จะออก กม.รัฐวิสาหกิจ สนช.ต้องฟังให้รอบด้าน

  • Friday, September 8, 2017 - 00:00


    ขณะนี้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) อยู่ระหว่างการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การพัฒนาการกำกับดูแลและบริหารรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. .... ซึ่งบางคนก็เรียกว่ากฎหมายซูเปอร์โฮลดิ้ง บ้างก็เรียกกฎหมายแปรรูปรัฐวิสาหกิจแบบซ่อนเงื่อน หรือกฎหมายแปรรูปรัฐวิสาหกิจยกเข่ง ขณะที่ฝ่ายรัฐบาล กระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บอกว่าคือกฎหมายปฏิรูปรัฐวิสาหกิจ เพื่อทำให้รัฐวิสาหกิจมีกลไกการบริหารงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะมีธรรมาภิบาล ที่ตรวจสอบได้ทุกกระบวนการบริหารงาน

    หลัง สนช.ลงมติเห็นชอบร่างดังกล่าวในวาระแรกมาเมื่อวันศุกร์ที่ 1 ก.ย. เวลานี้ก็อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว ซึ่งหลังจากพิจารณาเสร็จก็จะนำเสนอต่อที่ประชุมให้ลงมติในวาระ 2 และ 3 ต่อไป อย่างไรก็ตาม เนื่องจากร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวเป็นร่างของรัฐบาล และรัฐบาลเดินหน้าเรื่องนี้มาตลอด จึงทำให้คาดหมายกันว่า สุดท้ายแล้ว สนช.ก็คงต้องผ่านร่างฯ ดังกล่าวออกมา

    อย่างไรก็ตาม ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวพบว่ายังมีเสียงทักท้วง ไม่เห็นด้วยอยู่ในหลายส่วน ทั้งจากอดีตนักการเมือง อดีตข้าราชการ นักวิชาการ หรือคนที่ทำงานอยู่ในรัฐวิสาหกิจ ต่อแนวทางการจัดตั้งบรรษัทวิสาหกิจแห่งชาติ หรือซูเปอร์โฮลดิ้ง ที่มองว่าร่างฯ ดังกล่าวยังมีปัญหาอีกหลายมาตราที่จะนำไปสู่ปัญหาในการบริหารงานของรัฐวิสาหกิจได้ โดยการชี้ประเด็นว่าบางมาตราดังกล่าวไม่ได้ทำให้เกิดการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจ แต่จะเปิดช่องให้มีการแปรรูปรัฐวิสาหกิจได้ในอนาคต อีกทั้งเป็นร่างฯ ซึ่งทำให้ฝ่ายการเมืองเข้าแทรกแซงครอบงำรัฐวิสาหกิจที่เป็นแหล่งผลประโยชน์มากมายมหาศาล ทั้งในเรื่องงบประมาณ รายได้ เงินลงทุน สินทรัพย์ต่างๆ จึงอาจมีการแสวงหาผลประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมได้

    ข้อท้วงติงต่างๆ ก็มีเช่น การมองว่าโครงสร้างการบริหารงานของบรรษัทรัฐวิสาหกิจที่จะอยู่ภายใต้องค์ประกอบคือ เมื่อกฎหมายประกาศใช้ ก็จะมีคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการ ซึ่งก็มาจากฝ่ายการเมือง นอกจากนี้ก็มีรองนายกรัฐมนตรีซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมายคนหนึ่งเป็นรองประธานกรรมการ ก็มาจากฝ่ายการเมืองอีก และมีกรรมการโดยตำแหน่ง ได้แก่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีอื่นซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจำนวน 2 คน ก็ล้วนมาจากฝ่ายการเมือง รวมถึงการมีปลัดกระทรวงการคลัง เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ที่แม้จะเป็นฝ่ายข้าราชการ แต่ก็ต้องทำงานภายใต้ฝ่ายการเมือง ขัดขืนคำสั่งไม่ได้

    นอกจากนี้ ก็ยังมีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจำนวน 5 คน ที่ก็ไม่พ้นที่ฝ่ายการเมืองก็ต้องตั้งคนของตัวเอง คนไว้ใจหรือคนใกล้ชิด ทำให้มีการมองว่า เมื่อโครงสร้างเป็นเช่นนี้ คือ คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจมาจากฝ่ายการเมือง ฝ่ายข้าราชการ และกรรมการอื่นที่เหลืออาจจะมาจากภาคเอกชนหรือกลุ่มทุนที่มีความสนิทสนมกับฝ่ายการเมืองเท่านั้น ตัว คนร.ที่เป็นกรรมการใหญ่คุมรัฐวิสาหกิจ ที่ล้วนเป็นรัฐวิสาหกิจเกรดเอ เช่น ปตท., การบินไทย, อสมท ,บริษัทท่าอากาศยานไทย ข้ออ้างที่รัฐบาลบอกว่าจะทำให้รัฐวิสาหกิจ ปลอดการเมือง จึงอาจเป็นไปไม่ได้

    โดยอำนาจหน้าที่ของ คนร.หลักๆ ก็เช่น กำหนดสัดส่วนการถือหุ้นของกระทรวงการคลังหรือบรรษัทในรัฐวิสาหกิจที่เป็นบริษัทจำกัด หรือบริษัทจำกัดมหาชน โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี-ให้ความเห็นชอบการโอนหุ้นของรัฐวิสาหกิจในกำกับของกระทรวงเจ้าสังกัดที่เป็นบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดให้แก่บรรษัท-เสนอความเห็นต่อคณะรัฐมนตรีในการควบหรือยุบเลิกรัฐวิสาหกิจและการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนในหุ้นที่บรรษัทถือครองจนพ้นสภาพความเป็นรัฐวิสาหกิจหรือทำให้เป็นรัฐวิสาหกิจ

    แต่หน้าที่สำคัญอีกเรื่องก็คือ ไปดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการบรรษัทวิสาหกิจแห่งชาติ ประกอบด้วยประธานกรรมการบรรษัท รองประธานกรรมการบรรษัท และกรรมการ มาจากผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 9 คน และกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ มาบริหารงานบรรษัทวิสาหกิจแห่งชาติ ที่จะบริหาร 11 รัฐวิสาหกิจอีกทีหนึ่ง

    ทั้งนี้ รายชื่อรัฐวิสาหกิจที่จะเข้าอยู่ในบรรษัทวิสาหกิจแห่งชาติ ก็จะประกอบด้วย 1.บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) 2.บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) 3.บริษัท ขนส่ง จำกัด 4.บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) 5.บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) 6.บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด 7.บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) 8.บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด 9.บริษัท สหโรงแรมไทยและการท่องเที่ยว จำกัด 10.บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) 11.บริษัท อู่กรุงเทพ จำกัด

    นอกจากนี้ก็ยังมีอีกหลายมาตราที่มีการทักท้วงว่าร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวยังมีปัญหา เช่น เป็นการละเมิดสิทธิของลูกจ้างหรือพนักงานของบรรษัทวิสาหกิจ ที่ไปเขียน กำหนดให้เป็นหน่วยงานของรัฐแต่ไม่เป็นราชการและไม่เป็นรัฐวิสาหกิจ ทำให้ลูกจ้างพนักงานของบรรษัทไม่สามารถใช้สิทธิรวมตัวกันเป็นสหภาพแรงงานฯ ได้

    ดังนั้น กระบวนการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว ควรที่ สนช.ต้องรับฟังและพิจารณาความเห็นจากฝ่ายต่างๆ อย่างรอบด้าน เพื่อให้ออกมาเป็นกฎหมายที่สร้างประโยชน์ให้กับประเทศมากที่สุด หากมาตราไหนพบว่ามีปัญหา ก็สมควรพิจารณาทบทวนแก้ไข เพื่อไม่ให้สุดท้าย กลายเป็นกฎหมายซ่อนเงื่อนแปรรูปรัฐวิสาหกิจอย่างที่บางฝ่ายตั้งข้อสังเกต.

  • เปลว สีเงิน

    ไม่อยากให้สับสน ประเด็นการซ่อม หรือการลงโทษทหาร เป็นเรื่องขี้ปะติ๋ว ธรรมดามาก... วงการทหารทั่วโลก ล้วนมีการซ่อมกันทั้งนั้น และที่เหมือนๆ กันคือ กติกาที่ว่า "ห้ามแตะตัว"! ฉะนั้นถ้าจะพูดถึงประเด็นนี้ ไม่ต้องโลกสวย กรรมการสิทธิมนุษยชนไม่เกี่ยว ไม่ต้องดึงมาจุ้นจ้าน การซ่อมจะสลบหรือเปล่าไม่รู้....ไม่ถึงตายแน่ ส่วนการ "ซ้อม" จะเป็นอีกเรื่อง
  • บทบรรณาธิการ

    จนถึงช่วงเย็นของวันพฤหัสบดีที่ 23 พ.ย.ที่ผ่านมา รายชื่อคณะรัฐมนตรีประยุทธ์ 5 ยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการออกมา หลังพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ได้นำรายชื่อรัฐมนตรีที่มีการปรับเปลี่ยนขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายไปแล้ว
  • เอ็กซ์-ไซท์

    ชวนชาวพุทธทั่วโลกร่วมด้วย รัฐบาลเตรียมจัดสวดมนต์ข้ามปีถวายเป็นพระราชกุศล เสริมสิริมงคลทั่วไทย ทั้งวัดในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดทั่วประเทศ 23,577 แห่ง รวมทั้งวัดไทยในต่างประเทศอีก 120 วัดและสวดมนต์ข้ามปีอาเซียน
    ตูนหยุดพักวิ่ง 2 วันรักษาอาการบาดเจ็บ แต่ก็ยังไปมอบทุนการศึกษาให้โรงเรียนเขตบางสะพาน ขณะที่หลายฝ่ายจัดกิจกรรมรับบริจาคสมทบทุน
    เสี่ยรับเหมาก่อสร้างเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย ระแวงพริตตี้เมียสาวตีตัวออกห่างจนทะเลาะกันรุนแรง บันดาลโทสะคว้าไม้หน้าสามตีแล้วแทงคอซ้ำ ก่อนโทร.แจ้งแม่ผู้ตายไปจัดการศพ
  • x-cite inside

    ได้รับทั้งเสียงปรบมือและยอดบริจาคท่วมท้นสำหรับโครงการ “ก้าวคนละก้าวเพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ” จากเบตงสู่แม่สาย ของ พี่ตูน-อาทิวราห์ คงมาลัย ศิลปินวงบอดี้สแลม กับภารกิจเพื่อสังคมที่ได้รับคำชื่นชมอย่างมากมาย ซึ่งภาพที่เกิดขึ้นไม่ใช่ไอดอลของวัยรุ่นที่สลัดไมค์ร้องเพลงมาเป็นทำงานจิตอาสา
    ณ ตอนนี้เข้าไปท่องโลกออนไลน์ จะมีรายการแชร์และส่งต่อ ขอความช่วยเหลือพี่น้องผองไทย!! ช่วยกันโหวตให้ "มารีญา พูลเลิศลาภ" ตัวแทนสาวไทยในการประกวดนางงามจักรวาลปี 2017
    ในยุคนี้ความเชื่อว่าเด็กจะเก่งต้องมุ่งเน้นแต่เรียนอย่างเดียวอาจตกยุคไปแล้ว เพราะงานวิจัยต่างๆ จากทั่วโลกพบว่า หากพวกเขาได้ทำกิจกรรมทางกายด้วยการออกมาเล่น (Active Play) หรือออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 60 นาที จะทำให้พัฒนาการด้านสมองดีกว่าเด็กที่จดจ่อมุ่งแต่นั่งเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว