ยกฟ้องพ่อค้าไก่ทอด ตร.จับฉกเพชร15ล.

  • Wednesday, September 27, 2017 - 00:00


    ศาลยกฟ้องพ่อค้าไก่ทอดถูกตำรวจจับตั้งข้อหาวิ่งราวเพชร 15 ล้าน ระบุพยานหลักฐานโจทก์ยังรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยทำผิดจริง ออกหมายปล่อยตัวหลังถูกคุมขัง 200 วัน เผยเบื้องหลังญาติเข้าร้องดีเอสไอขุดคดีพบพิรุธอื้อ จึงยื่นหลักฐานใหม่ต่อศาล รองปลัดยุติธรรมติงพนักงานสอบสวนควรทำคดีรอบคอบ เตรียมจ่ายเงินเยียวยาเหยื่อกว่า 1 แสน ด้านหนุ่มผู้ตกเป็นแพะถึงก้มลงกราบแม่และเจ้าหน้าที่กลางศาล

    ที่ศาลอาญาธนบุรี ถนนเอกชัย-บางบอน วันที่ 26 กันยายนนี้ ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.2260/2560 ที่พนักงานอัยการคดีอาญาธนบุรี 3 เป็นโจทก์ฟ้องนายพิสิษฐ์ สุวรรณพิมพ์ ชาวจังหวัดนครพนม เป็นจำเลย ในความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์และกักขังหน่วงเหนี่ยวผู้อื่นให้ปราศจากเสรีภาพ โดยอัยการโจทก์ฟ้องระบุความผิดสรุปว่า เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2559 จำเลยได้กระทำผิดโดยวิ่งราวทรัพย์เพชรมูลค่า 15.8 ล้านบาท จากผู้เสียหายรายหนึ่ง ภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่งย่านบางแวก เขตภาษีเจริญ กทม. ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมตัวได้ที่ จ.นครพนม ซึ่งคดีนี้ ผู้เสียหายยืนยันพร้อมกับชี้ตัวนายพิสิษฐ์ จำเลย ว่าเป็นคนร้ายในคดี ขณะที่นายพิสิษฐ์ให้การปฏิเสธมาตลอด โดยอ้างสถานที่อยู่ว่า ช่วงเกิดเหตุตนมีอาการปวดท้อง เข้ารักษาที่คลินิกแห่งหนึ่งใน จ.นครพนม พร้อมนำแพทย์และใบรับรองแพทย์มาแสดงต่อศาล เชื่อว่ามีความเป็นไปได้ที่ผู้กระทำผิดตัวจริงน่าจะมีชื่อ สกุล ซ้ำกับตน

    ศาลพิเคราะห์คำเบิกความและพยานหลักฐานทั้งสองฝ่ายที่นำสืบหักล้างกันแล้ว เห็นว่า คดีนี้พยานโจทก์ 2 ราย ซึ่งอ้างว่าเคยเห็นคนร้ายถึง 2 ครั้ง เบิกความยืนยันว่าคนร้ายมีรูปร่างท้วม ผิวดำแดง สูงประมาณ 158 เซนติเมตร ริมฝีปากล่างเผยอออกมา และเมื่อทนายจำเลยนำภาพถ่ายของจำเลยไปให้พยานชี้ตัว ก็ยืนยันว่าจำเลยไม่ใช่คนร้ายที่ก่อเหตุ ขณะที่ผู้เสียหายซึ่งได้ซื้อขายเพชรราคา 15.8 ล้านบาทกับคนร้ายที่บ้านพักในหมู่บ้านแห่งหนึ่งย่านบางแวก กลับเบิกความสับสนถึงรูปพรรณสัณฐานของคนร้ายและจำเลย ประกอบกับพนักงานสอบสวนไม่ตรวจหาดีเอ็นเอที่เกิดเหตุที่คนร้ายนั่งคุยกับผู้เสียหาย เพื่อมาเปรียบเทียบกับคนร้ายว่าใช่จำเลยหรือไม่ รวมทั้งหมายเลขโทรศัพท์ที่ผู้เสียหายอ้างว่าคนร้ายใช้หมายเลขนี้โทร.มาติดต่อเรื่องการซื้อเพชร และเมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบการจดทะเบียนซิมการ์ด พบว่าเป็นชื่อของนายพิสิษฐ์ จำเลย จริง แต่พนักงานสอบสวนไม่หาหลักฐานมายืนยันว่า ในการจดทะเบียนซิมการ์ดนั้น นายพิสิษฐ์ได้นำบัตรประจำตัวประชาชนของตนไปแสดงตัวกับเจ้าหน้าที่ของเอไอเอสด้วยตนเองหรือไม่ พยานหลักฐานของโจทก์จึงยังรับฟังไม่ได้ว่าคนร้ายที่ก่อเหตุเป็นจำเลยตามฟ้องโจทก์ ขณะที่จำเลยนำพยานบุคคลที่อยู่ใน จ.นครพนมมาเบิกความเกี่ยวกับเรื่องถิ่นที่อยู่ว่า ขณะเกิดเหตุจำเลยพักอยู่ที่ จ.นครพนมจริง ดังนั้นศาลจึงไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยอีก พิพากษายกฟ้อง ออกหมายปล่อยจำเลย

    หลังทราบคำพิพากษา นายพิสิษฐ์ได้ก้มลงกราบมารดาภายในห้องพิจารณาคดี รวมทั้งเจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรมที่ให้การช่วยเหลือทางคดีด้วย

    พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า คดีนี้หลังจากกระทรวงยุติธรรมได้รับเรื่องร้องเรียนจากญาติจำเลยซึ่งเป็นพ่อค้าขายหมูทอด จึงสั่งการให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ตรวจสอบพยานหลักฐาน พบพิรุธหลายเรื่อง การที่ศาลมีคำพิพากษายกฟ้องในวันนี้ ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเป็นบรรทัดฐานให้กับสังคม และพนักงานสอบสวนควรทำคดีให้มีความรอบคอบ

    รองปลัดยุติธรรมกล่าวว่า เมื่อศาลอาญามีคำพิพากษายกฟ้องนายพิสิษฐ์ เบื้องต้นนายพิสิษฐ์จะได้รับเงินเยียวยาตาม พ.ร.บ.กองทุนยุติธรรม ซึ่งกำหนดให้ช่วยเหลือผู้ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน หรือผู้ได้รับผลจากการถูกละเมิด วันละ 500 บาท ประมาณ 200 วัน เป็นจำนวนเงินกว่า 1 แสนบาท โดยส่วนตัวเห็นว่าเงินเยียวยาจำนวนดังกล่าวไม่สามารถชดเชยกับการที่ต้องถูกคุมขังเป็นเวลานานเกือบ 1 ปีได้ เนื่องจากต้องเสียทั้งค่าทนายความ ค่าเดินทาง รวมถึงเสียโอกาสในการทำมาหากิน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ

    "ข้อบกพร่องของคดีนี้เกิดจากตำรวจสอบสวนไม่สิ้นกระแสความ และไม่สามารถติดตามคนร้ายตัวจริงมารับโทษได้ จึงส่งผลกระทบต่อผู้บริสุทธิ์ ส่วนการฟ้องกลับเจ้าหน้าที่ตำรวจ กระทรวงยุติธรรมไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เป็นเรื่องของผู้เสียหายว่าจะดำเนินการอย่างไร กระทรวงยุติธรรมทำหน้าที่เพียงแสวงหาข้อเท็จจริงเพื่อนำมาประกอบการพิจารณาของศาลช่วยเหลือผู้บริสุทธิ์ให้พ้นโทษเท่านั้น" พ.ต.อ.ดุษฎีกล่าว

    สำหรับคดีนี้ นายพิสิษฐ์ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาว่า ร่วมกันวิ่งราวทรัพย์และหน่วงเหนี่ยวกักขัง ซึ่งก่อนหน้านี้ภรรยาของนายพิสิษฐ์เคยยื่นขอประกัน แต่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ยกคำร้อง เนื่องจากมูลค่าความเสียหายสูงถึง 15 ล้านบาท รวมถึงผู้เสียหายยืนยันว่านายพิสิษฐ์เป็นผู้วิ่งราวเพชรไป ทั้งที่ตัวนายพิสิษฐ์ได้นำหลักฐานเป็นใบรับรองแพทย์ยื่นต่อศาลว่าวันเกิดเหตุอยู่คนละพื้นที่กับที่เกิดเหตุ โดยหลังเกิดเรื่อง น.ส.ดารีวรรณ พ่อวงค์ ช่างเสริมสวยชาวนครพนม ภรรยาของนายพิสิษฐ์ มาร้องต่อกระทรวงยุติธรรมในช่วงเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา เพื่อขอให้ช่วยเหลือด้านคดีความและการประกันตัว กระทรวงยุติธรรมจึงส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สืบสวนหาข้อเท็จจริงเพื่อนำมาหักล้างกับข้อกล่าวหา และได้ยื่นหลักฐานใหม่ต่อศาลจนนำไปสู่การพิพากษายกฟ้อง และจะมีการปล่อยตัวนายพิสิษฐ์จากเรือนจำพิเศษธนบุรีในเย็นวันเดียวกัน

    ขณะที่มารดานายพิสิษฐ์กล่าวว่า ดีใจมากที่ลูกชายพ้นผิด ที่ผ่านมาก็ให้กำลังใจลูกชายมาโดยตลอด.

    LEAVE A REPLY

    0 Comments

  • เปลว สีเงิน

    ๒๖ ตุลาคม........... ประชาชนใน ๖ ภาค คือ เหนือ ๙ อีสาน ๒๐ กลาง ๒๑ ตะวันออก ๗ ตะวันตก ๕ ใต้ ๑๔ รวม ๗๗ จังหวัด คงไม่สามารถเดินทางเข้ามาร่วมถวายพระเพลิงพระบรมศพ "พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช" ในกรุงเทพฯ ได้ทั้งหมด เหตุนั้น "สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร" จึงพระราชทานพระราชานุญาต ให้รัฐบาลจัดสร้าง "พระเมรุมาศจำลอง ๘๕ แห่ง" กระจายไปทั่วประเทศ
  • บทบรรณาธิการ

    การออกมายืนยันทั้งน้ำตาไม่มีเจตนาแอบแฝงทางการเมืองของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย ต่อภาพการขึ้นขบวนรถแห่เชิญชวนให้ประชาชนชาวลาดปลาเค้าร่วมถวายดอกดาวเรือง เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่มีป้ายชื่อ "สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์" แผ่นใหญ่ติดอยู่หน้ารถ
  • เอ็กซ์-ไซท์

    พบโพรงน้ำไหลเป็นทาง ใต้รอยแยกกลางชุมชนแม่เมาะ ขณะที่ดินทรุดตัวเพิ่มไม่หยุด ล่าสุดบางจุดลามเข้าตัวบ้าน ทำบ้านเรือนชาวบ้านแตกเพิ่ม แถมลามถึงพื้นที่การเกษตรอีก ผู้ว่าฯ สั่งเฝ้าระวัง 24 ชม.ห้ามผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าพื้นที่เด็ดขาด นักธรณีวิทยานัดเจาะดินตรวจแล้ว
    ตำรวจภาค 3 สกัดยึดยาไอซ์ 508 กก.ขณะลำเลียงเข้ากรุง ผบ.ตร.เผยขบวนการยาเสพติดเปลี่ยนเส้นทางจากเหนือเข้าทางอีสานแทนหลังถูกสกัดอย่างหนัก ระบุยาไอซ์ล็อตนี้อยู่ไทยมูลค่า 1,000 ล้าน ถ้าหลุดไปต่างประเทศได้มูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาท
    กองสลากขู่อีกจับติดคุกกองสลากแก้ปัญหาหวยโก่งราคาไม่จบ งัดมาตรการใหม่จับปรับ 1 หมื่นจำคุก 1 เดือนพร้อมตัดโควตาห้ามจำหน่าย
  • x-cite inside

    นางพัชราภรณ์ อินทรียงค์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่ารัฐบาลได้ทำบัตรเชิญสำหรับผู้เข้าร่วมงานทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในวันที่ 26 ต.ค.นี้ โดยจัดพิมพ์จำนวน 5,000 ใบ
    เวียนมาบรรจบครบวาระ 1 ปี ในวันที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จสวรรคต แต่พระองค์ยังทรงสถิตอยู่ในหัวใจของประชาชนชาวไทยทุกดวง
    ด้วยความเชื่อที่ว่าเด็กและเยาวชนคนรุ่นใหม่ต่างเต็มเปี่ยมไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ และมีพลังเปลี่ยนแปลงโลกให้ดีและน่าอยู่ยิ่งขึ้น จึงเป็นที่มาของการประกวดผลงานเรื่อง "ความดี" ตามพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 ในกิจกรรม "ดี 7 DAY ทำดี ทำได้ทุกวัน"