอนนั้นไว้ว่า

    "อยากจะร้องบอกเขาส่งไปว่า ถ้าประชาชนไม่ทิ้งข้าพเจ้าแล้ว ข้าพเจ้าจะละทิ้งได้อย่างไร"

    ก็ดูเถอะ..........

    ประชาชนจิตผูกกับพ่ออย่างไร ตราบวันนั้น ถึง ณ นาทีสุดท้ายแห่ง ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๙ ที่พ่อเสด็จสู่สวรรคาลัย

    เหนื่อยยากของพระเจ้าแผ่นดิน เป็นเหนื่อยยากของพ่อ "เพื่อสุขของประชาชน" ดั่งบุตร-ธิดา จากอุทร

    พระอักษรที่ทรงบันทึก ประหนึ่งพระราชปณิธาน

    "ข้าพเจ้าจะละทิ้ง (ประชาชน) ได้อย่างไร"

    ก็ประจักษ์แล้ว มิเพียงกับประชาชนไทย แม้ต่อมวลมนุษยชาติอันเป็นสากล ก็ประจักษ์ตามวรรคอักษร

    "พระภูมิพล" พระราชาพระองค์เดียวในโลก มีพระเสโทเป็นน้ำสรง

    ด้วยกล้อง กับ แผนที่ และสองพระบาท

    ทรงย่ำไปทั่วถิ่น ทั่วแคว้นแดนกันดาร............

    พลิกดินโหยที่เหี้ยนน้ำ คืนชุ่มฉ่ำ กลับเป็นถิ่นทองเพื่อผองพสกไทย ได้มีอยู่-มีกิน

    เป็นพระราชาองค์เดียวในโลก ทุกสิ่งที่พระองค์ทรงทำ ไม่เคยเรียกร้อง ไม่เคยตั้งเงื่อนไขใดๆ เอาจากประชาชน

    ประชาชนบางหมู่-บางชนด้วยซ้ำ กลับเรียกร้องและตั้งเงื่อนไขเอากับพระองค์!

    พ่อรักลูก พ่อทำเพื่อลูก พ่อไม่มีเงื่อนไขใดๆ กับลูก

    พ่อคือ "อริยเทพ" ที่เสด็จจากฟ้า ลงมาเป็น "พระเจ้าแผ่นดิน" เพื่อลูกในเขตคามนามไทยประเทศ

    และเพียง ๓ วัน ที่เหลือในกันยายน

    ต่อจากนั้น ก็เข้าสู่เดือนตุลาคม ถึงมวลพสกเข้าใจ "อนิจจัง-ทุกขัง-อนัตตา" อันเป็นองค์ธรรมไตรลักษณ์

    แต่เมื่อวันถวายพระเพลิงพระบรมศพกระชั้นเข้ามา ใครไหนเล่าจะไม่ใจหาย

    แค่แวบคิด ใจก็วูบแล้ว!

    เราทั้งหลาย การตอบแทนพระมหากรุณาธิคุณอันสุดบรรยาย "ดีที่สุด" และทุกคนทำได้ ทั้งตอนนี้ และต่อๆ ไป คือ ปฏิบัติตามพ่อพร่ำสอน

    "รู้ รัก สามัคคี".............

    รู้-คือการที่เราจะลงมือทำสิ่งใดนั้น จะต้องรู้เสียก่อน รู้ถึงปัจจัยทั้งหมด รู้ถึงปัญหา และรู้ถึงวิธีการแก้ปัญหา

    รัก-คือความรัก เมื่อเรารู้ครบถ้วนกระบวนความแล้ว จะต้องมีความรัก ที่จะเข้าไปลงมือปฏิบัติ แก้ไขปัญหานั้นๆ

    สามัคคี-คือการที่จะลงมือปฏิบัตินั้น ควรคำนึงเสมอว่า เราจะทำงานคนเดียวไม่ได้

    ต้องทำงานร่วมมือร่วมใจเป็นองค์กร เป็นหมู่คณะ จึงจะมีพลังเข้าไปแก้ปัญหาให้ลุล่วงไปได้ด้วยดี

    นอกจาก รู้ รัก สามัคคี...........

    การดำเนินชีวิตตามแนว "เศรษฐกิจพอเพียง" นี่คือศาสตร์พระราชา ต้นแบบ "ยุทธศาสตร์ ๒๐ ปี" โดยแท้

    ปรัชญานี้เป็นแนวทางทำให้มนุษยชาติ "รอดได้" ด้วยมีอยู่-มีกิน ต่อยอดเป็น "รวยยั่งยืน"

    นับจากวันนี้ ถ้าเลิก "เรื่องร้าย" ไม่ได้.......

    ขอเดือนตุลาคม ๑ เดือน

    ลูกๆ ของพ่อทุกคน ขอจงละ คือ "งดเว้น" เรื่องราวนำไปสู่ความขุ่นข้องหมองใจ นำไปสู่ทะเลาะ แตกแยกสามัคคีกัน

    ขอทุกคนระลึกว่า งานถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในความเป็นพสกนิกร ทุกคนมีส่วนเป็นเจ้าภาพงานพ่อ

    เหตุนั้น ทุกคนจงพูดดี-คิดดี-ทำดี เป็นเจ้าบ้าน-เจ้าเรือนที่ดีเถิด เพราะเชื่อว่า ในเดือนตุลาจะต้องมีแขกบ้าน-แขกเมืองทยอย มาเป็นระยะ

    ลืมหรือละเว้น เรื่องไม่เป็นมงคล สังคมออนไลน์ก็เช่นกัน จะโพสต์ จะแชร์ อะไรกัน

    เรื่องไหนที่ไม่สร้างสรรค์ ไม่เป็นไปเพื่อความสงบเรียบร้อยของสังคมและชาติบ้านเมือง ละเว้นก่อนก็ดี

    "ทำดีถวายพ่อ" โปรดระลึกไว้...........

    ชั่วแวบหนึ่งของจิตดี "พูดดี-คิดดี-ทำดี" แวบเดียวนั้น เกิดคุณ-เกิดกุศล ยิ่งกว่าตระเวนไหว้พระร้อยวัด

    นี่เรื่องจริง อย่านึกว่าแค่เปรียบเทียบ!

    ก็มาดูกันเกี่ยวกับตารางงานพระราชพิธี เพื่อเราทั้งหลาย จะได้ปฏิบัติได้ถูกต้องและเพื่อบอกต่อๆ กันไป

    พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ท่านออกมาแจกแจงเองเมื่อวาน (๒๖ ก.ย.๖๐) ผมจะสรุปให้ดูแต่ละวัน

    -พุธ ๒๕ ต.ค.พระราชพิธีออกพระเมรุมาศ

    -พฤหัสบดี ๒๖ ต.ค.พิธีพระบรมโกศเวียนรอบพระเมรุมาศ

    ๑๖.๓๐ น.ถวายพระเพลิง

    ๒๒.๐๐ น.ถวายพระเพลิง อีกครั้ง

    -ศุกร์ ๒๗ ต.ค.

    ๐๘.๐๐ น.พระราชพิธีเก็บพระบรมอัฐิ

    ๐๙.๐๐ น.พระราชพิธีเชิญพระบรมอัฐิเข้าสู่พระบรมมหาราชวัง

    -เสาร์ ๒๘ ต.ค.ออกทุกข์

    ๑๗.๓๐ น.พระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศล

    -อาทิตย์ ๒๙ ต.ค.

    ๑๐.๓๐ น.พระราชพิธีเชิญพระบรมอัฐิขึ้นสู่พระวิมาน

    ๑๗.๓๐ น.พระราชพิธีเชิญพระบรมอัฐิไปยังวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม กับวัดบวรนิเวศราชวรวิหาร ในส่วนที่เป็นเถ้าสรีรังคาร

    นั่นเป็นส่วนพระราชพิธี ยังมีเรื่องที่ประชาชนคนไทยพึงรู้-พึงปฏิบัติอยู่อีก

    คือเรื่อง "การไว้ทุกข์-ออกทุกข์"

    ครบรอบ ๑ ปี "การไว้ทุกข์" คือวันที่ ๑๓ ตุลา เมื่อวาน ครม.มีมติให้ขยายวันไว้ทุกข์

    จากเดิม ๑๓ ตุลา ให้ไว้ทุกข์ไปถึงวันที่ ๒๗ ตุลา

    การ "ลดธงครึ่งเสา" ให้เริ่มตั้งแต่ ๑๓-๒๗ ต.ค. รวม ๑๕ วัน

    สถานีวิทยุ-โทรทัศน์ รายการบันเทิงต่างๆ ขอความร่วมมือ งดตลอดเดือนตุลา

    ที่ต้องย้ำเป็นพิเศษ "วันหยุดราชการ" มีเพียงวันเดียว คือวันที่ ๒๖ ตุลา

    และวันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๖๐...........

    เป็นวัน "ออกทุกข์"

    ต้องเก็บผ้า ป้ายขาวดำทั้งหมด ตามที่สาธารณะ และสถานที่ราชการทั้งหมด

    ตามอาคาร-บ้านเรือนเอกชน พึงปฏิบัติตามนี้ด้วย

    รู้และปฏิบัติกันตามนี้นะครับ ถ้าถามว่า ในโอกาสนี้ ประชาชนทั่วไป รวมทั้งพ่อค้า นักธุรกิจ ข้าราชการ

    ปรารถนาจะบำเพ็ญประโยชน์ "เพื่อพ่อ" บ้าง จะทำอย่างไร?

    ง่ายมาก.........

    รัฐบาลเชิญชวนให้ไปร่วมกันทำหน้าที่ "จิตอาสาเฉพาะกิจ" ในงานพระราชพิธีอยู่แล้ว

    ก็เตรียมบัตรประชาชนไปสมัครเป็น "จิตอาสา" ในจุดที่เขาเปิดรับได้

    ๗๐ ปี พ่อเพียรสร้าง-เพียรปลูก เพื่อลูกมากมาย

    เมื่อรักพ่อ-คิดถึงพ่อ จงจำ และนำ ๓ คำนี้ปฏิบัติ

    "รู้ รัก สามัคคี".

  • เปลว สีเงิน

    เศรษฐกิจมันเป็นเรื่องใกล้ตัว หลอกกันไม่ได้ ล้วงกระเป๋าไปแล้วไม่เจอเงิน มันก็คือไม่เจอ เวลานี้ใครมาบอกว่าเศรษฐกิจดี คนจนจะหมดไปแล้ว สำหรับประชาชนระดับรากหญ้า เชื่อก็บ้า! ไม่มีปัญญาไปชิมไข่เจียวร้าน เจ๊ไฝ หรอกครับ เศรษฐกิจ ปากท้อง ไม่ใช่เรื่องของตัวเลขอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับความรู้สึกด้วย และเมื่อสองอย่างนี้มาผสมกัน มันก็เหมือนระเบิด
  • บทบรรณาธิการ

    ปรากฏการณ์พบอาวุธสงครามล็อตใหญ่ ที่อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา นำไปสู่การเดินเข้ามามอบตัวเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจของนายวัฒนา ทรัพย์วิเชียร เมื่อวันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยนายวัฒนาถูกควบคุมตัวตาม มาตรา 44 เนื่องจากต้องสงสัยมีอาวุธสงครามไว้ในครอบครอง โดยเชื่อมโยงกับซีรีส์นัมเบอร์ของอาวุธล็อตใหญ่นี้มีความเชื่อมโยงกับอาวุธสงครามที่ตรวจจับได้เมื่อปี 2557
  • เอ็กซ์-ไซท์

    กรมการขนส่งทาง บกดีเดย์ต้นปี 61 ยกมาตรฐานสอบใบขับ ขี่ทุกด้าน เตรียมออก กฎกระทรวงห้าม 5 โรคสำคัญ อายุ 70 ปีขึ้นไปจับตรวจสาย ตา-สุขภาพทุก 3 ปี
    ว.วชิรเมธีชื่นชมก้าวคนละก้าวทำเพื่อสังคม ประชาชนยังคงร่วมบริจาคสมทบโครงการก้าวคนละก้าวจนยอดผ่าน 723 ล้านบาทแล้วแม้ตูนจะหยุดพักเพราะป่วย ก่อนออกมาวิ่งต่อวันอังคารมุ่งหน้าสู่นครสวรรค์ ว.วชิรเมธีแสดงความชื่นชมนักร้องหนุ่มสั่นสะเทือนโครงสร้างพื้นฐานในจิตใจคนไทยทั้งประเทศ
    ไฟไหม้ตึกแถวเก่าแก่ย่านแพร่งนราซึ่งก่อสร้างตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เสียหาย 13 คูหา ยังไม่ รู้สาเหตุ รอสำนักงานทรัพย์สินฯ ประเมินความสูญเสีย
  • x-cite inside

    ในจำนวนร่าง พ.ร.บ.ที่ภาคประชาชนมีส่วนในการร่างและผลักดัน จนเกิดผลเป็นรูปธรรมต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้มีอยู่ไม่กี่ฉบับ และหนึ่งในนั้นก็คือ ‘พระราชบัญญัติสภาองค์กรชุมชน พ.ศ.2551’ ที่ส่งผลให้เกิดการจัดตั้ง ‘สภาองค์กรชุมชนตำบล’ ขึ้นมาแล้วไม่ต่ำกว่า 6,000 ตำบลทั่วประเทศ
    ปฏิบัติการทวงคืนพื้นที่สาธารณะป่าห้วยเม็กของชาวบ้านตำบลบ้านดง อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น เมื่อไม่กี่เดือนมานี้ กลายเป็นข่าวโด่งดังไปทั่วประเทศ เมื่อชาวบ้านกลุ่มเล็กๆ สามารถต่อสู้เพื่อทวงคืนผืนป่าจากบริษัทเครื่องดื่มผสมเคเฟอีนที่มีอำนาจเงินตราและมีทุนมหาศาล เหมือนดังไม้ซีกที่งัดไม้ซุงได้สำเร็จ...
    นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมดีๆ ที่เกิดขึ้นในโรงภาพยนต์เอสพลานาด ซีนีเพล็กซ์ รัชดาภิเษก โดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับภาคีเครือข่ายนำกลุ่มนักเรียน นักศึกษา ครู อาจารย์ ผู้ปกครอง กว่า 100 คน จัดกิจกรรมสร้างการเรียนรู้ผ่านการชมภาพยนตร์เรื่อง “ของขวัญ” ผลงานการสร้างสรรค์ของ 4 ผู้กำกับแถวหน้า "ปรัชญา ปิ่นแก้ว, นนทรีย์ นิมิบุตร, ก้องเกียรติ โขมศิริ, ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล"