บ้านพิษณุโลก...บ้านนี้มีตำนาน

  • Thursday, September 21, 2017 - 22:18

    ร้อยตำนาน ล้านเรื่องเล่า วงการเมือง ที่น่าสนใจ หลากแง่มุม เกี่ยวกับบุคคล สถานที่ หรือแม้แต่ เรื่องเล่า ทั้งจากปากคำเจ้าตัว หรือ คนใกล้ชิดเกี่ยวข้อง

    ปฐมฤกษ์ ขอนำเสนอ บ้านพิษณุโลก ในแง่ของตำนาน คำบอกเล่าต่างๆ ถึงอย่างไรก็ดี แหล่งที่มาของข้อมูลมาทั้งจากโลกออนไลน์บางส่วน หนังสือบางเล่ม และเรื่องบอกกล่าวจากบุคคลการเมืองอีกบางคน เลยถือโอกาส นำมาถ่ายทอดในสไตล์ ‘นายเรื่องเล่า’ และต้องขออภัยล่วงหน้า หากหลงลืมไปบ้าง ลืมกล่าวอ้างอิงถึงที่มาที่ไปบ้าง แต่มิได้มีเจตนาอย่างอื่น

    บ้านพิษณุโลก บ้านหลังนี้มาประวัติความเป็นมายาวนาน โดยจุดกำเนิดเกิดขึ้น พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงโปรดให้สร้างบ้านพักอาศัยเพื่อพระราชทานให้กับมหาดเล็กส่วนพระองค์ 4 ท่าน คือบ้านบรรทมสินธุ์ พระราชทานแก่ พลตรีพระยาอนิรุทธเทวา (หม่อมหลวงฟื้น พึ่งบุญ) ปัจจุบันคือบ้านพิษณุโลก บ้านนรสิงห์ พระราชทานแก่ พลเอกเจ้าพระยารามราฆพ (หม่อมหลวงเฟื้อ พึ่งบุญ) ปัจจุบันคือ ทำเนียบรัฐบาล

    บ้านมนังคศิลา พระราชทานแก่ มหาเสวกเอก พระยาอุดมราชภักดี (โถ สุจริตกุล) ปัจจุบันคือ ที่ตั้งสภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ บ้านพิบูลธรรม พระราชทานแก่ เจ้าพระยาธรรมาธิกรณาธิบดี (หม่อมราชวงศ์ปุ้ม มาลากุล) ปัจจุบันคือ กระทรวงพลังงาน

    บ้านพิษณุโลก ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ตอนนั้นตรงกับรัฐบาลของจอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้ทำการซื้อบ้านหลังนี้จากเจ้าของเดิมเพื่อไม่ให้ญี่ปุ่นซื้อไปเป็นสถานทูต เนื่องจากบ้านนี้ตั้งอยู่ใกล้กับกองพันทหารราบที่3 ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ โดยหลังจากซื้อแล้วรัฐบาลสมัยนั้นได้ใช้บ้านนรสิงห์ เป็นทำเนียบรัฐบาล (ภายใต้ชื่อ "ทำเนียบสามัคคีชัย") สำหรับบ้านบรรทมสินธุ์นั้น ในช่วงแรก ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น "บ้านไทยพันธมิตร" ต่อมาจึงได้เปลี่ยนชื่ออีกครั้ง เป็น "บ้านพิษณุโลก" เนื่องจากบ้านหลังนี้ตั้งอยู่บนถนนพิษณุโลก ข้างโรงพยาบาลมิชชั่น ได้ใช้เป็นที่ต้อนรับแขกเมืองสำคัญของรัฐบาลมาจนปัจจุบัน

    ว่าแล้ว บ้านแห่งนี้เป็น บ้านพักประจำตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในสมัย พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ พ.ศ.2524 ได้ย้ายเข้าไปพัก แต่ก็อยู่เพียง 2 วัน จึงย้ายออกไปพักที่บ้านพักเดิมคือ บ้านสี่เสาเทเวศร์ ในยุค นายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี เคยเข้าพักบ้านพิษณุโลกหลังนี้ และอยู่ได้นานทั้งสองสมัยการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยได้ใช้โซฟาในห้องทำงานซึ่งอยู่ด้านหน้าห้องนอนเป็นที่นอน ไม่ได้มีการใช้เตียงนอนภายในห้องนอนของบ้านแต่อย่างใด เนื่องจากเป็นให้เกียรติเจ้าของบ้าน

    เป็นที่สงสัยกันว่าเหตุใด นายชวน หลีกภัย พำนักอยู่ในบ้านหลังนี้ได้นานกว่านายกรัฐมนตรีคนอื่น ๆ และหลังจาก นายชวน ก็ไม่มีนายกรัฐมนตรีคนใดใช้บ้านหลังนี้เป็นที่พำนักถึงปัจจุบัน มีเพียงแต่ใช้เป็นที่ประชุมและรับแขกเท่านั้น เรื่องเล่าที่เคยได้ยินได้ฟังมา ส่วนหนึ่งมาจาก เจ๊ยุ-ยุวดี ธัญญสิริ ครูข่าวอาวุโส ผู้ล่วงลับ เคยถ่ายทอดให้ฟังถึง ตำนานเรื่องเล่าต่างๆ

    เช่น "เคยสัมภาษณ์ท่านชวน นายกที่อยู่ในบ้านหลังนี้นานที่สุด ท่านบอกไม่มีอะไร เลยไปแอบถามคนสนิทท่าน ก็ได้ความมาว่า ขนาดท่านไม่กลัว แต่ตอนเข้าไปอยู่ใหม่ๆ ต้องทำพิธีครบ 3 ศาสนาเลย"

    นายทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น คุณหญิงพจมาน ภริยา นำคนเข้ามาทำความสะอาดของครั้งใหญ่ที่บ้านพิษณุโลกแห่งนี้ ในระหว่างที่กำลังปัดกวาดเช็ดถู คนงานหญิงคนหนึ่งก็ล้มตัวลงนั่ง จากนั้นมองไปรอบๆ ก่อนพูดออกมาเป็นเสียงคล้ายคนแก่ "อะไรๆ ก็รกหูรกตาไปเสียหมด อะไรๆ ก็สกปรก ไม่ยอมทำความสะอาดกันเลย" จนมีการนำน้ำมนต์และสร้อยพระมาคล้อง เธอจึงกลับมาเป็นตัวเธออีกครั้ง

    นายบรรหาร ศิลปอาชา นายกรัฐมนตรีในสมัยนั้น แม้ท่านไม่ได้เข้ามาพักในบ้านหลังนี้ แต่ก็ได้ใช้เป็นที่ประชุมเรื่อยๆ ครั้งหนึ่ง ได้ใช้เป็นที่ประชุมเหล่าสมาชิกผู้ทรงเกียรติของพรรค แล้วในระหว่างที่กำลังประชุมอยู่นั้น นายพวงเล็ก บุญเชียง ส.ส.ของพรรค ได้ลุกขึ้นยืนก่อนจะกราดนิ้วชี้ไปยังใบหน้าของผู้ร่วมสมาชิกพรรคทั้งหลายว่า

    "พวกแกมาทำอะไรกันที่นี่!"

    เป็นเรื่องเล่าที่บอกกันต่อๆมา กระนั้นก็ดี ครั้งหนึ่ง นักข่าวเคยสัมภาษณ์ พล.อ.เฟื่องเฉลย อนิรุทธเทวา ซึ่งเป็นทายาทของพระยาอนิรุทธเทวา ซึ่งเคยพักอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้เมื่อสมัยเด็กก็ได้รับการยืนยันว่า

    ‘ไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับเรื่องผีดุแต่อย่างใด ทั้งๆที่อาศัยอยู่มาตั้งแต่เด็กจนหนุ่ม จนกระทั่งรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม ซื้อบ้านหลังนี้ไป’

    แต่ใช่ว่า บ้านพิษณุโลก จะมีแต่เรื่องเล่า เรื่องลือถึง ความอาถรรพ์ สิ่งที่มองไม่เห็นเท่านั้น สถานที่แห่งนี้ เคยใช้เป็นสถานที่สำคัญประชุมวาระสำคัญ เรื่องการเมืองก็มี และได้สร้าง บุคคลให้มีชื่อเสียงดังโด่งมาถึงทุกวันนี้ คงหนีไม่พ้น ในยุคสมัยพล.อ.ชาติชาย ชุนหะวัณ เป็นนายกรัฐมนตรี ได้ตั้ง คณะที่ปรึกษา ล้วนเป็น คนหนุ่มเชี่ยวชาญทั้งการเมือง สังคม เศรษฐกิจ ต่างประเทศ และมักใช้สถานที่นี้เป็นที่ประชุม จึงถูกขนานนาม "คณะที่ปรึกษาบ้านพิษณุโลก"

    เอ่ยชื่อ พันศักดิ์ วิญญรัตน์ สุขุมพันธ์ บริพัฒน์ บวรศักดิ์ อุวรรณโณ สุรเกียรติ เสถียรไทย ในวันนั้น อาจไม่คุ้นหูเท่าไหร่ แต่ลองเอ่ยชื่อในวันนี้ ต้องบอกใครบ้าง ชื่อไม่คุ้นหู แม้ปัจจุบันแต่ละคนจะมี สังกัด ต่างกันออกไป

    คณะที่ปรึกษาบ้านพิษณุโลก หลายคนชื่อชั้น เตรียมขึ้นหิ้งระดับ ตำนาน ที่ยังมีลมหายใจ ล้วนน่าสนใจไม่น้อยกว่า บ้านพิษณุโลกที่เป็นสถานที่ หากพอมีเวลา ค่อยมาจาระไน ในโอกาสหน้า ส่วนวันนี้ขอตัวไป จับปู ดูป้อม ล่องเรือเหาะก่อนแล้วกัน
    นายเรื่องเล่า.

    หมายเหตุ: ขอบคุณข้อมูลจาก วิกิพีเดีย, รายการเบื้องหลังคน เบื้องหลังข่าว ตอนบ้านพิษณุโลก เว็บไซต์เด็กดีดอทคอม
    ขอบคุณภาพจาก sanook.com

  • เปลว สีเงิน

    ๑๐๗ ปีที่ผ่านมา........... เมื่อวันที่ ๒๓ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๕๓ "พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว" รัชกาลที่ ๕ เสด็จสวรรคต! พระองค์ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงประชาชาวไทย ได้รับการถวายพระราชสมัญญาว่า "สมเด็จพระปิยมหาราช"
  • บทบรรณาธิการ

    จากการซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศที่ผ่านมา พบว่ายังมีการปฏิบัติที่ไม่เหมาะสม แม้แต่สื่อมวลชนบางสำนักที่ทำหน้าที่นำเสนอข้อมูลและให้ความรู้กับประชาชนมาโดยตลอดเรื่องแนวทางการปฏิบัติยังละเมิดข้อตกลงที่ตกลงกันไว้ หลังถ่ายทอดสดผ่านโทรศัพท์มือถือ หรือไลฟ์สดขณะซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ
  • เอ็กซ์-ไซท์

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา ร.ต.อ.ศักดิ์ชาย กิตติอุดมพันธ์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ได้รับแจ้งเกิดเหตุฆาตกรรม ที่บ้านเลขที่ 57 หมู่ 2 บ้านโคกยาง ตำบลก้านเหลือง อำเภอนางรอง
    นายอำเภอท่าแซะ ชุมพร สั่งการเร่งจับหมีโดยเร็วหลังชาวบ้านผวาหนัก เจ้าหน้าที่อนุรักษ์สัตว์ป่าวางกรงเหล็กกับดักขนาดใหญ่พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิด คาดไม่เกิน 5 วันรู้ผล
    ตำรวจเตือนนำภาพพระเมรุมาศมาพิมพ์บนเสื้อจำ หน่ายเป็นการมิบังควร ผิดกาลเทศะ วอนประชาชนไม่ซื้อมาสวมใส่ประดับร่างกาย
  • x-cite inside

    บรรยากาศแห่งความทรงจำ ความรู้สึก และหัวใจที่สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของเหล่าพสกนิกรไทยที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นับเป็นปรากฏการณ์ที่ยิ่งใหญ่ ก่อให้เกิดการหลอมรวมใจของคนไทยในการ “ทำดีตามรอยพ่อ” เพื่อแปรเปลี่ยนความโศกเศร้า ความอาลัยรัก ให้เป็นพลังในการสานต่อพระราชปณิธานในพระองค์ท่าน
    นางพัชราภรณ์ อินทรียงค์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่ารัฐบาลได้ทำบัตรเชิญสำหรับผู้เข้าร่วมงานทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในวันที่ 26 ต.ค.นี้ โดยจัดพิมพ์จำนวน 5,000 ใบ
    เวียนมาบรรจบครบวาระ 1 ปี ในวันที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จสวรรคต แต่พระองค์ยังทรงสถิตอยู่ในหัวใจของประชาชนชาวไทยทุกดวง