'โจอี้ บาซู'เผยเมียเพิ่งเสีย รับภาระดูแลลูกๆทั้งหมด 5 คน

  • Thursday, September 14, 2017 - 00:00


    หายหน้าหายตาไปพักใหญ่ สำหรับ สุรเดช ทับทิมใส หรือ โจอี้ จากวง "บาซู" ที่เคยโด่งดังมากในอดีต ล่าสุดออกมาเผยถึงชีวิตครอบครัวที่ภรรยาเพิ่งเสียไปเมื่อปีก่อน ส่วนตนนั้นต้องเลี้ยงดูลูกและลูกบุญธรรมทั้งหมด 5 คน

    "ตอนนี้ผมเป็นประธานบอร์ดเซาต์อีสต์เอเชีย ของบริษัท เวิลด์ วีเทค ที่เกาหลี ก็พัฒนาซอฟต์แวร์อยู่ที่โน่น ดูแล 57 ประเทศ บินไปกลับเมืองไทยตลอด ทำงานมา 12 ปีแล้ว จริงๆ เราไม่ได้ชื่นชอบอะไร เพราะเราไม่ได้เรียนทางด้านวิศวะมา แต่ว่าเราไปเกิดไอเดียตรงโปรดักต์ที่เขาเอามาพรีเซนต์เราตอนแรก ด้วยอาชีพที่ผมเคยทำแต่ก่อน ก็คืองานอีเวนต์ คราวนี้เราก็คิดว่ามันน่าจะทำอะไรได้มากกว่านี้ เลยเอามานั่งคุยกัน และศึกษากันมาตลอด

    มีลูก 5 คนจริงครับ เป็นลูกบุญธรรม 4 คน และลูกตัวเอง 1 คน อายุ 18 แล้ว ชื่อน้องณัชชา ซึ่งแต่ละคนจะมีที่มาแตกต่างกันไป มันเริ่มจากความเป็นพี่น้อง เป็นเพื่อน เรารู้จักกัน แล้วบางทีน้องๆ ที่เขามีปัญหาครอบครัว เราไม่รู้จะช่วยยังไง เลยช่วยได้เท่านี้ ผมไปเซ็นเป็นพ่อ อุ้มออกมาจากโรงพยาบาลเลย ถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนลูกจริงๆ ผมมีก่อนเป็นบาซูอีก ผมเป็นคนที่ไม่เคยปิด แต่ไม่มีใครเคยถาม เพราะไปไหนมาไหนก็ไปด้วยกันตลอด แฟนคลับที่สนิทก็รู้ หวงลูกสาวไหมก็หวงอยู่ในกรอบ ถ้านอกกรอบเราก็จะสอนให้เขารู้วิธีว่าเขาจะรับผิดชอบยังไง ส่วนค่าใช้จ่ายต่อเดือนมันไม่นิ่งหรอกครับ บางคนอยู่ต่างจังหวัด บางคนอยู่กรุงเทพฯ

    ภรรยาเสียไปเมื่อปีที่แล้ว เป็นโรคหัวใจ เขาเป็นมานานแล้ว เราทำบริษัทที่เกี่ยวกับอาหารเสริม คอสเมติก ทำสบู่ แล้วแฟนผมเป็นคนดูแล การที่เราทำพวกโรงงานหรือผลิตแบบนี้มันจะต้องมีการเทสต์สินค้า ลูกค้ามีเป็นร้อยเจ้า แฟนผมเขาจะเป็นคนที่ลองเทสต์เอง ที่จริงเรามีฝ่ายเทสต์ ฝ่ายดูแล แต่ด้วยความที่เขาจะต้องเอารายละเอียดไปคุยกับลูกค้า เขาจะต้องเป็นคนเทสต์เอง เราจะพลาดไม่ได้เลย

    ที่ภรรยาป่วย คุณหมอเตือนไหมว่าเกิดจากการเทสต์สินค้า คือคุณหมอเขาจะไม่รู้เลย เพราะเวลาเขาวินิจฉัยโรค เขาจะดูที่ตัวคนก่อน ยังไม่ได้ลงลึกถึงสาเหตุ และอีกอย่างเราก็บอกหมอไม่ได้ด้วยว่า ตัวไหนคือสาเหตุ เพราะสินค้ามีหลายตัวมาก ช่วงแรกๆ ไปหาหมอก็ไปๆ กลับๆ เพราะว่าเราต้องไปเช็กร่างกายต่อเนื่อง

    สุดท้ายเขาไปกะทันหัน หัวใจหยุดเต้น ผมก็อยู่ คุณหมอก็พยายามช่วยปั๊มหัวใจแล้วฟื้นมาประมาณครึ่งชั่วโมง เราก็ได้คุยกันจนวินาทีสุดท้าย เราพยายามให้กำลังใจให้เขาอดทนสู้ สิ่งที่เขาพูดกับเราก็คือฝากดูแลลูก ซึ่งเราก็ไม่รู้จะทำยังไง คุณหมอบอกว่าให้เปิดชินบัญชรให้เขาฟัง ซึ่งผมก็เปิด แต่เปิดได้ไม่นานแล้วแบตโทรศัพท์หมด แล้วเขาก็ไปเลย ผมทำได้แค่นั้นจริงๆ สิ่งที่คิดจุดแรกก็คือรับไม่ได้ เราก็อยู่กับลูกสองคน พยายามคุยกับเขาว่าเราคงใช้ความเข้มแข็งไม่พอ

    หยุดการทำงานไป 2 เดือนครับ มันนึกไม่ออกจริงๆ ว่าจะทำอะไรต่อ แล้วมันมีมรสุมทุกอย่างตามมา พอไม่มีเขาอยู่ดูบริษัทแล้ว ลูกค้าก็เปลี่ยนพฤติกรรม ชิ่งออกไปเป็นร้อย แล้วเรื่องประกันยิบย่อยอีกเยอะ ตอนนี้บริษัทยังอยู่ครับ ผมดึงกลับมาแล้วมาทำเอง"

  • เปลว สีเงิน

    แหม....ชาวโซเชียลตามติดยิ่งกว่าคู่จิ้น! เสียงกริ๊ดดังไล่หลังยิ่งกว่าฉาก “แจ็ค"กับ"โรส” ยืนกอดกันบนหัวเรือไททานิก "บิ๊กตู่" กับ "บิ๊กป้อม" ไม่เจอหน้ากันหลายวัน วานนี้(๒๐ พฤศจิกายน) ไฟต์บังคับต้องไปเจอกันบนเรือหลวงถลาง
  • บทบรรณาธิการ

    สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ผลประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐประจำปีงบประมาณ 2560 โดย ป.ป.ช.ได้กำหนดกรอบการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสออกเป็น 5 ดัชนี
  • เอ็กซ์-ไซท์

    ขณะไปตรวจรถชนกันคนขับวัย71อ้างตาไม่ดีดาบตำรวจนำกำลังไปตรวจสอบคดีรถชนกันในตัวเมืองชัยภูมิ เฒ่าวัย 71 ซิ่งกระบะฝ่าสัญญาณไฟพุ่งชนเต็มแรงแล้วลากร่างไปไกลสุดที่จะยื้อชีวิต
    ตูนซึ้งใจกราบคุณตาขาขาดวัย 90 ปีที่เจียดเบี้ยยังชีพคนพิการสมทบก้าวคนละก้าว ด้านเชษฐ์สไมล์บัฟฟาโลออกวิ่งในเมืองชลหาทุนให้อีกกว่า 5 แสนบาท
    เครื่องเล่นโมบายปลาหมึกยักษ์ในงานนมัส การพระสมุทรเจดีย์โค่นลงมาทั้งยวง ทำเอาผู้ใหญ่ เด็กที่ขึ้นไปนั่งบาดเจ็บไปตามๆ รมต.ออมสินรีบไปตรวจสอบ พบไม่ได้ขออนุญาต
  • x-cite inside

    ได้รับทั้งเสียงปรบมือและยอดบริจาคท่วมท้นสำหรับโครงการ “ก้าวคนละก้าวเพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ” จากเบตงสู่แม่สาย ของ พี่ตูน-อาทิวราห์ คงมาลัย ศิลปินวงบอดี้สแลม กับภารกิจเพื่อสังคมที่ได้รับคำชื่นชมอย่างมากมาย ซึ่งภาพที่เกิดขึ้นไม่ใช่ไอดอลของวัยรุ่นที่สลัดไมค์ร้องเพลงมาเป็นทำงานจิตอาสา
    ณ ตอนนี้เข้าไปท่องโลกออนไลน์ จะมีรายการแชร์และส่งต่อ ขอความช่วยเหลือพี่น้องผองไทย!! ช่วยกันโหวตให้ "มารีญา พูลเลิศลาภ" ตัวแทนสาวไทยในการประกวดนางงามจักรวาลปี 2017
    ในยุคนี้ความเชื่อว่าเด็กจะเก่งต้องมุ่งเน้นแต่เรียนอย่างเดียวอาจตกยุคไปแล้ว เพราะงานวิจัยต่างๆ จากทั่วโลกพบว่า หากพวกเขาได้ทำกิจกรรมทางกายด้วยการออกมาเล่น (Active Play) หรือออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 60 นาที จะทำให้พัฒนาการด้านสมองดีกว่าเด็กที่จดจ่อมุ่งแต่นั่งเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว