"มิจฉาทิฏฐิ" บ่อนทำลายพุทธศาสนา

  • Monday, July 17, 2017 - 00:00


    พระพุทธเจ้าได้ตรัสอธิบาย "สัมมาทิฏฐิ" คือความเห็นชอบ หมายถึง ความรู้-ปัญญา หรือมุมมอง ที่ถูกต้องตรงกับความจริง ตามหลักอริยสัจสี่ นั่นคือ รู้จักทุกข์ รู้จักสมุทัย เหตุให้เกิดทุกข์ รู้จักนิโรธ ความดับทุกข์ รู้จักมรรค คือทางปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์ และที่น่าสนใจคือ "สัมมาทิฏฐิ" เป็นหนึ่งในอริยมรรคแปด หรือทางสายกลางนำไปสู่หนทางดับทุกข์ ที่พระพุทธองค์ทรงบอกทางให้ไว้อันได้แก่ 1.สัมมาทิฏฐิ 2.สัมมาสังกัปปะ 3.สัมมาวาจา 4.สัมมากัมมันตะ 5.สัมมาอาชีวะ 6.สัมมาวายามะ 7.สัมมาสติ และ 8.สัมมาสมาธิ

    ความพยายามของสำนักพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ในการบริหารจัดการปัญหาอันเกี่ยวกับการตรวจสอบการทุจริตเงินทอนวัด จึงถือเป็นสัมมาทิฏฐิ ที่พุทธศาสนิกชนสมควรอนุโมทนา และให้กำลังใจเพื่อสนับสนุนส่งเสริมภารกิจดังกล่าวให้ประสบความสำเร็จ บรรลุจุดมุ่งหมายในการขจัดเหลือบและมารศาสนาที่เกาะกินอาศัยความเชื่อและความศรัทธาของชาวพุทธ ทำมาหากินแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนและลาภยศสรรเสริญ ให้หมดสิ้นไปทีละเล็กทีละน้อยอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนสืบไป

    ต้องยอมรับว่า "วัดครึ่งหนึ่งกรรมการครึ่งหนึ่ง" เป็นประโยคประชดประชัน แต่แฝงไว้ซึ่งชีวิตจริงในแวดวงศาสนามานาน โดยที่แต่เดิมนั้น มักจะเป็นหน้าที่ของชาวบ้าน หรือผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับศาสนสถานในพื้นที่หรือบริเวณพักอยู่อาศัย เป็นผู้ลุกขึ้นมากวาดล้าง รื้อกระดาน หรือเรียกร้องให้มีการจัดระเบียบวิธีการปฏิบัติในการบริหารผลประโยชน์ภายในวัดใหม่ แต่มาถึงวันนี้ การที่ พศ.ร่วมกับตำรวจปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือ ปปป. ยื่นมือเข้าไปตรวจสอบตามยุทธการปราบโกงวัด ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี ยึดโยงนโยบายการปฏิรูปประเทศไทยของรัฐบาลว่าด้วยศาสนาโดยตรง

    ปฏิกิริยาแสดงออกแบบไม่พอใจ หรือไม่สบายใจ ของบรรดาพระผู้ใหญ่หรือคณะสังฆาธิการต่อปฏิบัติการปราบโกงวัดของเจ้าหน้าที่บ้านเมือง ซึ่งมีกระแสข่าวระบุว่า ถึงขั้น "บอยคอต" หรือคว่ำบาตรผู้อำนวยการ พศ.เพราะทำลายศาสนา ทำให้คนเข้าวัดน้อยลงนั้น จึงเป็นภาพสะท้อนที่น่าผิดหวัง และน่าสงสัยเป็นอย่างยิ่งว่า ใครกันแน่ที่กำลังบ่อนทำลายศาสนาให้ตกต่ำ และส่งผลต่อความศรัทธาของพุทธศาสนิกชน เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือ พศ.คงจะยัดเยียดความผิด หรือหลักฐานสร้างความเสียหายให้กับวงการสงฆ์มิได้ หากต้นเหตุของปัญหาไม่เกิดจากการกระทำอันไม่ชอบมาพากลในแวดวงคนหรือสมาชิกที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมของวัดวาอารามหรือศาสนสถานต่างๆ ที่แอบอ้างมาช้านานจนกลายเป็นความเคยชินหรือเห็นเป็นเรื่องปกติเข้าทำนอง..โกงแล้วแบ่งไม่เป็นไร
    โทสะ โมหะจริต อันเป็นองค์ประกอบสำคัญให้เกิดมิจฉาทิฏฐิ ของบรรดาสังฆาธิการทั้งหลายต่างหากที่จะเป็นเครื่องบั่นทอนความเชื่อ และความศรัทธาของพุทธศาสนิกชน เพราะกรณีการกวาดวัดให้สะอาด กำจัดเหลือบศาสนา ถือเป็นการทำนุบำรุงสถาบันหลักสำคัญของประเทศประการหนึ่ง และที่มองข้ามไม่ได้คือ เป็นการเดินตามรอยคำสั่งสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าอย่างถูกต้องตามทำนองครองธรรม ว่าด้วยการทำมาหากินอย่างสุจริต ไม่คดโกง ไม่เอาเปรียบผู้อื่น.

  • เปลว สีเงิน

    แหม....ชาวโซเชียลตามติดยิ่งกว่าคู่จิ้น! เสียงกริ๊ดดังไล่หลังยิ่งกว่าฉาก “แจ็ค"กับ"โรส” ยืนกอดกันบนหัวเรือไททานิก "บิ๊กตู่" กับ "บิ๊กป้อม" ไม่เจอหน้ากันหลายวัน วานนี้(๒๐ พฤศจิกายน) ไฟต์บังคับต้องไปเจอกันบนเรือหลวงถลาง
  • บทบรรณาธิการ

    สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ผลประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐประจำปีงบประมาณ 2560 โดย ป.ป.ช.ได้กำหนดกรอบการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสออกเป็น 5 ดัชนี
  • เอ็กซ์-ไซท์

    ขณะไปตรวจรถชนกันคนขับวัย71อ้างตาไม่ดีดาบตำรวจนำกำลังไปตรวจสอบคดีรถชนกันในตัวเมืองชัยภูมิ เฒ่าวัย 71 ซิ่งกระบะฝ่าสัญญาณไฟพุ่งชนเต็มแรงแล้วลากร่างไปไกลสุดที่จะยื้อชีวิต
    ตูนซึ้งใจกราบคุณตาขาขาดวัย 90 ปีที่เจียดเบี้ยยังชีพคนพิการสมทบก้าวคนละก้าว ด้านเชษฐ์สไมล์บัฟฟาโลออกวิ่งในเมืองชลหาทุนให้อีกกว่า 5 แสนบาท
    เครื่องเล่นโมบายปลาหมึกยักษ์ในงานนมัส การพระสมุทรเจดีย์โค่นลงมาทั้งยวง ทำเอาผู้ใหญ่ เด็กที่ขึ้นไปนั่งบาดเจ็บไปตามๆ รมต.ออมสินรีบไปตรวจสอบ พบไม่ได้ขออนุญาต
  • x-cite inside

    ได้รับทั้งเสียงปรบมือและยอดบริจาคท่วมท้นสำหรับโครงการ “ก้าวคนละก้าวเพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ” จากเบตงสู่แม่สาย ของ พี่ตูน-อาทิวราห์ คงมาลัย ศิลปินวงบอดี้สแลม กับภารกิจเพื่อสังคมที่ได้รับคำชื่นชมอย่างมากมาย ซึ่งภาพที่เกิดขึ้นไม่ใช่ไอดอลของวัยรุ่นที่สลัดไมค์ร้องเพลงมาเป็นทำงานจิตอาสา
    ณ ตอนนี้เข้าไปท่องโลกออนไลน์ จะมีรายการแชร์และส่งต่อ ขอความช่วยเหลือพี่น้องผองไทย!! ช่วยกันโหวตให้ "มารีญา พูลเลิศลาภ" ตัวแทนสาวไทยในการประกวดนางงามจักรวาลปี 2017
    ในยุคนี้ความเชื่อว่าเด็กจะเก่งต้องมุ่งเน้นแต่เรียนอย่างเดียวอาจตกยุคไปแล้ว เพราะงานวิจัยต่างๆ จากทั่วโลกพบว่า หากพวกเขาได้ทำกิจกรรมทางกายด้วยการออกมาเล่น (Active Play) หรือออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 60 นาที จะทำให้พัฒนาการด้านสมองดีกว่าเด็กที่จดจ่อมุ่งแต่นั่งเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว