เที่ยวบุรีรัมย์ปราสาท 2 ยุค ท่องชุมชนชื่นชมภูมิปัญญา

  • Sunday, August 27, 2017 - 00:00


    จังหวัดบุรีรัมย์ นับเป็นอีกหนึ่งจังหวัดในพื้นที่ภาคอีสาน ที่กลายเป็นเป้าหมายปลายทางของนักท่องเที่ยว ได้รับการขนานนามว่า เป็นเมืองปราสาท 2 ยุค และเป็นหนึ่งในเมืองต้องห้ามพลาดประจำปี 2558

    นางสาวบุญยานุช วรรณยิ่ง ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสุรินทร์ (รับผิดชอบพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ) กล่าวว่า จังหวัดบุรีรัมย์ในปัจจุบันเป็นเมืองที่ได้รับการกล่าวถึงจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก เนื่องจากได้ผสมผสานแหล่งท่องเที่ยวของโลกยุคโบราณจากอารยธรรมขอมและแหล่งท่องเที่ยวด้านกีฬาที่ทันสมัยของโลกยุคปัจจุบันเข้าด้วยกัน ทำให้ทุกคนสามารถเดินทางมาท่องเที่ยวได้ตลอดปี

    ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานสุรินทร์ กล่าวต่อว่า สำหรับเส้นทางของการท่องเที่ยวแนะนำให้เริ่มต้นที่ อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง ชมปราสาทหินทรายสีชมพูที่สร้างขึ้นเพื่อถวายแด่องค์พระศิวะ ตั้งอยู่บนยอดภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้ว สะท้อนภูมิปัญญาในการสร้างปราสาทหินที่สอดคล้องกับระบบสุริยะ ทำให้เกิดปรากฏการณ์แสงอาทิตย์สาดส่อง 15 ช่องประตู ในรอบ 1 ปีมีเพียง 4 ครั้ง คือ ช่วงพระอาทิตย์ตก ชมได้ในเดือนมีนาคมและเดือนตุลาคม ส่วนช่วงพระอาทิตย์ขึ้น ชมได้เดือนเมษายนและเดือนกันยายน

    ถัดมาให้ไปชม "ปราสาทเมืองต่ำ" อยู่ที่อำเภอประโคนชัย เป็นศาสนสถานศิลปะขอมแบบบาปวน ที่มีอายุมากกว่า 1,400 ปี และยังเป็นปราสาทหินในอารยธรรมขอมที่มีขนาดใหญ่และมีความสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของภาคอีสาน เป็นสถานที่ถ่ายทำละครดังหลายเรื่อง

    บริเวณใกล้กัน ยังสามารถไป “บ้านโคกเมือง” แหล่งท่องเที่ยวชุมชนเชิงวัฒนธรรมที่สะท้อนเรื่องราววิถีชีวิตความเป็นอยู่แบบดั้งเดิมผ่านงานศิลปหัตถกรรมและผลิตภัณฑ์ของชุมชน อาทิ ผ้าไหมทอลายผักกูด หัตถกรรมชั้นดีที่สืบทอดกันมาตั้งแต่โบราณ และเป็นเอกลักษณ์ของบ้านโคกเมือง, เสื่อกกยกลาย ที่มีลวดลายสวยงามไม่แพ้ใครจากฝีมือการทอของกลุ่มคนพิการ เข้าพักโฮมสเตย์ ที่รับประกันการบริการด้วยความอบอุ่นดุจญาติมิตร

    แหล่งท่องเที่ยวชุมชนเชิงวัฒนธรรมต่อมาคือ “บ้านเจริญสุข” อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ ชุมชนที่มีเรื่องราวประวัติศาสตร์พื้นถิ่นผ่านผืนผ้า “ภูอัคนี” เพราะบริเวณนี้เคยเป็นที่ตั้งภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้วถึง 4 ลูก ได้แก่ ภูเขาไฟพนมรุ้ง, ภูเขาไฟไปรบัด, ภูเขาไฟเขาหลุบ และภูเขาไฟเขาอังคาร ทำให้ผืนดินอุดมไปด้วยแร่ธาตุลาวาจากภูเขาไฟ ชาวบ้านจึงคิดค้นวิธีการนำดินภูเขาไฟมาประยุกต์ใช้ในการย้อมผ้า เกิดเป็นผืนผ้าสีสันธรรมชาติอันสวยงามและมีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของชุมชน

    ถัดมาคือ “บ้านสนวนนอก” หมู่บ้านเล็กๆ ในอำเภอห้วยราช จังหวัดบุรีรัมย์ ชุมชนโบราณที่ยังดำรงวิถีชีวิตความเป็นอยู่อย่างเรียบง่าย ใช้ภาษาพื้นถิ่นเขมรและสืบสานการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน มีผ้าไหมลายดั้งเดิมที่ตกทอดกันมาแต่โบราณ คือ ผ้าไหมหางกระรอก อีกทั้งยังมีเมนูอาหารพื้นบ้านรสแซ่บที่ผู้มาเยือนไม่ควรพลาด ไม่ว่าจะเป็น แกงกล้วย บวดบุก ส้มตำดักแด้ ขนมจีนน้ำยา รวมถึงชาใบหม่อน เครื่องดื่มรสเลิศ และหากสนใจพักค้างคืน ก็สามารถเลือกบริการที่พัก ทั้งรีสอร์ตทันสมัยในหมู่บ้านและโฮมสเตย์แบบเรียบง่าย ได้สัมผัสใกล้ชิดชีวิตจริงของชาวสนวนนอก

    ต่อด้วย “ชุมชนคนหัวสะพาน” อำเภอพุทไธสง ของจังหวัดบุรีรัมย์ หมู่บ้านเก่าแก่ที่ก่อตั้งมานานกว่า 100 ปี ที่มีความเป็นอยู่และดำรงชีวิตแบบเรียบง่าย มีความสามัคคีปรองดอง ดำรงชีพสืบต่อกันมาแต่โบราณด้วยการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมและทอผ้าเป็นหลัก ผ้าไหมที่เป็นลายเอกลักษณ์ได้แก่ “ผ้าซิ่นตีนแดง”

    ภายในหมู่บ้านมีมัคคุเทศก์คอยอำนวยความสะดวกในการนำนักท่องเที่ยวเยี่ยมชมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ไหมในทุกขั้นตอน เริ่มตั้งแต่การปลูกหม่อน เก็บใบหม่อน เลี้ยงไหม สาวไหม ฟอก ย้อม มัดหมี่ ไปจนถึงการทอ การแปรรูป และสร้างสรรค์ลวดลายบนผืนผ้าไหม นักท่องเที่ยวสามารถพักค้างแรมได้ที่โฮมสเตย์สะอาดน่าอยู่ พร้อมชมวัฒนธรรมพื้นบ้านม่วนซื่นพาแลง และรับประทานอาหารพื้นถิ่น

    ปิดท้ายด้วยแหล่งท่องเที่ยวชุมชน ที่ศูนย์หัตถกรรมพื้นบ้านอำเภอนาโพธิ์ อำเภอนาโพธิ์ ที่จะพานักท่องเที่ยวไปชมการทอผ้าที่สืบทอดมาแต่บรรพบุรุษ โดยผลิตภัณฑ์เลื่องชื่อ ผ้าไหมมัดหมี่ตีนแดง หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “ผ้าซิ่นตีนแดง” หรือ “ซิ่นหมี่รวด” ถือเป็นผ้าเอกลักษณ์พื้นถิ่นของชาวนาโพธิ์

    ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานสุรินทร์ กล่าวต่อว่า หลังจากสัมผัสภูมิปัญญาต่างๆ ผ่านการท่องเที่ยวชุมชน ขออนุญาตเปลี่ยนบรรยากาศไปเยือนแหล่งท่องเที่ยวระดับโลกยุคใหม่ คือ "ไอ-โมบาย สเตเดียม" สนามฟุตบอลของทีมลูกหนังชื่อดัง "บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด" หรือทีมปราสาทสายฟ้า ด้วยการก่อสร้างและออกแบบการันตีมาตรฐานฟีฟ่าระดับสากล มีความสวยงามและทันสมัยที่สุดในเมืองไทย นอกจากมาชมการแข่งขันฟุตบอลแล้ว ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ทุกคนที่เดินทางมาต้องมาชมและถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึก

    ยังมีสนามแข่งรถ “Chang international Circuit” สนามมอเตอร์สปอร์ตมาตรฐานโลก สร้างอยู่บนพื้นที่กว่า 1,000 ไร่ มีระยะห่างต่อรอบยาวกว่า 4 กิโลเมตร จำนวน 12 โค้ง และเป็นสนามเดียวในประเทศไทยที่ได้รับรองมาตรฐานระดับโลก และเป็นสนามเดียวในโลกที่ผู้ชมบนแกรนด์สแตนด์สามารถเห็นภาพการแข่งขันได้ทุกโค้งสนาม นักท่องเที่ยวต่างๆ นิยมมาถ่ายรูปเป็นที่ระลึก

    จากนั้นสำหรับคนที่ชอบธรรมชาติ ยังมี “เพลาเพลิน” อุทยานการเรียนรู้ทางธรรมชาติ เหมาะสำหรับกลุ่มครอบครัวที่ชอบไม้ดอก ไม้ประดับ พืชเมืองหนาว และกิจกรรมผจญภัยต่างๆ อย่างหลากหลายอีกด้วย

    “หากใครได้มาเยือนเมืองบุรีรัมย์แล้ว ถือว่าได้ครบทุกบรรยากาศ ทั้งอารยธรรมเก่าแก่ และความทันสมัยที่มนุษย์สร้างขึ้น แหล่งท่องเที่ยวชุมชน เรียกได้ว่าคุ้มค่าและมหัศจรรย์แบบสุดๆ ที่ทุกคนไม่ควรพลาด” ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานสุรินทร์ กล่าวปิดท้าย

    ผู้สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ททท.สำนักงานสุรินทร์ (รับผิดชอบพื้นที่สุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ) โทรศัพท์ 0-4451-4447-8 หรือที่ 1672 เบอร์เดียวเที่ยวทั่วไทย

    สรณะ รายงาน

    LEAVE A REPLY

    0 Comments

  • เปลว สีเงิน

    ผมว่าพิลึกนะ!? ที่ "อุทยานราชภักดิ์" นี่ กระดิกทำอะไรเป็นไม่ได้ เป็นต้องมีคนจ้องจับผิด-จับถูก "โกงมั้ง?" แทบทุกครั้งไป นี่ก็อีก............ ศูนย์การทหารราบ ค่ายธนะรัชต์ ประจวบฯ สร้างห้องน้ำ สร้างอาคารร้านค้า ที่อุทยาน รองรับคนมาสักการะเฉลี่ยวันละเป็นหมื่น ก็มีคนตั้งข้อสังเกต งบก่อสร้าง ๑๕ ล้าน แพงเว่อร์ ไม่โปร่งใสมั้ง...ประมาณนั้น!
  • บทบรรณาธิการ

    ถือได้ว่ายังเป็นสถานการณ์พยากรณ์อากาศที่ต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิดสำหรับประชาชน โดยเฉพาะปริมาณน้ำฝนในช่วงระยะเวลานี้ ที่จะส่งผลกระทบต่อประชาชนทั่วทุกภาคประเทศไทย
  • เอ็กซ์-ไซท์

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา ร.ต.อ.ศักดิ์ชาย กิตติอุดมพันธ์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ได้รับแจ้งเกิดเหตุฆาตกรรม ที่บ้านเลขที่ 57 หมู่ 2 บ้านโคกยาง ตำบลก้านเหลือง อำเภอนางรอง
    นายอำเภอท่าแซะ ชุมพร สั่งการเร่งจับหมีโดยเร็วหลังชาวบ้านผวาหนัก เจ้าหน้าที่อนุรักษ์สัตว์ป่าวางกรงเหล็กกับดักขนาดใหญ่พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิด คาดไม่เกิน 5 วันรู้ผล
    ตำรวจเตือนนำภาพพระเมรุมาศมาพิมพ์บนเสื้อจำ หน่ายเป็นการมิบังควร ผิดกาลเทศะ วอนประชาชนไม่ซื้อมาสวมใส่ประดับร่างกาย
  • x-cite inside

    บรรยากาศแห่งความทรงจำ ความรู้สึก และหัวใจที่สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของเหล่าพสกนิกรไทยที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นับเป็นปรากฏการณ์ที่ยิ่งใหญ่ ก่อให้เกิดการหลอมรวมใจของคนไทยในการ “ทำดีตามรอยพ่อ” เพื่อแปรเปลี่ยนความโศกเศร้า ความอาลัยรัก ให้เป็นพลังในการสานต่อพระราชปณิธานในพระองค์ท่าน
    นางพัชราภรณ์ อินทรียงค์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่ารัฐบาลได้ทำบัตรเชิญสำหรับผู้เข้าร่วมงานทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในวันที่ 26 ต.ค.นี้ โดยจัดพิมพ์จำนวน 5,000 ใบ
    เวียนมาบรรจบครบวาระ 1 ปี ในวันที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จสวรรคต แต่พระองค์ยังทรงสถิตอยู่ในหัวใจของประชาชนชาวไทยทุกดวง