คลังมึนติดตั้ง“อีดีซี”ไม่คืบ ฉุดแผน e-Payment สะดุด

  • Monday, July 24, 2017 - 00:00


    “แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (e-Payment)” เริ่มเดินหน้าขึ้นอย่างชัดเจนในยุคของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยก่อนหน้าที่โครงการนี้จะเริ่มขึ้น มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ค่อนข้างเยอะเกี่ยวกับ “ความสำเร็จของโครงการ” เพราะต้องยอมรับว่าเรื่องนี้ถือเป็นมิติใหม่ในภาคการเงินของประเทศไทย ที่จะลดการใช้เงินสด และใช้จ่ายผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์แทน เหมือนๆ กับหลายประเทศที่ได้มีการพัฒนาเรื่องนี้ไปไกล เพราะนอกจากโครงการจะช่วยลดการใช้เงิน เพิ่มประสิทธิภาพด้านการเงินของประเทศ ก็ยังเป็นอีกส่วนสำคัญที่ช่วยทำให้ประเทศลดงบประมาณในการบริหารจัดการเงินสดได้จำนวนมหาศาล

    หากพูดถึงความพร้อมในการดำเนินโครงการ ในส่วนของภาครัฐน่าจะเป็นส่วนที่พร้อมมากที่สุด ขณะที่ภาคประชาชน ไม่เพียงต้องเร่งให้ความรู้ และสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้ระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น แต่ยังมีเรื่องอุปกรณ์ เครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ ที่ต้องเตรียมเพื่อรองรับระบบอันทันสมัยนี้ด้วยเช่นกัน จึงปฏิเสธได้ยากว่าเรื่องนี้จะเป็นอีกหนึ่งประเด็นใหญ่ที่รัฐบาลจะต้องเร่งดำเนินการให้ได้

    หนึ่งในอุปกรณ์สำคัญที่จะขาดเสียไม่ได้สำหรับโครงการนี้ นั่นคือ “เครื่องรับชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (เครื่องอีดีซี) ซึ่งถือเป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับอำนวยความสะดวกในการชำระค่าใช้จ่ายและบริการต่างๆ ในทุกกลุ่มธุรกิจ ซึ่งเจ้าเครื่องนี้เองที่จะมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนโครงการ e-Payment ของรัฐบาลในครั้งนี้

    โดยเมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา กระทรวงการคลังได้จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงการให้บริการวางอุปกรณ์อีดีซี กับผู้มีสิทธิ์ให้บริการ 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่ม Consortium ซึ่งประกอบด้วย บมจ.ธนาคารกรุงไทย, บมจ.ธนาคารกรุงศรีอยุธยา, บมจ.ธนาคารทหารไทย, บมจ.ธนาคารไทยพาณิชย์, บมจ.ธนาคารธนชาติ และกลุ่มกิจการค้าร่วมโครงการ ประกอบด้วย บมจ.ธนาคารกรุงเทพ และ บมจ.ธนาคารกสิกรไทย

    จุดประสงค์หลักของการพยายามให้เกิดการติดตั้ง “เครื่องอีดีซี” นั่นก็คือ ไม่เพียงรองรับโครงการ e-Payment เท่านั้น แต่รัฐบาลยังต้องการปูพื้นเพื่อรองรับบริการด้านอิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ ในอนาคตต่อไป นั่นหมายถึงอาจจะรองรับอุปกรณ์บนโทรศัพท์มือถือ หรือบริการที่เรียกว่า “e-Money” ทั้งหมดนั่นเอง

    กระทรวงการคลังเองก็พยายามชูข้อดีในหลายๆ แง่มุม โดยเฉพาะเรื่องค่าธรรมเนียมการรับบัตรภายหลังการติดตั้งเครื่องอีดีซีแล้ว ค่าธรรมเนียมจะลดลงเป็นไม่เกิน 0.55% จากปัจจุบันอยู่ที่ 1.5-2.5% ของมูลค่าเงินที่ชำระ ซึ่งอัตราใหม่นั้นถือเป็นอัตราที่ต่ำที่สุดในโลกอีกด้วย ไม่เพียงเท่านั้น “ไม่เก็บค่าเช่า และค่าติดตั้งอุปกรณ์” ก็ยังเป็นอีกจุดที่ภาครัฐพยายามกระตุ้นให้เกิดความสนใจจากผู้ประกอบการ โดยอาจเก็บเพียงค่ามัดจำเครื่อง เพื่อเป็นการป้องกันการทำอุปกรณ์เสียหาย โดยร้านค้าจะได้รับเงินค่ามัดจำเครื่องคืนเมื่อมีการยกเลิกการใช้บริการ

    สำหรับเป้าหมายในการติดตั้งเครื่องอีดีซีนั้น กระทรวงการคลังแจงว่า ภายในเดือน เม.ย.2560 จะต้องดำเนินการติดตั้งให้ได้ 25% จากเป้าหมายทั้งหมด 5.5 แสนเครื่อง และในเดือน ก.ค.นี้ ต้องได้ 50%, เดือน พ.ย.2560 ต้องได้ 75% หลังจากนั้นต้องติดตั้งได้ครบ 100% หรือ 5.5 แสนเครื่อง ภายในเดือน มี.ค.2561 โดยระหว่างพยายามติดตั้งเครื่องอีดีซีในภาคประชาชนนั้น หน่วยงานภาครัฐก็ต้องเร่งดำเนินการติดตั้งควบคู่กันไปด้วย โดยกระบวนการติดตั้งในภาครัฐจะต้องแล้วเสร็จภายใน ก.ย.นี้ ที่ปริมาณ 1.8 แสนเครื่อง

    ต้องยอมรับในความพยายามของภาครัฐในการผลักดันให้เกิดการติดตั้งเครื่องอีดีซีในภาคประชาชน เพราะไม่เพียงเว้นการเก็บค่าเช่าและค่าติดตั้งเท่านั้น แต่ยังมีการผลักดันมาตรการช่วยเหลือร้านค้าที่ติดตั้งเครื่องอีดีซี โดยให้ร้านค้าดังกล่าวสามารถนำค่าใช้จ่ายจากการรับบัตร (MDR) ไปหักเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ 2 เท่า จนถึงวันที่ 31 ธ.ค.2564 อีกด้วย พร้อมระบุว่ามาตรการนี้จะช่วยลดภาระของร้านค้าในการรับบัตรได้อย่างมาก ไม่เพียงเท่านั้น กระทรวงการคลังยังได้ออกระเบียบเพื่อให้การรับและจ่ายเงินของภาครัฐเป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดภายในสิ้นปีนี้ และในอนาคตยังมีแผนที่จะนำมาใช้ในบริการจ่ายเบี้ยปรับ ใบสั่งจราจรผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์อีกด้วย นั่นก็เพื่อให้รัฐบาลสามารถเก็บเงินได้อย่างไม่ต้องกังวลเรื่อง “การรั่วไหล” อีกต่อไป

    ระหว่างที่รัฐบาล กระทรวงการคลัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พยายามกระตุ้นให้เกิดการติดตั้งเครื่องอีดีซี สนับสนุนให้เกิดการใช้จ่ายผ่านบัตรอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ก็มีหลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็นอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับความสำเร็จในการติดตั้งเครื่องอีดีซี ว่ายังไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ประชาชน ร้านค้า ยังขาดความรู้ความเข้าใจ หรือบางส่วนยังไม่มั่นใจเกี่ยวกับระบบการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ เพราะยังเป็นเรื่องใหม่มาก

    ไม้เด็ด! ของกระทรวงการคลังที่จะสนับสนุนให้เกิดการติดตั้ง และใช้จ่ายผ่านบัตรอิเล็กทรอนิกส์ก็เกิดขึ้นภายใต้ “โครงการแจกโชคจากการใช้บัตรเดบิต” สำหรับประชาชนที่ใช้บัตรเดบิตจากสถาบันการเงินไทยชำระสินค้าหรือบริการในประเทศผ่านเครื่องอีดีซี รวมถึงตู้เอทีเอ็มและร้านค้าที่มีรายได้ไม่เกิน 500 ล้านบาทที่ได้มีการติดตั้ง หรือปรับปรุงเครื่องอีดีซี ก็มีสิทธิ์ลุ้นรับรางวัลเงินสดทุกเดือน รางวัลสูงสุด 1 ล้านบาท เป็นระยะเวลา 12 เดือน รวมมูลค่าเงินรางวัลทั้งสิ้นกว่า 84 ล้านบาท ถือเป็นโครงการที่เรียกเสียง “ฮือฮา” ได้อยู่ไม่น้อย แม้ในระยะแรกจะอยู่บนความสนใจว่าจะมีการแจกจริงหรือไม่ แต่กระทรวงการคลังก็ได้พิสูจน์แล้วว่า “ใช้จริง ก็แจกจริง” เหมือนกัน

    “สมชัย สัจจพงษ์” ปลัดกระทรวงการคลัง แจงว่า โครงการนี้เป็นการต่อยอดโครงการติดตั้งเครื่องอีดีซีที่เริ่มไปเมื่อ มี.ค.ที่ผ่านมา และคาดว่าจะช่วยกระตุ้นให้ประชาชนหันมาใช้จ่ายผ่านบัตรเดบิตแทนเงินสดมากขึ้น ยอดเงินที่ใช้เริ่มตั้งแต่ 20 บาท 50 บาท ก็สามารถใช้ได้แล้ว และยังเป็นโครงการที่ช่วยสร้างแรงจูงใจให้ร้านค้ามาติดตั้งเครื่องอีดีซีเพิ่มขึ้นด้วย โดยเฉพาะร้านค้าขนาดเล็ก เพราะจากข้อมูลแล้วปัจจุบันมีผู้ถือบัตรเดบิตทั่วประเทศกว่า 54-55 ล้านใบ แต่ยอดนำบัตรมาใช้ชำระสินค้ายังน้อยมาก อยู่ที่ 10% เท่านั้น ขณะที่เครื่องอีดีซีก็มีการติดตั้งเพียง 6.5 หมื่นเครื่อง

    ในส่วนนี้ “ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)” ได้ออกมาให้ข้อมูลว่า ในเดือน เม.ย.2560 มีการติดตั้งเครื่องอีดีซีไปเพียง 6.5 หมื่นเครื่อง จากเป้าหมายในช่วงเวลาดังกล่าวคือ 25% หรือ 1.4 แสนเครื่องของเป้าหมายทั้งหมด ซึ่งเหตุผลหลักๆ ก็ยังมาจากร้านค้ายังได้รับข่าวสารไม่ทั่วถึง ซึ่งสถาบันการเงินจะมีการปรับแผนการติดตั้งใหม่ ขณะที่ภาครัฐเองก็จะช่วยทำหน้าที่สื่อสารกับร้านค้าด้วยเช่นกัน เช่น การเข้าไปร่วมให้ข้อมูลเมื่อมีการประชุมร่วมกับภาคเอกชน เป็นต้น

    ธปท.ยืนยันอีกว่า แม้ว่ายอดการติดตั้งเครื่องอีดีซีจะยังอยู่ในระดับไม่มากนัก แต่ก็ยังไม่มีแผนปรับลดเป้าหมายการติดตั้งเครื่องมือดังกล่าวลง เพราะการจะส่งเสริมให้ประชาชนใช้จ่ายผ่านบัตรเดบิต จำเป็นจะต้องมีเครื่องอีดีซีให้มากขึ้น จากปัจจุบันมีอยู่ 2 แสนเครื่อง เป้าหมายก็คือจะให้เพิ่มเป็น 5.5-5.6 แสนเครื่องในที่สุด

    อาจเป็นเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า หากร้านค้าขนาดเล็กซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญของรัฐบาลยังมีการติดตั้งเครื่องอีดีซีไม่มาก ประเด็นสำคัญคือ “ยังขาดความรู้ความเข้าใจ” ในส่วนนี้อาจจะต้องอาศัยความร่วมมือจากสถาบันการเงินในการประชาสัมพันธ์เพื่อให้เกิดความเข้าใจมากยิ่งขึ้น ไปจนถึงบางราย ยัง “กังวล” ว่าอาจจะถูกภาครัฐเข้ามาตรวจสอบเรื่องรายได้ การเสียภาษีต่างๆ และเป็นช่องทางให้กรมสรรพากรเข้ามาจัดเก็บภาษีในที่สุด

    นี่เป็นเรื่องที่ต้องยอมรับว่า ปัจจุบันยังมีร้านค้าจำนวนมาก ต้องย้ำว่า “มากจริงๆ” ที่ยังไม่ได้มีการทำระบบบัญชีให้เป็นมาตรฐาน และเข้าระบบภาษีอย่างถูกต้อง ผู้ประกอบการบางรายก็อยู่แต่นอกระบบภาษีมาโดยตลอด ไม่เคยจ่ายภาษี ตรงนี้อาจเป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเข้ามาให้ความสำคัญในการแก้ปัญหา เพราะในผู้ประกอบการรายใหญ่ ประเด็นเรื่องภาษีคงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง กลับกันในผู้ประกอบการขนาดเล็กที่เป็นเป้าหมายสำคัญ ยังติดปัญหาเป็นอย่างมาก

    ยังเป็นเรื่องที่ต้องติดตามกันต่อว่า กระทรวงการคลัง ธปท. สถาบันการเงิน และหน่วยงานที่รับผิดชอบในส่วนนี้จะดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างไร แม้ว่าจะมีโครงการแจกโชคออกมา แต่ล่าสุดก็ยังพบว่ายอดการติดตั้งเครื่องอีดีซีไม่ได้ขยับเพิ่มขึ้นมากนัก ปัญหาอาจจะไม่เพียงแค่ผู้ประกอบการขาดความรู้ความเข้าใจ แต่อาจจะมีบางส่วนที่มองว่า “อีดีซี” ยังไม่ใช่เรื่องจำเป็น หรือบางส่วนยังเห็นว่ายังไม่มีคนใช้บัตรเดบิตในการชำระสินค้าและบริการ ยังเน้นการใช้เงินสดเป็นหลักมากกว่า นี่อาจถือเป็นงานวัดฝีมือของหน่วยงานทั้งหมดในการผลักดันให้ไทยก้าวเข้าสู่ “ระบบเทคโนโลยีการเงินที่ทันสมัย”.

    LEAVE A REPLY

    0 Comments

  • เปลว สีเงิน

    ผมว่าพิลึกนะ!? ที่ "อุทยานราชภักดิ์" นี่ กระดิกทำอะไรเป็นไม่ได้ เป็นต้องมีคนจ้องจับผิด-จับถูก "โกงมั้ง?" แทบทุกครั้งไป นี่ก็อีก............ ศูนย์การทหารราบ ค่ายธนะรัชต์ ประจวบฯ สร้างห้องน้ำ สร้างอาคารร้านค้า ที่อุทยาน รองรับคนมาสักการะเฉลี่ยวันละเป็นหมื่น ก็มีคนตั้งข้อสังเกต งบก่อสร้าง ๑๕ ล้าน แพงเว่อร์ ไม่โปร่งใสมั้ง...ประมาณนั้น!
  • บทบรรณาธิการ

    ถือได้ว่ายังเป็นสถานการณ์พยากรณ์อากาศที่ต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิดสำหรับประชาชน โดยเฉพาะปริมาณน้ำฝนในช่วงระยะเวลานี้ ที่จะส่งผลกระทบต่อประชาชนทั่วทุกภาคประเทศไทย
  • เอ็กซ์-ไซท์

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา ร.ต.อ.ศักดิ์ชาย กิตติอุดมพันธ์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ได้รับแจ้งเกิดเหตุฆาตกรรม ที่บ้านเลขที่ 57 หมู่ 2 บ้านโคกยาง ตำบลก้านเหลือง อำเภอนางรอง
    นายอำเภอท่าแซะ ชุมพร สั่งการเร่งจับหมีโดยเร็วหลังชาวบ้านผวาหนัก เจ้าหน้าที่อนุรักษ์สัตว์ป่าวางกรงเหล็กกับดักขนาดใหญ่พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิด คาดไม่เกิน 5 วันรู้ผล
    ตำรวจเตือนนำภาพพระเมรุมาศมาพิมพ์บนเสื้อจำ หน่ายเป็นการมิบังควร ผิดกาลเทศะ วอนประชาชนไม่ซื้อมาสวมใส่ประดับร่างกาย
  • x-cite inside

    บรรยากาศแห่งความทรงจำ ความรู้สึก และหัวใจที่สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของเหล่าพสกนิกรไทยที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นับเป็นปรากฏการณ์ที่ยิ่งใหญ่ ก่อให้เกิดการหลอมรวมใจของคนไทยในการ “ทำดีตามรอยพ่อ” เพื่อแปรเปลี่ยนความโศกเศร้า ความอาลัยรัก ให้เป็นพลังในการสานต่อพระราชปณิธานในพระองค์ท่าน
    นางพัชราภรณ์ อินทรียงค์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่ารัฐบาลได้ทำบัตรเชิญสำหรับผู้เข้าร่วมงานทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในวันที่ 26 ต.ค.นี้ โดยจัดพิมพ์จำนวน 5,000 ใบ
    เวียนมาบรรจบครบวาระ 1 ปี ในวันที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จสวรรคต แต่พระองค์ยังทรงสถิตอยู่ในหัวใจของประชาชนชาวไทยทุกดวง