ไทยพีบีเอส 'อาถรรพณ์' โทรทัศน์

  • Saturday, May 20, 2017 - 00:00

    เห็นข่าว "ไทยพีบีเอส" ขยายเวลารับสมัครคนเป็น ผอ.ก็นึกอะไรขึ้นมาได้อย่างหนึ่ง ที่ต้องใช้คำว่า

    "อาถรรพณ์"!

    อาถรรพณ์ยังไง ผมว่านึกกันไม่ออกหรอก เอางี้...จะเล่าให้ฟัง

    พฤษภาคมนี้แหละ แต่เมื่อปี พ.ศ.๒๕๓๕

    เกิดเหตุการณ์ที่เรียก "พฤษภาทมิฬ"

    จากมวลชนต้านการสืบทอดอำนาจเผด็จการทหาร เมื่อเกิดเหตุการณ์ ทำให้ประเทศไทยได้นายกฯแต่งตั้ง

    คือ "คุณอานันท์ ปันยารชุน"!

    และผลของเหตุการณ์พฤษภาทมิฬนั้น ทำให้เกิดสถานีโทรทัศน์ช่องใหม่อีก ๑ ช่อง นอกเหนือจาก ๓, ๕, ๗, ๙ และ ๑๑

    นั่นคือ "สถานีโทรทัศน์เสรี"!

    บริษัทสยามทีวีฯ โดยแบงก์ไทยพาณิชย์ เป็นผู้นำกลุ่มชนะประมูล มีเนชั่นร่วมหุ้น และเป็นผู้บริหารสถานี

    ประเด็นที่ว่า "อาถรรพณ์" ไม่ได้อยู่ตรงนี้..........

    แต่อยู่ที่ "จุดผลักดัน" ให้รัฐบาลคุณอานันท์ มีความคิด ว่าจำเป็นต้องมีสถานีโทรทัศน์ใหม่ ภายใต้จินตนาการ "สื่อสารเสรี"

    คือช่วงเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ประชาชนโกรธแค้นสื่อโทรทัศน์มาก

    เพราะเสนอข่าวด้านเดียว แบบบิดเบือน คือแต่ด้านรัฐบาลและทหาร-ตำรวจชอบธรรม

    ตรงนี้ ยืนยันว่า ".....จริง"!

    เพราะตั้งแต่เริ่มจากพลตรีจำลองอดข้าวประท้วงที่หน้ารัฐสภา ปลายกุมภา ๓๕ และจากรัฐสภา ขยายตัว เคลื่อนไปราชดำเนิน ลามไปถึงสนามหลวง

    จนเกิดเหตุการณ์ "พฤษภาทมิฬ" ๑๗-๑๙ พฤษภา กราดยิง-เผาย่านราชดำเนิน ตะครุบตัวพลตรีจำลอง

    ผมกิน-นอนอยู่กลางถนน ทุกคืน!

    เมื่อคุณอานันท์เป็นนายกฯ ก็มองเห็นตรงนี้ ว่าโทรทัศน์ทุกช่อง "รัฐควบคุม" เรื่องราว-ข่าวสาร จึงออกมาด้านเดียว คือด้านบิดเบือน

    บวกเสียงเรียกร้องให้มีโทรทัศน์เสรี อิสระจากรัฐควบคุม

    นายกฯ อานันท์ จึงเปิดประมูลสัมปทาน เกิด "สถานีโทรทัศน์เสรี" ขึ้น

    โทรทัศน์เสรี..........

    ก็ "ไทยพีบีเอส" ปัจจุบันนี่แหละ!

    พูดได้เลยว่า โทรทัศน์ช่องนี้ คลอดยาก-คลอดเย็น ร้อยปัญหา-ล้านอุปสรรค และเมื่อคลอดแล้ว ก็เรียกว่า "โคตรเลี้ยงยาก"

    "โทรทัศน์เสรี" มาด้วยฝัน แต่อยู่ในโลกเป็นจริง จึงไม่เป็นตามฝัน ทั้งด้านธุรกิจ-บริหาร-ข่าวสาร-การนำเสนอ

    ปี ๔๑ เปลี่ยนชื่อเป็น "ไอทีวี"........

    แต่ดูเหมือนเสรีที่ฝัน นับวันจะเป็นฝันร้าย ในที่สุด ปี ๔๓ เมื่อ "ทักษิณ ชินวัตร" ตั้งพรรคการเมือง

    ไทยพาณิชย์ "หุ้นใหญ่" ยกขายให้บริษัทชินคอร์ปของทักษิณ เมื่อเสรีเกิดรูปธรรมทุน ภายในจึงแตกแยก บางส่วนรับไม่ได้

    ที่อยู่ ก็อยู่กันไป ที่รับไม่ได้ ก็แยกตัวกันไป!

    ไอทีวี ย้ายจากอาคารไทยพาณิชย์ รัชดาฯ ไปอยู่อาคารชินวัตร ๓ วิภาวดีฯ

    แต่สถานีโทรทัศน์แห่งนี้ ก็ไม่เคยสงบ ไม่เคยลงตัวซักที

    มีแต่ปัญหาและความขัดแย้งต่างๆ นานา ขอโม้แบบกระซิบข้างหูก็ได้ ผมเองยังเคยถูกชวนไปบริหารข่าวที่นั่นเลย

    ผมสั่นริกๆ อยากไปทำงานข่าวรับใช้ทักษิณ......

    แต่ดูเงาตัวเองแล้ว "มือไม่ถึง" จึงปฏิเสธไปทางโทรศัพท์!

    จากปี ๔๓ ตอนนั้น ไอทีวีเข้าตลาดหุ้นแล้ว เกิดเหตุการณ์ทำนองปั่นข่าว-ปั่นหุ้น

    นักจัดรายการดังจากช่องโน้น-นี้มาลงทุนร่วมบริหารบ้าง ร้องขอลดค่าสัมปทาน จนเป็นเรื่องถึงศาลบ้าง

    ก็นุงนัง ทั้งเรื่องคน-เรื่องข่าว-เรื่องเงิน-เรื่องรายการ สารพัด-สารเพ

    ในที่สุด เรื่องคดี...แพ้

    ต้องจ่ายค่าสัมปทานที่ค้างหลายพันล้าน แต่ไม่ยอมจ่าย จนแล้ว-จนรอดก็ไม่จ่าย

    ปี ๕๐ หลังทักษิณถูกบิ๊กบังยึดอำนาจไปเป็นกระสือลอยไส้อยู่นอกราชอาณาจักร เมื่อ ๑๙ ก.ย.๔๙

    "ครม.พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์" .............

    "มีมติให้ยกเลิกสัญญาสัมปทานสถานีโทรทัศน์เสรี ให้ยุติออกอากาศ สถานีโทรทัศน์ไอทีวี"

    เป็นอันว่าโทรทัศน์เสรี "สิ้นอายุขัย" ด้วยวัย ๑๑ ปี ๘ เดือน ๔ วัน!

    แล้วมาเกิดใหม่ เป็น "สถานีโทรทัศน์ ไทยพีบีเอส" ในปี ๒๕๕๑

    จากโทรทัศน์เสรี........

    ในร่างใหม่เป็น "โทรทัศน์สาธารณะ" ตาม พ.ร.บ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย-ส.ส.ท.

    "พลเอกสุรยุทธ์" นายกฯ แต่งตั้ง เป็นผู้ให้กำเนิด!

    อาถรรพณ์มั้ยล่ะ ชาติกำเนิดวนเวียนอยู่กับ "นายกฯ แต่งตั้ง" เหมือนกัน และมูลเหตุก็ "คล้ายกัน"

    คือรัฐบาลอานันท์ ตั้งโทรทัศน์เสรี จากเหตุพฤษภาทมิฬ ปี ๓๕ ด้วยโทรทัศน์บิดเบือนข่าวสาร เนื่องจากอำนาจรัฐครอบงำ

    แล้วที่รัฐบาลสุรยุทธ์ ตั้งไทยพีบีเอส เป็นโทรทัศน์สาธารณะ ก็จากมูลเหตุ ไอทีวีถูกระบบทุนครอบงำ นำเสนอบิดเบือน ทำนองเดียวกัน

    จากโทรทัศน์มีโฆษณา "หากินเอง"

    มาเป็นโทรทัศน์ "ภาษีบาปเลี้ยง" ไม่เป็นส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ เป็นองค์การ เพื่อประโยชน์ข่าวสาร-ความรู้-สาระ-บันเทิง

    มีคุณภาพ มีมาตรฐาน บนพื้นฐานข้อบังคับ จริยธรรมและกรอบจรรยาบรรณองค์กร เป็นหลักการ

    เนี่ย...ผมก็ฟื้นความหลังให้ฟัง ก็ด้วยเหตุว่า เมื่อวาน (๑๙ พ.ค.๖๐) เห็นข่าว ไทยพีบีเอส

    "ประกาศขยายเวลารับสมัครบุคคลเพื่อรับการสรรหาเข้าดำรงตำแหน่ง ผอ.ส.ส.ท. วันนี้ - ๒ มิ.ย. ๖๐"

    ก็มาดูๆ องค์กรนี้ อาถรรพณ์มันล้างไม่ออกจริงๆ แรกเริ่มมีมูลค่าเป็นแสนล้าน แต่มาปัจจุบัน ยุคดิจิทัล

    จากแสนล้านที่หายไปแล้ว รัฐกลับต้องเจียดภาษีบาปจ่ายให้ ปีละ ๒ พันล้าน!

    โทรทัศน์เสรี-โทรทัศน์สาธารณะ นอกจาก "ฝันไม่เป็นจริง" แล้ว ในโลกเป็นจริง ที่ "ต้องได้" กลายเป็น "ต้องจ่าย" ตลอดกาล

    คือตอนนี้ ผอ.ไทยพีบีเอสคนเดิมลาออก ประกาศรับสมัครคนมาเพื่อสรรหาเป็น ผอ.ใหม่

    เท่าที่ดูข่าว มีคนสมัครแล้ว ๗-๘ คน มีอยู่ ๓ คนที่ผมรู้จักชื่อ "คุณพัชระ สารพิมพา" จำได้ว่า เคยอยู่ อสมท แล้วไปอยู่สปริงนิวส์

    "คุณอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ" อยู่เนชั่น แล้วลาออก

    ส่วนอีกคนคือ "รศ.ดร.วิลาสินี พิพิธกุล"

    ชื่อนี้คุ้นมาก อยากรู้จัก แต่ไม่เคยมีโอกาส เพราะท่านมีชื่อเสียงเด่น ด้านวิชาการสื่อ

    ก่อนเป็นอาจารย์นิเทศศาสตร์ จุฬาฯ ท่านก็จบนิเทศ จุฬาฯ ด้วยเกียรตินิยม ยิ่งตอนทำโท "วิทยานิพนธ์" เรื่องสื่อกับสิ่งแวดล้อมดังมาก

    นอกจากเขียนหนังสือ-เขียนตำราเยอะแยะแล้ว ยังเขียนบทความลงนิตยสารและหนังสือพิมพ์รายวันหลายฉบับ

    คนสื่อ น้อยคนจะไม่เคยได้ยินชื่อ ไม่เคยได้อ่านบทความ ได้ข้อคิดจากข้อเขียน ด้วยวิสัยทัศน์ "สื่อสู่สังคมใหม่" ของ ดร.วิลาสินี

    ไม่แค่นั้น ยังไปทำโท-เอก ด้านสื่ออีก ที่ Kent มหาวิทยาลัยระดับโลก ที่อังกฤษ ด้วยทุน ก.พ.

    ด้วยคุณสมบัติด้านสื่อ ๑๐๐% นี่แหละ ทำให้ผมอยากรู้จัก ด้วยได้ความรู้จากท่าน แต่ไม่เคยมีโอกาส

    ก็เห็นท่านไปทำงานสังคมเป็นสิบ-เป็นร้อยแห่ง เป็น ผอ.สำนักที่ สสส.แล้วออกมาเป็นรอง ผอ.ไทยพีบีเอส

    ตอนลาออก...........

    ผมไม่เชื่อว่า ลาออกเพื่อตาม "ทันตแพทย์กฤษดา" จาก สสส.ที่มาเป็น ผอ.ไทยพีบีเอส

    ผมว่า เป็น "สปิริต" ของ ดร.วิลาสินีมากกว่า ตามภาษาชาวบ้านพูดว่า "เป็นการเสียสละ" ส่วนตัว

    คือสามี ดร.วิลาสินี "ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์" ได้รับเลือกเป็นผู้จัดการ สสส. ดร.วิลาสินีจะทำงานที่สสส.ต่อก็ไม่ผิดอะไร

    แต่ท่านเลือกลาออก ตัดประเด็น "สามี-ภรรยา" เป็นผู้บังคับบัญชาและผู้ใต้บังคับบัญชา อันอาจถูกครหา ไม่เป็นผลดีต่อ สสส.อันเป็นส่วนรวมได้

    ตรงนี้ เป็นจุดที่ผมแอบชื่นชม ดร.วิลาสินีมาตลอด!

    แต่ที่สะดุดใจ คือ ดร.วิลาสินี เป็น ๑ ใน ๘ ผู้สมัครเข้ารับสรรหาเพื่อเลือกเป็น ผอ.ไทยพีบีเอส

    กลับเห็นใครต่อใคร รุมวิพากษ์-วิจารณ์ ดร.วิลาสินีคนเดียว ว่าอาจขาดคุณสมบัติบ้าง ล็อกสเปกเพื่อ ดร.วิลาสินีบ้าง

    ผมว่านะ ต้องล็อกสเปกเพื่อ ดร.วิลาสินีทำไม?

    ในเมื่อคุณสมบัติ ทั้งวิชาการ-ประสบการณ์-ปฏิบัติการ ของ ดร.วิลาสินี

    นั่นตะหาก คือ "สเปก"

    ที่คนจะมาเป็น ผอ.ไทยพีบีเอส ควรต้องมี!

    ไปอ่านมาตรา ๗ พ.ร.บ."องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย-ส.ส.ท." ดู

    ตั้งแต่ (๑) จนถึง (๖) วัตถุประสงค์ของ ส.ส.ท.ข้อไหนบ้าง ที่คุณสมบัติ ดร.วิลาสินีไม่มี?

    แล้วต้องล็อกสเปกเพื่ออะไร?

    ที่พูดนี่ ไม่ได้หมายความเชียร์หรือสนับสนุน ในข้อเท็จจริง ทั้ง ๘ คน ตรงสเปกทุกคน ไม่งั้นเขาจะมาสมัครทำไม?

    เพียงแต่สงสัย ทำไมจ้องทิ่ม-จ้องตำ ดร.วิลาสินีกันจัง?

    ตอนนี้ แค่รับสมัครเท่านั้น ยังไม่รู้เลย ใครจะผ่านรอบคุณสมบัติไปถึงรอบสรรหาบ้าง

    ก็เท่านี้ ที่หยิบมาคุย ก็เพราะ ไทยพีบีเอส มัน "อาถรรพณ์" นั่นแหละ!

  • เปลว สีเงิน

    "คดีครูจอมทรัพย์"..........! หลังคำพิพากษาศาลฎีกา "ยกคำร้อง" เมื่อ ๑๗ พ.ย.๖๐ ปรากฏการณ์ทางสังคมที่ตามมา คือ "ดรามาหน้าจอ" หายเงียบ ไม่เพียงหน้าจอ ตามเพจ ตามออนไลน์ ก็หายไปจาก fb ด้วยเหมือนกัน สะท้อนความน่าห่วงที่หลบซ่อนอยู่อย่างหนึ่ง คือ โลกมาถึงวันนี้แล้ว
  • บทบรรณาธิการ

    สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ผลประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐประจำปีงบประมาณ 2560 โดย ป.ป.ช.ได้กำหนดกรอบการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสออกเป็น 5 ดัชนี
  • เอ็กซ์-ไซท์

    ขณะไปตรวจรถชนกันคนขับวัย71อ้างตาไม่ดีดาบตำรวจนำกำลังไปตรวจสอบคดีรถชนกันในตัวเมืองชัยภูมิ เฒ่าวัย 71 ซิ่งกระบะฝ่าสัญญาณไฟพุ่งชนเต็มแรงแล้วลากร่างไปไกลสุดที่จะยื้อชีวิต
    ตูนซึ้งใจกราบคุณตาขาขาดวัย 90 ปีที่เจียดเบี้ยยังชีพคนพิการสมทบก้าวคนละก้าว ด้านเชษฐ์สไมล์บัฟฟาโลออกวิ่งในเมืองชลหาทุนให้อีกกว่า 5 แสนบาท
    เครื่องเล่นโมบายปลาหมึกยักษ์ในงานนมัส การพระสมุทรเจดีย์โค่นลงมาทั้งยวง ทำเอาผู้ใหญ่ เด็กที่ขึ้นไปนั่งบาดเจ็บไปตามๆ รมต.ออมสินรีบไปตรวจสอบ พบไม่ได้ขออนุญาต
  • x-cite inside

    ได้รับทั้งเสียงปรบมือและยอดบริจาคท่วมท้นสำหรับโครงการ “ก้าวคนละก้าวเพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ” จากเบตงสู่แม่สาย ของ พี่ตูน-อาทิวราห์ คงมาลัย ศิลปินวงบอดี้สแลม กับภารกิจเพื่อสังคมที่ได้รับคำชื่นชมอย่างมากมาย ซึ่งภาพที่เกิดขึ้นไม่ใช่ไอดอลของวัยรุ่นที่สลัดไมค์ร้องเพลงมาเป็นทำงานจิตอาสา
    ณ ตอนนี้เข้าไปท่องโลกออนไลน์ จะมีรายการแชร์และส่งต่อ ขอความช่วยเหลือพี่น้องผองไทย!! ช่วยกันโหวตให้ "มารีญา พูลเลิศลาภ" ตัวแทนสาวไทยในการประกวดนางงามจักรวาลปี 2017
    ในยุคนี้ความเชื่อว่าเด็กจะเก่งต้องมุ่งเน้นแต่เรียนอย่างเดียวอาจตกยุคไปแล้ว เพราะงานวิจัยต่างๆ จากทั่วโลกพบว่า หากพวกเขาได้ทำกิจกรรมทางกายด้วยการออกมาเล่น (Active Play) หรือออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 60 นาที จะทำให้พัฒนาการด้านสมองดีกว่าเด็กที่จดจ่อมุ่งแต่นั่งเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว