2สัปดาห์เคาะปมเซตซีโร'กกต.'

  • Friday, May 19, 2017 - 00:00


    “สมชัย” เตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยจัดเลือกตั้งให้แล้วเสร็จ 150 วัน เพื่อความชัดเจน เพราะคนที่ต้องรับผิดชอบไม่ใช่ กรธ.-กฤษฎีกา แต่เป็น กกต.ใหม่ 7 คน ยันไม่ได้ตีรวน ขณะที่ สนช.เคาะปมเซตซีโร กกต. 1 มิ.ย. ประธาน สปท.ย่องพบ "บิ๊กตู่" คาดหารือใช้มาตรา 44 เร่งรัดปฏิรูป 11 ด้าน

    เมื่อวันที่ 18 พ.ค. นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกรณีเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการจัดการเลือกตั้งให้แล้ว เสร็จภายใน 150 วัน ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 268 หมายรวมถึงการรับรองผลการเลือกตั้งด้วยหรือไม่ ว่า กกต.ไม่ได้เรื่องมาก แต่รัฐธรรมนูญเขียนไว้สั้นๆ ว่า กกต.ต้องจัดการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จ 150 วัน ซึ่งหลายคนให้ดูเจตนาและถามผู้ยกร่าง แม้นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ก็ระบุว่าระยะเวลาดังกล่าวไม่รวมการประกาศผล แต่ กกต.ก็คิดว่าที่สุดแล้วคนที่มีอำนาจวินิจฉัยเรื่องนี้แล้ว ไม่ใช่ กรธ. แต่เป็นศาลรัฐธรรมนูญ จึงควรที่จะมีการถามความชัดเจนเรื่องดังกล่าวจากศาลรัฐธรรมนูญก่อน ที่จะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น

    "เราเห็นว่าทั้งกฤษฎีกาและ กรธ.ไม่ใช่หลังพิงที่เพียงพอ เพราะถ้ามีการเลือกตั้งไปแล้วมีผู้ร้องต่อศาลว่าระยะเวลา 150 วัน รวมถึงการประกาศรับรองผลด้วย ที่กกต.ใช้เวลาทั้งหมดไปกับการเลือกตั้งจึงไม่ถูกต้อง แล้วศาลวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งเป็นโมฆะจากเหตุดังกล่าว คนที่จะรับผิดชอบไม่ใช่กฤษฎีกา กรธ. เจ้าหน้าที่ กกต. หรือแม้แต่ กกต.ชุดนี้ แต่จะเป็น กกต.ชุดใหม่ 7 คน ดังนั้นจึงเห็นว่าควรทำประเด็นนี้ให้ชัดเจนเสียก่อน เพื่อให้คำวินิจฉัยเป็นหลังพิงให้กับ กกต." นายสมชัยกล่าว

    นายสมชัยกล่าวต่อว่า ขณะนี้ กกต.จะรอคำตอบจากกฤษฎีกาและ กรธ. ซึ่งอยากให้มีคำตอบมาเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อที่ กกต.จะได้พิจารณาในการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยต่อไป ซึ่งตามรัฐธรรมนูญใหม่สามารถยื่นได้เลย ไม่ต้องรอเป็นความขัดแย้งระหว่าง องค์กร ตามมาตรา 210 เพียงแต่อาจจะรอ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญเสร็จเสียก่อน ซึ่งระยะเวลาในการยื่นจนกว่าจะมีเลือกตั้งยังเหลือเวลาอีกมาก คิดว่าการยื่นไม่ได้ทำให้เสียเวลามากมายในการจัดการเลือกตั้ง

    ที่รัฐสภา พล.ท.พิศณุ พุทธวงศ์ โฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แถลงความคืบหน้าว่า ที่ประชุมพิจารณาภาพรวมรอบแรกครบทั้งสิ้นแล้ว78 มาตรา มีหลายประเด็นที่ยังแขวนไว้รอการพิจารณา เนื่องจากต้องข้อมูล และยังมีความเห็นแตกต่างกัน อย่างในมาตรา 29 ผู้ตรวจการเลือกตั้ง ฝ่าย กรธ.ยังยืนยันให้ยกเลิก กกต.จังหวัด และให้มีผู้ตรวจการเลือกตั้ง แต่ตัวแทนจากกกต.และ สนช.บางท่านเสนอให้คง กกต.จังหวัดไว้เหมือนเดิม

    พล.ท.พิศณุกล่าวว่า ในส่วนบทเฉพาะกาล มาตรา 70 วาระการดำรงตำแหน่งของ กกต. สมาชิก สนช.และกกต.ขอแปรญัตติ 12 คน อาทิ นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ นายกล้านรงค์ จันทิก เสนอแก้ไขให้ กกต.อยู่จนครบวาระตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต. พ.ศ.2550 แต่ทาง กรธ.บอกว่า การจะอยู่จนครบวาระได้ ต้องขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะกรรมการสรรหาว่า กกต.เดิมมีคุณสมบัติครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายลูกฉบับใหม่หรือไม่

    “มีสมาชิกบางรายเสนอแปรญัตติในลักษณะช่วยเหลือหาทางออก โดยให้เยียวยาให้ กกต.ที่ขัดคุณสมบัติไปเป็นที่ปรึกษา หากมีการแสดงความประสงค์ ซึ่ง สนช.ขอยืนยันว่าการพิจารณาวาระการดำรงตำแหน่งของ สนช.จะยึดประโยชน์ของประเทศชาติ และประชาชนเป็นสำคัญ ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของบุคคลหรือ กกต.คนใดคนหนึ่ง" พล.ท.พิศณุระบุ

    อย่างไรก็ตาม ทาง กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาฯ จะนัดพิจารณาทั้งฉบับเป็นรอบที่สอง ในวันที่ 22 พ.ค. และวันที่ 29 พ.ค.อีกครั้ง และจะเปิดให้สมาชิกที่เสนอขอแปรญัตติ เข้าร่วมแสดงความเห็นในวันที่ 1 มิ.ย. เพื่อหารือกันว่าจะพบกันได้ที่ตรงไหน โดยจะดำเนินการให้เสร็จในวันดังกล่าว หากยังมีสมาชิก สนช.ที่เสนอแปรญัตติยังติดใจ จะสงวนไว้ ไปเสนอในการประชุมใหญ่วาระ 2-3 ในวันที่ 9 มิ.ย. ตามกำหนดต่อไป

    นายอุดม รัฐอมฤต โฆษกคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) แถลงความคืบหน้าการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. ... ว่าทาง กรธ.ได้พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญฯ ดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว โดยมีหัวใจสำคัญ 4 ประการ ในมาตรา 6 เกี่ยวกับระบบวิธีพิจารณาคดีแบบไต่สวน ที่พยายามทำให้มีความชัดเจนมากขึ้น โดยกำหนดให้ศาลค้นหาความจริง และใช้พยานหลักฐานได้ทุกประเภทตราบใดที่กฎหมายไม่ได้ห้ามไว้ มาตรา 10 ขอบเขตอำนาจของศาลที่ทุกคนที่ร่วมกระทำผิดกับนักการเมืองก็ต้องขึ้นศาลนี้เช่นกัน

    รวมทั้งมาตรา 11 องค์คณะของผู้พิพากษา โดยในการพิจารณาคดีชั้นต้น กำหนดไว้ 9 คน เลือกจากที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกา ซึ่งถ้าองค์คณะเหลือ 7 คนสามารถพิจารณาคดีต่อไปแล้ว แต่ถ้าน้อยกว่า 7 คน ประธานฎีกาจะต้องเลือกให้ครบองค์คณะเสียก่อน

    นายอุดมกล่าวต่อว่า ในมาตรา 26 และมาตรา 27 การนำคดีสู่ศาล จากเดิมศาลสามารถรับฟ้องคดีได้ แต่ถ้าจะเริ่มดำเนินพิจารณาคดีต้องมีจำเลย แต่ต่อไปนี้ศาลสามารถรับฟ้องและดำเนินพิจารณาคดีโดยไม่ต้องมีจำเลยได้ ซึ่ง กรธ.ก็ได้เขียนให้ความคุ้มครองจำเลยไว้ว่า แม้จำเลยจะไม่มาขึ้นศาลสามารถตั้งทนายความต่อสู้ได้ และเมื่อศาลมีคำพิพากษาแล้วจำเลยกลับมาก็สามารถรื้อคดีได้ นอกจากนี้ ยังสามารถอุทธรณ์คดีได้ทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย แต่จำเลยจะต้องมาแสดงตนต่อศาล อีกทั้งที่ประชุมศาลฎีกาจะต้องเลือกหัวหน้าคณะในศาลฎีกา จำนวน 9 คน เป็นองค์คณะ เพื่อทบทวนคำพิพากษา

    “การกำหนดให้พิจารณาคดีแบบไม่มีจำเลย เพื่อแก้ปัญหาประเทศไทยที่นักการเมืองหนีคดีและคดีก็ค้างอยู่ที่ศาลจำนวนมาก ทาง กรธ.จะส่งร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญดังกล่าว และร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้ สนช.ภายในสัปดาห์หน้า” โฆษก กรธ.กล่าว

    ที่ทำเนียบฯ ร.อ.ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) เดินทางมารอพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ที่ตึกไทยคู่ฟ้า โดยใช้เวลาหารือประมาณ 15 นาที ก่อนเดินทางกลับและไม่ได้ให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม คาดเป็นการเข้าหารือเรื่องของข้อกฎหมายปฏิรูปที่สปท.เสนอให้ คสช.ออกคำสั่งมาตรา 44 เพื่อเร่งรัดเป็นการด่วน เพื่อให้การปฏิรูปทั้ง 11 ด้านมีความคืบหน้า

    นายคำนูณ สิทธิสมาน เลขานุการและโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญกิจการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (วิป สปท.) ให้สัมภาษณ์ว่า ไม่ทราบถึงการเข้าพบดังกล่าวด้วยเรื่องอะไร เพราะที่ประชุมวิป สปท.ไม่ได้มีการหารือในประเด็นนี้ แต่โดยปกติ สปท.เป็นหน่วยงานวิชาการ มีหน้าที่เสนอความเห็น และวิธีปฏิบัติด้านต่างๆ ซึ่งสุดท้ายขึ้นอยู่กับนายกฯ จะพิจารณาถึงความเหมาะสม และในฐานะที่ สปท.เป็น 1 ในแม่น้ำ 5 สาย ก็เป็นปกติที่ประธาน สปท.จะประสานพูดคุยกับนายกฯ เป็นระยะ และพบกับผู้นำแม่น้ำสายต่างๆ อยู่แล้ว.

  • เปลว สีเงิน

    เศรษฐกิจมันเป็นเรื่องใกล้ตัว หลอกกันไม่ได้ ล้วงกระเป๋าไปแล้วไม่เจอเงิน มันก็คือไม่เจอ เวลานี้ใครมาบอกว่าเศรษฐกิจดี คนจนจะหมดไปแล้ว สำหรับประชาชนระดับรากหญ้า เชื่อก็บ้า! ไม่มีปัญญาไปชิมไข่เจียวร้าน เจ๊ไฝ หรอกครับ เศรษฐกิจ ปากท้อง ไม่ใช่เรื่องของตัวเลขอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับความรู้สึกด้วย และเมื่อสองอย่างนี้มาผสมกัน มันก็เหมือนระเบิด
  • บทบรรณาธิการ

    ปรากฏการณ์พบอาวุธสงครามล็อตใหญ่ ที่อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา นำไปสู่การเดินเข้ามามอบตัวเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจของนายวัฒนา ทรัพย์วิเชียร เมื่อวันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยนายวัฒนาถูกควบคุมตัวตาม มาตรา 44 เนื่องจากต้องสงสัยมีอาวุธสงครามไว้ในครอบครอง โดยเชื่อมโยงกับซีรีส์นัมเบอร์ของอาวุธล็อตใหญ่นี้มีความเชื่อมโยงกับอาวุธสงครามที่ตรวจจับได้เมื่อปี 2557
  • เอ็กซ์-ไซท์

    กรมการขนส่งทาง บกดีเดย์ต้นปี 61 ยกมาตรฐานสอบใบขับ ขี่ทุกด้าน เตรียมออก กฎกระทรวงห้าม 5 โรคสำคัญ อายุ 70 ปีขึ้นไปจับตรวจสาย ตา-สุขภาพทุก 3 ปี
    ว.วชิรเมธีชื่นชมก้าวคนละก้าวทำเพื่อสังคม ประชาชนยังคงร่วมบริจาคสมทบโครงการก้าวคนละก้าวจนยอดผ่าน 723 ล้านบาทแล้วแม้ตูนจะหยุดพักเพราะป่วย ก่อนออกมาวิ่งต่อวันอังคารมุ่งหน้าสู่นครสวรรค์ ว.วชิรเมธีแสดงความชื่นชมนักร้องหนุ่มสั่นสะเทือนโครงสร้างพื้นฐานในจิตใจคนไทยทั้งประเทศ
    ไฟไหม้ตึกแถวเก่าแก่ย่านแพร่งนราซึ่งก่อสร้างตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เสียหาย 13 คูหา ยังไม่ รู้สาเหตุ รอสำนักงานทรัพย์สินฯ ประเมินความสูญเสีย
  • x-cite inside

    ในจำนวนร่าง พ.ร.บ.ที่ภาคประชาชนมีส่วนในการร่างและผลักดัน จนเกิดผลเป็นรูปธรรมต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้มีอยู่ไม่กี่ฉบับ และหนึ่งในนั้นก็คือ ‘พระราชบัญญัติสภาองค์กรชุมชน พ.ศ.2551’ ที่ส่งผลให้เกิดการจัดตั้ง ‘สภาองค์กรชุมชนตำบล’ ขึ้นมาแล้วไม่ต่ำกว่า 6,000 ตำบลทั่วประเทศ
    ปฏิบัติการทวงคืนพื้นที่สาธารณะป่าห้วยเม็กของชาวบ้านตำบลบ้านดง อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น เมื่อไม่กี่เดือนมานี้ กลายเป็นข่าวโด่งดังไปทั่วประเทศ เมื่อชาวบ้านกลุ่มเล็กๆ สามารถต่อสู้เพื่อทวงคืนผืนป่าจากบริษัทเครื่องดื่มผสมเคเฟอีนที่มีอำนาจเงินตราและมีทุนมหาศาล เหมือนดังไม้ซีกที่งัดไม้ซุงได้สำเร็จ...
    นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมดีๆ ที่เกิดขึ้นในโรงภาพยนต์เอสพลานาด ซีนีเพล็กซ์ รัชดาภิเษก โดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับภาคีเครือข่ายนำกลุ่มนักเรียน นักศึกษา ครู อาจารย์ ผู้ปกครอง กว่า 100 คน จัดกิจกรรมสร้างการเรียนรู้ผ่านการชมภาพยนตร์เรื่อง “ของขวัญ” ผลงานการสร้างสรรค์ของ 4 ผู้กำกับแถวหน้า "ปรัชญา ปิ่นแก้ว, นนทรีย์ นิมิบุตร, ก้องเกียรติ โขมศิริ, ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล"