ปลื้มวปอ.ยุทธศาสตร์ชาติโดนใจนายก

  • Friday, September 15, 2017 - 00:00


    วปอ.รุ่น 59 วิเคราะห์ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ต้องใช้กำลังอำนาจแห่งชาติเป็นเครื่องมือผลักดัน “ประยุทธ์” ปลื้มผลงานสอดคล้องรัฐบาลคืนความสุข ลั่นเราทุกคนกำลังนั่งเรือลำใหญ่ไม่ใช่เรือแป๊ะไปด้วยกัน “สนช.” ลงมติเอกฉันท์ตอกย้ำเซตซีโร “กสม.” มีชัยเผย กรธ.พร้อมเป็นพี่เลี้ยง กกต.หลังกฎหมายใหม่มีผลบังคับ สมชัยร่ายห้วงเวลาสรรหา 5 เสือชุดใหม่ โวหากเกิดสะดุดล่าช้าชุดรักษาการก็พร้อมลุยหย่อนบัตร

    เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ห้องมัฆวานรังสรรค์ สโมสรทหารบก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) รับฟังการแถลงยุทธศาสตร์ชาติ-ยุทธศาสตร์ทหาร พ.ศ. 2561-2580 ของคณะนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 59 นักศึกษาวิทยาลัยเสนาธิการทหาร และนักศึกษาวิทยาลัยการทัพทั้ง 3 เหล่าทัพ

    ทั้งนี้ วปอ.ได้ระบุถึงยุทธศาสตร์ชาติ-ยุทธศาสตร์ทหาร 20 ปีไว้ว่า เป็นวาระแห่งชาติที่ต้องใช้กำลังอำนาจแห่งชาติเป็นเครื่องมือดำเนินการการจัดทำ โดยได้วิเคราะห์สภาพแวดล้อมทั้งภายนอกและภายใน พบปัญหาสำคัญระดับชาติ 6 ด้าน คือ 1.ปัญหาความขัดแย้งภายใน 2.การติดกับดักรายได้ปานกลาง 3.คุณภาพของทรัพยากรมนุษย์ยังไม่เพียงพอ 4.ปัญหาความเหลื่อมล้ำหรือความไม่เสมอภาคในสังคม 5.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรมหรือถูกทำลาย และ 6.การเมืองการปกครองขาดเสถียรภาพและความต่อเนื่อง

    สำหรับข้อเสนอเพื่อให้ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี บรรลุเป้าหมายนั้น มีทั้งสิ้น 8 ด้าน คือ 1.ด้านกระบวนการโครงสร้างและระบบบริหารจัดการยุทธศาสตร์ที่สมบูรณ์ครบวงจรต่อเนื่อง 2.ด้านองค์ความรู้แนวทางและวิธีการในการกำหนดยุทธศาสตร์ กำหนดให้มีศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์ชาติหรือสถาบันการศึกษาระดับชาติ 3.กรอบแนวคิดและเนื้อหาของยุทธศาสตร์ชาติ โดยนายกฯ ต้องแต่งตั้งคณะที่ปรึกษานายกฯ ในการกำหนดยุทธศาสตร์ชาติมีหน้าที่สรรหาหรือสร้างสรรค์ 4.ระบบบริหารจัดการภาครัฐและการบูรณาการยุทธศาสตร์ชาติ 5.ด้านการแปลงยุทธศาสตร์ชาติเป็นการปฏิบัติ 6.ด้านการพัฒนาและการบริหารจัดการบุคลากรภาครัฐ 7.การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน และ 8.การตรวจสอบและประเมินผลยุทธศาสตร์ชาติ

    “หากยุทธศาสตร์ชาติประสบความสำเร็จ จะทำให้ประเทศชาติประชาชนทุกภาคส่วนได้รับผลประโยชน์จากความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ทั้งความมั่นคงแห่งชาติ และสถาบันหลัก” วปอ.ระบุ

    ด้าน พล.อ.ประยุทธ์กล่าวช่วงหนึ่งว่า ยุทธศาสตร์ชาติของรุ่นนี้น่าพอใจ เพราะตรงกับยุทธศาสตร์ชาติที่รัฐบาลได้วางไว้ ซึ่งไทยมีคนหลายกลุ่มหลายฝ่าย มีความแตกต่าง ปัญหาปัจจุบันที่ยังแก้ไม่ได้คือ คนไทยยังติดกับปัญหาเดิมๆ ทั้งความไม่พร้อม การศึกษา หลักคิดต่างๆ เป็นปัญหาที่ใหญ่ที่สุด ฝ่ายบริหารวางแผนและเขียนออกมาได้ แต่เวลาทำไม่ง่าย เพราะพื้นที่ทุกตารางนิ้วของประเทศมีเจ้าของ ไม่ว่าจะแก้หรือปรับอะไรก็ติดปัญหาที่คนทั้งหมด แต่ก็ต้องทำและแก้ แม้จะยาก เพราะทุกอย่างมันกลายเป็นนิสัยของคนไปแล้ว

    ต้องทำ ปชต.ไม่ให้ซ้ำรอยเดิม

    “ผมไม่ได้โทษใคร ทุกคนมีส่วนร่วมทำให้เกิดปัญหา เพราะมีประชาธิปไตยมาโดยตลอด และเราต้องมีต่อไป เพียงแต่จะทำอย่างไรไม่ให้ประชาธิปไตยเป็นเหมือนเดิมอีก ต้องทำให้ทุกอย่างเดินหน้าตามกรอบความจำเป็น ถือเป็นความเป็นความตายของประเทศ ต้องคิดว่าทำอย่างไรให้ทั้ง 6 ภาคของประเทศมีศักยภาพและเจริญเติบโตด้วยตัวเองโดยไม่เกิดการทับซ้อน” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

    นายกฯ ย้ำว่า วันนี้ถ้าเราไม่สร้างจิตสำนึกให้กับทุกคนให้รู้ว่าปัญหาของประเทศอยู่ตรงไหน ไม่มีทางสำเร็จ ไม่ต้องไปรอศตวรรษที่ 21 เพราะถ้ามัวรออยู่ก็แก้ไม่ทัน ตั้งแต่เข้ามาก็ทำตามโรดแมปที่วางไว้ มีการขับเคลื่อนเป็นระยะ จนกระทั่งมีรัฐธรรมนูญตลอด 3 ปี ทั้งรัฐบาลและ คสช.ทำงานมาโดยตลอด ทั้งแผนยุทธศาสตร์ชาติ การสร้างความปรองดอง และการปฏิรูป ขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน ตอนนี้เราทุกคนกำลังนั่งเรือลำใหญ่ไปด้วยกัน ซึ่งไม่ใช่เรือแป๊ะ
    พล.อ.ประยุทธ์ยอมรับว่า เมื่อก่อนมีคนรักเยอะ แต่ตอนนี้เพื่อนฝูงรังเกียจหมดเลย ไม่รู้ว่าเป็นอะไร เพราะไม่มีเวลาให้เขา มากคนก็มากเรื่อง แต่ความเป็นเพื่อนและพี่ยังอยู่ ทุกคนพยายามทำในสิ่งที่ดีที่สุดอยู่แล้ว เชื่อมั่นในคณะรัฐมนตรีและรัฐบาล แต่หลายอย่างยังมีปัญหาอยู่ ด้วยกลไกที่ขับเคลื่อนปฏิบัติ ฉะนั้นไม่มีอะไรที่ทำได้โดยที่ไม่รู้ข้างล่าง แต่ข้างบนก็มีโอกาสที่จะไม่รู้ เพราะเขาทำกันข้างล่าง แต่กำลังสอบอยู่ ทุกเรื่องที่มีการพูดจากันตามสื่อโซเชียลฯ จะตรวจสอบทั้งหมด ถ้ามีหลักฐานก็ดำเนินการ วันนี้หลายอย่างทำไปแล้ว หลายอย่างไม่จำเป็นต้องมาพูดหรือประชาสัมพันธ์ให้ทราบ เช่น เรื่องคดีการทุจริต ซึ่งทั้งหมดกระบวนการยุติธรรมต้องจัดการ ไม่ใช่ใช้แต่มาตรา 44 อย่างเดียว
    “การปฏิรูปการเมือง นักการเมืองก็ต้องปฏิรูปตัวเองด้วย วันนี้มาติติงแต่เรื่องที่รัฐบาลทำ แม้เรื่องยุทธศาสตร์ก็บอกว่าไม่เห็นด้วย ผมอยากย้อนกลับไปถามเขาเหมือนกันว่า ที่ผ่านมาไม่เป็นแบบนี้หรือ และผมทำให้ดีขึ้นหรือไม่ ช่วยผมตอบเขาแบบนี้บ้าง ผมพูดมา 3 ปีแล้วทุกวันศุกร์ ปีละ 52 ครั้ง มีวันไหนที่หน้าของผมไม่อยู่ในสื่อบ้าง ก็มีแทบทุกวัน ส่วนใหญ่ก็เลือกภาพเก๋ๆ ของผมลงสื่อ ไม่ค่อยดีไม่ค่อยหล่อก็เลือกลงไป ไม่เป็นไรผมไม่รังเกียจท่าน แต่ผมเป็นคนไม่ค่อยยอมให้มันถูกบิดเบือนไง เพราะผมตั้งใจทำงานจริงๆ" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

    พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า ในโลกนี้มีโอกาสที่เหตุการณ์หลายอย่างจะเกิดขึ้นได้ แต่ของเรากลับเห็นว่าหลายอย่างยังไม่เกิด เรามาบอกว่าไม่ต้องมีทหาร เดี๋ยวมีก็ปฏิวัติอีก คิดแบบนี้ไม่ได้ ไม่มีใครเขาอยากเสี่ยงอยู่แล้ว และตนเองก็ไม่ได้กล้าหาญชาญชัยที่จะเสี่ยง ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดอะไร คิดแต่จะทำอย่างไรให้บ้านเมืองเดินไปข้างหน้าให้ได้ การปรับโครงสร้างของทหารตอนนี้ดำเนินการอยู่ใน ก.พ.และ ก.พ.ร.

    พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ทุกประเทศและประเทศไทยจะมีปัญหาอยู่ 3 ประการ 1.เรื่องประชาธิปไตยที่ถูกต้อง ซึ่งเราต้องไปหามาว่าควรเป็นอย่างไรให้เป็นไปตามหลักสากล คนของเราต้องปรับเปลี่ยนหรือไม่ 2.การขาดหลักคิดที่ถูกต้อง ถ้าจะคิดอะไรใหม่ต้องมีข้อมูลของเดิมอยู่ในกรอบความคิดที่มีอยู่ให้ทำได้จริง และ 3.การศึกษา การพัฒนามนุษย์ ทั้ง 3 อย่างจะเป็นพื้นฐานของสังคม ที่ไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น เราจะแก้ปัญหาได้หมด ทั้งภัยรูปแบบใหม่และรูปแบบเก่า

    อย่าแค่สร้างคอนเนกชั่น

    “ฝากไว้สุดท้าย การเป็นนักศึกษา วปอ.ไม่ใช่มาเพื่อสร้างคอนเนกชั่น จำไว้นะ มาสร้างในเรื่องของการทำความดีร่วมกัน ขับเคลื่อนประเทศร่วมกัน การที่เราจะคบกับคน มันเลือกคบคนไม่ได้ มีทั้งคนดีและคนไม่ดี แต่เราจะทำอย่างไรที่เราจะเติมความรู้ให้คนไม่ดีเหล่านั้นให้มาดีให้ได้ อย่างน้อยก็ไม่ไปดูถูกคนอื่น ต่อให้ตัดหัวมันก็คือเพื่อน ท้ายสุดมันยังไม่ดีขึ้นก็ตัดหางปล่อยวัดไป อย่าให้เขามาใช้คอนเนกชั่นเพื่อผลประโยชน์ในวันหน้า”

    จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ได้ชี้ถามด้วยว่า “ใครทำอย่างนั้นยกมือขึ้น ไม่มีนะ สัญญากับผมแล้วนะ เป็นคอนเนกชั่นกับรัฐบาลเพื่อเดินหน้าประเทศไปข้างหน้า”

    ส่วนที่ศูนย์ราชการและคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ "การปฏิรูปเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน" ตอนหนึ่งว่า การปฏิรูปเป็นสิ่งที่ต้องเดินหน้า ไม่ใช่สิ่งที่นึกอยากจะทำก็ทำ ไม่ใช่ความฝันของนักวิชาการ ซึ่งวันนี้คณะกรรมการปฏิรูปตามรัฐธรรมนูญจะเดินหน้าควบคู่ไปกับคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) และไม่ต้องกลัวการปฏิรูปของทั้ง 2 ส่วนนี้จะซ้ำซ้อนกัน เพราะที่สุดแล้วแนวทางปฏิรูปของทั้ง 2 ส่วนต้องมาพบกันที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่ง ครม.จะเป็นผู้ตัดสินว่าจะใช้แนวทางไหน

    วันเดียวกัน ในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่ประชุมได้มีมติเอกฉันท์ 177 เสียง งดออกเสียง 5 เสียง เห็นชอบรายงานการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) พ.ศ.... ตามที่คณะกรรมาธิการวิสามัญร่วม 3 ฝ่ายพิจารณา โดยแก้ไขร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ กสม. 1 ประเด็นจาก 6 ประเด็นที่ กสม.โต้แย้ง คือ มาตรา 11 วรรคห้า เกี่ยวกับการทำหน้าที่คณะกรรมการสรรหา ส่วนอีก 5 ประเด็น ไม่มีการแก้ไข โดยยังให้เซตซีโร กสม.ตามเดิม และจะส่งร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวให้ ครม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

    สำหรับกรณี พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่มีผลบังคับใช้แล้วนั้น นายวิษณุได้กล่าวถึงการสรรหา กกต.ใหม่ว่า เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดไว้ โดยยังไม่สามารถตอบได้ว่าเมื่อใดจะเสร็จ โดยในเรื่องของวันเลือกตั้งนั้น เชื่อว่า กกต.ชุดใหม่จะเป็นผู้กำหนด

    ขณะที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวว่า กรธ.พร้อมเป็นผู้ให้คำแนะนำต่อการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ในสำนักงาน กกต.ต่อการปฏิบัติตามเนื้อหาของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต. ที่มีผลบังคับใช้แล้ว หลังจากที่บทบัญญัตินั้นมีบทเปลี่ยนแปลงการปฏิบัติหน้าที่ เช่น การยกเลิก กกต.ประจำจังหวัด แต่ กรธ.คงไม่ใช่ผู้ชี้ขาดแนวทาง เพียงให้คำแนะนำ ส่วนการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต.ชุดรักษาการนั้น ยังมีอำนาจและหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดไว้ ขณะที่ผู้ตรวจการเลือกตั้งที่ทำหน้าที่แทน กกต.จังหวัดนั้น ขณะนี้สามารถออกระเบียบว่าด้วยการสรรหาผู้ตรวจการเลือกตั้งไปพลางก่อนได้ เพื่อเตรียมพร้อม แต่หากยังไม่มีการเลือกตั้งเกิดขึ้น กระบวนการแต่งตั้งจะยังไม่เกิดขึ้น

    เชื่อ กม.ลูกเสร็จตามกำหนด

    นายมีชัยกล่าวด้วยว่า การสรรหา กกต.ชุดใหม่นั้นเชื่อว่าจะไม่มีปัญหา แต่หากจะมีประเด็นปัญหาเกิดขึ้น จะเป็นอำนาจของคณะกรรมการสรรหา กกต.เป็นผู้ตัดสิน ซึ่งการสรรหา กกต.นั้นจะเกิดขึ้นก่อนเกิดการเลือกตั้ง โดยยอมรับว่าเงื่อนไขเวลาที่ต้องสรรหา กกต.ให้ได้ภายใน 90 วันนั้น และงานที่เกี่ยวข้องนั้นถือเป็นเรื่องหนักที่ต้องทำกันแบบลิ้นห้อย ขณะที่การทำหน้าที่ของ สนช.ที่จะลงมติเห็นชอบกับบุคคลที่กรรมการสรรหาเสนอชื่อเป็น กกต.นั้นทราบถึงเรื่องระยะเวลา ดังนั้นคงไม่มีปัญหาอะไร

    นายมีชัยยังกล่าวถึงร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญอีก 4 ฉบับว่า ภายในเดือน ก.ย.นี้ มั่นใจว่าร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตจะต้องแล้วเสร็จ จากนั้นใน ต.ค.จะเริ่มจัดทำร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. และต่อด้วยร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเดือน พ.ย. ทั้งนี้มั่นใจว่าก่อนครบกำหนดเวลา 240 วัน ในวันที่ 1 ธ.ค.นี้ กรธ.จะส่งร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญให้ สนช.ได้ครบตามเงื่อนไขเวลา

    นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. กล่าวในเรื่องนี้ว่า นับจากวันนี้ไป จะมีการเปลี่ยนแปลงต่างๆ เกิดขึ้นทันที คือ กกต.จังหวัดจะหมดสภาพทันที ส่วน กกต.กลางจะปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่ามี กกต.ชุดใหม่ ซึ่งจะทำภารกิจเท่าที่จำเป็น เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการทำงาน ส่วนอะไรที่เกินขอบเขตความจำเป็น หรือเป็นประเด็นเกี่ยวกับนโยบาย จะให้ กกต.ชุดใหม่เป็นผู้ดำเนินการ ดังนั้นอะไรที่ตัดสินใจแล้วจะผูกพันกับชุดใหม่มากเกินไปก็จะพยายามหลีกเลี่ยง

    นายสมชัยยังกล่าวถึงกระบวนการสรรหา กกต.ชุดใหม่ว่า จะแบ่งเป็น 4 ช่วงเวลา คือ ช่วงที่ 1 คือการตั้งคณะกรรมการสรรหา โดยต้องทำให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน เท่ากับว่าวันที่ 12 ธ.ค.จะมี 7 รายชื่อส่งให้กับ สนช., ช่วงที่ 2 คือ สนช.จะนำรายชื่อมาพิจารณา โดยใช้เวลา 45 วัน, ช่วงที่ 3 เมื่อ สนช.ลงมติเห็นชอบแล้ว บุคคลที่มีรายชื่อดังกล่าวต้องลาออกจากการทำงานทุกประเภทภายใน 15 วัน และนำหลักฐานทั้งหมดส่งให้สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา และช่วงสุดท้ายคือขั้นตอนของการทูลเกล้าฯ ถวายและรอโปรดเกล้าฯ ซึ่งไม่สามารถกำหนดเวลาได้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตกระบวนการดังกล่าวใช้เวลาไม่น้อยกว่า 20 วัน ดังนั้นกระบวนการสรรหาจะใช้เวลาประมาณ 170 วันหรือเกือบ 6 เดือน คือประมาณวันที่ 15 ก.พ.-15 มี.ค.2561 แต่ทั้งนี้กระบวนการดังกล่าวอาจเร็วหรือช้ากว่านี้ก็ได้

    "ปัจจัยที่ทำให้กระบวนการสรรหาล่าช้าออกไปได้ คือ ถ้าหากคณะกรรมการสรรหาเสนอชื่อต่อ สนช. แต่สนช.ไม่เห็นด้วยกับรายชื่อ เท่ากับคณะกรรมการสรรหาต้องเริ่มกระบวนการสรรหาใหม่ โดยไม่มีการจำกัดจำนวนรอบว่าจะสรรหากันกี่รอบ เพราะต้องดำเนินไปจนกว่า สนช.พอใจกับรายชื่อ ซึ่งถ้าเริ่มกระบวนการสรรหาใหม่ ต้องนับไปอีก 4 เดือนครึ่งต่อหนึ่งรอบการสรรหา" นายสมชัยกล่าว และว่า หากมีปัจจัยให้กระบวนการสรรหา กกต.ชุดใหม่เกิดความล่าช้า ก็ไม่กระทบกับกรอบการเลือกตั้ง เนื่องจาก กกต.ชุดนี้จะทำหน้าที่ไปจนกว่าจะมี กกต.ชุดใหม่ ดังนั้นหากกฎหมายลูกทั้ง 4 ฉบับประกาศใช้ครบ แต่ยังไม่ได้ กกต.ชุดใหม่ ก็เป็นหน้าที่ของ กกต.ชุดปัจจุบันจัดการเลือกตั้ง

    ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวในรายการ 101 องศาข่าว ระบุว่า ยังไม่ได้คุยกับนายพิชัย รัตตกุล อดีตหัวหน้าพรรค ปชป. เกี่ยวกับข้อเสนอรัฐบาลแห่งชาติ แต่ในวันเสาร์ที่ 16 ก.ย. ตั้งใจไปกราบท่านเนื่องในวันคล้ายวันเกิด

    เมื่อถามว่า มีความกังวลในท่าทีของ กปปส.ที่จะตั้งพรรคการเมืองใหม่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า คนกังวลคือผู้สนับสนุน เพราะว่าหลายคนเป็นผู้สนับสนุน ปชป. แล้วก็เคยร่วมสนับสนุนเคลื่อนไหวอยู่กับ กปปส. พอมีข่าวเรื่องการตั้งพรรคย่อมต้องกังวล ไม่สบายใจเป็นธรรมดา

    นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศ (มปท.) และแกนนำกปปส. กล่าวถึงการตั้งพรรคการเมืองว่า ได้ตอบชัดเจนแล้วสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เพราะเป็นเจตนารมณ์ของมวลมหาประชาชนที่ต้องการเห็นการปฏิรูปประเทศในด้านต่างๆ แต่ขณะนี้ยังเร็วไปว่าจะตั้งพรรคหรือไม่ตั้ง ซึ่งถ้ามันจำเป็น ก็ไม่ปิดโอกาสตัวเองในเรื่องนี้ แต่เวลานี้ยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่าตั้งหรือไม่ตั้ง แต่อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ทำงานปฏิรูปประเทศตรงตามเจตนารมณ์ของประชาชน

    เมื่อถามว่า นายอภิสิทธิ์ระบุยอมรับว่ามีความเป็นห่วงหากตั้งพรรคใหม่จริงจะกระทบฐานเสียง นายสุเทพกล่าวว่า การเมืองในวันข้างหน้าอย่าคิดถึงแต่เรื่องของพรรคการเมืองมากนัก ต้องมองการเมืองข้างหน้าไปที่ว่าเป้าหมายประเทศไทยจะเป็นอย่างไร ถ้าทำการเมืองก็ควรทำเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติโดยรวมและประชาชนคนไทย

    ส่วนกรณีที่นายพิชัยเสนอให้จัดตั้งรัฐบาลแห่งชาตินั้น นายสุเทพกล่าวว่า ไม่เห็นด้วย เพราะหลังการเลือกตั้งต้องมีพรรคการเมืองที่แพ้และชนะ จะต้องมีพรรคที่ทำหน้าที่รัฐบาลและฝ่ายค้านในการตรวจสอบการทำงานรัฐบาล หากทุกพรรคเป็นรัฐบาลหมด แล้วประชาชนจะหวังพึ่งใครมาทำหน้าที่ในการตรวจสอบ.

  • เปลว สีเงิน

    การเข้าถวายบังคมพระบรมศพ......... "พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร" ในพระบรมมหาราชวัง ยังมีเวลาอีก ๓ วัน ๓๐ กันยายน ๒๕๖๐ เป็นวันสุดท้าย! จากนั้น กทม.จะเคลียร์พื้นที่ ปรับภูมิทัศน์ท้องสนามหลวงและบริเวณโดยรอบให้แล้วเสร็จในสัปดาห์แรกของเดือนตุลา ขอบอกว่า............
  • บทบรรณาธิการ

    มีข้อน่าห่วงใยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งภัยร้ายทางตรงจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ ที่ปะทุขึ้น และภัยแทรกซ้อนที่กำลังส่อเค้าแววความรุนแรงในอนาคต ของเหตุความขัดแย้งที่ประชาชนลุกขึ้นมาต่อสู้คัดค้านโครงการขนาดใหญ่ของรัฐ ที่จะนำมาสู่ปัญหาซ้อนทับที่เพิ่มอันตรายมากยิ่งขึ้น และเชื่อมโยงกันอย่างมีนัยสำคัญ กับกระบวนการสันติภาพในพื้นที่
  • เอ็กซ์-ไซท์

    DSIช่วยเหยื่อพบพยานหลักฐานมีพิรุธศาลยกฟ้องพ่อค้าไก่ทอดถูกตำรวจตั้งข้อหาวิ่งราวเพชร15.8 ล้านบาท ระบุพยานหลักฐานโจทก์ยังรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยทำผิดจริง
    ศาลทหารพิพากษาจำคุก 5 ปี พ.อ.ขับรถชนหมอทหารเหตุจากจอดรถขวางทาง ปรานีลดเหลือ 3 ปี 9 เดือน
    หนุ่มบุรีรัมย์ตกสวรรค์ ถูกรางวัลที่ 1 ฟัน 12 ล้าน แต่สลากโดนขโมย เข้าแจ้งตำรวจตามจับวัยรุ่นต้องสงสัย กว่าเดือนคดีไม่คืบ เข้าร้องผู้ใหญ่ ด้าน ผกก.ยันคดีคืบหน้า รู้แล้วใครไปขึ้นเงิน รอเรียกตัวมาสอบ ขอเวลาภายในอาทิตย์ได้ข้อยุติ
  • x-cite inside

    สร้างกระแสให้ชวนคิดสำหรับภาพของแม่โพสต์รูปกระเป๋านักเรียนหนัก 6 กิโลกรัมบนเครื่องชั่งของลูกสาวเรียน ป.1 พร้อมตั้งคำถามกับตัวเองในทำนองว่า ..เด็กเล็กขนาดนี้จำเป็นต้องสะพายกระเป๋านักเรียนจนหลังแอ่นหรือเปล่า??? หรือเป็นเพราะระบบการศึกษาที่ต้องการให้เด็กเล็กๆ มีความรู้มากขึ้นตั้งแต่อายุน้อยกันแน่!!!
    เป็นเรื่องเป็นราวกัน ให้ได้ยิน ให้ได้เห็นกัน จนต้องตั้งคำถามว่าสังคมไทยมาไกลกันขนาดนี้ได้อย่างไร?? เพราะแม้กระทั่งเด็กตัวเล็กตัวน้อยก็ไม่พ้นชะตากรรมถูกละเมิดคุกคามทางเพศ หรือแม้แต่อยู่ในที่ทำงาน สถานที่ราชการแท้ๆ ก็ยังถูกเจ้านายหยอกล้อเอาเปรียบ ล่าสุดอยู่ในคอนโดมิเนียมก็เกือบถูกคนใจโฉดบุกรุกเข้าไปข่มขืน
    เครื่องดื่มแอลกอฮอล์กำลังสร้างปัญหาให้คนในหลายประเทศเกือบทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนที่นับวันจะเพิ่มจำนวนนักดื่มหน้าใหม่ขึ้นเรื่อยๆ ด้วยปัจจัยทางสังคมเอื้ออำนวย และแผนการตลาดจากเครื่องดื่มน้ำเมาในรูปแบบต่างๆ