สสส.สภาการพยาบาล 5สถาบันเครื่องแบบสีขาว ปรับหลักสูตรสร้างเสริมสุขภาพคิดค้นนวัตกรรมช่วยคนไข้

  • Tuesday, August 15, 2017 - 00:00


    โลกใบนี้ต้องเปลี่ยนเชิงรุกพยาบาล2แสนคนในเมืองไทย สร้างเสริมสุขภาพเพื่อให้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลง สสส.จับมือสภาการพยาบาล เครื่องแบบสีขาวจาก5สถาบันกว่า500คนประชุมเชิงปฏิบัติการ“พัฒนาศูนย์เรียนรู้และนวัตกรรมทางการพยาบาลเพื่อสร้างเสริมสุขภาพ” เปลี่ยนหลักสูตรพยาบาลสร้างเสริมสุขภาพ นวัตกรรมอังกะลุงสร้างสุขป้องกันการซึมเศร้าและอัลไซเมอร์ในผู้สูงอายุ วัย94ปีไม่รู้ดนตรีก็เล่นได้ กลไกคลอดธรรมชาติแบบท่าแมวลดความเจ็บปวด รองปลัดกระทรวงสาธารณสุขควบโฆษกโปรยยาหอม พยาบาลเป็นผู้วิเศษคือตัวจริงเสียงจริงผู้ผลักดันองค์กรสาธารณสุข เร่งสร้างโครงการคลินิกหมอครอบครัว

    สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.)ร่วมกับสภาการพยาบาล คณะพยาบาลศาสตร์5มหาวิทยาลัยประกอบด้วย มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ร่วมกันจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ “การพัฒนาศูนย์เรียนรู้และนวัตกรรมทางการพยาบาลเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพ” ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น ชั้น4 อาจารย์ ดร.สุพินดา เรืองจิรัษเฐียร คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลทำหน้าที่พิธีกร

    กลไกหนึ่งในการขับเคลื่อนประเทศคือนวัตกรรม เทคโนโลยี ความคิดสร้างสรรค์ ปัญหา เห็นได้จากยุทธศาสตร์Thailand4.0สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ(Sustainable Development Goals)ยุทธศาสตร์ของประเทศทำให้หลายภาคส่วนมีความพยายามขับเคลื่อนงานเชิงรุก เพื่อให้เกิดการบูรณาการเรื่องการสร้างเสริมสุขภาพเพื่อให้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลง ความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยีและการสื่อสาร ประชาชนเจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรังและมีภาวะแทรกซ้อนเพิ่มมากขึ้น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไต ประชาชนมีพฤติกรรมเสี่ยงด้านสุขภาพ การสูบบุหรี่ การดื่มสุรา การใช้สารเสพติด การรับประทานอาหารที่มีรสหวาน มัน เค็ม การไม่สวมหมวกนิรภัย ประชาชนมีพฤติกรรมเสี่ยงจากการใช้สารเคมีในการกำจัดศัตรูพืช ไม่สวมอุปกรณ์ หน้ากาก ป้องกันขณะทำงานหรือฉีดพ่นสารเคมี การนั่งท่าเดิมเป็นเวลานานติดจอคอมพิวเตอร์

    ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.วิจิตร ศรีสุพรรณ ประธานคณะกรรมการโครงการขับเคลื่อนวิชาชีพพยาบาลเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพกล่าวว่าพยาบาลมีมากที่สุดในระบบสุขภาพคือ2แสนคน ส่วนใหญ่ทำงานเฉพาะหน้าด้านการรักษาดูแลทุกคนบนโลกใบนี้ การทำงานสร้างเสริมสุขภาพมีน้อย หากปรับวิธีคิดและวิธีการทำงานจะเกิดผลกระทบต่อประชาชนอย่างมหาศาล สสส.จึงทำงานร่วมกับสภาการพยาบาล คณะพยาบาลศาสตร์จาก5มหาวิทยาลัยพัฒนาหลักสูตรพยาบาลนักสร้างเสริมสุขภาพ ทดลองใช้กับนักศึกษาพยาบาล พยาบาลวิชาชีพ พยาบาลเฉพาะทางในพื้นที่เครือข่ายองค์กรวิชาชีพทั้ง5ภาคของประเทศขับเคลื่อน(ภาคกลางมหาวิทยาลัยมหิดล ภาคตะวันออกมหาวิทยาลัยบูรพา ภาคอีสานมหาวิทยาลัยขอนแก่น ภาคเหนือมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ภาคใต้มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์)

    มีการประเมินผลและปรับปรุงก่อนนำหลักสูตรไปใช้กับกลุ่มเป้าหมายทั่วประเทศ และพัฒนาแนวปฏิบัติทางการพยาบาลเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพสำหรับพยาบาลในระดับปฐมภูมิ ทุติยภูมิ ตติยภูมิ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงานสร้างเสริมสุขภาพในระบบบริการสุขภาพซึ่งถือเป็นชุดแรกของไทย พร้อมกับส่งเสริมให้เกิดนวัตกรรมการพยาบาลสร้างเสริมสุขภาพ พิจารณาตัดสินและประกาศผลนวัตกรรมการพยาบาลสร้างเสริมสุขภาพดีเด่น

    ตลอด3ปีที่ผ่านมามีการออกแบบชุดความรู้ Best Practice 25ศูนย์กระจายทั่วประเทศเป็นศูนย์เรียนรู้การพยาบาลทำในพื้นที่ต้นแบบ มีบุคคลต้นแบบหลายคนทำงานได้รับความเชื่อถือเป็นบุคคลต้นแบบเพื่อเชิญชวนศึกษาการทำงานทางด้านวิชาการ ความมุ่งมั่น การสร้างแรงบันดาลใจที่คนรุ่นหลังพึงปฏิบัติตาม การใช้บทบาทวิชาชีพกลุ่มเด็กประถมวัย คนวัยทำงาน อาชีวอนามัย การดูแลแม่และเด็ก นมแม่ที่มีกูโคลสเด็กเข้าถึงนมแม่มากยิ่งขึ้นให้เกิดความสำเร็จ ผู้ป่วยระยะสุดท้ายครอบคลุมทั้งหมดนับตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดาสู่เชิงตะกอน

    นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต รองปลัดกระทรวงสาธารณสุขและโฆษกกระทรวงสาธารณสุขปาฐกถาพิเศษ:นโยบายสุขภาพกับการสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ กล่าวว่าตนได้รับมอบหมายจากนายแพทย์โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุขให้รับผิดชอบงานนี้เนื่องจากปลัดกระทรวงติดตามศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขไปราชการที่อ.อุ้มผาง จังหวัดตาก “สมัยที่ผมยังเป็นเด็กประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็นประเทศยากจนแต่ไม่รวยจริงเพราะการกระจายรายได้ไม่ดี รัฐบาลอยากให้มีการพัฒนาสังคม การศึกษา สาธารณสุขเป็นเรื่องสำคัญขณะนี้รัฐบาลมีความตั้งใจจะพัฒนาให้ประเทศไทยเป็นที่1ของโลกทั้งด้านการคมนาคม สังคมเศรษฐกิจ สาธารณสุข ศึกษาดูงานจากประเทศที่พัฒนาแล้วโดยเฉพาะระบบสาธารณสุขและทางการแพทย์เป็นอย่างไร เราจะต้องไปถึงยุคThailand4.0พยาบาลในยุค4.0จะต้องเป็นคนเก่งทำงานได้หลายด้านทั้งเทคโนโลยียุคนี้ทำมืออย่างเดียวไม่ได้แล้ว ต้องผ่านกระบวนการบูรณาการข้ามภาคส่วน อสม.4.0.ในฐานะที่ผมเป็นประธานสาธารณสุข4.0ให้มีกรมสุขภาพจิต4.0 กฎหมายรัฐธรรมนูญปี๒๕๖๐โครงการคลินิกหมอครอบครัวดูแลมีทีมงานรักษา ส่งเสริม ป้องกัน ส่งผู้ป่วยต่อไปยังระดับอำเภอ ตำบล พยาบาลเป็นผู้วิเศษทำงานบริหารจัดการได้ทั้งหมดเป็นผู้ผลักดันองค์กรสาธารณสุข เราต้องร่วมกันทำงานในระบบสาธารณสุข การสร้างเสริมสุขภาพด้วยการใช้ประสบการณ์ทดลอง ปฏิบัติให้ดีที่สุด”

    การให้บริการสาธารณสุข100ล้านครั้ง/ปี แนวโน้มจะมีคนไข้สูงอายุมากขึ้น คนหนุ่มสาวไม่ค่อยเจ็บป่วยเข้ามารับการรักษาในโรงพยาบาล แต่ในอนาคตอีกไม่กี่ปีข้างหน้าผู้สูงอายุจะมีมากขึ้น1ใน5จะเป็นผู้สูงอายุ คืออายุสูงกว่า60ปี “อีก5ปีผมก็จะเป็นผู้สูงอายุแก่หง่อมเหมือนกัน คนแก่เข้ามาใช้ระบบสาธารณสุข Day Care Center เป็นคนป่วยติดเตียงติดบ้านเป็นเรื่องสำคัญ ดังนั้นเราอย่าพูดให้คนแก่แสลงใจ เรามีผู้ทรงคุณวุฒิอยู่ที่บ้าน เราจะต้องดูแลให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพที่ดี ภาคภูมิใจว่าเป็นผู้ทรงคุณวุฒิไม่ใช่ถูกทอดทิ้งอยู่ในบ้าน คนแก่เหงาแล้วรู้สึกเปล่าเปลี่ยว เด็กสมัยนี้Gen Z เล่นไลน์ทั้งวี่ทั้งวันความรับผิดชอบมีน้อย ผมเกิดในยุคเบบี้บูมต่อไปในอนาคตผมสงสารตัวเองเพราะคนGen Zจะต้องมาดูแลผม ผมไม่ค่อยทันความคิดของเด็กGen Z Gen Y เราจะต้องทำให้เด็กรุ่นนี้เก่งดีและมีวินัยที่ดี ดูแลบ้านเมืองในอนาคตเพื่อสอดคล้องกับยุคGlobalไม่มีความเป็นชาติ ทำให้ประชาชนมีความรู้เรื่องสุขภาพ ครอบครัวที่มีสังคมมีชุมชนที่ดี ขณะนี้เราอยู่ในยุค2000 ตลอดเวลา50ปีเราใช้ทรัพยากรจากน้ำมัน ป่าไม้หมดภายใน50ปีทั้งๆที่กว่าจะเป็นน้ำมัน ป่าไม้ให้เราใช้นั้นจำเป็นต้องใช้เวลานานเป็นพันล้านปี เราต้องช่วยกันสร้างความสมดุลในการรักษาสิ่งแวดล้อมเพื่อให้คนรุ่นหลังได้มีโอกาสใช้และมีสุขภาพที่ดี วันนี้ขอเปิดประชุมสัมมนาเพื่อช่วยกันสร้างเสริมสุขภาพให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี”หลังจากนั้นเปิดนิทรรศการศูนย์เรียนรู้และนวัตกรรมทางการพยาบาลเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพ

    พบตัวอย่างนวัตกรรมพยาบาลสร้างเสริมสุขภาพ อาทิ PSU Cat ท่าคลอดลดความเจ็บปวด และผ่อนคลายด้วยบทเพลง จากคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ดนตรีสร้างสุขด้วยอังกะลุง ป้องกันโรคสมองเสื่อมและภาวะซึมเศร้าในผู้สูงอายุของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลท่ากว้าง จังหวัดเชียงใหม่ ชฎารัตน์ เกื้อสุข พยาบาลวิชาชีพชาวเมืองสารภี เชียงใหม่ สะใภ้เจ้าหน้าที่ป่าไม้ชาวพัทลุง เล่าว่าเป็นพยาบาลที่ชอบดนตรีเคยเล่นอังกะลุงสมัยเป็นนักเรียนจึงคิดสัญลักษณ์มือแทนตัวโน้ต7ตัว ผู้สูงอายุไม่จำเป็นต้องเล่นดนตรีได้เพียงแต่ดูคอนดักเตอร์ให้จังหวะพร้อมสัญญาณแล้วเขย่าตามสัญลักษณ์ ชุดอังกะลุงนี้ผลิตจากไม้ไผ่ที่มีเสียงทุ้ม กลาง แหลม ชุดหนึ่งมี20ตัวเล่นครบทั้งวง 20คน ผู้สูงอายุวัย94ปี ชื่อชุ่ม พรหมจักร นั่งรถมอเตอร์ไซค์มาเล่นอังกะลุงด้วยเพลงสรรเสริญพระบารมีเพื่อรำลึกถึงรัชกาลที่9 เพลงลอยกระทง ลาวจ้อย(เพลงทางเหนือ)

    ศูนย์พึ่งได้ เครือข่ายดูแลผู้ถูกกระทำความรุนแรง โรงพยาบาลน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น โปรแกรมการฝึกอบรมการดูแลตนเองในผู้ป่วยฟอกไตทางหน้าท้อง โรงพยาบาลชลบุรี การสร้างเสริมสุขภาพผู้ป่วยที่มีออสโตมี่และแผล โรงพยาบาลศิริราช การป้องกันแผลกดทับบริเวณหูในผู้ป่วยที่ใส่ท่อหายใจที่ต้องผูกยึดท่อช่วยหายใจในหอผู้ป่วยICU โดยใช้แผ่นยางธรรมชาติแปะหู การใช้กล่องเก็บนมแม่แช่แข็งช่วยรักษาอุณหภูมิของนมแม่ขณะเปิดตู้เย็น ป้องกันการปนเปื้อนเมื่อต้องใช้ถุงนมของทารกหลายคน สามารถนำนมแม่เก่ามาใช้ก่อนนมใหม่ได้ เพื่อใช้ในหอผู้ป่วยเด็กแรกเกิดโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ และมีนวัตกรรมจากทุกภูมิภาคของประเทศอีกกว่า 20 นวัตกรรม

    นพ.ธงชัย เลิศวิไลรัตนพงศ์ รองอธิบดีกรมอนามัย บรรยายเรื่องการพัฒนาศักยภาพพยาบาลเพื่อคุณภาพการสร้างเสริมสุขภาพ รศ.ดร.ทัศนา บุญทอง นายกสภาการพยาบาลกล่าวว่าการสร้างเสริมสุขภาพประชาชนถือเป็นบทบาทและภารกิจสำคัญของวิชาชีพการพยาบาลจึงสนับสนุนให้พยาบาลมีสมรรถนะในการปฏิบัติบทบาทการสร้างเสริมสุขภาพประชาชนทุกกลุ่มวัยตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดาจนถึงตายอย่างสงบ โดยร่วมมือกับสสส.และสถาบันอุดมศึกษาสนับสนุนให้พยาบาลมีสมรรถนะในการปฏิบัติบทบาทการสร้างเสริมสุขภาพ ทั้งการพัฒนานโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพ การสร้างสิ่งแวดบ้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ การสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน การพัฒนาทักษะส่วนบุคคลและการปรับระบบบริการสุขภาพ การผลักดันให้สถาบันการศึกษาพัฒนาหลักสูตรการสร้างเสริมสุขภาพที่ตอบสนองต่อการพัฒนาสมรรถนะและบทบาทของพยาบาลในการสร้างเสริมสุขภาพ ทั้งนี้ต้องประสานความร่วมมือกับองค์กรและหน่วยงาน ภาคีเครือข่ายในการดำเนินงานสร้างเสริมสุขภาพอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง

    LEAVE A REPLY

    0 Comments

  • เปลว สีเงิน

    ๑๐๗ ปีที่ผ่านมา........... เมื่อวันที่ ๒๓ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๕๓ "พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว" รัชกาลที่ ๕ เสด็จสวรรคต! พระองค์ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงประชาชาวไทย ได้รับการถวายพระราชสมัญญาว่า "สมเด็จพระปิยมหาราช"
  • บทบรรณาธิการ

    จากการซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศที่ผ่านมา พบว่ายังมีการปฏิบัติที่ไม่เหมาะสม แม้แต่สื่อมวลชนบางสำนักที่ทำหน้าที่นำเสนอข้อมูลและให้ความรู้กับประชาชนมาโดยตลอดเรื่องแนวทางการปฏิบัติยังละเมิดข้อตกลงที่ตกลงกันไว้ หลังถ่ายทอดสดผ่านโทรศัพท์มือถือ หรือไลฟ์สดขณะซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ
  • เอ็กซ์-ไซท์

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา ร.ต.อ.ศักดิ์ชาย กิตติอุดมพันธ์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ได้รับแจ้งเกิดเหตุฆาตกรรม ที่บ้านเลขที่ 57 หมู่ 2 บ้านโคกยาง ตำบลก้านเหลือง อำเภอนางรอง
    นายอำเภอท่าแซะ ชุมพร สั่งการเร่งจับหมีโดยเร็วหลังชาวบ้านผวาหนัก เจ้าหน้าที่อนุรักษ์สัตว์ป่าวางกรงเหล็กกับดักขนาดใหญ่พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิด คาดไม่เกิน 5 วันรู้ผล
    ตำรวจเตือนนำภาพพระเมรุมาศมาพิมพ์บนเสื้อจำ หน่ายเป็นการมิบังควร ผิดกาลเทศะ วอนประชาชนไม่ซื้อมาสวมใส่ประดับร่างกาย
  • x-cite inside

    บรรยากาศแห่งความทรงจำ ความรู้สึก และหัวใจที่สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของเหล่าพสกนิกรไทยที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นับเป็นปรากฏการณ์ที่ยิ่งใหญ่ ก่อให้เกิดการหลอมรวมใจของคนไทยในการ “ทำดีตามรอยพ่อ” เพื่อแปรเปลี่ยนความโศกเศร้า ความอาลัยรัก ให้เป็นพลังในการสานต่อพระราชปณิธานในพระองค์ท่าน
    นางพัชราภรณ์ อินทรียงค์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่ารัฐบาลได้ทำบัตรเชิญสำหรับผู้เข้าร่วมงานทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในวันที่ 26 ต.ค.นี้ โดยจัดพิมพ์จำนวน 5,000 ใบ
    เวียนมาบรรจบครบวาระ 1 ปี ในวันที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จสวรรคต แต่พระองค์ยังทรงสถิตอยู่ในหัวใจของประชาชนชาวไทยทุกดวง