ระเบิดปล้นตู้เอทีเอ็ม ถามหาที่มาอาวุธสงคราม

  • Thursday, September 14, 2017 - 00:00


    กรณีเหตุการณ์คนร้ายวางระเบิดปล้นเงินตู้เอทีเอ็ม ของธนาคารกรุงเทพ ที่ตั้งอยู่หน้าห้างสรรพสินค้าโลตัส สาขากรุงเทพกรีฑา ซอยกรุงเทพกรีฑา 35 เขตประเวศ ถูกคนร้ายวางระเบิดเพื่อนำเงินในตู้เอทีเอ็มทั้งหมด 481,700 บาทไป เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้ามืดของวันพุธที่ผ่านมา

    มีข้อสังเกตที่น่าสนใจดังต่อไปนี้คือ 1.เจ้าหน้าที่ตำรวจ ระบุว่า คนร้ายใช้ระเบิด TNT หรือซีโฟร์ โดยจุดระเบิดด้วยสายชนวน ตั้งเวลาจุดด้วยไฟแช็กหรือไม้ขีดไฟ เพื่อให้เกิดการระเบิด 2.คนร้ายที่ก่อเหตุในครั้งนี้ มีความรู้เรื่องวัตถุระเบิด และตู้เอทีเอ็มมากพอสมควร 3.กล้องวงจรปิดนอกห้างเสียหมด และวงจรปิดหน้าตู้เอทีเอ็มไม่สมบูรณ์

    4.พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. ระบุว่าจะเกี่ยวกับคนมีสีหรือไม่นั้น ต้องรอพิสูจน์ทราบให้แน่ชัดก่อน และไม่เกี่ยวข้องกับความไม่สงบ หรือความมั่นคง เนื่องจากแผนประทุษกรรมไม่เหมือนกัน

    ขณะเดียวกันจากข้อสังเกตข้างต้นมีสิ่งที่สะท้อนจากเหตุการณ์ระเบิดตู้เอทีเอ็มในครั้งนี้ที่สำคัญคือ ระเบิดรุนแรงขนาดนี้นำมาจากไหน ที่มาใช้ก่อเหตุในใจกลางเมืองกรุง และกลุ่มคนที่มีความรู้ความสามารถเป็นกลุ่มบุคคลใดบ้าง หรือมีเส้นทางการเดินทางหลุดรอดมาได้อย่างไร

    ทั้งนี้ หากย้อนไปเมื่อต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา มีข้อมูลข่าวที่น่าสนใจในการปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่ทหารชุดเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด และชุดควบคุมทหารพรานนาวิกโยธินที่ 3 พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาล ตำรวจตระเวนชายแดน ตำรวจภูธรจังหวัดตราด

    ได้ร่วมกันทำการจับกุม พ.อ.อ.ภคิน เดชพงษ์ อายุ 40 ปี ชาว จ.ลพบุรี, นายจักรพงษ์ ไกรเรือง อายุ 37 ปี ชาว จ.ตราด และนายพิสิษฐ์ เลียง อายุ 29 ปี ชาวกัมพูชา พร้อมของกลางอาวุธปืน อาวุธสงคราม และวัตถุระเบิดจำนวนหลายรายการ ขณะกำลังขับรถยนต์กระบะลำเลียงอาวุธดังกล่าวจากประเทศกัมพูชา เข้ามาทางด่านจังหวัดตราด เพื่อนำไปส่งมอบให้กับลูกค้า แต่รถเกิดอุบัติเหตุจนทำให้เจ้าหน้าที่ตรวจพบและจับกุมตัวได้

    ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงทหารได้นำตัว ร.ต.เสมา คชเพต รับราชการทหารอยู่ในสังกัดกองพันทหารปืนใหญ่ ที่ 722 จ.ลพบุรี ทั้งนี้ สืบเนื่องจากข้อมูลการสืบสวนพบว่า ร.ต.เสมานั้นมีความเชื่อมโยงและมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการดังกล่าว โดยทำหน้าที่อยู่ในระดับนายทุน

    หากพิจารณาเส้นทางอาวุธสงคราม จากกรณีการจับกุมตัวของกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องข้างต้น น่าจะเห็นภาพจิ๊กซอว์ที่สำคัญได้ในระดับหนึ่งของเส้นทางที่มาและบุคคลที่เกี่ยวข้องเชื่อมโยง เพราะมีข้อมูลเชิงประจักษ์ชัดเจนว่า เป็นกลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐมีส่วนเกี่ยวข้อง และกล่าวได้ว่า นอกเหนือจากนี้ยังมีข่าวการพบอาวุธสงครามที่เกี่ยวข้องเชื่อมโยงเกี่ยวกับคดียาเสพติดเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน

    ด้วยเหตุนี้ สังคมจึงต้องร่วมกันส่งเสียงตั้งคำถาม ถึงรัฐบาล คสช. หรือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทั้งกรณีที่เกิดขึ้นจากการปล้นตู้เอทีเอ็มล่าสุดนี้ ที่ใช้ระเบิดรุนแรงในการกระทำการ ไปถึงที่มาที่ไปของ ระเบิด และการมีอาวุธสงครามเกลื่อนเมือง เกือบจะเรียกว่าทุกหย่อมหญ้าไปแล้วในประเทศนี้ ที่ผู้ไม่หวังดี กลุ่มคนร้าย ใช้ประกอบกิจนานา ตั้งแต่ชิงปล้น ไปจนก่อความไม่สงบ เพื่อสร้างสถานการณ์ทางการเมือง อยู่ในขณะนี้ นอกจากนั้น ยังต้องทวงถามรวมถึงนโยบายปราบปรามกวาดล้างอาวุธสงครามสนองนโยบายปราบปรามผู้มีอิทธิพลที่รัฐบาล คสช. ประกาศขึงขังถึงวันนี้ด้วยเช่นกันว่า ปากว่าตาขยิบ กันไปถึงไหนแล้ว!!

  • เปลว สีเงิน

    ๒๑ ตุลาคม วนมาอีกรอบ ถึงวันเกิดที ก็มานั่งนับอายุกันที หนังสือพิมพ์ก็เหมือนคน ไทยโพสต์ผ่านมาได้ ๒๑ ปี ขึ้นปีที่ ๒๒ ไม่ช้าไม่นาน ถ้าเป็นคนก็กำลังจะจบมหาวิทยาลัย ใกล้ได้เวลาย่างเท้าเข้าสู่ตลาดแรงงาน อายุมากขึ้น มาพร้อมกับจำนวนครั้งการเต้นของหัวใจที่ลดลงเรื่อยๆ
  • บทบรรณาธิการ

    เห็นภาพประชาชนคนไทย หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ร่วมมือร่วมใจกันทำกิจกรรมเนื่องในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ไม่ว่าจะเจอสภาพอากาศแปรปรวนขนาดไหน ตั้งแต่ฝนตก น้ำท่วม แดดร้อน ก็ไม่มีปัญหาการกระทบกระทั่ง สร้างบรรยากาศที่ไม่พึงประสงค์ให้เกิดขึ้น
  • เอ็กซ์-ไซท์

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา ร.ต.อ.ศักดิ์ชาย กิตติอุดมพันธ์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ได้รับแจ้งเกิดเหตุฆาตกรรม ที่บ้านเลขที่ 57 หมู่ 2 บ้านโคกยาง ตำบลก้านเหลือง อำเภอนางรอง
    นายอำเภอท่าแซะ ชุมพร สั่งการเร่งจับหมีโดยเร็วหลังชาวบ้านผวาหนัก เจ้าหน้าที่อนุรักษ์สัตว์ป่าวางกรงเหล็กกับดักขนาดใหญ่พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิด คาดไม่เกิน 5 วันรู้ผล
    ตำรวจเตือนนำภาพพระเมรุมาศมาพิมพ์บนเสื้อจำ หน่ายเป็นการมิบังควร ผิดกาลเทศะ วอนประชาชนไม่ซื้อมาสวมใส่ประดับร่างกาย
  • x-cite inside

    บรรยากาศแห่งความทรงจำ ความรู้สึก และหัวใจที่สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของเหล่าพสกนิกรไทยที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นับเป็นปรากฏการณ์ที่ยิ่งใหญ่ ก่อให้เกิดการหลอมรวมใจของคนไทยในการ “ทำดีตามรอยพ่อ” เพื่อแปรเปลี่ยนความโศกเศร้า ความอาลัยรัก ให้เป็นพลังในการสานต่อพระราชปณิธานในพระองค์ท่าน
    นางพัชราภรณ์ อินทรียงค์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่ารัฐบาลได้ทำบัตรเชิญสำหรับผู้เข้าร่วมงานทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในวันที่ 26 ต.ค.นี้ โดยจัดพิมพ์จำนวน 5,000 ใบ
    เวียนมาบรรจบครบวาระ 1 ปี ในวันที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จสวรรคต แต่พระองค์ยังทรงสถิตอยู่ในหัวใจของประชาชนชาวไทยทุกดวง