โรฮีนจา.....ปัญหาที่ต้องแก้

  • Sunday, May 17, 2015 - 00:01

    เมื่อวานนี้ สำนักข่าวบีบีซีของอังกฤษ เผยแพร่บทวิเคราะห์ปัญหาผู้อพยพชาวโรฮีนจายาวเหยียดเป็นเรื่องเป็นราว

    แต่อ่านตั้งแต่บรรทัดแรกจนถึงบรรทัดสุดท้าย ไม่มีสักคำสักประโยค ที่บีบีซีพูดถึงอังกฤษในฐานะผู้ให้กำเนิดปัญหานี้ตั้งแต่ศตวรรษก่อน มีแต่กดดันให้ชาติอาเซียนโดยเฉพาะไทยรับภาระ

    ใครคิดว่า สำนักข่าวระดับโลกอย่างบีบีซีเชื่อถือได้เสมอไปนั้น ก็อาจต้องทบทวนสักนิด เพราะถึงเวลาเมื่อเป็นเรื่องของชาติตัวเอง บีบีซีก็กลับปิดปากเงียบ และบิดเบือนได้หน้าตาเฉย

    นอกจากนี้ รับรองได้เลยว่า เราด่าอังกฤษให้ตาย กระแนะกระแหนให้ตาย เราร้องบอกให้อังกฤษมาแก้ปัญหาแทนเรา ยังไงๆ ก็ไม่มีทางที่อังกฤษจะเอาด้วย หรือแม้แต่จะยอมรับว่าได้ยินเสียงของเราหรือไม่ก็ยังไม่แน่ใจ

    เพราะอังกฤษไม่เดือดร้อน ไม่มีอะไรให้เดือดร้อน ในขณะที่ไทยนั้นเดือดร้อนที่สุดอยู่ชาติเดียว

    เพราะโรฮีนจาไม่ได้ลอยคอรอตายอยู่ในทะเลหน้าบ้านอังกฤษ อเมริกา มาเลเซีย หรืออินโดนีเซีย แต่อยู่หน้าบ้านเรา

    เมื่อมาลอยคออยู่แถวนี้ โลกทั้งใบก็เฝ้ามองเราเท่านั้นเอง

    ครั้นเราจะไปใช้วิธีแก้ไขปัญหาตาม “ตำนาน” เล่าขานในยุคสงครามเย็น โดยจัดการชาวโรฮีนจาเหมือนกับผู้อพยพอินโดจีนด้วยการยิงทิ้งจมเรือกลางทะเล หรือไม่ก็ยิงทิ้งแล้วขุดหลุมฝังรวมแถวชายฝั่ง หลังจากนั้นก็ปิดข่าวเงียบ ทำไม่รู้ไม่ชี้

    แต่ทุกวันนี้ทำได้ไหม? หรือมีใครอยากให้ทำบ้าง? ก็คงไม่มี

    ดังนั้น เราจะมองปัญหาเรื่องนี้อย่างไม่รู้ไม่ชี้แล้วแขวะด่าให้คนโน้นคนนี้มารับไปอย่างเดียวไม่ได้ หรือทำเป็นไม่รับรู้แล้วปล่อยปัญหาไว้เรื่อยๆ ก็ไม่ได้อีก เพราะเราเสียเปรียบ โรฮีนจาลอยทะเลอยู่หน้าบ้านเราตลอดเวลา

    หันไปมองพม่านั้นก็น่าเห็นใจ เพราะถ้ามองตามเนื้อผ้า โรฮีนจาอาจมีฐานะไม่ต่างจากศัตรูของชาติที่พม่าเจ็บแค้นฝังลึก

    เราก็ลองสมมุติว่า หากในยุคล่าอาณานิคม เราโดนอังกฤษยึด และอังกฤษนำชาวโรฮีนจาเข้ามาเป็นลูกมือ เข่นฆ่าคนไทย เผาทำลายบ้านเรือน บุกปล้นสะดมพระบรมมหาราชวัง เหมือนที่อังกฤษทำกับพม่า

    หลังจากนั้นเมื่ออังกฤษถอนตัวออกไป แต่ชาวโรฮีนจาเหล่านั้นยังอยู่ในเมืองไทย เราจะรู้สึกยังไงกับชาวโรฮีนจา?

    เผลอๆ ชาวโรฮีนจาตายเรียบสิ้นชาติพันธุ์ในเมืองไทยทันทีที่อังกฤษถอนตัวก็เป็นได้

    ดังนั้น การกดดันพม่าในเรื่องนี้จึงไม่ง่ายเช่นกัน

    มาเลเซีย อินโดนีเซีย ก็แถลงข่าวทันควัน กระต่ายขาเดียวว่าไม่รับ ซึ่งเขาก็ทำได้ แต่เราจะทำอย่างเขาง่าย ๆ ก็ไม่ได้ พราะส่วนใหญ่ชาวโรฮีนจาลอยทะเลอยู่หน้าบ้านเรา ไม่ใช่บ้านเขา

    สิ่งที่เราควรคิดคือ เราไม่สามารถใช้วิธีส่งเฮลิคอปเตอร์ไปหย่อนอาหารกลางทะเลแล้วผลักดันออกเสมอไป เพราะรู้อยู่ว่าคงไปได้ไม่ไกล เดี๋ยวก็วนเวียนอยู่แถวนี้ แล้วชุดใหม่ก็ยังมีมาเพิ่มอีก ผลักดันออกไปที ชาวโลกก็ด่าเราที ภาพลักษณ์ของประเทศก็เสียหายไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็ลามปามบานปลายไปเรื่องอื่นๆ อีก

    ในขณะเดียวกัน เราก็ไม่สามารถรับเลี้ยงชาวโรฮีนจาโดยไม่ต้องคิดอะไรมากได้ด้วยเช่นกัน เพราะรับรองได้ว่ารับแล้วไม่กลับ รับแล้วไม่ไปไหน ออกลูกออกหลาน ทำหมันก็ไม่ได้ เพราะขัดต่อหลักศาสนาอิสลาม

    เราตีชิ่งด้วยการเสนอตั้งมูลนิธินานาชาติ โดยเราเป็นโต้โผ ชักชวนชาวโลกช่วยกันบริจาค เพื่อเลี้ยงดูชาวโรฮีนจาได้หรือไม่? ไหนๆ ก็เผื่ออ้างได้ว่า เราไม่ได้รับเลี้ยง แต่เราช่วยมูลนิธิ

    ถ้าทำได้ เราจะเอาชาวโรฮีนจาไปไว้ไหน? บนบกหรือบนเกาะสักแห่งของเรา? ชาวโรฮีนจายินยอมหรือไม่ ? ต่อไปหากเพิ่มลูกเพิ่มหลาน จะกลายเป็นข้ออ้างแยกตัวเป็นรัฐอิสระหรือไม่? เราจะรับไหวหรือไม่ หากผู้อพยพมีมามากขึ้นเรื่อยๆ จนเป็นแสนหรือเป็นล้านคน?

    เพราะมาเลเซีย อินโดนีเซีย อเมริกา อังกฤษ ยุโรป ฯลฯ ยังไงๆ ก็ไม่มีทางรับ และไม่จำเป็นต้องรับ เพราะไม่มีอะไรเดือดร้อนหากไม่รับ และไม่ได้ประโยชน์อะไรหากรับ

    คิดอีกทาง เราไปตะล่อมพม่าดีไหม?

    เสนอให้พัฒนารัฐยะไข่เป็นพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ เพราะอยู่ติดทะเลเบงกอล มีทรัพยากรธรรมชาติมากมาย ทั้งน้ำมัน ก๊าซ ไข่มุก ทองคำ ประมง มีพื้นที่เพาะปลูกที่อุดมสมบูรณ์ และมีแหล่งท่องเที่ยวที่มีคุณค่าทั้งทางธรรมชาติและวัฒนธรรม

    โดยเราชิงเป็นโต้โผช่วยผลักดันและส่งเสริมการลงทุนในระดับนานาชาติ สร้างสาธารณูปโภค ชักชวนชาติต่างๆ ให้ลงขันเข้าร่วม แต่มีข้อแลกเปลี่ยนให้พม่าดูแลชาวโรฮีนจาไว้เป็นแรงงานท้องถิ่นเพื่อรองรับโครงการ

    เราประกาศกับชาวโลกไปเลยว่า เราเสนอวิธีแก้ปัญหาด้วยวิธีนี้ และขอให้ทุกชาติเข้าชื่อลงสัตยาบัน โดยใช้มนุษยธรรมที่พวกเขาใช้กดดันเรานั่นล่ะ ย้อนศรหวนคืนเป็นข้ออ้างชักจูง ใครจะตีชิ่งปฏิเสธก็คงไม่ง่าย

    ไม่แน่ว่าพม่าอาจจะสนใจ และชาติต่างๆ ก็อาจจะเอาด้วย

    นอกจากนี้ เราอาจกลายเป็นพระเอกอย่างที่ชาติอื่น ๆ ทำดัดจริตให้การยอมรับเป็นของแถมก็เป็นได้ เพราะมนุษยธรรมนั้นมีไว้อ้างบนเวทีการเมืองระหว่างประเทศ ไม่ได้มีไว้กิน แต่เงินนั้นไม่ว่าชาติใดในโลกก็ล้วนชอบไม่ต่างกัน รวมทั้งอเมริกา ยุโรป จีน อินเดีย ญี่ปุ่น อาเซียน และพม่าในปัจจุบันด้วยเช่นกัน

    หากพม่ายอมรับเลี้ยงดูและหยุดกดดันชาวโรฮีนจาตามเงื่อนไขนี้ ชาวโรฮีนจาก็ไม่ต้องอพยพออกนอกประเทศ และไม่ต้องมาลอยทะเลหน้าบ้านเรา

    ดังนั้นวิธีนี้จึงอาจเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุอย่างตรงจุดวิธีหนึ่ง แม้รัฐบาลโดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีและกระทรวงการต่างประเทศจะต้องใช้ฝีมือและทำงานอย่างหนักเพิ่มขึ้นมากก็ตาม

    สังคมไทยไม่ได้มีแต่ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ แต่ไม่ลองไม่รู้ก็มีเช่นกัน โปรดพิจารณา.

  • เปลว สีเงิน

    ๒๖ ตุลาคม........... ประชาชนใน ๖ ภาค คือ เหนือ ๙ อีสาน ๒๐ กลาง ๒๑ ตะวันออก ๗ ตะวันตก ๕ ใต้ ๑๔ รวม ๗๗ จังหวัด คงไม่สามารถเดินทางเข้ามาร่วมถวายพระเพลิงพระบรมศพ "พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช" ในกรุงเทพฯ ได้ทั้งหมด เหตุนั้น "สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร" จึงพระราชทานพระราชานุญาต ให้รัฐบาลจัดสร้าง "พระเมรุมาศจำลอง ๘๕ แห่ง" กระจายไปทั่วประเทศ
  • บทบรรณาธิการ

    การออกมายืนยันทั้งน้ำตาไม่มีเจตนาแอบแฝงทางการเมืองของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย ต่อภาพการขึ้นขบวนรถแห่เชิญชวนให้ประชาชนชาวลาดปลาเค้าร่วมถวายดอกดาวเรือง เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่มีป้ายชื่อ "สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์" แผ่นใหญ่ติดอยู่หน้ารถ
  • เอ็กซ์-ไซท์

    พบโพรงน้ำไหลเป็นทาง ใต้รอยแยกกลางชุมชนแม่เมาะ ขณะที่ดินทรุดตัวเพิ่มไม่หยุด ล่าสุดบางจุดลามเข้าตัวบ้าน ทำบ้านเรือนชาวบ้านแตกเพิ่ม แถมลามถึงพื้นที่การเกษตรอีก ผู้ว่าฯ สั่งเฝ้าระวัง 24 ชม.ห้ามผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าพื้นที่เด็ดขาด นักธรณีวิทยานัดเจาะดินตรวจแล้ว
    ตำรวจภาค 3 สกัดยึดยาไอซ์ 508 กก.ขณะลำเลียงเข้ากรุง ผบ.ตร.เผยขบวนการยาเสพติดเปลี่ยนเส้นทางจากเหนือเข้าทางอีสานแทนหลังถูกสกัดอย่างหนัก ระบุยาไอซ์ล็อตนี้อยู่ไทยมูลค่า 1,000 ล้าน ถ้าหลุดไปต่างประเทศได้มูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาท
    กองสลากขู่อีกจับติดคุกกองสลากแก้ปัญหาหวยโก่งราคาไม่จบ งัดมาตรการใหม่จับปรับ 1 หมื่นจำคุก 1 เดือนพร้อมตัดโควตาห้ามจำหน่าย
  • x-cite inside

    นางพัชราภรณ์ อินทรียงค์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่ารัฐบาลได้ทำบัตรเชิญสำหรับผู้เข้าร่วมงานทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในวันที่ 26 ต.ค.นี้ โดยจัดพิมพ์จำนวน 5,000 ใบ
    เวียนมาบรรจบครบวาระ 1 ปี ในวันที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จสวรรคต แต่พระองค์ยังทรงสถิตอยู่ในหัวใจของประชาชนชาวไทยทุกดวง
    ด้วยความเชื่อที่ว่าเด็กและเยาวชนคนรุ่นใหม่ต่างเต็มเปี่ยมไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ และมีพลังเปลี่ยนแปลงโลกให้ดีและน่าอยู่ยิ่งขึ้น จึงเป็นที่มาของการประกวดผลงานเรื่อง "ความดี" ตามพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 ในกิจกรรม "ดี 7 DAY ทำดี ทำได้ทุกวัน"