7วันสุดท้ายกราบพระบรมศพ

  • Sunday, September 24, 2017 - 00:04

    7 วันสุดท้าย พสกนิกรเข้ากราบพระบรมศพฯ เนืองแน่น สำนักสถาปัตยกรรมสร้างลิฟต์รับเสด็จ พระเมรุมาศทิศตะวันออก-ทิศใต้ 8 ตัว พนักลงยาสีลายครุฑ-หงส์งดงาม กรอบซุ้มช่อฟ้าใบระกาสมพระเกียรติ พร้อมทดสอบระบบปลายเดือน ก.ย.นี้ "ป๋าเปรม" เชิญพระราชดำรัสในหลวง ร.9 ประเทศต้องการคนดีมากกว่าคนเก่ง

    ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศโดยรอบพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ 23 กันยายน ซึ่งเป็นวันที่ 325 ที่สำนักพระราชวังได้เปิดให้ประชาชนเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เบื้องหน้าพระบรมโกศ ที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ว่า หลังจากทางสำนักพระราชวังได้ประกาศว่าจะให้ประชาชนเข้ากราบพระบรมศพในวันที่ 30 กันยายน เป็นวันสุดท้าย ซึ่งเป็นช่วง 7 วันสุดท้าย ทำให้ประชาชนจากทั่วทุกสารทิศเดินทางเข้ามากราบพระบรมศพจำนวนมาก

    มีทั้งผู้ที่เดินทางมาครั้งแรก และที่เข้ากราบพระบรมศพมาหลายครั้งแล้ว โดยประชาชนได้เข้าแถวยาววนรอบสนามหลวงตั้งแต่ช่วงเช้ามืด บางคนมารอเข้ากราบตั้งแต่ตี 3 โดยท้ายแถวยังคงอยู่ที่บริเวณถนนราชดำเนิน ตรงข้ามกับสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล หรือกองสลากเดิม โดยมีเจ้าหน้าที่และจิตอาสาจากหน่วยงานต่างๆ คอยอำนวยความสะดวกอย่างเต็มความสามารถ ซึ่งสภาพอากาศเกือบตลอดทั้งวันมีเมฆฝนเป็นส่วนมาก และฝนตกเป็นระยะๆ

    ทั้งนี้ ข้อมูลจากกองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.) เมื่อเวลา 14.00 น. ของวันเสาร์ แจ้งยอดประชาชนเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพฯ มีจำนวนทั้งสิ้น 17,936 คน และยังคงรอคิว 30,000 คน

    นางจินดา มณีรัตนวงศ์ อายุ 49 ปี อาชีพพยาบาล จากกรุงเทพฯ กล่าวว่า รู้สึกปลาบปลื้มใจที่ได้เดินทางเข้ากราบพระบรมศพในวันนี้ แม้จะรอแถวนานตั้งแต่ตอนเช้า ตนก็ไม่เหน็ดเหนื่อย เจ้าหน้าที่ที่อยู่ที่นี่ดูแลประชาชนดีมาก ทั้งพยาบาลและตำรวจ เอาน้ำมาให้ดื่ม เอายาดมมาให้ ต้องขอขอบคุณพวกเขาเหล่านี้เป็นอย่างมาก และในช่วงเวลาที่ได้กราบพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศ น้ำตาก็เอ่อขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว ตนคิดถึงพระองค์ท่าน ไม่รู้ว่าในช่วงชีวิตของคนเราจะได้เจอคนที่ดีมากแบบพระองค์ท่านอีกหรือไม่

    น.ส.อารยา เลิศนาม อายุ 20 ปี นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า รู้สึกมีความสุขที่ได้เฝ้ารอเพื่อเตรียมกราบพระบรมศพ โดยในวันนี้มากับครอบครัว ซึ่งครั้งนี้ได้มากราบเป็นครั้งแรก ทุกคนก็เป็นลูกของท่าน ท่านเป็นพ่อที่ดีมากของคนไทยทุกคน มีกษัตริย์ไม่กี่พระองค์ที่ดูแลความทุกข์ร้อนของประชาชนให้กลับมาเป็นสุขได้เท่าพระองค์ อย่างไรก็ตาม เมื่อตนได้มองหน้าไปที่พระเมรุมาศ ก็รู้สึกใจหาย ไม่อยากให้ถึงวันถวายพระเพลิง ไม่อยากให้เกิดขึ้นเลย

    รักและคิดถึง ร.9

    "รักและคิดถึงพระองค์มาก แม้ว่าหนูจะเกิดในบั้นปลายของท่าน แต่หนูก็ตามดูพระราชกรณียกิจที่ท่านทำมาโดยตลอด ท่านจะอยู่ในใจของคนไทยไปตลอดกาลไม่มีวันสิ้นสุด" น.ส.อารยากล่าว

    นอกจากนี้ ช่วงเช้าเจ้าหน้าที่ของกรุงเทพมหานคร สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจการรื้อย้ายรั้วแผ่นสังกะสีบริเวณกองสลากเดิมออกทั้งหมด เพื่อเตรียมปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณโดยรอบพื้นที่พระเมรุมาศจำลองให้เป็นระเบียบเรียบร้อย และมีความสวยงาม สมพระเกียรติ โดยจะดำเนินการรื้อย้ายให้แล้วเสร็จภายในวันนี้ และจะเริ่มดำเนินการปรับภูมิทัศน์โดยรอบให้เสร็จภายในวันที่ 15 ต.ค.

    วันเดียวกันนี้ นายปฏิวัติ ทุ่ยอ้น สถาปนิกชำนาญการ สำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร เปิดเผยว่า ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการออกแบบลิฟต์เพื่อรองรับการเสด็จพระราชดำเนินของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และพระบรมวงศานุวงศ์ ตลอดจนข้าราชบริพารอาวุโสภายในพระเมรุมาศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ประกอบด้วยลิฟต์สำหรับการเสด็จพระราชดำเนินของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 บริเวณฝั่งทิศตะวันออกของพระเมรุมาศ และลิฟต์สำหรับพระบรมวงศานุวงศ์ และข้าราชบริพารอาวุโส ทางฝั่งทิศใต้ของพระเมรุมาศ ซึ่งการออกแบบโครงสร้างของลิฟต์สอดคล้องกับแนวคิดการก่อสร้างพระเมรุมาศ แต่มีความแตกต่างกันตามฐานานุศักดิ์ โดยจะติดตั้งลิฟต์ด้านละ 4 ตัว รวมทั้งหมด 8 ตัว โดยลิฟต์ฝั่งทิศตะวันออก มีขนาด 28.5 x 57.50 เซนติเมตร จัดสร้างเป็นระบบไฮดรอลิกหรือระบบพื้นยกขึ้นมายังชานชาลาแต่ละชั้น สามารถรองรับการใช้งานสำหรับรถเข็นได้ ประดับด้วยลวดลายศิลปกรรมไทย เน้นสัญลักษณ์รูปครุฑ หงส์ และพรรณพฤกษา

    นายปฏิวัติกล่าวว่า สำหรับฝั่งด้านทิศใต้ มีขนาด 34.5 x 21.5 เซนติเมตร โดยออกแบบร่วมกับอาจารย์คณะสถาปัตยกรรมไทย มหาวิทยาศิลปากร จัดสร้างระบบการทำงานเช่นเดียวกัน แต่งานศิลปกรรมดูเรียบและสวยงาม ล่าสุดผู้รับจ้างได้ทยอยนำชิ้นส่วนของลิฟต์ฝั่งทิศตะวันออกที่ดำเนินการแล้วเสร็จมาติดตั้ง มีลักษณะเป็นไฟเบอร์และเป็นไม้จริง พิเศษตรงลวดลายมีการลงยาเพื่อให้มีความงดงามเช่นเดียวกับศิลปกรรมราวบันไดนาค ส่วนลิฟต์ฝั่งทิศใต้อยู่ระหว่างส่งแบบขยายลวดลายไปดำเนินการผลิต

    เขาบอกว่าเมื่อแล้วเสร็จจะนำประกอบเข้ากัน จากนั้นจะมีการทดสอบระบบและระดับตัวลิฟต์ให้มีความสมดุล โดยจะต้องพอดีกับระดับของตัวชานชาลาแต่ละชั้น และการเข้าถึงในส่วนของรถเข็น การเปิด-ปิดประตูเข้าออกลิฟต์ เพื่อความสะดวกในการใช้งาน คาดว่าจะทดสอบระบบช่วงปลายเดือน ก.ย.นี้

    ลวดลายประดับลิฟต์

    ด้าน น.ส.ณิชชยา สาระรัตน์ นายช่างศิลปกรรมชำนาญงาน สำนักศิลปากรที่ 10 ร้อยเอ็ด เปิดเผยว่า ได้รับมอบหมายจากนายก่อเกียรติ ทองผุด นายช่างศิลปกรรม สำนักสถาปัตยกรรม ให้ร่วมออกแบบลวดลายศิลปกรรมประกอบพนักลิฟต์ ซึ่งลิฟต์ด้านทิศตะวันออกสำหรับพระราชินีในรัชกาลที่ 9 โดยใช้ลวดลายฉลุประดับกระจกข้างในเป็นลายครุฑและหงส์ ซึ่งลายครุฑสื่อถึงราชพาหนะของพระนารายณ์ เปรียบในหลวงรัชกาลที่ 9 ดั่งองค์พระนารายณ์อวตารลงมา

    ส่วนหงส์ แนวคิดจากการได้เห็นฉลองพระองค์ของพระราชินีในรัชกาลที่ 9 ทรงโปรดประดับเข็มกลัดรูปหงส์องค์เล็กๆ ยังพระอังสะเบื้องขวา นอกจากนี้ยังออกแบบเป็นลายดอกดารารัตน์ที่ตัดทอนรูปทรงออกมาแทรกตรงบานลิฟต์ด้านหน้า ประกอบกับลายดอกบัว เถาพฤกษาและลายไทยประดับบริเวณด้านข้าง สื่อถึงพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 9 มีทั้งหมด 4 ลาย แต่ละขนาดจะใช้ลายละ 2 ด้าน 2 ชุดเป็นลายกรอบเล็กและใหญ่ ใช้สีสื่อถึงพระองค์ ได้แก่ เขียว แดง ขาว และสีทอง โดยสีเขียวคือความเจริญรุ่งเรือง สีแดงคือพลังอำนาจ สีขาวคือความดี ความบริสุทธิ์ และสีทองตรงเครื่องทรงของหงส์และครุฑ เปรียบดั่งพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ ลวดลายเถาเน้นสีเขียวแทรกด้วยสีแดง ขาว ตรงกลางจะเป็นสีทอง ดอกดารารัตน์จะเป็นสีเหลือง

    "สำหรับลวดลายประดับลิฟต์ฝั่งทิศตะวันออกและทิศใต้มีความแตกต่างกัน เช่น ในส่วนของเสาหัวเม็ด หากเป็นลิฟต์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ จะเป็นเสาทรงมัน มีกรอบซุ้มช่อฟ้าใบระกาหางหงส์ แต่ลิฟต์สำหรับพระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ จะดูเรียบ องค์ประกอบเป็นบานเปิด จะมีความงดงามสมพระเกียรติ และสอดคล้องกับการประดับลวดลายศิลปกรรมของพระเมรุมาศ" นายช่างศิลปกรรมชำนาญงานกล่าว

    ผู้สื่อข่าวได้ติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างพระเมรุมาศจำลอง ที่บริเวณลานขนถ่ายสินค้าองค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี มีความคืบหน้าแล้วกว่าร้อยละ 80 เจ้าหน้าที่กำลังเร่งทางสี ประกอบไม้อัด และติดตั้งลวดลายประดับอย่างวิจิตรสวยงามตามแบบของกรมศิลปากร และในที่ 24 ก.ย. จะยกฉัตรส่วนยอดขึ้นประดิษฐาน และจะมีพิธีบวงสรวงในวันอังคารที่ 3 ต.ค.นี้

    พระเมรุมาศจำลอง

    ส่วนพื้นที่ด้านหน้า ทางสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดจันทบุรี ได้ออกแบบการปรับภูมิทัศน์ให้สวยงามและสมพระเกียรติ มีการประดับตกแต่งดอกดาวเรืองโดยรอบพื้นที่กว่า 1 แสนต้น รวมทั้งจะมีการจัดนิทรรศการโครงการพระราชดำริฯ น้อมรำลึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในบริเวณโดม 1 และลานด้านหน้าพระเมรุมาศจำลอง

    อย่างไรก็ตาม จังหวัดจันทบุรีได้วางแผนในการรองรับมวลชนที่จะมาร่วมพิธีถวายดอกไม้จันทน์ที่พระเมรุมาศจำลอง องค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี เบื้องต้นคาดมีพสกนิกรชาวจันทบุรีทุกสาขาอาชีพ รวมทั้งพระภิกษุสงฆ์ ผู้นำทางศาสนา และผู้นับถือทุกศาสนา ผู้สูงอายุ คนพิการ เด็กนักเรียน นักศึกษา ร่วมพิธีกว่า 50,000 คน ขณะนี้มีการแจ้งความจำนงมาแล้วประมาณ 21,000 ราย

    ทั้งนี้ ทางจังหวัดได้เตรียมจัดระเบียบมวลชนให้ชาวจังหวัดจันทบุรีได้ถวายดอกไม้จันทน์อย่างทั่วถึงในวันที่ 26 ต.ค. ตั้งแต่ช่วงเวลา 09.00-16.30 น. และพักรอพระราชพิธีจากส่วนกลาง หลังจากนั้นจึงจะถวายดอกไม้จันท์น์ต่อเป็นเวลาอันควรเสร็จ แล้วจะเคลื่อนขบวนนำดอกไม้จันทน์ไปเผา ณ วัดไผ่ล้อม (พระอารามหลวง) พร้อมมีรถจิตอาสารับ-ส่งผู้ร่วมงานจากตัวเมืองจันทบุรี ไปยังสถานที่จัดพิธีบริเวณพระเมรุมาศจำลองเพื่อป้องกันปัญหาการจราจรแออัด ส่วนอำเภอด้านนอกเชิญชวนประชาชนร่วมพิธี ณ วัดประจำอำเภอทั้ง 9 แห่ง

    ที่หอประชุมเปรมติณสูลานนท์ ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษาของมูลนิธิเปรมติณสูลานนท์ และมอบรางวัลการประกวดโครงงานนักเรียนระดับภาค ประจำปี 2560 โดยได้พิจารณามอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียนที่เรียนดี มีความประพฤติเรียบร้อย แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ รวมถึงทุนการศึกษาแก่บุตรของข้าราชการตำรวจ ทหาร ที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

    การมอบทุนการศึกษาดังกล่าว ทางมูลนิธิฯ ได้ดำเนินการต่อเนื่องมาเป็นประจำทุกปี โดยภายในงานพล.ท.วิชัย แชจอหอ แม่ทัพภาคที่ 2 และนายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ 19 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นายตำรวจ และนายทหาร เข้าร่วมมอบเงินสมทบทุนเข้ามูลนิธิฯ ในครั้งนี้ด้วย

    ต้องการคนดีมากกว่าคนเก่ง

    สำหรับในปีนี้ ทางมูลนิธิฯ ได้มอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียนนักศึกษาในจังหวัดนครราชสีมา รวมจำนวน 1,861 ทุน เป็นเงินจำนวน 5,325,300 บาท สำหรับภาคเอกชนที่มอบทุน อาทิ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์ โดยนายสมบูรณ์ งามลักษณ์ จำนวนเงิน 2 ล้านบาท, พล.ท.วิชัย แชจอหอ แม่ทัพภาคที่ 2 จำนวน 2 แสนบาท, นายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา จำนวน 2 แสนบาท และสำนักงานสลากินแบ่งรัฐบาล รวมจำนวน 5 แสนบาท, นายเทวัญ ลิปตพัลลภ จำนวน 2 แสนบาท, บริษัท ปตท. จำนวน 2 แสนบาท เป็นต้น

    พล.อ.เปรมได้กล่าวให้โอวาทกับผู้เข้าร่วมงานว่า เมื่อประมาณ 3 ปีก่อนที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 จะเสด็จสวรรคต พระองค์ท่านได้พระราชทานเงินให้ตนส่วนหนึ่ง มีรับสั่งว่า 1.ให้ไปดูแลโรงเรียนที่เก่าชำรุดทรุดโทรมมากๆ ไม่สามารถที่จะช่วยตัวเองได้ และข้อ 2 สำคัญมาก ท่านก็รับสั่งว่าให้ช่วยกันผลิตคนดี ไม่ต้องเน้นผลิตแต่คนเก่ง เพราะชาติบ้านเมืองของเราต้องการคนดีมากกว่าต้องการคนเก่ง เพราะว่าคนเก่งอาจจะเป็นคนไม่ดีก็ได้

    "ผมก็รับใส่เกล้าใส่กระหม่อมมาปรึกษากับเพื่อนฝูงที่คุ้นเคยและรู้จักดีในแวดวงการศึกษา นอกจากนี้ท่านยังเน้นเรื่องหนึ่งว่า การปลูกฝังเรื่องคุณธรรมและจริยธรรมเป็นสิ่งที่เราจะต้องมอบให้กับเด็กให้ได้"

    พล.อ.เปรมยังกล่าวว่า พร้อมกับอีกข้อหนึ่ง ท่านรับสั่งว่า ขอให้ไปพูดกับเด็กนักศึกษาที่กำลังจะจบการศึกษา เช่น เด็กมหาวิทยาลัยราชภัฏ เป็นต้น ขอให้เด็กเหล่านั้นกลับไปทำงานที่ภูมิลำเนาเดิมอย่างน้อยสัก 2 ปี เพราะเราต้องเรียนมาเพื่อแสดงให้เห็นว่าเขาได้เรียนมาเพื่อรับใช้ประชาชนในบ้านของตนเอง

    "สิ่งเหล่านี้ที่ผมขอพระราชทานอัญเชิญมาบอกกับพวกคุณที่เป็นผู้ใหญ่ เพราะเป็นเรื่องสำคัญที่เราจะต้องทำ ส่วนเด็กเล็กๆ อาจจะยังไม่เข้าใจ ก็ขอให้ครูช่วยชี้แจงให้เด็กเข้าใจว่าคนดีคืออย่างไร คนเก่งคืออย่างไร ทำไมเราต้องการคนดีมากกว่าต้องการคนเก่ง ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้มูลนิธิฯ เราดูแลกันอยู่นี้ได้ทำทุกอย่างแล้ว แต่เราควรจะหาวิธีที่จะให้ครูบาอาจารย์นักเรียนทั้งหลายเชิญพระราชกระแสไปประพฤติปฏิบัติตามที่มีรับสั่งให้ได้" พล.อ.เปรมกล่าว.

  • เปลว สีเงิน

    เศรษฐกิจมันเป็นเรื่องใกล้ตัว หลอกกันไม่ได้ ล้วงกระเป๋าไปแล้วไม่เจอเงิน มันก็คือไม่เจอ เวลานี้ใครมาบอกว่าเศรษฐกิจดี คนจนจะหมดไปแล้ว สำหรับประชาชนระดับรากหญ้า เชื่อก็บ้า! ไม่มีปัญญาไปชิมไข่เจียวร้าน เจ๊ไฝ หรอกครับ เศรษฐกิจ ปากท้อง ไม่ใช่เรื่องของตัวเลขอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับความรู้สึกด้วย และเมื่อสองอย่างนี้มาผสมกัน มันก็เหมือนระเบิด
  • บทบรรณาธิการ

    ปรากฏการณ์พบอาวุธสงครามล็อตใหญ่ ที่อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา นำไปสู่การเดินเข้ามามอบตัวเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจของนายวัฒนา ทรัพย์วิเชียร เมื่อวันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยนายวัฒนาถูกควบคุมตัวตาม มาตรา 44 เนื่องจากต้องสงสัยมีอาวุธสงครามไว้ในครอบครอง โดยเชื่อมโยงกับซีรีส์นัมเบอร์ของอาวุธล็อตใหญ่นี้มีความเชื่อมโยงกับอาวุธสงครามที่ตรวจจับได้เมื่อปี 2557
  • เอ็กซ์-ไซท์

    กรมการขนส่งทาง บกดีเดย์ต้นปี 61 ยกมาตรฐานสอบใบขับ ขี่ทุกด้าน เตรียมออก กฎกระทรวงห้าม 5 โรคสำคัญ อายุ 70 ปีขึ้นไปจับตรวจสาย ตา-สุขภาพทุก 3 ปี
    ว.วชิรเมธีชื่นชมก้าวคนละก้าวทำเพื่อสังคม ประชาชนยังคงร่วมบริจาคสมทบโครงการก้าวคนละก้าวจนยอดผ่าน 723 ล้านบาทแล้วแม้ตูนจะหยุดพักเพราะป่วย ก่อนออกมาวิ่งต่อวันอังคารมุ่งหน้าสู่นครสวรรค์ ว.วชิรเมธีแสดงความชื่นชมนักร้องหนุ่มสั่นสะเทือนโครงสร้างพื้นฐานในจิตใจคนไทยทั้งประเทศ
    ไฟไหม้ตึกแถวเก่าแก่ย่านแพร่งนราซึ่งก่อสร้างตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เสียหาย 13 คูหา ยังไม่ รู้สาเหตุ รอสำนักงานทรัพย์สินฯ ประเมินความสูญเสีย
  • x-cite inside

    ในจำนวนร่าง พ.ร.บ.ที่ภาคประชาชนมีส่วนในการร่างและผลักดัน จนเกิดผลเป็นรูปธรรมต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้มีอยู่ไม่กี่ฉบับ และหนึ่งในนั้นก็คือ ‘พระราชบัญญัติสภาองค์กรชุมชน พ.ศ.2551’ ที่ส่งผลให้เกิดการจัดตั้ง ‘สภาองค์กรชุมชนตำบล’ ขึ้นมาแล้วไม่ต่ำกว่า 6,000 ตำบลทั่วประเทศ
    ปฏิบัติการทวงคืนพื้นที่สาธารณะป่าห้วยเม็กของชาวบ้านตำบลบ้านดง อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น เมื่อไม่กี่เดือนมานี้ กลายเป็นข่าวโด่งดังไปทั่วประเทศ เมื่อชาวบ้านกลุ่มเล็กๆ สามารถต่อสู้เพื่อทวงคืนผืนป่าจากบริษัทเครื่องดื่มผสมเคเฟอีนที่มีอำนาจเงินตราและมีทุนมหาศาล เหมือนดังไม้ซีกที่งัดไม้ซุงได้สำเร็จ...
    นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมดีๆ ที่เกิดขึ้นในโรงภาพยนต์เอสพลานาด ซีนีเพล็กซ์ รัชดาภิเษก โดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับภาคีเครือข่ายนำกลุ่มนักเรียน นักศึกษา ครู อาจารย์ ผู้ปกครอง กว่า 100 คน จัดกิจกรรมสร้างการเรียนรู้ผ่านการชมภาพยนตร์เรื่อง “ของขวัญ” ผลงานการสร้างสรรค์ของ 4 ผู้กำกับแถวหน้า "ปรัชญา ปิ่นแก้ว, นนทรีย์ นิมิบุตร, ก้องเกียรติ โขมศิริ, ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล"