'พานางเอกหนี' ไม่มีความผิด?

  • Saturday, September 23, 2017 - 00:01

    นึกว่าพระเอกที่ไหนเป็นคนพา "นารีขี่ม้าแดง" หนี?

    ที่แท้ก็....."ตำรวจ" นี่เอง!

    ทราบตามที่ "พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล" รอง ผบ.ตร.แจกแจงเมื่อวาน (๒๒ ก.ย.๖๐) แล้วกระมัง คนพาหนี ก็มี

    -พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ อยู่ฤทธิ์ รอง ผบก.น.๕

    -พ.ต.ท.สามิตร ไชยอิ่นคำ สารวัตร กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม

    -ด.ต.พรพิพัฒน์ มากบุญงาม ผู้บังคับหมู่ ฝ่ายอำนวยการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม

    แล้วทาง "สำนักงานตำรวจแห่งชาติ" จัดการตำรวจที่พานางเอกเชิดอย่างไร?

    เอ้า...ฟัง พล.ต.อ.ศรีวราห์พูดโดยตรงดีกว่า..........

    "ตำรวจทั้ง ๓ นาย ยืนยันยังไม่มีความผิดอาญาในการพาหนี เพราะขณะนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่ได้มีหมายจับติดตัว

    ส่วนเจตนาว่า พาหนีหรือไม่ อย่างไร จะเอาผิดทางวินัย หรือจะเสนอเรื่องให้พักราชการหรือไม่?

    เป็นอำนาจหน้าที่ 'ผู้บังคับบัญชาต้นสังกัด' เป็นผู้พิจารณา อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดให้การเป็นประโยชน์

    สำหรับเส้นทางหลบหนีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังไม่ยืนยันว่าเปลี่ยนรถแล้วออกไปนอกประเทศ ไปทางสระแก้วหรือไม่ ถ้าพูดไปอาจจะกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้

    ผู้ต้องสงสัยทั้ง ๓ นาย ได้ปล่อยตัวไป เพราะตำรวจไม่มีอำนาจควบคุมตัวไว้ ข้อหายังไม่มี ไม่มีข้อหาอะไรที่ไปจะควบคุมเขาไว้"

    สังเกตให้ดีนะครับ........

    ตามที่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ใช้คำว่า

    "ยังไม่ยืนยันว่า เปลี่ยนรถแล้ว ออกไปนอกประเทศ ไปทางสระแก้วหรือไม่"

    นั่นเท่ากับการันตีให้ตำรวจทั้ง ๓ นาย ว่าพายิ่งลักษณ์นั่งรถกินลมชมวิวแล้วไปส่งลงแค่ในเขตประเทศไทยเท่านั้น

    "เปล่าขับรถข้ามแดนออกไปส่ง" ถึงนอกประเทศแต่อย่างใด!?

    ดังนั้น พล.ต.อ.ศรีวราห์ จึง "ตัดฉากจบ" ด้วยคำว่า......

    -ยืนยัน ตำรวจทั้ง ๓ นาย ยังไม่มีความผิดอาญาในการพาหนี เพราะขณะนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่ได้มีหมายจับติดตัว

    -ไม่มีข้อหาอะไรที่ไปจะควบคุมตำรวจทั้ง ๓ คนนั้นไว้

    ก็เอาตามที่ท่านสบายใจเถอะ เห็นย้ายแก้เขินทั้ง ๓ นายกันไปแล้ว

    ซักพัก พอสังคมลืมๆ ค่อยกลับ!

    ถามกันว่า อีกคนอยู่นครบาล อีก ๒ คนอยู่นครปฐม แล้วมาบรรจบเป็น "มะเขือเทศสามัคคี" พานารีขี่แคมรี่ส่งชายแดนได้ยังไง?

    ก็ลูกน้อง "ร่วมนายสายมะเขือเทศ" ระดับ พล.ต.อ.-พล.ต.ท.ในอดีต ด้วยกันนั่นแหละ

    ก็รู้ๆ กันอยู่ พูดไปก็ไลฟ์บอย!

    สำหรับความคิดส่วนตัวผมกรณีนี้ เออ...ดีแล้ว พาหนีไปเหอะ

    ขืนให้อยู่ "แมลงวันตอมขี้" ทั้งเหม็น-ทั้งรำคาญเปล่าๆ

    แต่มีประเด็นน่าสังเกตอยู่นิด......

    กองบังคับการตำรวจนครบาล ๕ นี่ ถ้าเส้นไม่ใหญ่-นายไม่ปึ้ก ตำรวจคนไหน จะย้ายเข้ามา "กินพื้นที่" ยาก

    เพราะเป็น "เหมืองทอง" กลางกรุง ย่อมมีขาใหญ่คุมสัมปทาน ตำรวจที่จะได้ย้ายมา ส่วนใหญ่ต้องเป็นคนในสาย

    พื้นที่นครบาล ๕ เป็นย่านเศรษฐี ย่านธุรกิจการค้า มีทั้งอาบนวด ผับ บาร์ สถานบริการ โรงแรม ห้างสรรพสินค้า และ (บ่อน) ด้วย!

    โรงพักในเขตพื้นที่ ก็มี สน.ทองหล่อ, ลุมพินี, คลองตัน, ท่าเรือ, ทุ่งมหาเมฆ, วัดพระยาไกร, บางโพงพาง, พระโขนง และ สน.บางนา

    พื้นที่เกรด A ต้องตำรวจเกรด A (ในความหมายของตำรวจ) เท่านั้น จะได้มาอยู่

    แต่ปรากฏว่า ตำรวจเกรด A พื้นที่นี้ ก็สร้าง "เกียรติประวัติ" ด้านฉาวให้สถาบันตำรวจโด่งดังประจำ

    เมื่อมิถุนา ปี ๕๘ ตำรวจ-ทหาร บุกจับบ่อนพนันออนไลน์ ย่านสุขุมวิท ๖๙

    ถูกย้ายกันตั้งแต่ตัว "ผู้บังคับการนครบาล ๕" ไปยันผู้กำกับโรงพักคลองตันถึงสารวัตร

    เรียกว่า "ย้ายยกโรงพัก"!

    คดี "บอส-กระทิงแดง" ขับรถชนตำรวจตายปี ๕๕ นี่ก็ "นครบาล ๕" อีกเหมือนกัน

    ๕ ปี คดีดองไว้..........

    ตอนนี้ ถูก ป.ป.ช.ตั้งอนุกรรมการไต่สวนชนิดยกกองบังคับการ

    ตั้งแต่ตัว ผบก.-รอง ผบก.ไปจนถึงผู้กำกับ-สารวัตร โรงพักทองหล่อ

    บิ๊กแจ๊ด "พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง" ตอนเกิดเรื่อง เป็นผู้บัญชาการตำรวจนครบาล

    แสดงบทพระเอก "เอาเป็น-เอาตาย" กับคดีนี้ เรียกเสียงเชียร์ บิ๊กแจ๊ดสู้ๆ..บิ๊กแจ๊ดสู้ๆ...อื้ออึง!

    "พ.ต.ท.ปัณณ์ณภณ นามเมือง" สวป. สน.ทองหล่อ ไปเอาคนในบ้านบอส-กระทิงแดง มารับสมอ้างเป็นคนขับ

    บิ๊กแจ๊ดโกรธ "ลูกน้องตายลูกพี่กลับไปช่วยคนที่ทำให้ตาย" สั่งเอาโทษทั้งวินัย-อาญากับ พ.ต.ท.ปัณณ์ณภน และให้ออกจากราชการไว้ก่อน

    นี่...คุณสมบัติตำรวจนครบาล ๕

    แต่การไล่ออกของบิ๊กแจ๊ด กลับปรากฏว่า "พ.ต.ท.ปัณณ์ณภณ" ไปยิ่งยศ-ยิ่งใหญ่ อยู่ "โรงพักบางบอน" โน่น

    พอเรื่องเงียบ ก็คืนถิ่นนครบาล ๕ จะให้กลับทองหล่อดูจะเอิกเกริกไปนิด เลยมาอยู่แถวๆ ท่าเรือ

    และล่าสุดตอนนี้ "พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ อยู่ฤทธิ์" ที่นำทีมยิ่งลักษณ์หนี

    ก็นครบาล ๕ ระดับ รอง ผบก.น.๕ เลยทีเดียว!

    ทีนี้ ย้อนมาดูที่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ บอกว่า ตำรวจทั้ง ๓ นาย ยังไม่มีความผิดอาญาในการพายิ่งลักษณ์หนี ด้วยเหตุผลว่า

    -ขณะนั้น "น.ส.ยิ่งลักษณ์" ยังไม่มีหมายจับ

    -ยังไม่มีข้อหาอะไรที่จะคุมตัวตำรวจทั้ง ๓ ได้!

    นั่นเป็นความเห็นทางตำรวจ ผมมิบังอาจท้วงติง เพียงแต่ข้องใจอยากถามบางประเด็นเป็นความรู้เท่านั้น

    คืออยากถามว่า........

    เมื่อ ๑๙ พฤษภา ๕๘ ที่อัยการสูงสุดฟ้องยิ่งลักษณ์ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมือง ฐานความผิดต่อหน้าที่ ในโครงการรับจำนำข้าว นัดแรก นั้น

    ทนายยิ่งลักษณ์ยื่นหลักทรัพย์ เป็นสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงเทพ จำนวน ๓๐ ล้านบาท ขอให้ปล่อยตัวชั่วคราว

    ศาลอนุญาต โดยมีคำสั่งว่า..........

    "จำเลยมีหน้าที่ต้องมาศาลตามนัดทุกครั้ง หากจำเลยไม่สามารถมาศาลในนัดใด ให้จำเลยยื่นคำร้องแสดงเหตุจำเป็นต่อศาล พิจารณาเป็นครั้งคราวไป"

    โดยกำหนดเงื่อนไข............

    "ห้ามจำเลยเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล"

    ท่าน พล.ต.อ.ศรีวราห์ครับ...........

    การที่ตำรวจพายิ่งลักษณ์ ซึ่งเป็นจำเลยที่ศาลให้ประกันด้วยเงื่อนไข "ห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร" เช่นนี้

    ตำรวจทั้ง ๓ ไม่เข้าข่ายผิดตาม ป.วิ.อาญา มาตรา ๑๕๗ หรือครับ ที่ว่า.....

    "ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสองหมื่นบาทหรือ ทั้งจำทั้งปรับ"

    นอกจากมาตรา ๑๕๗ นี้แล้ว........

    ยังน่าจะเข้าข่ายความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๙๘ ด้วย

    "ผู้ใดช่วยผู้อื่นซึ่งเป็นผู้กระทำความผิดหรือเป็นผู้ต้องหาว่ากระทำความผิด อันมิใช่ความผิดลหุโทษ เพื่อไม่ให้ต้องโทษ โดยให้พำนักแก่ผู้นั้น

    โดยซ่อนเร้น หรือโดยช่วยผู้นั้นด้วยประการใดเพื่อไม่ให้ถูกจับกุม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ"

    ผมมีความเห็นว่า ที่ท่านว่า "ไม่มีข้อหา ไม่มีอำนาจคุมตัว ต้องปล่อยตำรวจทั้ง ๓ คนไป" นั้น

    ท่านเทเร็วไปหรือเปล่า?

    ไม่ใช่อะไรหรอก ยุคนี้ "นักร้อง" เยอะ ๓ ตำรวจไม่ถูกข้อหา ตัวท่านเองนั่นแหละ

    เผลอๆ จะเจอข้อหา "เจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่" เสียเอง

    แล้วบ้านเมืองก็จะเสียนายตำรวจตงฉิน ซื่อสัตย์-ซื่อตรงต่อหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ไปซะอีกคนเปล่าๆ

    ความจริง การสืบจับจนได้ตัว ๓ ตำรวจ ถือว่าขึ้นต้นเป็น "ลำไม้ไผ่" ได้สวยงาม

    ทุกคนก็รู้ ๓ ตำรวจ แค่ "ลูกน้อง" ในฟาร์มมะเขือเทศใหญ่ ที่ทำตามคำสั่งเจ้านายเท่านั้น

    ถ้าลิเกจบแค่ลูกน้อง...........

    ต้องระวัง ที่ขึ้นต้นสวย จะลงท้ายด้วย "ไฟไหม้โรงยี่เก คสช."!

  • เปลว สีเงิน

    ๒๖ ตุลาคม........... ประชาชนใน ๖ ภาค คือ เหนือ ๙ อีสาน ๒๐ กลาง ๒๑ ตะวันออก ๗ ตะวันตก ๕ ใต้ ๑๔ รวม ๗๗ จังหวัด คงไม่สามารถเดินทางเข้ามาร่วมถวายพระเพลิงพระบรมศพ "พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช" ในกรุงเทพฯ ได้ทั้งหมด เหตุนั้น "สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร" จึงพระราชทานพระราชานุญาต ให้รัฐบาลจัดสร้าง "พระเมรุมาศจำลอง ๘๕ แห่ง" กระจายไปทั่วประเทศ
  • บทบรรณาธิการ

    การออกมายืนยันทั้งน้ำตาไม่มีเจตนาแอบแฝงทางการเมืองของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย ต่อภาพการขึ้นขบวนรถแห่เชิญชวนให้ประชาชนชาวลาดปลาเค้าร่วมถวายดอกดาวเรือง เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่มีป้ายชื่อ "สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์" แผ่นใหญ่ติดอยู่หน้ารถ
  • เอ็กซ์-ไซท์

    พบโพรงน้ำไหลเป็นทาง ใต้รอยแยกกลางชุมชนแม่เมาะ ขณะที่ดินทรุดตัวเพิ่มไม่หยุด ล่าสุดบางจุดลามเข้าตัวบ้าน ทำบ้านเรือนชาวบ้านแตกเพิ่ม แถมลามถึงพื้นที่การเกษตรอีก ผู้ว่าฯ สั่งเฝ้าระวัง 24 ชม.ห้ามผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าพื้นที่เด็ดขาด นักธรณีวิทยานัดเจาะดินตรวจแล้ว
    ตำรวจภาค 3 สกัดยึดยาไอซ์ 508 กก.ขณะลำเลียงเข้ากรุง ผบ.ตร.เผยขบวนการยาเสพติดเปลี่ยนเส้นทางจากเหนือเข้าทางอีสานแทนหลังถูกสกัดอย่างหนัก ระบุยาไอซ์ล็อตนี้อยู่ไทยมูลค่า 1,000 ล้าน ถ้าหลุดไปต่างประเทศได้มูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาท
    กองสลากขู่อีกจับติดคุกกองสลากแก้ปัญหาหวยโก่งราคาไม่จบ งัดมาตรการใหม่จับปรับ 1 หมื่นจำคุก 1 เดือนพร้อมตัดโควตาห้ามจำหน่าย
  • x-cite inside

    นางพัชราภรณ์ อินทรียงค์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่ารัฐบาลได้ทำบัตรเชิญสำหรับผู้เข้าร่วมงานทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในวันที่ 26 ต.ค.นี้ โดยจัดพิมพ์จำนวน 5,000 ใบ
    เวียนมาบรรจบครบวาระ 1 ปี ในวันที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จสวรรคต แต่พระองค์ยังทรงสถิตอยู่ในหัวใจของประชาชนชาวไทยทุกดวง
    ด้วยความเชื่อที่ว่าเด็กและเยาวชนคนรุ่นใหม่ต่างเต็มเปี่ยมไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ และมีพลังเปลี่ยนแปลงโลกให้ดีและน่าอยู่ยิ่งขึ้น จึงเป็นที่มาของการประกวดผลงานเรื่อง "ความดี" ตามพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 ในกิจกรรม "ดี 7 DAY ทำดี ทำได้ทุกวัน"