ใกล้ถึงจุดระเบิด!!!

  • Friday, June 9, 2017 - 00:00


    เมื่อประมาณซักกว่า 200 ปีที่แล้ว...พวก มุสลิมสุดโต่ง นิกายซุนหนี่กลุ่มหนึ่ง ที่เรียกตัวเองว่า ผู้ยึดมั่นในพระเจ้าองค์เดียว หรือ มูวาฮ์ฮิดีน (Muwahhidin) บ้าง เรียกตัวเองว่า มุสลิมของจริง-ของแท้ หรือ ซาลาฟิส (Salafis) บ้าง ไปจนผู้ที่ถูกเรียกรวมๆ กันว่า พี่น้องมุสลิม หรือ อิคห์วาน(Ikhwan) ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นผู้เชื่อมั่น ศรัทธา ต่อคำสอนของ นักปฏิรูปศาสนา ผู้มีชื่อว่า อับดุล อัล-วาฮ์ฮาบ (Abdul al-Wahhab) เจ้าของ ลัทธิวาฮ์ฮาบี (Wahhabism) ได้เคยก่อเหตุการณ์ อันทำให้เกิด รอยแค้น ฝังลึกอยู่ในความรู้สึกของพวกมุสลิมนิกายชีอะห์กันเป็นจำนวนไม่น้อย...
    --------------------------------------------------
    คือด้วยความต้องการที่จะให้มุสลิมรายใดต่อรายใด หันมายึดมั่นกับอยู่กับถ้อยคำตามตัวอักษรแต่ละวรรค แต่ละประโยคของพระคัมภีร์ อัลกุรอาน แบบเป๊ะๆๆ อะไรที่ผิดแผก แตกต่าง ออกไป แม้เล็กๆ น้อยๆ มีแต่ต้องได้รับการปฏิเสธ ต่อต้าน แบบถึงที่สุดไปด้วยกันทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นพิธีกรรม คำสอน หรือการปฏิบัติ ตลอดไปจนการแสดงออกถึงความเคารพ ศรัทธา ต่อสิ่งอื่นที่ไม่ใช่พระผู้เป็นเจ้า เช่นสุสาน ที่ฝังศพ ของผู้นำทางศาสนาในอดีต ฯลฯ บรรดาพวก มุสลิมสุดโต่ง เหล่านี้ จึงได้รวมตัวบุกไปทำลายสุสานของ อิหม่ามอาลี ผู้ที่ชาวมุสลิมชีอะห์ ถือว่าเป็นทายาทโดยตรงของพระนบี มูฮัมหมัด ที่เมืองนาจาฟ และสุสานของ อิหม่ามฮุสเซ็น ทายาท อิหม่ามอาลี ที่เมืองคาร์บาลา เมื่อปีคริสตศักราช 1802 ชนิดพังพินาศยับเยินไปเป็นแถบๆ...
    ------------------------------------------------------
    และคงด้วยเหตุเพราะ ลัทธิวาฮ์ฮาบี ที่ว่า...คือลัทธิที่ได้รับการสถาปนาขึ้นมาควบคู่กับราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียนับแต่แรกเริ่มเดิมที จนแม้แต่ตราบเท่าทุกวันนี้นั่นเอง จึงทำให้พวกชีอะห์บางกลุ่ม บางราย ที่อาจออกไปทาง สุดโต่ง ไม่น้อยไปกว่ากัน เลยต้องหันไปล้างแค้น เอาคืน ด้วยการส่ง นักฆ่า มาลอบสังหารบุตรชายคนโตของกษัตริย์ซาอุฯ ในช่วงระยะนั้น คือมกุฎราชกุมาร อับดุล อาซิส (Abdul Aziz) เสียชีวิตลงไปในปี ค.ศ.1803 ภายใต้ความสุดโต่งที่ว่า จึงส่งผลให้เกิดรอยแยก รอยร้าว ระหว่างบรรดาชาวมุสลิมด้วยกันเอง หรือระหว่างชาวซุนหนี่กับชีอะห์ ชนิดที่ยังไม่ถึงกับสมานสนิทแนบแน่น แม้กระทั่งตราบเท่าทุกวันนี้...
    ---------------------------------------------------
    แต่ครั้นเมื่อมาถึง ณ ขณะนี้...ท่ามกลางบรรยากาศเดือนอันศักดิ์สิทธิ์ของชาวมุสลิมทั้งหลาย หรือเดือนรอมฏอน เดือนแห่งการแสดงออกถึงความยำเกรงต่อพระผู้เป็นเจ้า แสดงออกถึงความเมตตา ปราณี ต่อผู้อื่น ด้วยการเสียสละให้ทาน แสดงออกถึงความอดทน อดกลั้น ด้วยการปฏิบัติใดๆ ก็ตาม เพื่อช่วยเพิ่มความยึดมั่น ศรัทธา ในสิ่งดีๆ งามๆ ฯลฯ ก็ดันเกิดเหตุการณ์ร้ายๆ อันปรากฏเป็นข่าวให้รับรู้ รับทราบ กันไปแล้วทั่วทั้งโลกนั่นแหละว่า กลุ่ม ผู้ก่อการร้าย ประเภทสุดโต่งบางกลุ่ม บางราย ได้ตัดสินใจบุกเข้าไปในสุสานของ อิหม่าม โคมัยนี ผู้นำการปฏิวัติอิสลามในอิหร่าน ก่อนระเบิดฆ่าตัวตาย ชนิดไม่เพียงสร้างความเสียหายต่อสถานที่อันเป็นที่เคารพของชาวอิหร่านทั้งหลาย แต่ยังฆ่าผู้บริสุทธิ์ตายไป 2 รายบาดเจ็บอีกนับสิบ ขณะอีกกลุ่มบุกเข้าไปในรัฐสภาอิหร่าน ฆ่าผู้บริสุทธิ์ตายไปอีก 5 บาดเจ็บอีก 20 กว่าราย โดยผู้ก่อการร้ายที่ออกมารับสมอ้าง ว่าเป็นผู้วางแผนก่อเหตุร้ายๆ คราวนี้ ก็คือกลุ่ม ไอเอส หรือ ไอซิส อันถือเป็นผู้ซึ่งยึดมั่นในแนวทาง ลัทธิวาฮ์ฮาบี มาโดยตลอดนั่นเอง...
    -------------------------------------------------------
    จากเหตุการณ์ครั้งนี้...ส่งผลให้ กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่าน ซึ่งจะสุดโต่ง ไม่สุดโต่ง ก็แล้วแต่ แต่ถือว่าอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของผู้นำสูงสุด อย่างประธานาธิบดี ฮัสซัน โรฮานี (Hassan Rohani) ที่ถูกเรียกขานกันในนาม มุสลิมสายกลาง มาโดยตลอด ถึงกับออกแถลงการณ์ว่าพร้อมจะแก้แค้น เอาคืน ผู้ที่ก่อเหตุ และผู้ที่เชื่อว่าอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ครั้งนี้ โดยระบุไว้แบบโต้งๆ โจ้งๆ เอาเลยว่า ทั้ง วอชิงตัน และ ริยาดห์ นั่นแหละ ที่มีส่วนเกี่ยวโยงกับเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างแยกไม่ออก ด้วยเหตุเพราะก่อนหน้านี้...ไม่กี่วัน ไม่กี่สัปดาห์ ผู้นำประเทศทั้งสองต่างแสดงอาการกระเหี้ยนกระหือรือ ป่าวประกาศความร่วมมือที่จะเล่นงานอิหร่าน ไม่ว่าโดยทางตรง หรือทางอ้อม โหมกระพือความเกลียดชังต่ออิหร่าน อย่างเป็นระบบและเป็นกระบวนการ...
    ------------------------------------------------------------
    ไม่ว่าการรวมหัว ดึงเอาชาติมุสลิม 55 ชาติ ร่วมประกาศต่อต้าน โดดเดี่ยว อิหร่านแบบตรงไป-ตรงมา บีบบังคับให้ประเทศกาตาร์ หันมา เลือกข้าง ด้วยการเปลี่ยนนโยบายเลิกคบหากับอิหร่านโดยเด็ดขาด ไปจนการก่อเหตุการณ์ร้ายๆ ในอิหร่าน แม้แต่ช่วงเดือนรอมฏอนแท้ๆ โดยผู้ก่อการร้าย ไอซิส ผู้ยึดมั่นในแนวทาง ลัทธิวาฮ์ฮาบี มาโดยตลอด ฯลฯ สิ่งต่างๆ เหล่านี้...เลยส่งผลให้บรรยากาศเหตุการณ์เมื่อ 200 กว่าปีที่แล้ว กับเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในตะวันออกกลางทุกวันนี้ แทบจะกลายเป็น ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย เอาเลยก็ว่าได้ ดังนั้น...แม้ยังไม่อาจรู้ได้ว่าเหตุการณ์เหล่านี้จะพัฒนาต่อไปในรูปไหน แต่ที่แน่ๆ ก็คือ...โลกทั้งโลกย่อมมีอันร้อนฉ่ายิ่งขึ้นทุกขณะ ชนิดเรียกได้ว่า...แทบใกล้ถึง จุดระเบิด เต็มที!!!
    ---------------------------------------------------------
    ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก G.W.F.Hegel... “We learn from history that we do not learn from history.- เราเรียนรู้จากประวัติศาสตร์ ว่าจริงๆแล้วเรามิได้เรียนรู้ใดๆ จากประวัติศาสตร์เอาเลย...”.
    ------------------------------------------------------

  • เปลว สีเงิน

    ๒๖ ตุลาคม........... ประชาชนใน ๖ ภาค คือ เหนือ ๙ อีสาน ๒๐ กลาง ๒๑ ตะวันออก ๗ ตะวันตก ๕ ใต้ ๑๔ รวม ๗๗ จังหวัด คงไม่สามารถเดินทางเข้ามาร่วมถวายพระเพลิงพระบรมศพ "พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช" ในกรุงเทพฯ ได้ทั้งหมด เหตุนั้น "สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร" จึงพระราชทานพระราชานุญาต ให้รัฐบาลจัดสร้าง "พระเมรุมาศจำลอง ๘๕ แห่ง" กระจายไปทั่วประเทศ
  • บทบรรณาธิการ

    การออกมายืนยันทั้งน้ำตาไม่มีเจตนาแอบแฝงทางการเมืองของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย ต่อภาพการขึ้นขบวนรถแห่เชิญชวนให้ประชาชนชาวลาดปลาเค้าร่วมถวายดอกดาวเรือง เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่มีป้ายชื่อ "สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์" แผ่นใหญ่ติดอยู่หน้ารถ
  • เอ็กซ์-ไซท์

    พบโพรงน้ำไหลเป็นทาง ใต้รอยแยกกลางชุมชนแม่เมาะ ขณะที่ดินทรุดตัวเพิ่มไม่หยุด ล่าสุดบางจุดลามเข้าตัวบ้าน ทำบ้านเรือนชาวบ้านแตกเพิ่ม แถมลามถึงพื้นที่การเกษตรอีก ผู้ว่าฯ สั่งเฝ้าระวัง 24 ชม.ห้ามผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าพื้นที่เด็ดขาด นักธรณีวิทยานัดเจาะดินตรวจแล้ว
    ตำรวจภาค 3 สกัดยึดยาไอซ์ 508 กก.ขณะลำเลียงเข้ากรุง ผบ.ตร.เผยขบวนการยาเสพติดเปลี่ยนเส้นทางจากเหนือเข้าทางอีสานแทนหลังถูกสกัดอย่างหนัก ระบุยาไอซ์ล็อตนี้อยู่ไทยมูลค่า 1,000 ล้าน ถ้าหลุดไปต่างประเทศได้มูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาท
    กองสลากขู่อีกจับติดคุกกองสลากแก้ปัญหาหวยโก่งราคาไม่จบ งัดมาตรการใหม่จับปรับ 1 หมื่นจำคุก 1 เดือนพร้อมตัดโควตาห้ามจำหน่าย
  • x-cite inside

    นางพัชราภรณ์ อินทรียงค์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่ารัฐบาลได้ทำบัตรเชิญสำหรับผู้เข้าร่วมงานทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในวันที่ 26 ต.ค.นี้ โดยจัดพิมพ์จำนวน 5,000 ใบ
    เวียนมาบรรจบครบวาระ 1 ปี ในวันที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จสวรรคต แต่พระองค์ยังทรงสถิตอยู่ในหัวใจของประชาชนชาวไทยทุกดวง
    ด้วยความเชื่อที่ว่าเด็กและเยาวชนคนรุ่นใหม่ต่างเต็มเปี่ยมไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ และมีพลังเปลี่ยนแปลงโลกให้ดีและน่าอยู่ยิ่งขึ้น จึงเป็นที่มาของการประกวดผลงานเรื่อง "ความดี" ตามพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 ในกิจกรรม "ดี 7 DAY ทำดี ทำได้ทุกวัน"