ยกเครื่องภาษีสรรพสามิต ราคาเหล้า เบียร์ บุหรี่ เครื่องดื่มขยับ

  • Monday, September 18, 2017 - 00:00


    ประกาศใช้อย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว สำหรับ “พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560” โดยกฎหมายดังกล่าวเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย.ที่ผ่านมา หลังจากที่ได้ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 20 มี.ค.2560 และกฎหมายให้ระยะเวลาในการปรับตัว 180 วันก่อนมีผลบังคับใช้

    โดยหลักการสำคัญของกฎหมายดังกล่าวคือการรวมกฎหมายทั้ง 7 ฉบับของกรมสรรพสามิตเข้าไว้ด้วยกัน ได้แก่ ภาษีสรรพสามิต พิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต กฎหมายว่าด้วยสุรา กฎหมายว่าด้วยยาสูบ กฎหมายว่าด้วยไพ่ กฎหมายว่าด้วยการจัดสรรเงินภาษีสรรพสามิต และกฎหมายว่าด้วยการจัดสรรเงินภาษีสุรา ซึ่งเป็นการปรับปรุงเพื่อให้การใช้งานมีประสิทธิภาพ เป็นธรรม โปร่งใส มีความเป็นสากลและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันมากที่สุด

    สาระสำคัญของกฎหมายสรรพสามิตฉบับใหม่ คือ การเพิ่มบทนิยามของคำว่าภาษี สินค้า บริการ ราคาขายปลีกแนะนำ รายรับ ผลิต นำเข้า ดัดแปลง โรงงาน อุตสาหกรรม สถานบริการ สถานแสดงรถยนต์เพื่อขาย คลังสินค้าทัณฑ์บน ผู้ประกอบอุตสาหกรรม ผู้ประกอบกิจการสถานบริการ ผู้นำเข้า ผู้ดัดแปลง เจ้าของคลังสินค้าทัณฑ์บน เขตปลอดอากร เขตประกอบการเสรี แสตมป์สรรพสามิต เครื่องหมายแสดงการเสียภาษี เจ้าพนักงานสรรพสามิต พนักงานเจ้าหน้าที่ อธิบดี และรัฐมนตรี เพื่อให้มีความชัดเจนมากขึ้น

    นอกจากนี้ ยังปรับปรุงวิธีการจัดเก็บภาษี จากเดิม จัดเก็บภาษีในอัตราตามมูลค่าหรือตามปริมาณแล้วแต่ขาใดขาหนึ่งจะคิดเป็นภาษีที่สูงกว่า เป็นการจัดเก็บภาษีในอัตราตามมูลค่าและปริมาณ หรือเรียกง่ายๆ ว่า “จัดเก็บทั้ง 2 ขา” นั่นเอง พร้อมทั้งเปลี่ยนฐานในการคำนวณภาษีตามมูลค่าจากเดิมสินค้าที่ผลิตในราชอาณาจักรจะใช้ราคาขาย ณ โรงงานอุตสาหกรรม และสินค้านำเข้าจะใช้ราคา CIF หรือกรณีสินค้าสุราใช้ราคาขายส่งช่วงสุดท้าย มาเป็นการคำนวณภาษีตามมูลค่าอ้างอิงจากราคาขายปลีกแนะนำ ซึ่งหมายถึงราคาขายปลีกแนะนำที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้าประสงค์ให้เป็นราคาขายต่อผู้บริโภคทั่วไปนั่นเอง

    ในหลักการของกฎหมาย ดูเหมือนจะไม่มีอะไร เพราะเป็นการปรับปรุงเพื่อให้การใช้งานกฎหมายมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น แต่หากดูในรายละเอียด เรื่อง “พิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต” แล้ว คงพูดไม่ได้ว่า “เรื่องนี้ได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างมาก” เพราะหลายคนมองว่าเรื่องนี้ได้สร้างผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะเรื่อง “ภาษีสุรา ยาสูบ” เพราะในประเทศไทยมีผู้บริโภคสินค้าดังกล่าวอยู่จำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว

    และในช่วง 1 สัปดาห์ก่อนที่จะมีการประกาศอัตราภาษีสรรพสามิตสุรา บุหรี่ และเครื่องดื่มทั่วไปออกมานั้น ต้องยอมรับว่ามีกระแสวิพากษ์วิจารณ์อยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว โดยส่วนใหญ่เป็นการวิจารณ์ถึงการทำงานของรัฐบาลที่มีการปรับขึ้นภาษีในส่วนต่างๆ อย่างต่อเนื่อง และยิ่งล่าสุดกับภาษีสรรพสามิตนี้ ยิ่งส่งผลกระทบอยู่เป็นจำนวนไม่น้อย นั่นเพราะ “สุรา ยาสูบ” ถือเป็นสินค้าที่มีการบริโภคในระดับสูงในประเทศไทย สะท้อนจากรายได้จากการจัดเก็บภาษีดังกล่าวที่อยู่ในระดับหลายหมื่นล้านบาท

    ไม่เพียงการวิพากษ์วิจารณ์ถึงอัตราภาษีบาปที่จะออกมาในช่วงก่อนประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาเท่านั้น แต่ยังมีการคาดเดา ประเมินไปล่วงหน้าว่า เมื่ออัตราภาษีใหม่ออกมา จะส่งผลให้ราคาสินค้าในประเภทต่างๆ ปรับขึ้นไปในระดับนั้น ระดับนี้ อาทิ มีการประเมินว่าราคาบุหรี่จะปรับเพิ่มขึ้นถึงซองละ 30 บาท ราคาสุราประเภทต่างๆ ก็มีการปรับขึ้นอย่างน่าตกใจ

    ร้อนถึงเจ้ากรมสรรพสามิต อย่าง “สมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดี” ต้องโร่ออกมาชี้แจงเพื่อเป็นการแก้ต่างกับกระแสที่เกิดขึ้นว่า "อัตราภาษีสรรพสามิตบุหรี่ใหม่จะไม่ทำให้ราคาขายปลีกบุหรี่ในประเทศปรับเพิ่มขึ้นถึงซองละ 30 บาทอย่างที่เป็นข่าวแน่นอน จึงขออย่าให้มโนกันไปไกล เพราะราคาที่แท้จริงหลังจากใช้อัตราภาษีใหม่ก็จะไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเยอะขนาดนั้น ด้วยเพราะหลักการสำคัญของการปรับอัตราภาษีครั้งนี้ คือ การไม่สร้างภาระให้ผู้ประกอบการและประชาชน แต่จะเน้นเรื่องการสร้างความโปร่งใส เป็นธรรม และเหมาะสมมากขึ้นมากกว่า"

    ไม่เพียงเท่านั้น ฝั่งกระทรวงการคลัง อย่าง “อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์" รมว.การคลัง ยืนยันอีกหนึ่งเสียงว่า อัตราภาษีสรรพสามิตใหม่จะไม่ทำให้ผู้ประกอบการที่เสียภาษีปกติได้รับผลกระทบ หรือมีภาระภาษีเพิ่มขึ้นมากนัก ต่างกับผู้ประกอบการที่สำแดงราคาต่ำกว่าปกติ อัตราภาษีใหม่ก็จะทำให้ผู้ประกอบการเหล่านั้นมีภาระภาษีที่ต้องเสียเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

    ด้าน “วิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ" รมช.การคลัง ยังได้พยายามชี้แจงถึงภาพรวมแนวโน้มอัตราภาษีใหม่เพื่อให้ประชาชนคลายความกังวลในเรื่องราคาสินค้าที่คาดกันว่าจะปรับเพิ่มสูงขึ้นด้วย โดยเฉพาะในเรื่องของ “ภาษีบุหรี่”

    โดย รมช.การคลัง ระบุว่า จะเก็บทั้งในส่วนมูลค่าและปริมาณรวมกันทั้ง 2 ขา แต่ในขาปริมาณจะคิดอยู่ที่ 1.20 บาทต่อมวล จากเดิม 1.10 บาทต่อมวล ส่วนในเรื่องของมูลค่าจะแยกย่อยเป็นบุหรี่ที่มีราคาขายปลีกแนะนำไม่เกิน 60 บาทต่อซอง จะคิดภาษีตามมูลค่าที่ 20% ส่วนบุหรี่ที่มีราคาขายปลีกแนะนำเกิน 60 บาทต่อซอง จะคิดภาษีในส่วนนี้ที่ 40% และตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2562 เป็นต้นไป สูตรการคำนวณการจัดเก็บภาษีในด้านมูลค่าจะปรับเป็นอัตราเดียวกันทั้งหมดที่ 40%

    ขณะที่ภาษีสุรา หรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์นั้น ก็จะมีการปรับวิธีการคำนวณใหม่เช่นกัน โดยจะคิดอัตราภาษีในด้านมูลค่าอยู่ที่ 45% จากเดิมที่ 80% และในด้านปริมาณแอลกอฮอล์ (ดีกรี) เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 55% จากเดิมที่ 20% ด้วยเหตุผลที่ว่า เครื่องดื่มชนิดใดมีแอลกอฮอล์ในระดับสูงก็ควรที่จะเสียภาษีในปริมาณที่สูงขึ้นเช่นกัน เพื่อเป็นการดูแลสุขภาพของประชาชน และผู้บริโภคอีกทางหนึ่ง แต่ในอนาคตก็มีโอกาสที่จะปรับสูตรการคำนวณในด้านปริมาณแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้น เพื่อให้เป็นไปตามหลักสากลนั่นเอง

    สำหรับภาษีรถยนต์ใหม่นั้น แม้จะไม่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากนักเมื่อเทียบกับ “ภาษีสุรา และบุหรี่” แต่ก็ต้องยอมรับว่าผู้ประกอบการจะมีภาระภาษีในส่วนนี้เพิ่มขึ้นเช่นกัน ราว 2% แต่ที่ผ่านมากลับพบว่าการแข่งขันที่สูงขึ้น ทำให้มีผู้ประกอบการบางส่วนประกาศปรับลดราคาขายในบางรุ่นรถยนต์ลงเพื่อสู้ศึกในตลาดรถยนต์ที่คาดว่าจะมีการขับเคี่ยวกันมากขึ้น

    เพราะเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า การปรับอัตราภาษีไม่ว่าจะเป็นในสินค้าประเภทใด ก็ย่อมมีทั้งผู้ที่เข้าใจ ไม่เข้าใจ เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย โดยเฉพาะในส่วนนี้นั้น “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา" นายกรัฐมนตรี ได้กำชับในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่าให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งอธิบายหลักเกณฑ์ของอัตราภาษีใหม่ที่เพิ่งผ่านความเห็นชอบของ ครม.ให้ประชาชนเข้าใจอย่างชัดเจน โดยเฉพาะภาษีใหม่สำหรับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทั้งสุรา เบียร์ ไวน์ รวมไปถึงภาษีบุหรี่ด้วย

    ภาษีสรรพสามิตใหม่ที่เริ่มมีผลบังคับใช้นี้ จะส่งผลให้รัฐมีรายได้ในส่วนนี้เพิ่มขึ้นประมาณ 2% หรือราว 1.2 หมื่นล้านบาท โดยอธิบดีสรรพสามิตยืนยันว่า รายได้ที่เพิ่มขึ้นหลักๆ ไม่ได้มาจากภาษีบาป แต่มาจากการจัดเก็บภาษีจากความหวาน ซึ่งได้รับการยกเว้นในช่วงที่ผ่านมา โดยการดำเนินการส่วนนี้เป็นไปตามข้อเรียกร้องของหลายฝ่ายที่เป็นห่วงเป็นใยสุขภาพของผู้บริโภคหลังจากที่ต้องทนดื่มกินเครื่องดื่มที่มีปริมาณความหวานในระดับที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพมานาน

    โดยหลักการจัดเก็บภาษีจากความหวาน นั่นคือ จะเก็บภาษีจากทั้ง 2 ขา นั่นคือขามูลค่า และขาปริมาณ จากสินค้าประเภท “ชาเขียว และกาแฟ” ซึ่งโดนถอดออกมาจากรายชื่อ 111 เครื่องดื่มที่ได้รับการยกเว้นการจัดเก็บภาษีในช่วงที่ผ่านมา ส่วนเครื่องดื่มประเภทที่เหลือก็จะถูกจัดเก็บภาษีในขา “ปริมาณ” เช่นเดียวกัน หากมีค่าความหวานเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด โดยในส่วนนี้จะให้เวลาผู้ประกอบการปรับตัว ปรับสูตร ลดความหวานที่เป็นส่วนประกอบลงทั้งสิ้น 6 ปี แบ่งเป็นรอบ รอบละ 2 ปี โดยหากยังไม่สามารถลดความหวานในเครื่องดื่มลงได้ อัตราภาษีที่จะต้องเสียก็จะถูกปรับเพิ่มขึ้นทุกๆ 2 ปีนั่นเอง

    และทันทีที่กฎหมายมีผลบังคับใช้ อัตราภาษีใหม่ก็มีผลบังคับใช้ไปพร้อมกัน สิ่งที่ประชาชนอยากรู้ที่สุด นั่นคือราคาสินค้าประเภทต่างๆ ตามกฎหมายใหม่ จะมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง

    เริ่มต้นที่ “บุหรี่” โดยบุหรี่ราคาถูก หรือที่ต่ำกว่า 60 บาทต่อซองนั้น ราคาจะปรับเพิ่มขึ้น 4-15 บาทต่อซอง ขณะที่บุหรี่ราคาแพง หรือที่มีราคาตั้งแต่ 60 บาทขึ้นไป ราคาจะปรับเพิ่มขึ้น 2-14 บาทต่อซอง

    สำหรับน้ำอัดลมไม่ผสมน้ำตาล เสียภาษีลดลง 0.25-0.36 บาทต่อขวด น้ำอัดลมที่ผสมน้ำตาลเสียภาษีเพิ่มขึ้น 0.13-0.50 บาทต่อขวด

    เครื่องดื่มบำรุงกำลังเพิ่มขึ้น 0.32-0.90 บาทต่อขวด ยกเว้นขนาด 150 ซีซี เสียภาษีลดลง 0.11 บาท น้ำพืชผักผลไม้เสียภาษีเพิ่ม 0.06-0.54 บาทต่อขวด ชาเขียวเสียภาษีเพิ่มขึ้น 1.13-2.05 บาทต่อขวด กาแฟเสียภาษีเพิ่ม 1.35 บาทต่อขวด

    ส่วนเบียร์กระป๋องภาษีเพิ่มขึ้น 0.50 บาท เบียร์ขวดเพิ่ม 2.66 บาท แต่เบียร์ราคาแพงเสียภาษีน้อยลง 0.99-2.05 บาท สุราขาวหรือเหล้าขาวเพิ่มขึ้น 0.84-3.49 บาทต่อขวด ตามขนาดและดีกรี

    ส่วนไวน์ผลิตในประเทศราคาไม่เกิน 1,000 บาท เสียภาษีลดลง 25 บาทขึ้นไป ไวน์นำเข้าเสียภาษีเพิ่มขึ้น 110 บาทขึ้นไป

    สุรากลั่น หรือเหล้าสี ที่ผลิตในประเทศเพิ่มขึ้น 8-30 บาท เหล้าสีนำเข้าราคาลดลง 3-26 บาท

    ตัดมาที่ความเห็นของหน่วยงานที่กังวลเกี่ยวกับภาษีสรรพสามิตใหม่ โดยเฉพาะภาษีบุหรี่ อย่าง “โรงงานยาสูบ” ที่ให้ความเห็นในเรื่องดังกล่าว ว่า อัตราภาษีสรรพสามิตบุหรี่ใหม่จะมีผลทำให้โรงงานยาสูบต้องปรับเพิ่มราคาบุหรี่ทั้ง 16 ยี่ห้อที่ขายอยู่ในตลาด เนื่องจากมีภาระภาษีเพิ่มมากขึ้น จากเดิมเสียภาษีซองละ 25-40 บาท เป็นซองละไม่ต่ำกว่า 50 บาท คาดว่าบุหรี่ส่วนใหญ่จะขายในราคาที่ซองละไม่เกิน 60 บาท เพื่อไม่เสียภาษีในอัตราที่สูงขึ้น โดยอัตราภาษีที่เพิ่มขึ้นนั้นจะทำให้รายได้ของโรงงานยาสูบลดลงอย่างมาก จากปีงบประมาณ 2559 และ 2560 มีกำไร 9 พันล้านบาท จะเหลือกำไรในปี 2561 เพียง 2 พันล้านบาทเท่านั้น

    ขณะที่ผู้ประกอบการอย่าง “เจอรัลด์ มาร์โกลีส กรรมการผู้จัดการใหญ่ของฟิลลิป มอร์ริส (ประเทศไทย) ลิมิเต็ด” มองว่า ตลาดบุหรี่ในประเทศไทยจะต้องเผชิญกับการดิ่งลงไปหาบุหรี่ราคาถูกอย่างรวดเร็วมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว เนื่องจากอัตราภาษีและโครงสร้างการจัดเก็บก่อนหน้าที่เป็นปัญหา

    ส่วนอัตราภาษีใหม่ที่ประกาศออกมานั้นยังสามารถปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อีก เพื่อให้เป็นไปตามหลักสากลที่หลายหน่วยงานสนับสนุนให้มีการนำมาใช้ และยังทำให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรมในธุรกิจระหว่างผู้ผลิตในประเทศและผู้นำเข้า ขณะเดียวกันมองว่าแผนการช่วงเปลี่ยนผ่าน 2 ปีของรัฐบาลที่จะปรับให้ภาษีสรรพสามิตบุหรี่เป็นอัตราเดียวกันหมดนั้นเป็นการดำเนินการในทิศทางที่ถูกต้องอีกด้วย

    อย่างไรก็ดี ไม่เพียงความวิตกกังวลเกี่ยวกับราคาสินค้าที่ปรับเพิ่มขึ้นหลังภาษีใหม่มีผลบังคับใช้แล้วเท่านั้น แต่ประชาชนส่วนใหญ่ยังคงต้องเผชิญกับสถานการณ์ “การกักตุนสินค้า” ที่ต้องยอมรับอย่างปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ช่วงที่มีข่าวเรื่องนี้ออกมา เริ่มมีการกักตุนสินค้าอย่างต่อเนื่อง หลายร้านค้าปฏิเสธที่จะขายสินค้าให้ผู้บริโภค โดยการอ้างว่าจะขายอีกทีหลังวันที่ 16 ก.ย.

    แม้ว่าที่ผ่านมากรมสรรพสามิตจะพยายามออกมาเรียกร้องให้ผู้ประกอบการเลิกกักตุนสินค้า มีการประสานเจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบ จนถึงการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ด้วยการงัดข้อกฎหมายขึ้นมาขู่ผู้กระทำความผิด แต่ก็ยังคงเห็นข่าวคราวเรื่องการกักตุนสินค้าเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง.

    LEAVE A REPLY

    0 Comments

  • เปลว สีเงิน

    ผมว่าพิลึกนะ!? ที่ "อุทยานราชภักดิ์" นี่ กระดิกทำอะไรเป็นไม่ได้ เป็นต้องมีคนจ้องจับผิด-จับถูก "โกงมั้ง?" แทบทุกครั้งไป นี่ก็อีก............ ศูนย์การทหารราบ ค่ายธนะรัชต์ ประจวบฯ สร้างห้องน้ำ สร้างอาคารร้านค้า ที่อุทยาน รองรับคนมาสักการะเฉลี่ยวันละเป็นหมื่น ก็มีคนตั้งข้อสังเกต งบก่อสร้าง ๑๕ ล้าน แพงเว่อร์ ไม่โปร่งใสมั้ง...ประมาณนั้น!
  • บทบรรณาธิการ

    ถือได้ว่ายังเป็นสถานการณ์พยากรณ์อากาศที่ต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิดสำหรับประชาชน โดยเฉพาะปริมาณน้ำฝนในช่วงระยะเวลานี้ ที่จะส่งผลกระทบต่อประชาชนทั่วทุกภาคประเทศไทย
  • เอ็กซ์-ไซท์

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา ร.ต.อ.ศักดิ์ชาย กิตติอุดมพันธ์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ได้รับแจ้งเกิดเหตุฆาตกรรม ที่บ้านเลขที่ 57 หมู่ 2 บ้านโคกยาง ตำบลก้านเหลือง อำเภอนางรอง
    นายอำเภอท่าแซะ ชุมพร สั่งการเร่งจับหมีโดยเร็วหลังชาวบ้านผวาหนัก เจ้าหน้าที่อนุรักษ์สัตว์ป่าวางกรงเหล็กกับดักขนาดใหญ่พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิด คาดไม่เกิน 5 วันรู้ผล
    ตำรวจเตือนนำภาพพระเมรุมาศมาพิมพ์บนเสื้อจำ หน่ายเป็นการมิบังควร ผิดกาลเทศะ วอนประชาชนไม่ซื้อมาสวมใส่ประดับร่างกาย
  • x-cite inside

    บรรยากาศแห่งความทรงจำ ความรู้สึก และหัวใจที่สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของเหล่าพสกนิกรไทยที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นับเป็นปรากฏการณ์ที่ยิ่งใหญ่ ก่อให้เกิดการหลอมรวมใจของคนไทยในการ “ทำดีตามรอยพ่อ” เพื่อแปรเปลี่ยนความโศกเศร้า ความอาลัยรัก ให้เป็นพลังในการสานต่อพระราชปณิธานในพระองค์ท่าน
    นางพัชราภรณ์ อินทรียงค์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่ารัฐบาลได้ทำบัตรเชิญสำหรับผู้เข้าร่วมงานทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในวันที่ 26 ต.ค.นี้ โดยจัดพิมพ์จำนวน 5,000 ใบ
    เวียนมาบรรจบครบวาระ 1 ปี ในวันที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จสวรรคต แต่พระองค์ยังทรงสถิตอยู่ในหัวใจของประชาชนชาวไทยทุกดวง